˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Da Nastina : Madonna : Ray Of Light
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Da Nastina : Madonna : Ray Of Light 


Madonna : Ray Of Light : 100%

จริงๆแล้วรีวิวชิ้นนี้เขียนเสร็จตั้งแต่ช่วงวันเกิดเดือนมกราคมที่ผ่านมานะคะ ซึ่งเป็นหนึ่งในของขวัญที่ดิฉันมอบให้ตัวเองในช่วงสัปดาห์ที่สุขและสงบที่สุดเท่าที่ชีวิตเคยประสบมาจากการปลีกตัวเองออกจากทุกสิ่งในโลกของความเป็นจริงก่อนจะหลับตาและดำดิ่งลงไปสนทนากับจิตวิญญาณของตนเพื่อค้นหาความใฝ่ฝัน ความปรารถนาและย่างก้าวแห่งอนาคตที่ใจต้องการอย่างแท้จริงพร้อมทั้งดึงความเป็นนามธรรมเหล่านั้นที่หลับใหลในก้นบึ้งของจิตใจตลอด23ปีของตนเองขึ้นมาหล่อหลอมภาพลักษณื ทัศนคติและวัฒนธรรมสู่โลกแห่งความเป็นจริงบนทิศทางแห่งชีวิตใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างน่ายินดี ขอมอบงานรีวิวชิ้นนี้เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่วินาทีอันมีค่าเหล่านั้นกับ Ray Of Light อัลบั้มที่สมบูรณ์แบบที่สุดตลอดกาลจากมหาราชินีเพลงพ็อพ "มาดอนน่า" ซึ่งเป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีซที่ประดับหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีพ็อพช่วงทศวรรษ90ได้อย่างสมเกียรติและน่าภูมิใจที่สุดในบรรดางานดนตรีของเธอตลอดช่วง3ทศวรรษที่ดิฉันเคยได้สัมผัสมา

รูปแบบดนตรี

สำหรับดิฉัน Ray Of Light คือก้าวกระโดดแห่งพัฒนาการและการระเบิดศักยภาพทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังอีกครั้งของมาดอนน่าหลังจากที่เธอทิ้งห่างจาก Like A Prayer อีกหนึ่งชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซของเธอมาร่วมทศวรรษ โดยแนวทางของการนำเสนอภาคดนตรีในงานชุดนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความสมดุลย์ระหว่างการหลอมรวมดนตรีอิเล็คโทรนิคเข้ากับเครื่องหมายการค้าของมาดอนน่าอย่าง "พ็อพ" ก่อนจะขยับไปเล่นกับภาคดนตรีอื่นๆทั้งเทคโน แอมเบี้ยนท์ แด๊นซ์ ร็อค อินดี้ อคูสติค เวิล์ดและเอ็กซ์เพอริเมนทัลก่อนจะหล่อหลอมเข้าด้วยกันเป็นวงจรทางดนตรีที่ลงตัวเคียงคู่ไปกับภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยการดำดิ่งลงไปบรรลุแก่นแท้ของจิตวิญญาณตนเองและสะท้อนออกมาได้อย่างเกิดอัจฉริยภาพบาดขั้วหัวใจอาณาจักรดนตรีทั่วทั้งโลกจากการระบายภาคเนื้อหาที่เกี่ยวกับสัจธรรม ความรัก ความบริสุทธิ์งดงามของชีวิตตลอดจนวัฏจักรทั้งทางเนื้อหนังและจิตวิญญาณได้อย่างมีชั้นเชิง ส่วนตัวขอยกให้งานชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดตลอดกาลของมาดอนน่าเลยทีเดียว

จุดด้อย

งานชุดนี้ไม่ใช่งานดนตรีที่มาแบบฟังง่าย ย่อยง่ายตลอดจนฟังแล้วถูกหูถูกใจจัดๆบนการอาศัยรอบการฟังเพียงไม่กี่รอบอย่างที่เราคุ้นเคยจากมาดอนน่า (จะว่าไปงานของเธอก็เริ่มฟังยากตั้งแต่ช่วงEroticaและBedtime Storyขึ้นมาแล้ว) ด้วยการที่เธอเลือกที่จะสื่อสานฃรดนตรีโดยผ่านทางจิตวิญญาณมากกว่าภาพลักษณืและสูตรสำเร็จทางการค้าในแบบฉบับทุนนิยมที่เราคุ้นเคยจากเจ้าแม่เพลงพ็อพอย่างเธอ อัลบั้มนี้จึงอาจจะไม่ใช่งานที่ถูกใจสำหรับผู้ฟังบางท่านที่ต้องการมาดอนน่าในอีกด้านนักการตลาดโลกมากกว่า

แทร็คเด็ด

มาดอนน่าทำเอาดิฉันหลุดลอยตั้งแต่แทร็คเปิดอัลบั้ม Drowned World/Substitute For Love (5) อิเล็คโทรพ็อพบัลลาดติดบีทดาวน์เทมโพกึ่งทริพฮอพหวานละมุนเจือหมอกเอ็กซ์เพอริเมนทัลระยิบระยับลอยละล่องที่นอกจากจะฉายแววให้เห็นถึงชั้นเชิงในการทำดนตรีบัลลาดที่มีพัฒนาการขึ้นจากเดิมตลอดจนนำทักษะจากการเทรนด์เสียงที่ได้จากตอนแสดงภาพยนตร์เรื่อง Evita มาใช้ได้อย่างมีชั้นเชิงในเพลงนี้แล้วยังเป็นเพลงที่สะท้อนความสงบทางจิตวิญญาณของมาดอนน่าได้อย่างดีจากภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยการละทิ้งตัวเองจากมรสุมของความเป็นมายาและสารพันสิ่งที่ไม่จีรังในชีวิตสู่การแสวงหา ตระหนักและมอบคำขอบคุณให้แก่คุณค่าของสิ่งที่เรียกว่า "รัก" มาที่ Candy Perfume Girl (5) ที่ส่วนตัวดิฉันขอสารภาพว่าฟังครั้งแรกแล้วถึงกับ "อึ้ง" เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินดนตรีระดับนี้จากมาดอนน่าตัวเพลงเป็นอินดี้ร็อคผสานอิเล็คโทรนิค พั้งค์ตลอดจนลูกเล่นของโพรเกรสซีฟเมทัลอ่อนๆประมาณอวองการ์ตเมทัลซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของเมทัลซึ่งเน้นการนำเสนอบนความสวยงามของคีตศิลป์ทางดนตรีและเนื้อหาที่เจิดจรัสประดุจบทกวีตลอดจนลูกเล่นใหม่ๆที่แฝงความเป็นศิลปะจากการระบายมิติอันพิสดารสุดกรอบของจินตนาการดนตรีในรูปแบบใหม่ๆได้อย่างเหนือชั้น เริ่ด!!!! ต่อด้วย Shanti/Ashtangi (5) ที่เด็ดดวงบนความเป็นกอสเพลภาษาสันสกฤติเคียงคู่ไปกับการระบายภาคเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงการบรรลุทางจิตวิญญาณของตัวเองสู่การคารวะหลักแห่งความเป็นนิรันดร์ของสัจธรรมลงสู่ภาคดนตรีเทคโนติดกลิ่นอายเวิล์ดได้อย่างสมบูรณืแบบเสียจนเล่นเอาดิฉันขนลุกทุกครั้งที่ฟัง สลับมาพูดถึงแทร็คที่เป็นซิงเกิ้ลกันบ้างส่วนตัวขอเริ่มต้นที่ Frozen (5) หนึ่งในซิงเกิ้ลที่เป็นอภิมหามาสเตอร์พีซตลอดกาลของเธอที่เป็นอิเล็คโทรพ็อพผสานแอมเบี้ยนท์สุดหลอนเจือดาวน์เทมโพติดทริพฮอพเยือกเย็นจับขั้วหัวใจประสานด้วยเครื่องสายสุดกรีดกรายงามระยับ นับเป็นแทร็คที่ระเบิดด้านที่ลึกที่สุดในจิตวิญญาณของมาดอนน่าขึ้นมาสื่อสารกับความอำมหิตของโลกโดยแท้ Nothing Really Matters (4/5) ก็สามารถระบายทัศนคติทางจิตวิญญาณอันเหนือชั้นภายใต้เรื่องของกรรม สัจธรรมและความรักลงสู่โลกของอิเล็คโทรพ็อพเต้นรำผสานเทคโน เฮ้าส์และดิสโก้ได้อย่างลงตัว ตามมาด้วย Ray Of Light (4.5/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่เป็นซิงเกิ้ลที่สองก็เป็นพ็อพเต้นรำสุดเก๋ไก๋ที่หล่อหลอมเข้ากับซาวนด์เปรี้ยวๆของดนตรีเทคโนและอิเล็คโทรนิคซึ่งมาดอนน่าถ่ายทอดออกมาได้อย่างเหนือชั้นและมีมิติมาก ฟังแล้วจินตนาการภาพของตนเองยามวิ่งไล่ควานหาความฝัน ความสำเร็จ เป้าหมายและแสงตะวันได้เป็นอย่างดี

สำหรับแทร็คที่ประทับใจที่สุดขอยกให้แก่ Swim (5) และ Skin (5) สองแทร็คทื่ภาคเนื้หาขัดแย้งกันสุดขั้วโดยแทร็คแรกเป็นอิเล็คโทรอินดี้พ็อพร็อตผสานแอมเบี้ยนท์ที่กรีดไปถึงจิตวิญญาณโดดเด่นด้วยภาคเนื้อหาสุดเก๋ไก๋ด้วยการปลุกมนุษยชาติให้หันกลับมาตระหนักถึงบาปที่เราแบบไว้บนตัวก่อนจะดำดิ่งลงไปชำระล้างจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์เหนือพื้นสมุทร อีกนัยหนึ่งเป็นการบรรลุลงสู่แก่นแท้ของจิตวิญญาณตนเองหลังจากระลึกถึงความผิดพลาดทุกสิ่งอย่างที่เคยพัดผ่านเข้ามาในชีวิตก่อนที่จะเกิดใหม่ภายใต้มหาสมุทรแห่งจิตวิญญาณเบื้องลึกอันบริสุทธิ์ของตนเอง ในขณะที่แทร็คหลังเป็นเทคโนแด๊นซ์ติดกลิ่นอายเวิล์ดแบบฮินดูหลอนๆที่ว่าด้วยเรื่องของการฉีกวิญญาณให้จมเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรแห่งมายาและความลุ่มหลงตลอดกาล นับว่าเป็นสองแทร็คที่เล่นความเป็นปรปักษ์ของภาคเนือ้หาได้อย่างมีชั้นเชิง มาที่ Sky Fits Heaven (5) อีกหนึ่งเทคโนแด๊นซ์ที่ร่ายภาคเนื้อหาเชิงปรัชญาที่ว่าด้วยเรื่องของสัจธรรมชีวิต ความศรัทธาในสัญชาตญาณเบื้องลึกตลอดจนการบรรลุสู่เป้าหมายสูงสุดในสิ่งที่ตัวเองฝันโดยมีจุดเริ่มต้นจากการเชื่อในจิตวิญญาณของตน To Have Not To Hold (4.5/5) เป็นอีกแทร็คที่ประทับใจสุดๆกับภาคดนตรีบอสซาโนว่าเย็นๆปะทะชิลล์เอ๊าท์หรูๆสุดไพเราะที่ผสานความเป็นอิเล็คโทรนิค นูแจ๊ซซ์ เล้าจ์นและมนตร์เสน่ห์ของแอมเบี้ยนท์ผสานเอ็กซ์เพอริเมนทัลลึกลับเย็นยะเยือกปลิดวิญญาณ เพราะมาก!!! ปิดท้ายด้วย The Power Of Goodbye (4.5/5) คอนเทมโพลารีย์อิเล็คโทรพ็อพบัลลาดติดแอมเบี้ยนท์ที่กระชากและกรีดแทงไปลึกสุดใจกับภาคเนือ้หาที่สวนทางกับการนำเสนอเชิงอนุรักษ์นิยมโดยจุดประกายสติสัมปชัญญะและเชิญชวนให้ตระหนักถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของสิ่งเล็กน้อยที่ยังหลงเหลือในชีวิตก่อนจะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งบนบทใหม่ของชีวิตอย่างสง่างาม

สรุป

บทพิสูจน์ที่เปี่ยมศักยภาพและสมบูรณ์แบบที่สุดของมห่ฃาราชินีเพลงพ็อพท่านนี้ เป็นงานดนตรีที่ทลายปราการแห่งคำครหาในความสามารถของความเป็นศิลปินในตัวเธอได้อย่างหมดจดราบคาบและเป็นชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซที่เป็นตำนานประดับหน้าประวัติศาสตร์ของอาณษจักรดนตรีพ็อพช่วงทศวรรษ90ที่คอดนตรีทุกท่านสมควรจะมี




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อัลบั้ม ถ้าหยิบมาฟังทุกวันนี้ มันก็ยัง ดู อินเทรนอยู่งะเนอะ เพราะตอนนั้นที่ออกมาเป้นอะไรที่ล้ำมาก สวนกระแสฮิปฮอฟดาดๆ ป๊อบลูกกวาด บัดลาดเลี่ยนๆ และลุคป้าก็เป้นอะไรที่แบบว่า ยิปซี่ เปรี้ยวๆ ดีงะ

แต่ก็เป้นอัลบั้มของมาดอนน่าที่ไม่ค่อยหยิบอัลบั้มนี้มาฟังบ่อยนักไม่รู้ดิฟังแล้วง่วงทุกที ฟังถึง Ray Of Light ทีไรบางครังก็ปิด บางครั้งก็กด ข้ามแทรคไปฟัง Frozen อัลบั้มนี้อาจถูกใจนักวิจารณ์ แต่คงไม่ถูกใจคนฟังอย่างเรานัก

เคยอ่านนิตยสาร POP มีคนอ่านเขาเขียนจดหมายมาถามประมาณว่า อัลบั้ม Ray Of Light ตกลงมันดีหรือไม่ดี เพราะเพื่อนเขาบอกไม่มี พี่ๆ ที่Pop เขาก็อธิบาย ว่าอัลบั้มนี้ดียังไง และทิ้งท้ายว่า คนที่บอกอัลบั้มนี้ไม่ดี เป้นเพราะปกติเขาฟังแต่ Bon Jovi อยู่ รึป่า ฮ่าๆ

เอ็มวี Frozen เป็นอะไรที่ตราตรึกใจจนถึงปัจจุบันมากคะ


แต่อัลบั้มนี้ก็สร้างชื่อให้เจ๊มากเลยทีเดียว ชนะ แกรมมี่ ตั้ง 4 ตัวเหอๆ เริ่ดไปเลย
Very Happy


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ มาดอนน่าน่าสงสารมากที่สุดกับอัลบั้มนี้ แต่ก็เป็นมาสเตอร์พีช 
แต่อัลบั้มนี้ก็สร้าง ชื่อให้เจ๊มากเลยทีเดียว ชนะ แกรมมี่ ตั้ง 4 ตัวเหอๆ เริ่ดไปเลย
แต่ก็ยังไม่ใช่สาขาที่โดดเด่น เธอได้ แค่ best pop of the year ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับเธอ ถ้าเธอสามารถนำ ray of light ได้ album of the year เหรอ record of the year
แต่รางวัลที่เธอได้ดูสิมันน่าน้อยเนื้อต่ำใจมากแค่ไหน
Best Pop Album Ray of Light
Best Short Form Video Ray of Light
Best Dance Ray of Light
Best Package ray of Light

โดยส่วนตัวก็ชอบอัลบั้มนี้นะ แต่น้อยกว่า bedtime storie อัลบั้มนี้เป้นอัลบั้มที่ดีที่สุดในยุคหลังของมาดอนน่า โดยส่วนตัวรีวิวได้ตรงใจมากๆๆ นักวิจารณ์บอกเธอว่าอัลบั้มนี้เธอคือแมว 9ชีวิตที่ไม่มีใครดับเธอได้ในวงการ แต่เราคิดว่าเธอตัดเพลงออกมา ได้ไม่ถูกเวลาเพลงเลยดูกร่อยๆๆ เธอไม่ควรตัดfrozen ก่อน ray of light และไม่ควร ตัดเพลง notthing really matter เลย ซาวเพลงอันน่าเบื่อเฮ้าที่ย้ำซาวไปมาเซ้งจิต และไม่ควรตัด subtitate for love ออกมาเลยเพลงดีๆๆ อย่าง candy perfume girl ไม่ตัด แต่เธอก็เก่งนะ ที่สามารถเปิดตัว hot shot debut ได้ในระดับสุงเลย frozen อันดับ8 และ ray of light อันดับ 5 ยอมรับว่าเธอเก่งจิงๆๆๆ ถามว่าโดยรวมดีไหม ดีเลยเธอก้าวข้ามคำว่าศิลปิน ป็อปอันดาษดื่นมาได้
ชุดนี้ดีหมด เพียงแต่ตัดซิงเกิ้ลไม่ถูกที่ถูกเวลาก็เท่านั้น เธอไม่น่าเอาเพลงที่เป็น hot track อย่าง frozen กับ ray of light มาต่อกันเลย เธอน่าจะเอา บัลลาดมิทเทมโป ผสมอิโทรนิดๆๆ กีต้าร์เบาๆๆมาคั่นกลางมากกว่า

ปล. ไม่มีใครคิดจะรีวิว my love is your love ของมหากาฟย์ทางดนตรีอีกคนเลยเหรอ ใครรีวิวบอกด้วยนะอยากฟังควาามคิดเห็นมากๆๆกับอัลบั้มนี้


_________________
ดีคับผม
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ปลงสิ่งรอบตัวแล้วผันตัวเองเข้าสู่ความสงบและความสุขทางใจมากขึ้น เลยจูนตัวเองเข้ากับธีมของอัลบั้มนี้ได้ง่ายขึ้น

ดนตรีในอัลบั้มนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเปิดใจรับดนตรีที่ส่วนตัวไม่ค่อยคุ้นเคยมากนัก รวมถึงเกียรติประวัติของอัลบั้มนี้ที่ได้แกรมมี่ตั้ง 4 สาขา เลยลองเอามาฟังดู

ช่วงแรกๆรู้สึกว่าจังหวะของการร้องบางท่อนของมาดอนน่าน่ารำคานเอามากๆ อย่างเช่นตอนกรีดช่วงใกล้จบในเพลง Ray of Light ตรงท่อน แอนด์ ไอ ฟีล เอียวววววววววววววววววววว แอร๊ยยยยยยยยยยยย พอฟังๆไปพยายามจะไม่เปิดข้ามแทร็ค ลองให้เวลากับมันเยอะๆ ส่วนมากจะฟังตอนขึ้นรถ



แทร็คที่ประทับใจ

Swim การผสมเสียงดนตรีร๊อคกับอิเล็คโทรเข้าด้วยกัน ตู้มต้าม ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังว่ายลอยตัวทางคลื่นที่หนักแน่นลงตัว

Sky Fits Heaven ชอบการดำเนินดนตรีของมาดอนน่าที่เริ่มจากเนิบแล้วไปเร่งจังหวะเอาตอนใกล้ท่อนแรกของเพลง ให้ความรู้สึกอิสระ แล้วก็สงบในเวลาเดียวกัน หลานคนไม่ชอบการเกากีตาร์ที่มาดอนน่าเอามาใช้บ่อยๆ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าชอบแล้วเป็นเสนห์อย่างนึงของมาดอนน่า ก็แหมมม อีเจ๊แกก็เล่นกีตาร์หากินตามผับมาก่อนหนิคะ

To Have and Not to Hold การเกิดแล้วก็ดับไป นี่ถ้าเจ๊แกลองศึกษาพระพุทธศาสนาจะชัดเจนกว่าไปนับถือคาบาลาห์อีกคะ เพราะหลาๆแทร็คของเจ๊แกสอดแทร็คคอนเซปที่มันเป็นเรื่องของพระพุทธศาสนาทั้งนั้น

Nothing Really Matter จริงๆไม่ได้พิศวาสเพลงนี้ แต่เป็นความดีความชอบจากเอ็มวี

Frozen ไม่มีไรจะพูดจริงๆ คะ เพลงนี้เป็นมาสเตอร์พีชไปแล้ว แล้วส่วนตัวเป็นเพลงแนวๆของมาดอนน่าที่รู้สึกว่าเข้าถึงง่ายกว่าเพลงอื่นๆ



แทร็คที่ชอบแต่ดนตรี


Drowned World/Substitute For Love ถ้ารู้สึกเศร้ากับตัวเองจังฟังคะ แต่ทุกวันนี้เงินทองสำคัญกว่าความรักคะ โฮ๊ะๆ

Candy Perfume Girl เพลงที่กลายเป็นชื่อล๊อกอินที่เปรี้ยวเยี่ยวลาดแล้วกลายเป็นตำนานของเอฟๆไปแล้ว แต่ส่วนตัวไม่ชอบเพลงนี้เลยคะ ชอบแต่ดนตรี

Ray og Light รู้สึกว่ามันสวิงสวายเกิน




แทร็คที่ไม่เก็ตแล้วไม่รู้ว่าต่อไปจะเก็ตหรือเปล่า

Shanti/Ashtangi ถ้าเพลงมีภาษาแปลกๆทางลัทธิหรืออะไรแบบนี้ ส่วนตัวคิดว่ามีแทร็คที่สมบูรณ์ของสมบูรณ์กว่านั้นนั่นคือ Issac คะ


รีวิวหน้าขอ The Element of Freedom ของ Alicia Keys นะคะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เพลงที่เอามาให้ฟังเพราะจังเลยอ่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ต้องบอกว่าดีใจมากที่รีวิวอัลบั้มนี้ เพราะผมชอบมาก

ก่อนอื่นบอกไว้เลยครับว่าผมอายุ19ดังนั้น ผมคงไม่ได้ฟังอัลบั้มนี้ตอนเด็กเป็นแน่แท้เพราะด้วยความที่มันล้ำ มันลึกเกินกว่าที่เด็กจะเข้าใจ ดังนั้นตอนนั้นผมจึงเลือกที่จะฟัง M2M เสียมากกว่า
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เมื่อผมเติบโตขึ้น เมื่อปีสองปีที่แล้วผมก็ทนที่จะเชยต่อไปไม่ไหว
และด้วยความที่ผมเบื่อๆกับงานเพลงยุคปัจจุบันจึงลองหาเพลงของมาดอนน่ามาสดับลองดูว่าเป็นเช่นไร
และต้องกราบแทบเท้าขอโทษแฟนคลับเจ๊ถ้าจะบอกว่า ผมโหลดเพลงเจ๊มาฟังครับ
เพราะหาซื้อตอนนี้คงยากแล้วล่ะ เลยจัดการโหลดไปตามระเบียบเรียบร้อยโรงเรียนไทย
ผลคือ ผมฟังได้หมดทุกอัลบั้ม ยกเว้น...Ray Of Light !!!
แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะผมอคติไปเอง เพราะรู้สึกว่า ทำไมมันฟังยากจังเลย!อัลบั้มนี้ ชั๊นจะต้องหลับแน่ๆ
แต่ทว่าวันนึงผมก็เกิดนึกขึ้นว่า เออถ้ามันไม่ดีคงไม่มีคนอวยขนาดนั้น และนักวิจารณ์คงไม่ยกย่องว่าเป็นอัลบั้มสุดยอดของเจ๊ รวมถึงรางวัลแกรมมี่ที่กวาดไปถึง 4 รางวัล!!! พระเจ้ามันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ
และเมื่อผมเปิดใจรับ และค่อยๆหล่อหลอมจิตใจเรื่อยๆซึมซับเรื่อยๆ สิ่งที่ผมรู้สึกได้คือ "ถ้ากูไม่ฟัง คงเสียใจไปตลอดชีวิตที่พลาดผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้ไป" มันสุขุม นุ่มลึก และสวยงามลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ และยกอัลบั้มนี้ขึ้นหิ้งกราบงามๆก่อนทานอาหารกันเลยทีเดียว

และวันนี้ Ray Of Light คืออัลบั้มที่ผมฟังบ่อยที่สุดอัลบั้มนึงเลยทีเดียวครับ!!!

มีต่อคอมเม้นล่างครับ มันกระพริบๆตรงคอมเม้น ผมรำคาญ เลยจะเม้นต่อไม่ว่ากันนะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
สำหรับเพลงที่ผมชื่นชอบในอัลบั้มนี้ จะบอกว่าหมดทุกเพลงครับ แต่!ต้องเรียงต่อกันนะครับ
อย่าฟังแยกเพราะมันจะไม่อินเท่าที่ควรอิอิ แต่ถ้าเอาเข้าจริงๆมีดังนี้ครับ

Drowned World/Substitute for Love ผมว่ามันเป็นอะไรที่หลอนๆครับแปลกๆดี เหมือนองค์เทพจุตติ(แลดูเว่อร์ๆ) แล้วก็ฟังสบายดีครับเรื่อยๆ เอื่อยๆ แต่มีเสน่มีมนต์ขลังและแอบมีลูกเล่นในดนตรีและการร้องครับ ลงตัวมากๆ

Swim มาแรกๆมีเสียงเหมือนน้ำ แล้วก็กีตาร์ แล้วเสียงเจ๊ลอยออกมา ก่อนที่จะพาเราดำดิ่งลงสระ555+ และกล่อมเราด้วยเสียงฮืม......... แค่คิดก็ขนลุกแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน! เพลงนี้มีดนตรีแปลกๆหลอนๆซ่อนอยู่เยอะมากครับผม ลองฟังดูสิ

Ray of Light ฟังง่าย ง่ายที่สุดเพลงนึงในอัลบั้ม และฟังได้หลายโอกาส เสียงเจ๊แกหวีด(หรือกรี๊ดกันแน่?)อาจจะรำคาญหูอยู่บ้างแต่ก็โอเคครับ ฟังง่ายดี

Candy Perfume Girl ออกมาแนวคล้ายๆ Swim นะสำหรับลูกเล่นตอนมาและความเอื่อยๆ แต่ผมชอบSwimมากกว่าไม่รู้ทำไม

Skin สุดๆตอนมาเปิดด้วยเสียงเจ๊นุ่มๆเย็นๆ แต่มันดูน่าค้นหา เสียงก๊องๆแก๊งๆเหมือนกระพรวน แล้วเปลี่ยนเป็นเสียงติดๆขัดๆ แล้วมาลงที่ดนตรีชวนขยับนิดๆ แต่พอรวมกันแล้ว สุดยอดครับ ลงตัวมากเพลงนึง ท่อนพีคที่เจ๊แกขึ้นเสียงสูงก็หลอนๆดี แล้วยังแอบมีเสียงเครื่องดีดสีตีเป่าบรรเลง สุดๆ เทพมากๆ

Nothing Really Matters มาแนวไหนเจ๊ ตอนมานี่ลึกลับดีครับ แล้วพอเสียงเจ๊ขึ้นมา เพราะจังเลย ก่อนที่จะถีบคนฟังกระเด็นเพราะมันเป็นเพลงที่มีจังหวะจะโค่นที่แตกต่าง คือไม่ได้แย่ แต่ถ้าพูดถึงเพลงในอัลบั้มเพลงนี้จะโดดๆออกไปบ้าง แต่ทว่าติดหูฟังง่าย และเพราะดีครับ

Sky Fits Heaven มาแนวคล้ายๆเมื่อกี๊ ที่หลอกล่อด้วยดนตรีและเสียงเจ๊แกแล้วอัดบีทลงจังหวะ และไล่ดนตรีขึ้นมาเรื่อยๆ ถือว่าทำได้ดี ฟังง่าย และเพลินใช้ได้เลยครับเพลงนี้ ติดหูมากมาย

Shanti/Ashtangi เฮ๊ยอะไรเนี่ย หลอนมาก หลอนเว่อมาก สวดอะไรให้ชั๊นฟัง กูจะหลับไม๊คืนนี้ นี่คือครั้งแรกที่ฟัง แต่ผมเป็นประเภทโรคจิต ผมก็นั่งฟังมันตอนเที่ยงคืนดึกสงัดและเข้าถึง และบรรลุกันเลยทีเดียว ลงตัวมากๆๆๆๆๆถึงมากที่สุดอีกเพลง ฟังแล้วสวมบทพ่อมมดแม่มดมนต์ดำขึ้นมาทันทีเลยครับเหมือนกำลังร่ายเวทย์มนต์คาถาเลยอ่ะ นับว่าเป็นแทร็คที่ติดตราตรึงใจไปอีกนานสำหรับผม จนบัดนี้ผมยอมรับเลยว่าสะบัดเพลงนี้ออกจากหัวไม่ได้เลยล่ะ ลองเปิดใจรับ แล้วจะรู้ว่าเพลงนี้ดีกว่าที่คุณคิดครับ ยิ่งตอนเสียงสูงตอนจะจบเพลงนะครับ โอยยยยยย ขนลุก

Frozen แทร็คเด็ดมากๆๆๆ เด็ดเว่อๆ สุขุม นุ่มลึก เย็นเฉียบ เป็นน้ำแข็งเหมือนชื่อเพลงจริงๆสำหรับเพลงนี้ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง ต้องลองฟังเองครับ มันดีมาก มากที่สุดในอัลบั้มนี้เลยก็เป็นได้ครับ ท่อนHookเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ เสียงร้องโหยหวนนั่นมันติดหูเราแทบจะทุกครั้ง ยามหลับ ยามตื่น พระเจ้า เริ่ดกว่านี้มีอีกไหม ยิ่งได้ดู MV โอ้ไม่นะ สุดๆ สวยงาม คลาสสิค ไม่ได้มีเอฟเฟกซ์เลือดสาด ระเบิดโครมคราม แต่...มันลงตัว แปลกใหม่ และแหวกแนวฆ่ากาก้าตายได้เลยครับ เพลงนี้ไม่ใช่แค่ขึ้นหิ้งนะครับ แต่แนะนำให้กราบงามๆทุกเช้าเย็นครับ

The Power of Good-Bye ค้นพบแล้วเพลงบัดลาด(หรือเปล่านะ) จะเรียกว่าเพลงช้าเพลงนึงมนอัลบั้มนี้ที่ไพเราะมาก สวยงามทั้งด้านดนตรี เสียงร้อง เป็นเพลงที่ลงตัวมากครับ มันคือพลังแห่งการลาจากที่สัมผัสได้ทั้งน้ำเสียง ดนตรี ทุกอย่างเจ๊แกถ่ายทอดออกมาลึกซึ้งและกินใจ และบาดใจทุกคนจนเกินจะอดใจไหว อีกผลงานประดับหิ้งของเจ๊อีกเพลงครับ

To Have and Not to Hold มาแบบเย็นๆหนาวๆอึมครึมหลอนๆ จังหว่ะลอยล่องพาเราเดินวนไปที่ที่หนึ่งที่รอบข้างเงียบสงัดไร้ซึ่งฝูงชนมีเพียงสายลม ดวงดาวริบหรี่กลางทะเลทรายยามค่ำคืนที่มีเพียงเราและเสียงลมหายใจ แต่ก็นุ่มลึกด้วยท่อนHookที่ไพเราะ และยังแอบใส่ภาษาแปลกๆลงไปให้หลอนอีก เพลงนี้ฟังได้เรื่อยๆครับ จัดว่าเป็นเพลงที่น่าฟังเพลงนึงของเจ๊เลยล่ะครับ

Little Star เปิดมาด้วยดนตรีแปลกๆออกลำโพงซ้าย-ขวา แต่มาแอบผ่อนคลายและซ่อนความหวานของเสียงเจ๊ตอนเริ่มเพลง ไพเราะจับจิตและฟังง่ายมากๆอีกเพลงนึงในอัลบั้มที่เชื่อเลยว่าคุณจะต้องหลงรักเพลงนี้ครับ เย็นๆ สบายๆ ฟังได้เรื่อยๆ ลอยไปเรื่อยๆ แต่ก็มีความเป็นหนึ่งเดียว คือคำจำกัดความของเพลงนี้ครับ ลองฟังดูนะ

Mer Girl เก๋นะ ผมชอบเสียงตู๊ดๆเหมือนเสียงโทรศัพท์ไม่มีใครรับสาย และซาวด์หลอนๆนิดๆทำให้เพลงนี้น่าค้นหาอีกเพลงครับ แม้ดนตรีอาจจะไม่ได้ใส่มาโครมคราม เหมือนจะเน้นเสียงร้องเย็นๆเรื่อยๆ เล่าเรื่องราวของเพลงไปเรื่อยๆ จัดว่าปิดอัลบั้มไปแบบประทับใจดี หลับพอดีครับ555+ ส่งเข้านอนมากๆเพลงนี้


อ้าว!!!นี่ชอบทุกเพลงเลยเหรอ แย่จัง อิอิ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เหงามาก ก็ฟังจนหลับไปเลย ....I ran and i ran.... rannnnn rannnnzzzzzZZZZZZZZ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขอบคุณทุกๆรีพลายค่ะ Smile

ป.ล. น้องแม็คควีนเจ๊รีวิวอัลบั้มนั้นไปแล้วนะลองไปหาๆดูนะคะหน้าจะอยู่ซักหน้า2-3-4ปะมาณนี้ Very Happy

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com