˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Avril Lavigne (Music Cassanova#8)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Avril Lavigne (Music Cassanova#8) 




Avril Lavigne (Music Cassanova # 8 )


นับว่าทิ้งระยะออกไปจาก Music Cassanova ครั้งที่แล้วนานพอสมควรนะคะจนมีผู้อ่านหลายท่านถามว่า "คอลัมน์นี้จะยังมีอีกมั้ย?" ซึ่งดิฉันขอยืนยันว่าถ้ายังรีวิวอยู่ในบอร์ดนี้ต่อไปล่ะก็คอลัมน์นี้จะมีมาให้อ่านกันเรื่อยๆแน่นอน เพียงแต่อาจจะไม่ถี่เหมือนกับพวกรีวิวอัลบั้ม ซิงเกิ้ลหรือมายสเปซที่เป็นแนะนำอัลบั้มคร่าวๆ เนื่องจากส่วนตัวอยากจะให้งานชุดนี้เป็นงานเขียนที่อุทิศเฉพาะเจาะจงให้แก่ศิลปินหรืออะไรก็ตามในแวดวงดนตรีสากลที่ "พิเศษต่อความรู้สึกจริงๆ" มากกว่าจะเป็นงานรีวิวที่รีวิวแบบเกลื่อนกลาดตามใจหญิงลมเพลม พัดอย่างดิฉันที่ตั้งกระทู้ว่อนบอร์ดอย่างที่หลายๆท่านเห็นน่ะค่ะ โอเค! สำหรับศิลปินคนพิเศษท่านถัดไปที่ได้รับเลือกให้มาจารึกอยู่ในพิพิธภัณฑ์ทางดนตรีของแนสทิน่าคนนี้เชื่อว่าหลายคนคงต้องยอมรับว่าช่วงใหญ่ๆช่วงหนึ่งเธอเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงดนตรีพ็อพวัยรุ่นไม่เพียงแต่ฝั่งสหรัฐอเมริกาหากรวมไปถึงทกหัวระแหงของอาณาจักรผลส้มสีน้ำเงินใบนี้ เธอเป็นไอค่อนทั้งทางด้านแฟชั่น ทัศนคติ ภาพลักษณ์ตลอดจนเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่มีส่วนผลักดันให้ "ร็อคเกอร์หญิง" กลับมามีบทบาทในโลกของดนตรีกระแสหลักโดยเฉพาะตลาดเพลงวัยรุ่นอีกครั้ง (หรือจะว่าไปจวบจนทุกวันนี้) แน่นอนว่าดิฉันกำลังพูดถึง " อาวริล ลาวีญ" ทีนควีนสุดซ่าส์ แสบสันต์และยากที่จะปฏิเสธว่าเธอคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน ^ ^


คนที่เป็นสาวกตัวจริงของเจ๊วีนหลายคนคงจะจีบปากบอกว่า "โฮะๆๆๆ รู้จักวีนตอนฟังวิทยุแล้วคิดว่าเพลงเจ๋งดีค่ะ ถึงใจวัยรุ่น จุ๊บๆๆๆ","รู้จักวีนตั้งแต่ดูมิวสิควิดีโอ Complicated แล้วมันโดนใจมากค๊าบบบบ อิอิ ผู้หญิงอะไรไม่รู้น่ารัก เซี้ยวๆดีแถมเพลงเพราะอีกต่างหาก" ไปจนถึง "รู้จักวีนเพราะแบบว่าเห็นในนิตยสารครั้งแรกก็รู้สึกถูกใจใช่เลยก็เลยตามไปซื้อซีดี วีนนี่แหละเป็นทีนควีนแห่งยุคตั้งจริงเลยโน๊ะ ยังไงๆก็จะรักวีนเสมอไป (พลางชูสองนิ้งและทำท่าซารางเฮโยประกอบ)" ETC. แต่สำหรับดิฉันที่เป็นสาวกเดนตายของเธอของเธอเช่นกันกลับต้องจีบปากบอกว่า "ไม่ใช่อีแบบนั้นเลยซักข้อ" เนื่องจากวินาทีแรกที่ได้รู้จักกับอาวริล ลาวีญคือวินาทีที่เดิฉันกับเพื่อนสาวกำลังอวดรวยแข่งกันโชว์พาวซื้อเทปในร้านแมงป่องซึ่งก็เป็นธรรมเนียมประจำสามสัปดาห์นะคะว่าใครสู้ตายซื้อข่มอีกฝ่ายได้เยอะกว่าจะเป็นผู้ชนะเหรียญทองพร้อมโซ่ไว้ล่ามตัวเองไปและแน่นอนอัลบั้ม Let Go ของอาวริลคือหนึ่งในผู้โชคดีที่ดิฉันได้เลือกติดมือกลับมาชัยชนะในวันนั้นซึ่งเหตุผลที่หยิบมานี่ต้องขอสารภาพว่าเป็นอะไรที่ "น่าเกลียดสุดๆ" ด้วยความที่ในตอนนั้นส่วนตัวไม่ได้คิดจะฟังเลยคือดแค่หน้าปกแล้วแบบ "เออ!เจ๊คนนี้น่ารักดี หุหุหุ เราชอบทำความรู้จักกับคนหน้าตาดีซะด้วยว่าแล้วซื้อไปดองดีกว่าจะได้ชนะอีป๊อก (เพื่อนสาว) มันด้วย" พอกลับไปถึงบ้านก็ตรงตามคอนเส็ปท์ "ซื้อมาให้ฝุ่นจับเล่น" โดยแท้เจ้าค่ะเพราะไม่ได้คิดจะฟังเลย2สัปดาห์ก็แล้วดิฉันก็ยัง "อ๊ามมม อ่า ซาเล็บบบบ โฟ ยู๊" ถือตุ๊กตางูวิ่งรอบห้องเอาเป็นเอาตายเหมือน จะเดินนึงผ่านไปแนสทิน่าคนสวยก็ยังไม่รู้ว่า Complicated,Sk8er Boi หรือ I'm With You นี่มันร้องยังไงและมันเป็นเพลงของใครเพราะจริงจังกับการฝึกระบำหน้าท้องให้สวยงามแข่งกับชากิร่าชนิดที่ถ้าแม่เรียนม.ปลายไม่จบก็จะเดินงุดๆเข้าไปร้่อนที่พัฒน์พงศ์ให้เป็นล่ำเป็นสันเป็นอาชีพเรื่องราวเลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ "คุณแม่" เนื่องจากหนึ่งในหน้าที่หลักก่อนภารกิจงานบ้านคือ "การรื้อเทปที่ลูกชายดองไว้มาแกะไปฟังเสียเอง" ไม่อยากจะบอกนะคะท่านผู้อ่านที่เคารพว่าวินาทีแรกที่เสียงเพลงยัยวีนกระแทกหูนี่เป็นอะไรที่เจ็บปวดกรีดแทงความรู้สึกสุดๆเพราะรู้สึกอยากจะตบตัวเองที่ "เพลงดีขนาดนี้ซื้อมาตั้งนานทำไมไม่รู้จักรัีบๆแกะฟัง" จากเหตุการณ์ข้างต้นสิ่งแรกต้องขอบอกว่าอาวริล ลาวีญได้เปลี่ยนนิสัยในการบริโภคดนตรีของดิฉันไปโดยสิ้นเชิงเลยทีเดียวหนึ่งในสิ่งเหล่านั้นคือการสอนให้ดิฉันรู้จักที่จะ "ให้ความสำคัญกับทุกๆศิลปินที่ผ่านเข้ามาในสายตาให้มากขึ้น" ซึ่งก็ต้องยอมรับนะคะว่าเธอคือหนึ่งในส่วนที่ปลุกฝังนิสัยความกล้าที่จะลองสัมผัสกับภาคดนตรีหลายๆแขนงและศิลปินหลายๆท่านซึ่งก็เป็นคุณสมบัติที่นักวิจารณ์ที่ดีสมควรจะมี ซึ่งส่วนตัวก็ดีใจที่สิ่งดีๆที่ได้รับจากเธอแม้ว่ามันจะะผ่านมานานมากแล้วแต่ก็ยังติดตัวดิฉันมาถึงวีนที่นั่งเขียน Tribute ให้เธออยู่นี่ ตามด้วยความประทับใจหลายๆอย่างที่มีต่อตัวเธอซึ่งก็ช่วยหล่อหลอมตัวตนและพฤติกรรมการแสดงออกของดิฉันให้ออกมาชัดเจนและเป็นไปตามแนวทางที่ส่วนตัวอยากจะให้เป็นมากขึ้นเริ่มจาก "แฟชั่น" ซึ่งก็ไม่อายนะคะที่จะบอกว่าอาวริลนี่คือแรงบันดาลใจอันดับหนึ่งในเรื่องการแต่งตัวเลยทีเดียวคือเธอเป็นคนที่จุดประกายให้ดิฉันสนใจแฟชั่น "พั้งค์พ็อพ" แบบจริงๆจังๆตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์การแต่งตัวของตัวเองคือจับสิ่งที่ตัวเองชอบทั้งอะไรที่มันดูพั้งค์ๆหม่นๆดำๆเสียดสีขวางโลกขวางสายตาและดูร็อคๆห้าวหน่อยๆเข้าด้วยกันกับสตรีทสไตล์และแน่นอนต้องไม่แรงเกินไปซึ่งก็เป็นที่มาของคำว่า "Spunky Dracula" ที่ดิฉันเรียกแทนสไตล์และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตของตัวเองเสมอๆ อันดับถัดไปเป็นเรื่องของ "ทัศนคติและภาพลักษณ์" สำหรับดิฉันถ้า "มาดอนน่า" เป็นตัวแทนของมุมมองในส่วนของการรับมือกับชีวิตตัวเอง สัจธรรมและสังเวียนใน สังคมมนุษย์ "คริสทิน่า อากิเลร่า" คือบุคลิกภาพ รสนิยม จิตวิญญาณและความขบถทะเยอทะยานที่ตะกายไปให้บรรลุถึงทุกจุดมุ่งหมายของชีวิตและ "พิ้งค์" เป็นตัวแทนของการตอบสนองปฏิกิริยาด้านต่างๆต่อเพื่อนร่วมโลก (น่าสยองดีเนอะ!) สำหรับ "อาวริล ลาวีญ" ก็คงจะเปรียบเสมือนเกราะที่เป็นทั้งเกราะที่ใช้ป้องกันตัวจากภาพลักษณ์ คำพูดและแนวคิดที่ไม่ใครจะแสดงความเป็นมิตรกับใครเืท่าใดนักซึ่งก็นับว่าช่วยได้เยอะพอดูเลยทีเดียวและรวมไปถึงการเป็นเกราะที่เพิ่มมิติที่แตกต่่างและโดดเด่นให้ "เพศสภาพ" ของตนแก่ชีวิตบนท้องถนนในสังคมยุคสุดท้ายของโลกที่เต็มไปด้วย "การล่อลวง การเอารัดเอาเปรียบ ความอำมหิต การดูถูกเหยียดหยาม วัตถุนิยมและที่สำคัญพวก "เกย์" โหลๆโง่ๆโดยแท้" ท้ายที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ "ใจ" ที่มันสื่อสารกันได้จากงานดนตรีของเธอ สิ่งหนึ่งที่ต้องขอบอกว่าชื่นชมในตัวอาวริลมากๆนั่นคือเธอเป็นศิลปินวัยรุ่นที่ทำเพลงสนองความเกรี้ยวกราด ความมืดหม่น ความหดหู่วิปริตและด้านดาร์คๆโหดๆได้ถึงในระดับที่ดีมากเลยทีเดียวและด้วยความที่ส่วนตัวเป็นคนที่มีด้านหมองหม่นในตัวสูง เป็นคนยากที่จะเข้าใจ อารมณ์รุนแรงเกรี้ยวกราดและหยาบคายเหนือสิ่งอื่นใดเป็นคนอ่อนแอนะแต่โหดกับชีวิตตัวเองมากจนกลายเป็นแกร่งในสายตาคนอื่นแล้วพอมาเจอเพลงที่กระตุ้นบรรดาความรู้สึกไม่โสภาดังกล่าวชนิดเข้าใจได้หมดจดขนาดนี้ ความรู้สึกที่มีต่อเธอจึงไม่ต่างอะไรกับพี่สาว ไม่ต่างอะไรกับคนที่มีอาการ ความรู้สึกและพฤติกรรมแบบเดียวกันสำคัญที่สุดไม่ต่างอะไรกับการเจอเพื่อนที่เข้าใจความรู้สึกทุกซอกทุกมุมของเราอีกคนหนึ่งซึ่งมีไม่มากนักและส่วนตัวไม่แคร์ว่าจะเป็นเพื่อนกันแค่ทางดนตรี เป็นภาพลักษณ์เฟคๆที่ถูกปรุงแต่งขึ้นจากโลกมายา โปรดิวซ์เซอร์ไปจนถึงวัฏจักรที่ปราศจากความจริงใจของธุรกิจดนตรีหรือจะเป็นเพียงการสื่อสารที่เราคิดไปเองว่าใจของเรามันสื่อสารกันไปได้ก็ตาม แต่อย่างน้อยแค่ได้มีเพื่อนคนนี้ไว้ปลอบประโลมด้านมืดรวมถึงเติมพลังให้ทัศนคติและพฤติกรรมสุดก้าวร้าวลาวีญวีนไม่เลิกราของตัวดิฉันเองแค่นี้ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักเธอคนนี้


สุดท้ายนี้อยากจะขอบคุณ "ความไร้แก่นสารของตัวเอง" ที่ร้่านแมงป่องในวันนั้นที่ทำให้ทุกวันนี้รู้จักตัวเองมากขึ้นและทุกคร้งที่ได้ย้อนกลับไปมองถึงหลายสิ่งที่ผ่านมานับจากวันนั้นมันภูมิใจที่ได้เห็นว่าเราสามารถหล่อหลอมตัวเองให้ไปยืนในหลายจุดยากๆที่เราต้องการและหาความชัดเจนของตัวเองในวันนี้ได้กระจ่างชัดในแบบที่จินตนาการเคยวาดไว้ว่าอยากให้มันเป็น แม้ว่าทุกวันนี้ชีวิตค่อนข้างจะล้มเหลวนะคะแต่มันน่าประทับใจไม่น้อยที่เรามีโอกาสสร้างจุดยืนทางภาพลักษณ์ ทัศนคติและพฤติกรรมที่เป็นตัวเองชนิดไม่น่าเชื่อ...เพราะใครจะไปเชื่อลงได้ว่านั่งฟังอัลบั้มของเด็กมีปัญหาอัลบั้มเดียวจะทำให้คนอ่อนแอคนหนึ่งมีแรงฮึดที่ีจะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองให้แข็งแกร่งและเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองได้ถึงขนาดนี้




แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Thu Sep 02, 2010 12:31 am, ทั้งหมด 5 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
+555 เด็กๆอยากวอนนาบีอีวีนสุดฤทธิ์ แบบจบม.3นี้จะไปโกรกหัวทอง ทำตัวเหวี่ยงๆ เก๋ แบบตอนนั้นรักมากๆ เป็นนักร้องพั้งค์ร็อคที่รักที่สุดแล้ว แล้วที่สำคัญเมื่อก่อนชอบดนตรีประมาณป็อปร็อค ตัวเลือกแรกคืออีวีนเลย ถึงมันจะด่าใคร ด่าบริต(เมื่อก่อน) รีก็ยังรักมัน ตอนรีลีสwhen u're goneครั้งแรกน้ำตาซึมเลย แบบบ้ามาก นั้งแปลเนื้อgilfriend ฟังอัลบั้มเก่าๆของมัน(เพราะรีมาเป็นแฟนมันช่วงthe best damn thingแต่เริ่มชอบตั้งแต่under my skinแล้ว ตอนนั้นชอบdon't tell me เอาซะมากๆ)และก็บลาๆๆๆ ไลฟ์โตรอนโต้ก็มันส์มาก แอร๊ยยยยย ไอดอลมากๆค่ะตอนนั้น(ตอนนี้ก็โคเรียนเกิร์ลไปแล่ะ+5555)แต่ถึงกระนั้นเมื่อรู้ว่าอีวีนออกอัลบั้มใหม่ก็อดไม่ได้ที่จะตื้นเต้น(เป็นธรรมดานั้นแหล่ะ)ย้อนไปย้อนมา อีวีนถือเป็นไอดอลคนแรกของรีเลยโน๊ะ? นิยามคือใช่มากๆ อีวีนนี้แหล่ะคือตัวรีที่สุดแล้ว(ตอนนั้นน่ะ+555)


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอาเข้าจริงพึ่งมารู้จักอีวีนก็ตอน My Happy Ending ที่เรียกได้ว่าดังระเบิดโคตรๆในสมัยนั้น บวกกัยช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มฟังเพลงหลังจากที่บ้านกระหน่ำให้ฟังแต่ BeeGee เอย The Carpenters เอย พอหลุดจากเพลงแก่ๆมาเข้าสู่วันตัวเองอย่างแท้จริงอย่างฮิลลารี่ย์แล้วเลยเกิดอาการว้อนท์อยากหาคนอื่นฟังบ้าง ผลมาจบที่อีวีนนี่แหละ ก่อนที่จะอยากรู้้จักมากขึ้นย้อนกลับไปฟังอัลบั้มแรก แล้วรู้สึกว่ามันคลิ๊กกัน จนมาอัลบั้มที่สาวแตกก็ยังคงชอบอยู่ และยังเห็นถึงการพัฒนา (แม้ว่าแฟนๆส่วนใหญ่จะไม่ชอบซักเท่าไหร่ก็ตาม) และสิ่งหนึ่งที่ชอบเหมือนเจ๊คืออีนี่มันร้องเพลงได้อารมณ์ดิบตามเนื้อเพลงเชือดเฉือนไปกลางใจกันเลยทีเดียว

แม้ว่าทุกวันนี้จะมีแม่ เคธ โวเกล เบียดทั้งอีวีนและนังหนูฮิลขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทน แต่ก็ไม่เคยทิ้งอีวีนไปไหน ยังคงติดตามอยู่เสมอในลำดับที่สาม (ตามด้วยฮิลในอันดับที่ 4 ส่วนอับดับสองนี่ตอนแรกไม่คิดว่าจะฝ่าฟันเข้ามาได้กับ แครี่ย์ อันเดอร์วู้ด) นะครับผม!!!



_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  

เนคไท้ใส่กะเสื้อยืดถูกใส่กันเต็มถนน บางคนหน้าไม่ให้ก็ยังหยิบมาใส่นะคะ แม้แต่น้องจิน จินตหรา ก็ยังแอบก็อป อ๊ะๆ เกือบลืมว่าเทอเคยบินมาไทยด้วย เริดๆค่ะ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เดี๊ยนรู้จักวีนตั้งแต่อัลบัม Let's go เลยค่ะ ตอนนั้นเรียนอยู่ ป.6
จำได้อ้อนคุณแม่ซื้อซีดีให้ แต่ถ้าอัลบัมที่ดีที่สุดของวีน
สำหรับเดี๊ยนคือ under my skin เนี่ยล่ะค่ะ ชอบที่สุด



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ความรู้สึกกับชีช่วงแรกรู้สึกเหมือนชี เฟคๆงะ เหมือนวอนนาบี ร็อคสตาร์ ทั้งพยายามจะทำตัว หาบๆ เพื่อให้ภาพลักษณ์ออกมาแบบนั้น แถมยังแกว่งปากหาศัตรูอีก กัดไปทั่ว ทั้ว บริท ทั้งติ๊

จำได้ว่ายัยวีนเนี่ยะละ เป็นไม่กี่คนที่ออกมาวิจารณ์บริทแล้วบริทสวนกลับคืนว่า "ขอโทษนะคะ อัลบั้ม Britney ที่ใครๆปรามาตรว่ามันเป็นอัลบั้มที่ขายได้น้อยและเป้นช่วงตกต่ำของฉัน แต่มันขายได้พอๆ กับอัลบั้มแรกที่ใครๆบอกว่าประสบความสำเร็จของชี"เหอๆ

แต่ ก็นะ ต้องยอมรับว่า ชีก็เป็นต้นแบบของทีนไอดอล ตามาเป็นแถว ทั้ง ฮิว แอช และอีกมากมายรวมไปถึงพวกเด็ก ดิสสนี่ย์ตอนนี้ทั้งหลาย ถือเป็นอีกทางเลือกนึงให้คอเพลงได้เลือกฟังเลย I'm With You นี้จำได้เปิดคู่มากับ Beautiful ของติ๊เลย

Complicated จังหวะแบบ The Matrix ส่งให้เป้นโปรดิวที่ฮอตและที่รู้จักมากๆ ฮิตจนมีเพลงแนวคล้ยาแบบนี้ออกมาเพียบ ทั้งเกิดบ้างดับบ้างก็ว่ากันไป ขนาดบริทยังขอจีบมาใส่ในอัลบ้ม ITZ เพลง Shadow รุย หุหุหุ

ส่วนตัวติดตามชีแบบจิงๆจัง ช่วง 2 ชุดแรก พอชุด 3 ก็ ฟังผ่านๆ หวังว่าอัลบั้มหน้าจะกลับมาเจ๋งเหมือนเดิมนะยะ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
คิดแล้วตลก ที่สมัยนั้นแต่งตัวเหมือนชี แล้วจากนั้นมาฉันก็หันมาจับกีต้าร์อย่างจริงจัง ทั้งหมดแล้ว เป็นอิทธิพลจากชี ทั้งนั้น


_________________

>>>...Blink 182...<<<
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ตำแหน่ง AIM Yahoo Messenger MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ผมมาชอบจริงๆจังๆก็อัลบั้มอันเดอร์มายสกินเนี่ยแหละ
เพลงที่ทำให้ผมมาเป็นแฟนคลับเธอเลยก็คือSlipped away ชอบมากๆเพลงนี้

และที่ผมชอบมากที่สุด-ที่สุด-ที่สุดสำหรับเธอคือ "รอยยิ้ม"


_________________


; iambounty
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com