The findings last month of McMaster University researcher Sandra Witelson are only the latest in a growing body of scientific research seeking to establish a biological or genetic link to homosexuality. การค้นพบครั้งล่าสุดโดย Sandra Witelson แห่งมหาวิทยาลัยแม็คมาสเตอร์ (McMaster University) นั้นเป็นเพียงผลงานวิจัย ทางวิทยาศาสตร์อีกชิ้นหนึ่ง ที่พยายามจะชี้ให้เห็นว่า ชีววิทยาหรือพันธุศาสตร์ กับความเป็น
homosexual นั้นมีความเกี่ยวข้องกัน
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แม้ว่างานวิจัยในห้องปฏิบัติการทั้งหลาย จะถือว่ายังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็ยังมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า มีปัจจัยทางชีววิทยาบางอย่าง ที่เป็นตัวกําหนดรสนิยมทางเพศ แม้ว่า จะยังไม่อาจสรุปได้ว่า ปัจจัยดังกล่าวนั้นคืออะไร
But there is little consensus in either the scientific or gay communities about what will be done with this information, what the implications of it are, who is responsible for the effects of this research, and even why it's being done. อย่างไรก็ตาม มีความเห็นที่ไม่ค่อยตรงกันนัก ไม่ว่าจะใน สังคมวิทยาศาสตร์เอง หรือ สังคมชาวเกย์ก็ดี ว่าจะนําเอาความรู้ดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์อย่างไร ผลกระทบที่อาจจะตามมา มีอะไรบ้าง และใคร จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลเสียที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งว่า ทํางานวิจัยดังกล่าวขึ้นมาทําไม
งานวิจัยของ Witelson ค้นพบว่าขนาดของ isthmus (ส่วนคอด) ของ corpus callosum ซึ่งเป็นทางผ่าน ที่เชื่อมระหว่างสมองซีกซ้ายและขวา นั้นมีความแตกต่างกัน [เปรียบเทียบ heterosexual กับ homosexual]
Witelson พร้อมด้วย ผู้ร่วมงานที่มหาวิทยาลัยของเธอ และ นักวิจัย แห่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ ใน Toronto ได้ทำการพิเคราะห์ สมองของ ชายที่เป็น heterosexual 10 คน และ homosexual 11คน และ พบว่า คอคอด ของ ชายที่เป็นเกย์ มีความหนากว่า heterosexual ถึง 13 เปอร์เซนต์ แต่กระนั้น ชายที่เป็นเกย์บางคน ก็มี คอคอด บางกว่า ชายที่เป็น heterosexual
สําหรับแนวความคิดที่ว่า ปัจจัยทางชีววิทยา มีบทบาทในการกําหนดความเป็นเกย์นั้น Witelson กล่าวในการประชุมประจําปี ของสมาคมประสาทวิทยา (Society for Neuroscience) ที่หาดไมอามี่ รัฐฟลอริดา ว่า "แน่นอน เราไม่ได้หมายความว่า สิ่งแวดล้อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง [ต่อการกําหนดความเป็นเกย์] แต่เราหมายความว่า สิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถอธิบาย เรื่องราวทั้งหมดได้"
( แปลเป็นไทย แบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ : สิ่งแวดล้อมมีผลแค่บางส่วนเท่านั้น )
But it's not clear whether the brain differences found so far really influence sexual orientation, or are the results of it. อย่างไรก็ตาม เรายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าขนาด isthmus ของสมองที่แตกต่างกันนั้น เป็นสาเหตุที่ทําให้เป็นเกย์ หรือว่า เป็นผลลัพธ์มาจากความเป็นเกย์ กันแน่
ในปีที่แล้ว ได้มีการโต้แย้งกัน เกี่ยวกับการค้นพบของ Dean Hamer ซึ่งเป็นนักพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล แห่งสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institute of Health) ที่เมือง Bethesda รัฐแมรี่แลนด์ Halmer กล่าวว่าเขาได้ค้นพบ ตําแหน่งบนโครโมโซม X ซึ่งพบว่ามีความเหมือนกันในพี่น้องที่เป็นเกย์ ตําแหน่งดังกล่าวนี้เรียกว่า Xq28 [คําอธิบาย: X หมายความว่า ตําแหน่งดังกล่าว อยู่บนโครโมโซม X, ส่วน q หมายความว่า ตําแหน่งดังกล่าว อยู่บนแขนที่ยาวกว่า ของโครโมโซม (ถ้าเป็นแขนสั้นจะใช้ p), และ 28 บอกระยะห่าง (เป็นหน่วยทางพันธุศาสตร์) จากจุดเชื่อม ที่เป็นรอยต่อ ของแขนสั้น และ แขนยาวของโครโมโซม] Halmer ชี้ว่าตําแหน่งดังกล่าว อาจจะ มีส่วนในการกําหนดรสนิยมทางเพศก็ได้ แม้ว่าการค้นพบยีนที่กําหนดความเป็นเกย์ (gay gene) นั้นจะยังเป็นเรื่องที่ยังห่างไกล [ปัจจุบันรู้แค่ตําแหน่งคร่าวๆ ซึ่งในตําแหน่ง Xq28 นี้สามารถบรรจุยีนได้เป็นร้อยๆ ยีน] แต่กลุ่มผู้สนับสนุนงานวิจัยลักษณะดังกล่าว เชื่อว่า มันจะช่วยให้ สังคมยอมรับคนที่เป็นเกย์มากขึ้น Halmer ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Out ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับเรื่องรักร่วมเพศว่า "มันเป็นการท้าทาย คํากล่าวที่ว่า การเป็นเกย์นั้นเป็นความสมัครใจ"
อ่านต่อที่
http://xq28.org/index.php?option=com_content&view=article&id=2:gaygene&catid=1:xq28&Itemid=2
_________________













