Daniel Powter : Daniel Powter : 3.5/5
รูปแบบเพลง
หลังจากที่เคยชิมลางกับอัลบั้ม I'm Your Betty เมื่อปี2000ว่าแล้วก็ถึงเวลาที่ชื่อของแดเนี่ยล พาวเทอร์จะเป็นที่รู้จักกันบนแผนที่โลกพร้อมกับอัลบั้มแรกอย่างเป็นทางการในชีวิตที่ใช้ชื่อเดียวกับตน โดยภาคดนตรียืนพื้นที่ความเป็นพ็อพที่เจิดจรัสบนท่วงทำนองของคีย์บอร์ดเป็นดาวเด่นก่อนจะต่อยอดไปสู่ความเป็นฟั้งค์ อาร์แอนด์บี อดัลท์คอนเทมโพลารีย์และร็อคอ่อนๆได้อย่างลงตัว
จุดด้อย
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงกับซิงเกิ้ล Bad day ก็มีหลายเสียงค่อนขอดนะคะว่าทั้งอัลบั้มคงจะน่าฟังอยู่แค่เพลงเดียวหรือไม่ก็ตราหน้าว่าจะเป็นได้แค่ศิลปินวันฮิตวอนเดอร์บ้างล่ะอีอย่างหลังนี่ก็คงต้องให้เวลาตาคนนี้เขาพิสูจน์ตัวเองอีก2-3ยกแต่ถ้ายังไม่เคยฟังอัลบั้มนี้แล้วตัดสินไปเลยว่าทั้งอัลบั้มมันคงเพราะแค่เพลงเดียวเดียนก็อยากจะขอเตือนว่านั่นคุณกำลังจะทำให้ตัวเองพลาดหนึ่งในอัลบั้มพ็อพที่เพราะที่สุดอัลบั้มหนึ่งในรอบหลายๆปีไปอย่างน่าเสียดายเลยทีเดียว มาที่ตัวอัลบั้มถึงจะมีบางแทร็คที่เสนอหน้ามาเป็นส่วนเกินบ้างแต่ฟังภาพรวมแล้วต้องบอกว่าลงตัวและดูมีทิศทางที่ดีเลยทีเดียวแถมฟังแล้วเชื่อว่าภาพรวมของทั้งอัลบั้มน่าจะถูกหูผู้ฟังในวงกว้างได้อย่างไม่ยากเพราะเกือบทุกแทร็คเพราะและติดหูเอามากๆจนแถบไม่อยากจะเชื่อว่าในยุคนี้จะเหลือศิลปินพ็อพที่สามารถทำอัลบั้มพอพคุณภาพสูงระดับนี้หลงเหลืออยู่ แม้ว่าหลายสถาบันจะสับในเรื่องของภาพลักษณ์ศิลปินที่อาจจะดูจืดชืดจนทำให้ตัวของอัลบั้มแลดูผิวเผินน่ามองข้ามไปจนถึงบางสำนักที่ใจร้ายถึงขั้นจิกว่าก็แค่อัลบั้มพ็อพเพราะธรรมดาๆที่รอวันเลือนลางไปกับกาลเวลาไร้ค่าน่าจดจำ เอาเป็นว่าต่างจิตต่างใจนะคะคนเราสัมผัสกันเอาเองแล้วประเมินค่าความชอบความชังเป็นการส่วนตัวดีกว่า
ซิงเกิ้ล
Bad Day (5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่เป็นสะพานทอดไปสู่ความสำเร็จอย่างสวยงามของตาคนนี้ตั้งแต่ฟันอันดับหนึ่งบิลบอรืด อันดับสองยูเค ได้รับเลือกประกอบโฆษณษโคคา-โคลาไปจนถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขาศิลปินชายยอดเยี่ยมประจำปี2007แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความสำเร็จในฐานะหนึ่งในเพลงที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางด้วยความโดดเด่นของภาคดนตรีแบบมิดเทมโพพ็อพบัลลาดผสานอารืแอนด์บีและกลิ่นของร็อคจางๆบนความสง่างามของคีย์บอร์ดซึ่งเป้ช็นตัวเอกในการขับขานภาคดนตรีเคียงคู่ไปกับท่อนคอรัสอันแสนติดหูและภาคเนื้อหาที่กรีดกระแทกไปถึงกลางใจ แม้ว่าอาจจะถูกค่อนขอดโดยผู้ฟังระดับสูงบางคนว่าพ็อพจ๋า ฉาบฉวยและดาดื่นก็ตามแต่ในทางกลับกันก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธถึงข้อเท็จจริงที่ว่านี่คือหนึ่งในเพลงพ็อพที่ไพเราะติดหู เข้าถึงง่ายหากแต่ลึกซึ้งเหนือสิ่งอื่นใดคือความครบถ้วนในองค์ประกอบที่สมค่ากับความเป็นพ็อพคุณภาพที่สุดเท่าที่เคยได้ยินในรอบหลายปีเลยทีเดียว
Jimmy Gets High (4) อดัลท์คอนเทมโพลารีย์พ็อพบัลลาดที่สามารถเขยิบเข้าสู่ความเป็นบัลลาดพ็อพร็อคผสานเมนท์สตรีมพ็อพตั้งแต่ช่วงกลางเพลงได้อย่างเนียนๆ ส่วนตัวฟังแล้วขนลุกมากค่ะภาคดนตรีอบอุ่นสวยงามละเมียดละไมคลอเคลียไปกับเสียงร้องอันหวานหยาดเยิ้มไพเราะและท่อนคอรัสที่ติดหูชะงัด เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ครบเครื่องในควมเป็นบัลลาดดีๆเลยทีเดียว (ว่าแต่ทำไมต้องทำเสียงแหลมเฟี้ยวเป็นBee Geeวอนน่าบีแบบนั้นล่ะคะคุณพี่ ร้องกลางๆแบบเป็นตัวของตัวเองก็เพราะอยู่แล้ว)
Free Loop (3.5/5) ซิงเกิ้ลถัดไปในรูปแบบกึ่งๆพ็อพอารืแอนด์บีบัลลาดผสานสรรพสำเนียงเพียโนร็อคในตัวเพลงได้อย่างมีชั้นเชิง เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่จัดว่าเพราะและลงตัวควรค่าแก่การตัดเป็นซิงเกิ้ลสวยๆแบบไม่หวังผลแพ้ชนะได้อย่างไม่น่าเกลียด
Lie To Me (3.5/5) ในที่สุดเราก็ได้ยินอะไรคึกๆคักๆกันเสียทีนะคะ พ็อพสนุกๆจังหวะละเมียดละไมที่เสริมทัพด้วยฟั้งค์ อาร์แอนด์บีและร็อคได้อย่างลงตัวและแน่นอนเป็นอีกครั้งที่ท่อนคอรัสสามารถกระชากใจผู้ฟังได้อย่างเหนือชั้นอีกครั้ง เพราะมากๆ แต่แหม! ท่อนคอรัสนี่ไม่ทราบว่าคุณพี่ไปเชิญตาลุงแบร์รี่ กิ๊บวงBee Geeมาเข้าห้องอัดด้วยป่าวคะเนี่ย อีแบบนี้มันเกินคล้ายจนกลายเป็นโคตรเหมือนแล้วค่ะ หึหึหึหึ
Love You Lately (2/5) ซิงเกิ้ลปิดอัลบั้มที่เป็นแทร็คใหม่แถมไว้ในซีดีเวอร์ชั่นดีวีดีแพ็คเกจน่ะค่ะ ตัวเพลงเป็นพ็อพบัลบาดเพราะๆที่ฟังแล้วนึกถึงบัลลบาดสวยๆของศิลปินอย่างร็อบบี้ วิลเลี่ยมส์/Bee Geeไปยันเอลทัน จอห์นน่ะค่ะ ก็เพราะดีนะตคะถ้าคิดจะฟังเพลินๆแต่สำหรับเดี๊ยนรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าที่ควร
แทร็คอื่นๆ
เปิดอัลบั้มได้สวยมากๆกับ Song 6 (4.5/5) กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะฆ่ากันตายไปเลยเชียวค่ะ ตัวเพลงยืนพื้นที่พ็อพเนิบๆจังหวะละเมียดละไมกึ่งบัลลาดที่ผสานฟั้งค์ โซลและอาร์แอนด์บีเข้าด้วยกันได้อย่างทรงเสน่ห์สุดๆ ส่วนตัวขอสารภาพว่าฟังแล้วปิ๊งตั้งแต่ตัวโน๊ตแรกยิ่งมาถึงช่วงคอรัสยิ่งกระซวกคนฟังให้ตกอยู่ในมนต์สะกดของความไพเราะและสวยงามของเสียงร้องและภาคดนตรีชนิดฝังรากฝังโคนลึกแบบถอนตัวได้ยากยิ่ง เป็นแทร็คที่ชอบที่สุดแล้วในอัลบั้มนี้ มาที่ Suspect (2/5) ต๊ายยยยย!!Jamiroquaiจ๋ามากกกกกกกกกก แปลกดีนะคะแทร็คนี้คือจะฟังให้เก๋ก้ได้เสร่อก็ได้แล้วแต่พระทัยจะกรุณา ภาคดนตรีเป็นพ็อพฟั้งค์ผสานร็อค อาร์แอนดืบี อินดี้ไปจนถึงเต้นรำแบบติดกลิ่นทริพฮอพอ่อนๆ เป็นแทร็คที่มีข้อดีคือโดเด่นและแปลกแยกที่สุดในอัลบั้มแต่สำหรับเดี๊ยนฟังแล้วขอบอกว่าไม่เข้าหู ไม่ลงตัวและไม่เข้ากับภาพรวมของอัลบั้มอย่างแรง น่ะค่ะ ต่อด้วย Styrofoam (3/5) พ็อพบัลลาดเพราะหวานๆที่มาแนวเรื่อยๆมาเรียงๆแต่ฟังในระยะยาวก็จัดว่าเพราะเอาเรื่องอยู่ ชอบตรงที่แทรกความเป็นไลท์แจ๊ซซ์กับคลาสสิคอาร์แอนด์บีไว้ได้อย่างลงตัว
Hollywood (3/5) ต๊ายยยยยยยยยยยยย มีใครคิดเหมือนเดี๊ยนมั้ยคะว่าเสียงตาแดในเพลงนี้นี่ถอดไอ้หยอยจัสตินออกมาเลย (555 ฟังแล้วขำอ่ะ หรือว่าเดียนหูหาเรื่องไปเองหว่า) นี่คุณพี่ไม่รุ้ตัวเลยเหรอคะว่าคุณพี่แบบธรรมดาสามมัญมันก็ดีอยู่แล้วอยู่แล้วแต่ยังไงก็นับถือในความพยายามที่จะเป็นแบบคนอื่นหลายคนดีนะคะ ตัวเพลงเป็นภาคที่อ่อนลงมาอีกหนึ่งช่วงตัวของ Lie To Me แต่ก็แอบเก๋ตรงพยายามจะหยอดบีทฮิพฮอพนั่นแหละค่ะ ฟังเพลินดี แทร็คถัดไป Lost On The Stoop (4/5) แหมๆๆๆๆ ว่าแล้วว่าจะต้องมีแบบนี้หลุดมาให้ฟังซักเพลง ตัวเพลงเป็นพ็อพอารืแอนด์บีบัลลาดผสานสรรพสำเนียงบลูส์โซลหม่นๆแม้ว่าจะแลดูหดหู่เกินภาพรวมแต่ฟังฟังแล้วส่วนตัวประทับใจนะคะ อัลบั้มหน้านี่ถ้าคิดจะลงไปเอาดีทางสายเออร์บันจัดๆเลยก็มีแววว่าน่าจะออกมารุ่งอยู่ ส่งท้ายด้วย Give Me Life (3.5/5) ปิดท้ายอัลบั้มแบบสบายๆกับพ็อพผสานฟั้งค์ อาร์แอนด์บี ดาวน์เทมโพและโซลจางๆ บอกลาผู้ฟังได้เรียบๆนิ่งๆแต่เท่ห์สุดๆ
สรุป
สำหรับเดี๊ยนขอเถียงขาดใจสำหรับผู้ที่บอกว่า "อัลบั้มนี้ก็แค่อัลบั้มพ็อพธรรมดาๆ" เพราะเมื่อสาวนตัวได้ลงไปสัมผัสเนื้อในจนถึงแก่นแล้วมันมีอะไรพิเศษเหนือกว่าคำว่าธรรมดาที่เป็นเพียงกรอบที่การสัมผัสโดยผิวเผินจะไม่สามารถทะลุคำครหานี้ไปได้ เพชรแท้มันเจิดจรัสอยู่ในตัวอยุ่แล้วล่ะค่ะอยู่ที่ว่าผู้ที่ถือเพชรเม็ดนั้นจะมอบเวลาในการเจียระไนมันและอดทนรอเวลาให้มันเปล่งแสงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ได้รึเปล่าก็เท่านั้น
แก้ไขล่าสุดโดย Da Nastina เมื่อ Fri Jul 25, 2008 12:11 am, ทั้งหมด 5 ครั้ง
_________________






