˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
GIGI อัดอั้น : ด้านมืดของเด็กแอด
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
lamai พิมพ์ว่า:
กำปงพิราเทวี* พิมพ์ว่า:
ปีหน้า เดี้ยนก้อจะแอดแล้วเหมือนกัน จะไปสอบ ม.ชน่ะคร่ะ

ที่มีบ้านมีลูก 5 คน เดี้ยนเปนคนที่ 3 ลูกคนกลาง

โดนประมานนี้เหมือนกันนะ ที่ด่าว่า วันๆไม่ทำห่าอะไร แต่ช่วยไมได้ค่ะ

ดิชั้น ยังอยู่ในอาชืพ นักเรียน ก้อมีหน้าที่เรียน วันๆจะให้ขนข้าวของทั้งวันมันก้อไม่ใช่

ถึง การทำงานบ้านจะได้จัดว่าอยู่ใน หน้าที่ ฐานะ ของคนเปนลูก

แต่เล๊กน้อยดิชั้นก้อช่วยได้เหมือนกันค่ะ จบ

ฟินนาเร่ *




เห้ยรุ่นเดียวกันเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อยากไป มช เหมือนกันด้วย เดี๋ยวจะติดต่อ






ยังไงก็ขอบคุณ จขกท สำหรับคำแนะนำเยอะแยะนะสู้ต่อไปๆ Very Happy Very Happy


เชียร์ให้ได้กันนะคะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เกลียดมากพ่อแม่ประเภทคู่เข็ญบังคับต่างๆนานา
ตั้งความหวังไม่เท่าไหร่ ถ้ายังเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นลูก

เด็กจะเก่ง หรือไม่เก่ง จะเรียนอะไรไม่ได้หมายความว่าจะเอาตัวรอดในสังคมไม่ได้
บางคนเรียนตั้งแพทย์แต่ดันฆ่าตัวตาย เพราะความผิดหวัง เพราะความกดดัน
บางคนไม่ได้เรียนในที่ๆติดท็อปประเทศ แต่ก็เป็นคนดี สร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้

จริงอยู่ที่การศึกษาคือสิ่งสำคัญที่นำไปใช้ในการประกอบอาชีพ ช่วยให้การดำรงชีพมีคุณภาพ
ถ้าเราไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักหรือชอบ มันก็เหมือนฆ่าตัวเองทั้งเป็น ตายอย่างทรมาน
บางคนรักศิลปะ บางคนรักวิทยาศาสตร์ เมื่อโดนเบนเข็มทิศ คนๆนั้นก็เริ่มไม่แน่ใจว่าต้องเดิน
ต่อไปทางไหน สุดท้ายก็หลงทาง เพราะไม่รู้จักเส้นทางใหม่ที่โดนเบนเข็ม

คนไทยอยู่กับคำว่า "ค่านิยม" มานาน โดยหารู้ไม่ว่าบางครั้งบรรทัดฐานสังคมที่ถูกตั้งขึ้นมาเงียบๆ
มันเป็นกฏเกณฑ์ที่กำลังฆ่าเราอยู่ บางทีบรรทัดฐานเหล่านี้ ก็เป็นค่านิยมที่ "เสื่อม"
คุณใช้การแข่งขัน ความนิยม และกระแส มาเป็นตัวตัดสินว่าสิ่งนั้นถูกหรือผิด ควรหรือไม่ควร
แล้วคุณก็ร่างเส้นกรอบขึ้นมา จับลูกคุณให้ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบนั้น ด้วยความคิดที่ว่า เส้นบรรทัดนั้นมันคือสิ่งที่ถูกต้อง

บ้านเราน่ะหรอ ยัดห่าให้เด็กเรียนอย่างเดียว อัดเข้าไป เหมือนยัดเครื่องเทศใส่ตูดไก่
ในขณะที่ต่างประเทศ พ่อแม่เพียงแค่เห็นลูกหาเลี้ยงตัวเองได้ รู้จักทำมาหากินอย่างสุจริต
เท่านั้นก็เพียงพอ คุ้มค่ากับการได้เกิดเป็นมนุษย์คนหนึ่งแล้ว ขณะที่บ้านเราชอบมองเด็กสายอาชีพว่าทำตัวเกเร ในทางกลับกัน เด็กสายอาชีพในต่างประเทศมีแต่หัวกะทิทั้งนั้น

อยากให้พ่อแม่หลายๆคนเปลี่ยนทัศนะคติได้แล้ว สมัยนี้ไม่ได้เหมือนสมัยก่อน
ประเภทที่ว่า พ่อเป็นทนาย ลูกหลานก็ต้องเป็นทนาย หรือรับราชการกันทั้งตระกูล
อย่าลืมสิว่า ถึงสมัยนีการแข่งขันในสังคมมันจะสูง แต่การมีเสรีภาพทางด้านความคิด
การตัดสินใจก็สำคัญเหมือนกัน จะเห็นได้ว่ามีอาชีพมากมายให้เลือกทำ ไม่ใช่มีแต่อาชีพค่านิยมท็อปฮิต หมอ ตำรวจ วิศวะ ทนาย และหมอ (อีกแล้ว) โลกมันกว้างขึ้น ก็ช่วยขยายจิตใจให้มันกว้างขึ้นด้วย คุณบังคับลูก ก็ไม่ต่างจากการที่คุณเลี้ยงลูกไม่เป็น โอเค คุณอาจจะชี้แนะได้ คอยให้คำปรึกษาประกอบการตัดสินใจ คอยดูแลอยู่ห่างๆ แต่ไม่ใช่เข้าไปครอบงำความคิด



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ปีหน้าก็จะแอดเหมือนกัน ที่บ้านก็กึ่งบังคบนะ แต่ก็จะคุยกับคนที่บ้าน มีทะเลาะกันบ้าง
แต่สุดท้ายเลือกที่ทั้งตัวเองชอบ และคนที่บ้านยอมรับ มีข้อตกลง ผ่อนผันกันไปตามสัดส่วน ประมาณว่าเจอกันครึ่งทาง



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อีก สามปี ถึงจะแอทมิด กลุ้มมักๆค่ะ Laughing

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พรล่า เทเลอร์ พิมพ์ว่า:
อีก สามปี ถึงจะแอทมิด กลุ้มมักๆค่ะ Laughing


รีไทร์ไม่ใช่หรอคะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พรล่า เทเลอร์ พิมพ์ว่า:
อีก สามปี ถึงจะแอทมิด กลุ้มมักๆค่ะ Laughing


มิดลำเลยชิมิคะ ?


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ต๊ายย ที่มีช่วงนึงเพื่อนๆหายไป อ่อหายไปสอบกันหรอคะ

น้องเบ็ตผ่านค่านิยมเหล่านั้นมาแล้วค่ะ แต่ก่อนแทบรับตัวเองไม่ได้เลยที่เข้ามหาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันไว้ไม่ได้ เอาเถอะคะ ตอนนี้น้องเบ็ตอยู่ปี 4 แล้ว อยากบอกเพื่อนๆทุกคนว่า สักวันนนึงเพื่อนๆมายืนตรงที่ที่น้องเบ็ตอยู่ทุกวันนี้ เราจะมองย้อนกลับไปว่า มันเป็นแค่ช่วงหนึ่งที่เรามีความทรงจำดีๆมากมาย ทั้งดีใจ เสียใจ มิตรภาพ เมื่อมองย้อนกลับไปแล้วจะรู้สึกน่าจดจำมากกว่าที่เพื่อนๆเอ็นไม่ติดแล้วเป็นตรบาป

ทุกวันนี้น้องเบ็ตแข่งกับตัวเองคะ บอกเคล็ดลับให้นะคะ เพื่อนๆทีไม่ว่าจะเรียนที่ไหน ลองคิดว่าตัวเองอยู่มหาวิทยาลัยที่เริ่ดที่สุด หรือที่เราชอบสิคะ น้องเบ็ตทำมาแล้ว แล้วมันเวิร์คมาก

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าเราจะเรียนที่ไหน จบไปเราเริ่มจากศูนย์เท่ากันคะ ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของเราที่ไม่เพียงจบอยู่ที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น เราเรียนรู้ทั้งชีวิตคะ ตั้งใจทำงานเพื่อเก็บแรงค์ประวัติการทำงานในเรซูเม่น่าจะบอกความสามารถเรามากกว่าเกรดสวยๆ หรือจบมาจากที่เริ่ดๆคะ

ปล.แมรียาเก๋จริงอะไรจริงนะคะ ชิลล์มากแต่เอ็นติด สุดยอดคะ

//ปรบมือ



_________________


ลงชื่อ::: น้องเบ็ต เด็ดสะระตี่
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ที่พ่อแม่บังคับเราส่วนหนึ่งก็อาจจะมาเป็นความคาดหวังส่วนตัวของท่าน บวกกับ ทัศนคติของท่าน ซึ่งบ้านเดี๊ยนก็เป็นนะ บังคับให้เดี๊ยนสอบหมอทั้งที่เดี๊ยนเกลียด หมอมาก แต่เพราะในสมัยท่านคิดว่า การเป็นหมอนั้น สบาย มีเงินมีทองใช้ แถมมีเกียรติอีก เลยหวังดี อยากให้ลูกเรามีเกียรติและ เงินทองใช้สบาย ไม่ลำบากหาเงินแบบท่าน(พ่อแม่เป็นราชการค่ะ) สุดท้ายแล้วถึงจะเป็นความหวังดีประสงค์ร้าย อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ท่านก็มีเจตนาดี เราควรทำความเข้าใจนะคะ

แต่เรื่องแบบนี้ เราก็ควรพูดและคุยกับท่านให้รู้เรื่องว่าจะไปในทิศทางใด ถ้าหาทางสรุปไม่ได้ ก็บรรจบกันตรงกลาง น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ครอบครัว ของแต่ละครอบครัวด้วยล่ะ

สมัยน้องทิวพ่ออยากให้เดี๊ยนเป็นหมอมาก เดี๊ยนก็ลงหมดทั้ง หมอ เภสัช สัตวแพทย์ แต่อันสุดท้ายเดี๊ยนลง วิทย์ - ฟิสิกส์ กันพลาด

แล้วก็ได้อันสุดท้าย 555555

ตอนแรกพ่อก็ค่อนข้างผิดหวัง ไม่พูดจากับเดี๊ยน แต่เดี๊ยนก็ฉอเลาะ อ้อแอ้ ไป ไม่นานเท่าไหร่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็อย่างว่า ยังไงก็ครอบครัวเดียวกัน เนอะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ทิวทิวา พิมพ์ว่า:
ที่พ่อแม่บังคับเราส่วนหนึ่งก็อาจจะมาเป็นความคาดหวังส่วนตัวของท่าน บวกกับ ทัศนคติของท่าน ซึ่งบ้านเดี๊ยนก็เป็นนะ บังคับให้เดี๊ยนสอบหมอทั้งที่เดี๊ยนเกลียด หมอมาก แต่เพราะในสมัยท่านคิดว่า การเป็นหมอนั้น สบาย มีเงินมีทองใช้ แถมมีเกียรติอีก เลยหวังดี อยากให้ลูกเรามีเกียรติและ เงินทองใช้สบาย ไม่ลำบากหาเงินแบบท่าน(พ่อแม่เป็นราชการค่ะ) สุดท้ายแล้วถึงจะเป็นความหวังดีประสงค์ร้าย อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ท่านก็มีเจตนาดี เราควรทำความเข้าใจนะคะ

แต่เรื่องแบบนี้ เราก็ควรพูดและคุยกับท่านให้รู้เรื่องว่าจะไปในทิศทางใด ถ้าหาทางสรุปไม่ได้ ก็บรรจบกันตรงกลาง น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ครอบครัว ของแต่ละครอบครัวด้วยล่ะ

สมัยน้องทิวพ่ออยากให้เดี๊ยนเป็นหมอมาก เดี๊ยนก็ลงหมดทั้ง หมอ เภสัช สัตวแพทย์ แต่อันสุดท้ายเดี๊ยนลง วิทย์ - ฟิสิกส์ กันพลาด

แล้วก็ได้อันสุดท้าย 555555

ตอนแรกพ่อก็ค่อนข้างผิดหวัง ไม่พูดจากับเดี๊ยน แต่เดี๊ยนก็ฉอเลาะ อ้อแอ้ ไป ไม่นานเท่าไหร่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็อย่างว่า ยังไงก็ครอบครัวเดียวกัน เนอะ




ทุกวันนี้พี่ทิวทำงานที่ไหนคะ



_________________


ลงชื่อ::: น้องเบ็ต เด็ดสะระตี่
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 2 จาก 5
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com