Kelly Clarkson - My December (3/5)
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันก็อยากลองก้าวไปในด้านมืดบ้างจะเป็นไรไป...
เชื่อว่าหลายๆคนคงจะไม่คิดที่จะหยิบอัลบั้มในประวัติศาสตร์ความพินษศอัปยศอดสูของเจ๊ใหญ่แห่ง American Idol นางนี้มาฟัง เนื่องจากเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาว่าอัลบั้มนี้มัน "ง่อย" "ฟังไม่เข้าหู" และสารพัดบลาๆ หลังจากที่สองอัลบั้มแรกประสบความสำเร็จในรูปแบบของป๊อปร็อคที่เป็นเมนสตรีม นางเลยอยากจะพัฒนาตนโห้โตขึ้นด้วยกับไม่ใยดีกับตลาด เลือกที่จำทเพลงตามใจฉันอกมาดิบหม่น อ้างว้าง หรือโดดเดี่ยวจนออกมาเป็นอัลบั้มนี้ครับ
จุดเด่น แน่นอนว่าความเป็นตัวเองสูงมากอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีการปรุงแต่งแบบที่คนนู้นอยากให้ทำคนนี้อยากให้เป็น และเคลียร์ทุกโจทย์ที่ตั้งมาว่า "อะไรคือเคลลี่" อีกทั้งตัวเพลงเนื้อหายังโตขึ้นโดยไม่แยแสตลาดจะรองรับหรือไม่ ถ้าเป็นความกล้าที่ทำออกมาได้ดีในหมู่นักร้องที่จะขบถและแหวกแนวตัวเอง
จุดด้อย แน่นอนว่า "ฟังยาก" ซึ่งในที่นี้หมายถึงว่าคนที่ฟังเคลลี่มาโดยตลอดจะทราบว่างานของเธอเป็นป๊อปร็อคเมนสตรีมธรรมดาๆทั่วไปนั่นแหละ พอมาอัลบั้มนี้แม้ว่าจะแนวดนตรีเดิมแต่การที่ฉีกภาคดนตรีและเนื้อหาให้ดิบ โต รวมถึงสิ่งต่างๆที่สื่อไปในด้านมืด ทำให้อัลบั้มนี้ดูยากที่จะเข้าถึงไปถนัดตา ซึ่งเมื่อเทียบกับ Mandy Moore อัลบั้ม Wild Hope แล้ว ทั้งที่ฉีกเนื้อหาและดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเหมือนกัน แต่ก็สามารถที่จะแปรรูปดนตรีให้ฟังง่ายและหม่นดิบและขบถไปพร้อมๆกัน ซึ่งตรงจุดนี้เคลลี่ยังทำได้ไม่ถึงครับ
ซิงเกิ้ล
Never Again (3.5/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้มที่กระหน่ำทั้งกลองทั้งกีต้าร์รวมถึงการสาดพลังเสียงอย่างเมามัน ในรูปแบบเพลงป๊อปร็อคดิบๆ ทำออกมาได้โอเคและบรรลุจุดประสงค์คือ สะใจ มาที่ Sober (3.5/5) บัลลาร์ดป๊อปร็อคสามัญธรรมดาที่โครงสร้าง โคตรอเมริกันจ๋าชนิดที่เกลื่อนกลาดตลาดวงการเพลงป๊อป ป๊อปร็อคกันเลยทีเดียว สื่ออารมณ์ออกมาได้ดี แต่ไม่มีอะไรให้จดจำสักเท่าไหร่ ในขณะที่ One Minute (2/5) เจ้าหล่อนก็เลยพลิกจากป๊อปร็อคธรรมดามาเล่นลูกเล่นอิเลคโทรนิคแดนซ์เข้ามาผสมซึ่ง... มันไม่ได้เข้ากันเลย เหมือนมันแยกออกมาเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ปิดท้ายด้วยซิงเกิ้ลปิดอัลบั้มอย่าง Don't Waste Your Time (3/5) ป๊อปร็อคคอนเทมโปลารี่กึ่งบัลลาร์ด ฟังง่ายย่อยง่ายที่สุดในอัลบั้ม ก็ถือว่าคิดถูก เพราะอย่างน้อยอัลบั้มมันก็แป้กไปแล้ว ปล่อยเพลงฟังสบายๆให้คนเขายังจำได้ว่ามีอัลบั้มนี้อยู่ในสารระบบของ Kelly Clarkson บ้าง (แม้ว่าจะมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าหล่อนเคยออกอัลบั้มนี้มาก็ตาม)
เพลงอื่นๆ
เพลงแรกที่ฟังแล้วชอบเลยคือเพลง Haunted (4/5) ที่แค่ขึ้นอินโทรมาก็เหมาะชมกับชื่อเพลงแล้ว ตัวเพลงเป็นป๊อปร็อคดิบๆลอยๆก่อนที่จะระเบิดพลังในท่อนฮุค ถ้านึกไม่ออกก็ลองนึกถึงพวก Avril Lavigne หรือ The Veronicas ภาคดิบกว่าเอาละกัน มาต่อกันที่ Irvine (3/5) ที่หล่อนพลิกจากร็อคในอัลบั้มมาในแนวป๊อปโฟล์คติดกลิ่นคริสเตียน มาแบบงงๆว่า "มาได้ไงวะ" แต่อย่างไรก็ตาม เพลงนี้ก็เข้าขั้นโอเค ทั้งนี้หล่อนยังซ่อนป็อปโฟล์คธรรมดาๆไว้ในเพลงอีกหนึ่งเพลงเป็นฮิดเด้น แทร็ค Chivas (2/5) ป๊อปโฟล์คลอยๆที่ดูไร้จุดมุ่งหมายอย่างแรง เหมือนเพลงแต่งเล่นร้องเล่นแถมเล่นอะไรประมาณนั้น อีกเพลงที่ฟังแล้วน่าจะชอบได้ไม่ยาก Be Still (4/5) ป๊อปโฟล์คอดัลท์คอนเทมโปลารี่ฟังสบายๆมากๆ ผ่อนคลายจากอารมณ์ดิบๆรือหนักๆในอัลบั้มได้ดี ส่วน Maybe (2.5/5) เป็นป๊อปโฟล์คคอนเทมโปลารี่ติดกลิ่นบลูนิดๆก่อนจะไประเบิดพลังในหลังกลางเพลง แต่คิดว่าควรจไปทำเป็นเพลงร็อคล้วนๆเสียมากกว่า อีกอย่างหล่อนร้องจะร็อคก็ไม่ร็อคจะโฟล์คก็ไม่โฟล์ค ดูสับสนพิกลๆ
อีกเพลงที่ชอบและถ้าตัดน่าจะไปได้ดี Hole (3.5/5) ป๊อปร็อคแอนด์โรลด์ที่ดนตรีน่ารักปนเท่มิหยอก อีกทั้งยังฟังง่ายและเมนสตรีมสูงกว่าเพลงในอัลบั้มทั้งหมดอีกด้วย มาที่ Judas (2.5/5) ที่ชื่อเพลงกับดนตรีสวนทางกันอย่างแรง นึกว่าจะได้ฟังอะไรเพราะๆ ที่แท้ก็ป๊อปร็อคธรรมดาเหยาะความหม่นลงไปนิดๆหน่อยพอเป็นพิธี ต่อด้วย Yeah (3.5/5) ที่เล่นลูกเล่นของเพลงร็อคยุค 80 มาเล่น ก็โอเคในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรให้จดจำสักเท่าไหร่ ปิดท้ายด้วย Can I Have A Kiss ? (3/5) ที่มาในรูปแบบของร็อคโฟล์คที่ดูเมนสตรีมขึ้นมาจกเพลงอื่นๆฟังง่ายและย่อยง่ายดี
สรุป เป็นอัลบั้มที่หลายๆคนตีตราตีหน้าก่อนฟังเพราะทราบมาจากปากคนอื่นว่า "เพลงเหี้ยอะไรวะ" บ้าง ไม่ก็ "ฟังไม่เข้ารูหู" บ้าง ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ความเมนสตรีมที่มีนั้นน้อยกว่าอัลบั้มที่ผ่านๆมา รวมถึงภาคเนื้อหาก็พยายามที่จะโตและฉีกไปจากแนวเดิมอีกด้วย ถ้าเปรียบว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่จะบ่งบอกว่าฉันโตแล้ว อัลบั้มนี้ก็ถือเป็นอัลบั้มที่ดีอัลบั้มหนึ่งครับ หากแต่ถ้าจะบอกว่านี่เป็นอัลบั้มที่ฉันว่าจะให้ประสบคามสำเร็จเต็มที่ อัลบั้มนี้ก็จะล้มเหลว ซึ่งดูจากจุดประสงค์ที่ลงทุนนั่งปั้นเพลงเองทุกเพลง มันก็คือการที่จะพัฒนาตนเองให้โตขึ้น (แม้ว่าอัลบั้มต่อมาจะยอมให้เป็นเมนสตรีมเพื่อให้ขายออกก็ตาม) ก็ถือว่าอัลบั้มนี้ประสบคามสำเร็จตามวัตถุประสงค์ดี ถ้าอยากจะลองฟังอะไรที่มากกว่าคำว่า Kelly Clarkson ที่เคลือบไปด้วยสารจากโณงงงานอุตสาหกรรมดนตรีหลัก แนะนำให้ลองฟังอัลบั้มนี้ดูครับผม!!!
ปล.ขอทดลองเปิดการใช้การโหวตให้คะแนนอัลบั้มดูด้วย ไม่รู้ว่าจะมีคนโหวตรึเปล่าเนี่ย เฮ่อๆ
แก้ไขล่าสุดโดย paradizer เมื่อ Thu Apr 15, 2010 7:55 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
_________________
April fighting! + angel Sojin�









