Rihanna - Rate R (3.5/5)
ณ วินาทีนี้ คนที่จะดังและแรงตีคู่คี่กับอีก้าได้คงต้องยกให้น้องห่านนาเสียงบี้ Rihanna ที่ปล่อยอัลบั้มใหม่ออกมาให้แฟนๆและแควนๆ(แฟนขาจร)ได้มึนตึ๊บว่า "ไหงคราวนี้มาหม่นจังวะ" ซึ่งแน่นอนในจุดนี้ต้องยอมรับว่าอาจจะเสียฐานแควนๆไปค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน
จุดเด่น ฉีกแนวและหนีเงาความเป็น Beyonce' แทบหมดจด หลังจากที่อัลบั้มที่แล้วก็ฉีกตนเองมาทำป๊อปคลับแดนซ์รวมถึงป๊อปอาร์แอนด์บีบัลลาร์ด มาในอัลบั้มนี้ห่านฉ๊กออกไปอีกในภาคที่ดนตรีหม่นมากขึ้น มีการหยิบดนตรีร็อคเข้ามาผสมผสาน ซึ่งงานที่ออกมาก็เข้าขั้น ดี-ดีมาก อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่องพัฒนาการการใช้เสียงและเทคนิคการร้องในเพลงช้าที่ร้องได้ดีขึ้นและน่าฟังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จุดด้อย ด้วยตัวเพลงที่ดิบหม่นขึ้น บวกกับความเป็นร็อคที่ใส่เข้ามาทำให้บางทีห่านยังดุ "หลุดๆ" เนื่องจากยังร็อคไม่ถึงบ้าง (ในที่นี้หมายความว่าการเลือกใช้ช่องเสียง เพราะห่านลงจังหวะร็อคได้ถูกที่ถูกทางแล้ว) รวมถึงความกล้าที่จะฉีกแนวอย่างเห็นได้ชัด ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม อีกทั้งบางเพลงก็ยังมีความเนือยค่อนข้างสูง ฟังแล้วพาลเบื่อเอาได้ง่ายๆ
ซิงเกิ้ล
Russian Roulette (4/5) ป๊อปอาร์แอนด์บีบัลลาร์ดที่ดิบและหม่นจนเกินจะคาดว่าจะเป็นเพลงเปิดตัวของห่าน ด้วยที่ก่อนหน้านี้มักจะมาในรูปแบบของเพลงเร็วไม่ก็เพลงช้าแบบสดๆไม่หม่นมาก แต่นี่กลับฉีแนวไปกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามต้องขอชมที่ว่าพัฒนาศักยภาพฝนการร้องเพลงช้าได้ดีขึ้นมาก ทั้งเรื่องของเทคนิคและการสื่ออารมณ์ และเมื่อดูท่าว่าจะแป้กเมื่อเทียบกับอัลบั้มที่แล้ว เลยตัดเพลงที่ดูสดใสกว่าแต่ก็ยังไม่ทิ้งความดิบหม่นอย่าง Hard (3.5/5) ที่ได้ Young Jeezy มาช่วยเสริมทัพ ตัวเพลงเป็นอาร์แอนด์บีฮิพฮอพที่ติดกลิ่นป๊อปค่อนข้างสูง ก็ออกมาโอเคแต่ดูเนือยไปหน่อย ในขณะที่เมื่อเห็นแล้วว่าปล่อยของหม่นออกมาดูท่าจะไม่เข้าทีซะแล้ว ซิงเกิ้ลที่สามเลยปรับให้มีความสดใสและเข้าไปในรูปแบบของคลับแดนซ์แทนที่จะเป็นความดิบหม่น Rude Boy (4/5) เลยเป็นตัวเลือกที่ดีครับ ป๊อปอาร์แอนด์บีในรูปแบบคลับแดนซ์ ช่วยดึงกลุ่มแฟนขาจรที่หลีกหนีไปจากสองซิงเกิ้ลแรกได้ดีทีเดียว ส่วน ROckstar 101 (3/5) ที่ได้ Slash มาเสริม ตัวเพลงเป็นฮิพฮอพอาร์แอนด์บีติดกลิ่นร็อคจ๋าสมชื่อเพลง แต่ว่าเพลงนี้เนือยมากคือฟังแล้วน่าเบื่อทั้งๆที่เป็นแนวที่ฉีกออกมาและไม่เคยทำมาก่อนแท้ๆ
ส่วนพวกซิงเกิ้ลโปรโมทและตัดที่ต่างประเทศอย่าง Te Amo (3/5) ที่ดันหลุดออกมาก่อนปล่อยอัลบั้ม ก็โอเค ไม่ได้ดีไม่ได้แย่ แต่ส่วนตัวคิดว่ามันเหมือนเพลงเหลือๆจากอัลบั้มที่ผ่านมาเสียมากกว่าที่จะเป็นเพลงใหม่ในอัลบั้มเพราะหลุดคอนเซปต์อย่างเห็นได้ชัด ส่วน Wait YOur Turn (3/5) หรือชื่อเพลงตอนแรกที่ชื่อ The Wait Is Ova ตัวเพลงเป็นฮิพฮพอาร์แอนด์บีติดกลิ่นป๊อปโดยที่ตัวเพลงดูดิบนิดๆ เพลงดี แต่พูดถึงความน่าจดจำแล้วแทบไม่มี อีกอย่างคือ เนือยมาก ยิ่งมาเจอเสียงบี้ๆของตัวนักร้องแล้วยิ่งเนือยเข้าไปใหญ่
แทร็คอื่นๆ
Stupid In Love (3.5/5) ป๊อปอาร์แอนด์บีบัลลาร์ดหม่นๆ แต่ความเป็นเมนสตรีมในเรื่องของโน้ตและโครงสร้างเพลงค่อนข้างสูง แต่อย่างน้อยก็ยังเห็นพัฒนาเรื่องการร้องเพลงช้าของตัวนักร้องได้แม้ว่าจะไม่มากเท่า Russian Roulette ก็ตาม ในขณะที่ Fire Bomb (3.5/5) เพลงที่มีคนเชียร์ให้เจ้าหล่อนตัดเป็นซิงเกิ้ล แต่เหมือนจะไม่อยู่ในสายตาหล่อนป๊อปร็อคบัลลาร์ดติดกลิ่นอาร์แอนด์บีอ่อนๆ (หม่นนะ แต่นิดเดียว ที่เหลือโดนความเป็นเมนสตรีมบดบังหมด) ร็อคได้เข้าที่เข้าทาง๔กจังหวะดี แต่โครงสร้างดนตรีธรรมดาไปหน่อย (แต่ก็ดีกว่า ROckstar 101 ที่เนือยๆ)
มาที่ Photograph (2.5/5) ft. WIll.I.Am ที่แค่ดนตรีขึ้นก็รู้เลยว่าตาวิลวงถั่วดำทำให้ ว่าแต่ลุงดนตรีเดียวสองเพลงหรือเปล่า ทำไมฟังแล้วมันเป็น 3 Words ภาคโจ๊ะกว่า ตัวเพลงเป็นป๊อปอาร์แอนด์บีที่ได้กลิ่นเฮ้าส์ลอยมาอ่อนๆ เพลงนี้เสียงห่านตลกมาก ยิ่งท่อนที่ตาวิลมาร่วมสังคญานาด้วยแล้ว ไม่ไหวนะ ตลกเกิ๊น
อีกแทร็คที่ดูดีมีคุณภาพ G4L (4/5) ที่ห่านลงทุนแรพเองนิดๆหน่อย ดูดิบหม่น ตัวเพลงเป็นป๊อปอาร์แอนด์บีฮิพฮอพเช่นเคย แต่ลูกเล่นเสียงรวมถึงเอฟเฟกต์อะไรดูน่าสนใจกว่าเพลงก่อนๆหน้าดี ปิดท้ายด้วย The Last Song (4/5) อย่างสวยงาม ด้วยเพลงป๊อปอาร์แอนด์บีบัลลาร์ดผสมความเป็นร็อค ที่ลดความดิบหม่นจากเกือบทั้งหมดในอัลบั้มลง ระบายสู่ความอ่อนๆมากขึ้น เป็นเพลงช่วยสำหรับผู้ที่ฟังแล้วอึดอัดๆมาตลอดดี
สรุป ก็ได้เห็นศักยภาพในตัวห่านมากขึ้นทั้งการร้อง การสื่ออารมณ์ และการฉีกแนวตัวเองไปในหนทางใหม่ที่หนีกจากคำว่า Beyonce' ได้ดีทีเดียว
แก้ไขล่าสุดโดย paradizer เมื่อ Mon Apr 12, 2010 10:23 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
_________________
April fighting! + angel Sojin�












