เลดี้ กาก้าได้ให้สัมภาษณ์กับ Vanity Fair ฉบับล่าสุดว่า เธอเหนื่อยเหลือเกินที่จะปฎิเสธการมีเพศสัมพันธ์เพราะว่า เธอกลัวว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นจะทำให้ความสร้างสรรค์ของเธอไม่ระเบิดออกมา –“ฉันมีบางสิ่งที่แปลกต่างจากคนอื่นคือ เธอฉันได้หลับนอนกลับใครแล้ว เขาคนนั้นจะพรากความคิดสร้างสรรค์ของฉันไป พร้อมกับช่องคลอดฉัน”
กาก้าได้ให้สัมภาษณ์อีกว่าเธอไม่ค่อยจะไว้ใจใครสักเท่าไรอีกทั้งเธอยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง กาก้าได้บอกว่า “ฉันคงเป็นผู้หญิงที่โดดเดี่ยวตลอดกาล ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อฉันมีความสัมพันธ์ ในขณะที่ฉันเป็นยังเป็นศิลปินอยู่” เกี่ยวกับในเรื่องผู้ชายกาก้าได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันเขียนรักที่เลวร้ายของตัวเองขึ้นมา ในเพลง Bad Romance ของฉัน มันเกี่ยวกับว่าฉันพยายามที่จะเอาชนะความรัก (ประเภทของความสัมพันธ์) ณ ตอนนี้ฉันยังเป็นโสดอยู่ ฉันไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปทำความรู้จักกับใคร
กาก้าได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องการดื่มของเธอ กาก้าได้บอกว่า บางครั้งเธอก็ยอมดื่มตามใจตัวเอง “ฉันจะไม่พูดโกหกนะ คือฉันก็ดื่มมันเป็นครั้งเป็นคราวนั้น และเมื่อฉันพูดแบบนี้ มันหมายความว่า 2 หรือ 3 ครั้งในหนึ่งปี และฉันพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ฉันไม่ได้เล่นเฮโรอีนอีกแล้ว ฉันพอกับมันแล้วจริงๆ” และกาก้าย้ำอีกว่า “ฉันกลัวเฮโรอีนมากๆๆตอนนี้” กาก้าได้ระลึกถึงช่วงที่กาก้าตกต่ำที่สุด “ฉันนอนอยู่บนเตียงของฉัน ตอนนั้นฉันปวดท้องหิวมากๆ—มันแย่มากๆ---แต่ฉันได้กินสลัดไปหน่อยนะ ทันใดนั้นฉันได้รับโทรศัพท์ว่า : ฉันมาที่ร้านอาหารในอีก 30 นาทีได้ไหม? –ค่ายที่ใหญ่มากๆต้องการจะพบฉัน ---ฉันขอบอกเสริมอีกหน่อยว่า สลัดที่ฉันกินไปนั้นมันเป็นสลัดที่แย่มากๆ มันไม่ค่อยดีต่อร่างการสักเท่าไร มันเหมือนกับไก่ทอด หรืออะไรประมาณนั้น--- กาก้าได้ตอบคนที่โทรมาว่า”ฉันจะไปเดี่ยวนี้เลย” และนั้นฉันได้ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
กาก้าได้พูดต่ออย่างเร็วว่าถ้าให้เขียนเพลงเกี่ยวกับเหตุการณ์ ณ ช่วงนั้นแล้ว “ฉันไม่อยากให้แฟนเพลงของฉันเลียบแบบพฤติกรรมแบบฉัน ฉันไม่อยากให้แฟนคลับของฉันคิดว่าทำแบบนี้แล้วมันจะดี มันคืออดีตของฉัน ณ จุดที่ฉันตกต่ำที่สุดในชีวิต และมันนำมาสู่ความหายนะ”
ณ ช่วงที่กาก้าติดเฮโรอีน แทนที่กาก้าจะรับการรักษา ซึ่งที่กาก้าทำคือ “กลับบ้าน” กาก้าให้สัมภาษณ์ว่า “ซึ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ฉันได้ผ่านจุดที่ต่ำสุดมาได้ และมันก็พอแล้ว พอแม่ของฉันรู้ความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน เธอร้องลั่นโทรศัพท์เลย และแม่ได้บอกทางโทรศัพท์ว่า “ฉันจะไปรับแก กลับบ้านเดี่ยวนี่เลย” ฉันจำได้ต่อว่าฉันนอนอยู่บนเตียงในห้องใต้ดินของบ้านฉัน ฉันได้บอกกับแม่ว่า “ไปหายายได้ไหม” เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันกับพ่อแม่ได้ขึ้นเครื่องบินไปที่ West Virgina ฉันเล่าทุกเรื่องให้ยายของฉันฟัง (ณ ขณะนั้นยายกาก้าอายุ 82 ปี) กาก้าได้เล่าทุกสิ่งทุกอย่าง ร้องไห้ ตอนนั้นฉันคิดว่าชีวิตฉันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ฉันได้ทำงานหนักมาก แต่แล้วไงละ ตอนนี้ฉันจะทำอะไรได้” ยายของกาก้าได้บอกกาก้าว่า “ร้องไห้ออกมาเลย แต่เธอร้องได้แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นนะ เพราะชั่วโมงถัดไปเธอจะต้องหยุดร้อง ล้างหน้าไปเรียบร้อย และกลับไปที่นิวยอร์คซะ และไปจัดการมันเลย”
กาก้าได้พูดถึงการปรากฎตัวในการแข่งขันเยงกี้ เกมส์ ซึ่งทำให้พวกนิตรสารแทปลอยพาดหัวข่าวใหญ่ “ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันคือคนนิวยอร์คแท้ๆ อายุ 24 ปี ผู้หญิงอิตาเลียน พูดที่เกิดและโต ณ ที่แห่งนี้ และพวกเขากล้ายังไงมาทำแบบนี้กับฉัน ? ฉันแค่ต้องการจะไปดูการแข่งขัน แต่เมื่อฉันไปถึง ณ ที่แห่งนั้น พวกเขากลับเล็งมาที่ฉัน พยายามหาเรื่องที่จะเขียน เพื่อเอาไปขายหนังสือพิมพ์ของพวกเขา ฉันจะบอกให้นะ ฉันไม่ใช้ไอ้โง่ --- ฉันรู้ตัวดีว่าฉันคือบุคคลสาธรณะ และฉันก็จำได้ดีว่าฉันแต่งตัวอะไรไป แต่ฉันมันเถอะมันก็เหมือนกับการแลกเปลี่ยนกันที่ฉันจะได้ไปดูการแข่งขัน และแยงกี้นั้นความหมายของฉันคือ จิตวิญญาณของหนุ่มสาวชาวนิวยอร์ก มันสำคัญมากกว่าชื่อเสียงฉันในสิ่งที่ข่าวแทบลอย์ดลง – เพราะว่าอะไรรู้ไหม แฟนคลับตัวจริงของฉันรู้ว่าฉันเป็นยังไง และแฟนคลับฉันก็รู้ว่าฉันทำอะไรอยู่และหมายถึงอะไร เพราะเพลง การแสดงของฉัน มันสื่อถึงสิ่งที่ฉันพูด”
เมื่อกล่าวถึงปรากฏ การประสบความสำเร็จที่รวดเร็วของกาก้านั้น กาก้าให้สัมภาษณ์ว่า “ชื่อเสียงของฉันเพิ่งมาเองนะ 2 สัปดาห์ได้มั้ง ฉันตระหนักถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตฉันอย่างละเอียด ฉันไม่อยากให้มันมาช้าหรือเร็วเกินไป ฉันอยากให้มันมาทีละนิดทีละหน่อย” กาก้าได้เล่าอีกว่า ช่วงที่ฉันออกจากฮอลล์หลังแสดงคอนเสร็จ มีแฟนคลับรอฉันข้างนอกประมาณ 5,000 คน และฉันได้สั่งให้หยุดรถ และฉันได้เดินออกไป พวกเขาตะโกนคำรามเสียงดังมากๆ ฉันจีงได้ปีนกำแพงรั้วขึ้นไป และฉันได้เซ็นลายเซ็นให้แฟนคลับของฉัน ฉันคิดว่าถ้าฉันไม่มีพวกเขา ก็คงไม่มีฉันนั้นไว้นี้” แฟนคลับได้รอกาก้ากว่า 2 ชั่วโมง กาก้าได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “มันบ้ามากๆเลยนะ..ฉันคิดว่า ฉันจะทำยังไงเพื่อให้ดีสำหรับแฟนของฉัน ? ฉันคิดเรื่องนี้มาตลอดเวลา และฉันอยากจะเป็นคนดีกว่านี้เพื่อแฟนคลับของฉัน ฉันต้องการฉันร้องเพลงในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อแฟนคลับ และฉันอยากจะแต่งเพลงหนึ่งที่จะเก็บความรู้สึกดีๆนี่ ในวันหนึ่ง”
ปล.ไม่ได้แปลบทความนานแล้ว หากผิดพลาดขออภัย
http://www.vanityfair.com/online/daily/2010/08/lady-gaga-september-issue.html
ปล2. Headboard อันใหม่สวยดีนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย thoorn เมื่อ Mon Aug 02, 2010 9:34 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง














