Lesley Roy - Unbeautiful (3.5/5)
แม้ว่ากระแส Girl Can Rock จะสร่างซาหายไปตั้งแต่ยุค 2005 แต่ก็ใช่ว่ายุคหลังๆก่อนปี 2010 จะไม่มีสาวร็อคเท่ๆให้เราฟังกันซะเลย หนึ่งในนั้นมีนักร้องสาวไอริชที่มาทำเพลงลองตลาดในอเมริกา แม้ว่าจะดูไม่ค่อยประสบผลสำเร็จนักก็ตาม เธอคนนั้นคือ Lesley Roy ครับ
เอาเข้าจริงๆจุดแข๋งของ Lesley มีเยอะมาก ทั้งภาคดนตรีที่ฟังแล้วรู้ว่า "เออ ของจริงหว่ะ ไม่ได้ Wannabe" กระทั่งความสามารถในการแต่งเพลงที่ร่วมแต่งทั้งอัลบั้มแถมยังเป็นคนแต่งหลัก รวมไปถึงพลังเสียงอันทรงพลังมากๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวลกลับมาสะดุดตรงที่ว่า
ในโลกนี้มีนักร้องที่ชื่อ Avril Lavigne และ Kelly Clarkson แล้ว เสียงของ Lesley จะคล้ายๆกับ Kelly ในเวอร์ชั่นแหบกว่าและร็อคกว่าแน่นกว่า(แต่คิดว่าความสามารถในการฮิตโน้ตน่าจะอ๊อกเตฟน้อยกว่า) และกลิ่นเพลงของ Lesley ก็ได้กลิ่น Avril มาเยอะ รวมไปถึงนักร้องร็อคชายที่เป็นวงๆทั้งหลายเธอก็สามารถทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน แต่ฐานแฟนใครจะเยอะกว่า ไม่ต้องตอบก็พอรู้นะ
มาที่ตัวอัลบั้มที่ขอบอกว่า "ดีมาก" ทุกอย่างลงตัวและมีเอกภาพ จากคำว่า "Unbeautiful" ตีแผ่มุมมองความรักที่ไม่สวยงาม ครั้นมีแฟนแฟนก็เหี้ย พอจะเลิกก็เสียใจ แต่ยิ่งรักก็ยิ่งเกลียดตัดใจไม่ได้ และสารพัดมากมาย เข้ากันกับชื่ออัลบั้มได้ดี ไม่รวมไปถึงหน้าปกอัลบั้มที่จงใจใช้โทนสีฟ้าเทาอันสื่อความหมายถึงคำว่า Blue ซึ่งก็คือความโศกเศร้า และ Blind ก็คือมืดมน ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มก็เป็นแบบนี้จริงๆ ครั้นเพลงที่มันสนุกๆแต่เนื้อหาก็ยัง "รักฉันไม่สวย" อยู่ดี
ซิงเกิ้ล
I'm Gone,I'm GOing (3/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้มตัวเพลงเป็นป๊อปร็อคอัลเทอร์เนทีฟที่ฟังแล้วอาจนึกถึง Paramore อย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งท่อนอื่นที่ไม่ใช่ท่อนฮุคนี่ไลน์เดียวกับ Misery Business มาเชียว ส่วนเรื่องการร้องในเพลงนี้ดูไม่สุด ด้วยเพราะตัวคีย์เพลงด้วยรึเปล่าที่ทำให้ไม่สามารถแหกได้สะใจเต็มที่ท่าไหร่ เพลงมันมันได้ง่ายๆอยู่แล้ว
Unbeautiful (3/5) หลังจากเพลงเร็วไม่ดังเลยลองปล่อยเพลงช้ามาลองตลาด ซึ่งก็ได้ผลดีขึ้นแต่ก็ไม่มาก บัลลาร์ดร็อคจ๋าที่ดำเนินไลน์เพลงแบบพวกบัลลาร์ดร็อคที่พวกวงบอยแบนด์หรือวงร็อคผู้ชายทำกัน เป็นอีกเพลงที่โอเคในเรื่องการสื่ออารมณ์ แต่ว่าเพลงยืดไปหนอย แถมซ้ำท่อนเยอะด้วย ฟังนานๆจะพาลเบื่อเอา
แทร็คอื่นๆ
ก่อนอื่นขอยกแทร็คที่ปลื้มที่สุดในอัลบั้มมาก่อนเลยเนื่องจากทั้งอารมณ์ทั้งการแหกปากถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นเพลงที่สร้างกระแสให้ตัวนักรร้องด้วย (แต่ทางค่ายกลับไม่ตัดเพลงนี้ให้?) Psycho Bitch (4/5) พาวเวอร์ป๊อปลากยาวไปถึงป๊อปร็อคอัลเทอร์เนทีฟป๊อปพั้งค์ ที่ฟังแล้วอาจจะนึกว่า Kelly Clarkson อยากเปลี่ยนแนวมาร้องแบบ Avril หรือเปล่า แม้ว่าเนื้อหาอาจจะดูเป็นผู้หญิงงี่เง่าไปนิด แต่อยากที่บอกทั้งอารมณ์ทั้งการแหกปากแบบนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนว่าเป็นผู้หญิงงี่เง่าจริงๆ แถมดนตรีก็แน่นมากด้วย สะใจ มาที่ Misfit (3/5) เท่ดี เรโทรป๊อปร็อคอัลเทอร์เนทีฟ หาสาวๆน้อยคนที่จะกล้าทำแนวนี้ แต่ภาคดนตรีดูตลาดๆแบบที่พวกผู้ชายทำกันมาเยอะแล้ว อีกอย่างคีย์เพลงไม่ค่อยส่งเสริมสมรรถภาพการแหกปากสักเท่าไหร่ ต่อด้วย Here For You Now (3/5) อารมณ์ประมาณ Linkin Park ภาพผู้หญิงเสียงแน่นๆแหบๆ ผสมกับท่อนฮุคที่ติดกลิ่นคอนเทมโปลารี่ร็อค ก็โอเคนะ แต่ไม่ได้มีอะไรให้น่าจดจำ แต่ฟังง่ายนะเพลงนี้
When I Look At You (3.5/5) ป๊อปร็อคกีต้าร์ไฟฟ้าผสานลูกเล่นพวกอิเล็คโทรนิคเข้ามาช่วย ดูสนุกสนานแตก แบบว่าจุดประสงค์ต่างจากเพลงอื่นในอัลบั้ม นี่มันชวนออกมาโยกหัวเมามันแบบงานปาร์ตี้ชัดๆ Make It Back (3.5/5) เป็นป๊อปร็อคกึ่งบัลลาร์ดเปียโน ทำออกมาได้โอเคเลย ส่วนเพลงแถมโบนัสแทร็ค I Don't Want To Want YOu (3/5) เหมือนเป็นปฐมฤกษ์บอกว่าเตรียมตัวเข้าสู่ความมืดหม่นต่อจากนี้ได้แล้ว ตัวเพลงเป็ฯป๊อปร็อคอัลเทอร์เรทีฟกึ่งบัลลาร์ดและเริ่มติดกลิ่นโกธิคบางๆในช่วงที่ไม่ใช่ท่อนฮุค ก็โอเคครับ
มาที่เพลงช้าในอัลบั้มกันบ้าง Slow Goodbye (4/5) บัลลาร์ดป๊อปร็อคอัลเทอร์เนทีฟผสมกับคอนเทมโปลารี่ที่สื่อเหงาๆเศร้าของสาวร็อคที่ภายนอกอาจจะดูแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี ต่อด้วย Thinking Out Loud (4/5) อีกเพลงช้าที่เพราะเว่อร์ๆ บัลลาร์ดป๊อปร็อคโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟผสมคอนเทมโปลารี่เช่นเคยแต่อารมณ์ดูอ่อนหวานกว่าเพลงเมื่อกี้ เมื่อหยิงสาวแข็งแกร่งเกิดสับสนตัวเองขึ้นมาว่าตกลงกูเป็นอะไรไปกันแน่วะเลยทำให้คิดเสียงดังไปหน่อย อาจจะเป็นเพราะจิตใจหว้าวุ่นสับสน กำลังบ้าเลือด ได้อารมณ์สำหรับคนที่ไม่รู้ใจตัวเองหรือไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี
มาบัลลาร์ดกันอีกเพลงใน Dead But Breathing (4/5) คราวนี้มาในแนวบัลลาร์ดเปียโนผสานกับเสียงประสานเครื่องสายออเครสต้า ในอารมณ์ที่อยากจะตัดใจกับใครคนหนึ่ง ขอร้องให้เขาจากเราไป แม้ว่าเราจะรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นก็ตาม
ส่วน Crushed (3.5/5) บัลลาร์ดร็อคติดกลิ่นโกธิคมาตอนแรกแล้วหักให้หวานด้วยการเติมกลิ่นร็อคโฟล์คมาเสริม อารมณ์ประมาณยิ่งเกลียดยิ่งรักยิ่งตกหลุ่มรักเธอ ออกแนวเกลียดตัวเองพิกลๆ
ต่อด้วย Come To Your Senses (4/5) บัลลาร์ดร็อคที่เริ่มต้นเบาๆแล้วระเบิดอารมณ์กลางเพลงและหนักขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะเบาลงและหนักเข้าสู่จุดพีคของเพลงและเบาอีกครั้งตอนจบ อารมณ์หลอนๆเย็นๆที่เก็บรายละเอียดดนตรีทุกเม็ดทุกหน่วย กลองกีต้าร์เครื่องสายประสานกันได้เข้าและลงตัวมากๆ เข้ากับอารมณ์ของเพลงที่กล่าวถึงความลึกลับของใจของความรักคนเรา ในขณะที่ Come Back (4/5) พูดถึงความโดดเดี่ยวอ้างว้างที่กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
สรุป ไม่ว่าจะอกหัก แอบรัก ยิ่งเกลียดยิ่งรัก อยากบอกเลิก อยากตะโกนด่า อัลบั้มนี้มีให้หมดสำหรับคนที่คิดว่ารักนั้นมันไม่สวยงาม มัน "Unbeautiful" รวมไปถึงแพเกจ ธีมเพลง ธีมอัลบั้ม ทุกอย่างดูลงตัวหมด เสียดายมาผิดที่ผิดเวลาไป ไม่งั้น Avril ก็ Avril Kelly ก็ Kelly เถอะ สุดท้ายได้ข่าวว่าจะออกอัลบั้มใหม่แล้ว ก็ขอให้เพลงออกมาดีๆ ประณีตทุกขั้นทุกตนเหมือนอัลบั้มนี้แล้วกัน ส่วนดังไม่ดัง ค่อยว่ากันอีกทีนะครับผม!!!
_________________
April fighting! + angel Sojin�











