˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Review ครั้งแรกในรอบปี : Memoirs of an imperfect angle
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Review ครั้งแรกในรอบปี : Memoirs of an imperfect angle 


การฟังเพลงเป็นรสนิยมของแต่ละคน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ในทุกครั้งที่มีการวิจารณ์เพลงเกิดขึ้น ผู้เขียนจะนำอคติบางส่วนใส่เข้าไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้มองถึงเจตนาของผู้เขียนที่ตั้งอยู่บนความเป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดี๊ยนพยายามจะนำเสนอออกมาให้อ่านง่าย กระทัดรัด ได้ใจความครอบคลุมทั้งหมดค่ะ

ที่สำคัญของมอบงานเขียนชิ้นนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนรีวิวอัลบั้มใหม่ของมารายห์ของพี่แนสติน่านะคะ เพื่อพัฒนาต่อไปเป็นคำอธิษฐานที่เดี๊ยนต้องการจะส่งถึงมารายห์ค่ะ

Memoirs of an imperfect angel

แก่นของอัลบั้ม

สารภาพเลยว่าฟังอัลบั้มนี้ไม่ต่ำกว่า 10 รอบ เดี๊ยนพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างแก่น(THEME)ที่อีมาลัยต้องการจะสื่อจากชื่อของอัลบั้ม จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า “ชื่ออัลบั้มของอีมารายห์ก็คือ แก่น” นั่นเองค่ะ

Memoirs of an imperfect angel คือความทรงจำของมารายห์ ( ในที่นี้ชีเปรียบตัวเองเป็นนางฟ้า ซึ่งมีข้อบกพร่องอยู่) ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกต่างมองว่าเธอเป็นนางฟ้า เป็นดีว่า รวย มีเกียรติ มีคนสรรเสริญ แต่แท้จริงแล้วเธอกลับมีปมด้านปัญหาในใจลึกๆ และเธอจะบอกทุกคนผ่านอัลบั้มนี้ว่าเธอมีข้อบกพร่อง มีปัญหา มีความทุกข์ อย่างไรบ้าง



เอาลงยาวมากไม่ได้ กระทู้มันจะเด้งอะ มีปัญหาเยอะ

ค่อยๆเอามาลงทีละรีพลายแล้วกันนะคะ

ขอ feedback เป็นกำลังใจด้วยค่า




แก้ไขล่าสุดโดย popparazi เมื่อ Sat Oct 03, 2009 11:11 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
วิจารณ์เพลงต่อเพลง

ขอวิจารณ์ในมาตรฐานของผู้ฟังทั่วไป ไม่ได้หูเทพ เป็นคนไทยธรรมดาๆที่ฟังเพลงตามที่สถานีวิทยุเปิดนะคะ

Betcha Gon Know
เนือยมากๆ นี่หรือการสร้างความประทับใจครั้งแรกของมารายห์ ทำไมเอาเพลงเรื่อยๆ เอื่อยๆ น่าเบื่อมาใส่แบบนี้วะ เพลงฝรั่งจะทำให้คนต่างภาษาฟัง เมโลดี้ เทมโป มันต้องมาก่อนเพราะจะได้สร้างความจำได้ให้คนฟัง เนื้อหามาที่หลังเพราะคนฟังเพลงฝรั่งไม่ได้เข้าใจทุกคำของฝรั่งเสมอไป คนฟังก็หาความไพเราะเอาจากเมโลดี้นี่แหละ
แต่ถ้าเราสนใจกับเนื้อหาให้มากขึ้นจะพบว่านี่แหละคือเพลง “แก่น” ของอัลบั้มนี้
มารายห์เน้นที่เนื้อหาที่เธอเล่าความรู้สึกคับแค้นใจที่กลับบ้านมาเห็นผัวตัวเองกำลังเอากับชะนีอื่น แล้วเธอต้องการจะแก้แค้นเขาในสักวัน นับเป็นความทุกข์ใหญ่หลวงสำหรับชีวิตชีที่มีพร้อมทุกอย่างแต่หาความรักที่สมบูรณ์แบบเหมือนคนธรรมดาคนอื่นไม่ได้สักที

Obsessed

หมกมุ่นจริงๆ ไม่รู้อีมาลัยชีจะหมกมุ่นอะไรนักหนากับอดีต ชีต้องแค้นอีตาเอ็มมิเน็มมากแน่ๆที่คอยแต่จะปั่นป่วนชีวิตชี แต่เรื่องก็เงียบไปนานแล้วนี่กับข่าวที่ว่าชีไปมีสัมพันธุ์สวาทกับอีตาเอ็ม เนื้อหานี้ฟังยังไงมันก็ไม่เป็นสากลค่ะ เหมือนแต่งด่าเขาเอาความสะใจส่วนตัว แต่มีดีที่ดนตรีแปลกๆที่มารายห์ไม่ค่อยจะทำ เท่าที่เด่นๆแนวนี้ก็Migrateในอัลบั้มที่แล้ว ชีเลือกใช้บีทหนักๆแทบจะกลายเป็นฮิพฮอพแล้วทีเดียว กับเสียงเครื่องเป่าวงโยธวาธิตอีก จังหวะหนักขนาดนี้ กลัวอย่างเดียวค่ะ ชีเอาไม่อยู่ตอนแสดงสด ซึ่งก็เป็นยังงั้นจริงๆ ชีคุมไม่ค่อยจะได้ เพลงนี้เป็นเพลงที่มันส์ที่สุดในอัลบั้มแล้วนะ จะบอกให้



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
H.A.T.E.U

ฟังกรอกหูหลายรอบแล้ว นับว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่มีเทคนิคเยอะที่สุดของมารายห์เลยก็ว่าได้ มีทั้งเสียงประสานคู่ 3 คู่ 5 ว่อนวุ่นวายไปหมด แต่ออกมาเพราะเว้ย ภาพรวมเนือยๆตามสไตล์ที่ชีต้องการ ใช้เสียงต่ำซึ่งต่ำมากเหมือนเสียงผู้ชายตอนท่อนส่ง แล้วมาใช้เสียงกระซิบในที่ท่อนสร้อย จากนั้นก็ปล่อยหมัดเด็ดของชีด้วยการหวีดจนจบท่อน แอบรัวคำบ้างในตอนพีค ใช้เทคนิคสลับระหว่างเสียงจริง เสียงปลอม เสียงผสม เสียงหลบ ใครไม่ได้เป็นแฟนชีคงไม่ชอบเพลงนี้เป็นแน่ แต่สำหรับคนที่ฟังเพลงแนวนี้ เน้นการร้องเป็นหลักก็คงต้องทึ่งกับเทคนิคเฉพาะตัวของชีจนติดใจไปตามๆกัน

Candy Bling

แรงบันดาลใจมาจากขนม Ring Pop ที่อีผัวนิคซื้อให้แต่แอบซ่อนแหวนหมั่นไว้ในกล่องด้วย อะไรจะหวานขนาดนั้น บางทีก็แอบหมั่นไส้บ้างอะไรบ้าง เฮ้อ อารมณ์คนบ้าผัวก็เงี้ย แต่ก็ดีนะที่รักษาจุดยืนอัลบั้มได้ (จุดยืนที่ว่าก็คือ ความทรงจำในอดีตของชีนั่นเอง) เรื่องภาคดนตรีทั้งหมดนะหรอ เหมือนเพลง H.A.T.E.U
Lullaby , irresistible เวอร์ชั่นที่ล้านแปดได้ ไม่อยากอธิบายซ้ำแล้ว เสริมนิดว่า เทคนิคน้อยกว่า เท่านั้น

Ribbon

ขึ้นมามีเสียงแร็พของผู้ชายด้วยซาวด์อิเล็กโทรนิคทำให้เสียงดูต่ำทุ้มมากๆ เอ๊ะ คุ้นๆนะเหมือนในเพลง “รบกวนมารักกัน” ของทาทายังเลย ท่าทางจะมันส์นะเพลงนี้ น่าจะตัดความน่าเนือยของเพลงที่แล้วได้ แต่ก็ผิดหวังและจับแนวดนตรีของเพลงนีได้ทันทีเมื่อชีหอนกระซิบกระซาบขึ้นเพลงตามมา ชีเลือกทำให้เพลง contrast ขัดแย้งกับดนตรีที่หนักเพราะชีใช้เสียงที่บางมาหอนไปหอนมา ใครไม่ชินจะเปลี่ยนเพลงเอาได้ง่ายๆ หรือไม่ก็เบื่อจนหลับไปเลย แต่มีข้อเสียแล้วจะไม่มีข้อดีเลยหรอ ข้อดีอยู่ที่ท่อนฮุคที่มีการแทรกเสียงประสานของชีเองเข้ามาด้วย กลายเป็นฮาร์โมนี่ที่เพราะมาก นับเป็นหนึ่งฮุคที่เพราะที่สุดของอัลบั้ม




_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Inseperable

กดคอร์ดสลับไปมาเพียง 2 คอร์ดเท่านั้นแล้วใช้เป็นแบ็คกราวด์ซาวด์ไปตลอดทั้งเพลง สลับเสียงกระซิบ หลบแบบฟอร์แชทโท้เบาบางมากๆ มีเสียงหวีดอีก เอาเข้าไป ชวนง่วงจริงๆ เนื้อหาไม่ต้องพูดถึง แค่ชื่อเพลงก็เลี่ยนแล้ว
ไม่ประทับใจทั้งเนื้อหาและภาคดนตรี ยกเว้นวันไหนนอนไม่หลับ จะทราบซึ้งในคุณค่าของเพลงนี้มาก ฝากบอกมารายห์อย่าจับฉ่ายมากนะเจ๊ รู้ว่าเจ๊ตั้งใจนะ แต่ไม่ประณีตเอาเลยซะเลย

Standing O

ประชดประชันเสียดสีให้ถึงใจกับเพลงนี้ ชีเห็นผัวใหม่ไปหาชะนีอื่น ชีก็บอกว่ายินดีด้วย ถึงขั้นลุกขึ้นยืนปรบมือให้ อยากจะกรี๊ดให้ตัวแม่ที่ประชดแบบผู้ดีมากๆ พอท่อนอินโทรขึ้นมา โอ โอ โอ แล้วชีใช้เสียงเต็มแทนเสียงหลบ ปลุกให้ผู้ฟังฟื้นจากอารมณ์เอื่อยๆ บีทกระแทก สลับจังหวะดีดนิ้ว เสียงที่ต่ำคู่กับเสียงสูง เป็นคู่ 6 คู่ 8 ประสานไปแต่ออกแนวด้านๆ ฟังแล้วขัดหู ( dissonance ) แต่ก็ยังไพเราะอยู่ เสียอย่างเดียว หวีดตอนหลังสลับกับท่อนร้องด้วยเสียงเต็ม หลอนมาก

It’s a Wrap

เสียงบางกุ๊งกิ๊งสลับกับเสียงเต็มพอ ดันเสียงเต็มขึ้นแล้วกังวานมาก นึกถึงเพลง Joy Ride พร้อมผลผลิตตกทอดจากอัลบั้ม Daydream อย่าง Underneath the Stars ขึ้นมาทันที แตกต่างที่เนื้อหา อ่านคำแปลจากมารายห์พันธุ์ทิพย์แล้ว ช่างแสบทรวงเสียจริงๆ ชีทิ้งผู้ชายแบบเชือดนิ่มๆดีดีนี่เอง เพลงนี้เด่นมากตรงระดับการไล่สเกลโน้ตค่ะ เสกลพื้นฐานแต่ทำออกมาได้มีระดับ นี่แหละ เทคนิคการแต่งเพลงแท้ๆของมารายห์ตัวจริง ฟังแล้วล่องลอย สบาย และไม่รู้สึกกดดันกับเนื้อหาเลยสักนิด



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Up Out My Face

เริ่ดที่สุด เปรี้ยวที่สุด ร้ายที่สุด ชีกัดอีกแล้ว เอาเข้าไป สงสัยคนโดนกัดคงเลือดออกหมดตัว ไม่น่าเชื่อว่าท่อนฮุคไม่ซับซ้อนไม่ใช้พลังเสียงแต่ออกมาติดหูสุดๆ ย้ำคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา เทคนิคไม่ต้องมีเยอะ ดนตรีไม่ต้องแน่น เครื่องดนตรีน้อยชิ้น เน้นเครื่องให้จังหวะ กรู๊ปคำแบบอาร์แอนด์บี ก็สนุกได้ เพลงนี้ไม่แปลกใจเลยที่กะเทยชอบเยอะ เรียบง่ายแต่ล้ำเลิศ นี่แหละ ความคิดสร้างสรรค์ของจริง ทำให้ของที่ไม่มีอะไร เป็นของที่มีอะไรมากมายได้

Up Out My Face
( The Reprise )

แม่เล่นขนมาทั้งวงโยธวาธิตเลยนะคะ แม่ได้แรงบันดาลใจจากงานสมานมิตรโรงเรียนชื่อดังทั้งหลายของไทยป่าวคะ มีความรู้สึกส่วนว่าชอบมาก และ เป็นดนตรีขั้นฉากที่ยอดเยี่ยม เอาไว้เป็นอินโทรเปิดคอนเสิร์ตแทนเพลง Looking In ที่แม่ชอบใช้ได้เลยนะแม่นะ

More Than Just Friend

ชีใช้ช่วงเสียงผสมตั้งแต่เริ่มแต่เป็นเสียงผสมที่ไม่แข็งแรงเหมือน เมื่อก่อน ชีไร้เรี่ยวแรง เนื้อหาก็ถ้าเรียกตามประสาวัยรุ่นคือ เวิ่นเว่อ ค่ะ ฟังหลายรอบก็มีความรู้สึกอย่างเดียวว่า นี่มัน”เพลงแถม” นี่หว่า เหมือนเพลงเหลือจากอัลบั้มอื่นแล้วเอามาใส่เข้าไปให้อัลบั้มนี้ดูเยอะ ข้ามได้ข้าม หรือถ้าใครชอบ Subtle Invitation อยากจะฟังเพลงในตระกูลนี้อีกก็เชิญค่ะ

The Impossible

เสียงเครื่องดีดกับเครื่องเคาะตุ้มโหม่งๆตลอดทั้งเพลง แยกไม่ออกว่าชาติอินเดียหรือชาติใด แต่ฟังแล้วเหมือนดนตรีที่เปิดในผับนวดน้ำมันกลิ่นอโรม่า หรือเปิดตอนคูลดาวน์ร่างกายหลังมาสเตอร์สอนโยคะเสร็จ ฟังสบายๆคล้ายเพลงลูกของ Yours ค่ะ จุดเด่นอยู่ที่การอุปมาอุปมัย ชนิดที่ถ้าอีนี่มาเรียนแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เอาไปเต็มเลยทีเดียว

The Impossble (Reprise)

เหมือนเป็นดนตรีต่อจากเพลง The Impossble เหมือนกันทั้งเพลง มีแต่เสียงเครื่องดีดกับตุ้มโหม่ง สงสัยชีจะฟินจนอารมณ์ค้าง




_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Angel ( Prelude )

นี่มันเพลง Bliss ที่ชีเคยทำตอน Rainbow นี่หน่า แต่มันดูไพเราะ สบาย โปร่ง กว่ามาก ชีใช้เครื่องแปลงเสียงทำให้ดูกังวานขึ้น ประกอบกับเสียงหวีดชีที่บางลงก็ทำให้ดูไม่เค้นไม่หนักจนเกินไป สมแล้วที่ตั้งชื่อว่าเพลง Angel เพราะฟังแล้วได้ความรู้สึกล่องลอยไปบนสวรรค์ชั้นฟ้าจริงๆ เสียงหวีดของชีก็เทพเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะลอกเลียนได้ง่ายๆ

Angels cry

สุดยอดเพลงภาคต่อของตระกูล We belong together จังหวะมิดเทมโป กับ เสียงกระทบบีท เสียงร้องที่เป็นมิกซ์โทนเพราะๆของชีเข้ากับเนื้อหาของเพลงที่อยากได้คนรักกลับคืนมาเหลือเกิน ถ้าคนเพิ่งเลิกกับแฟนฟังคนเดียวอาจทำให้ร้องไห้เอาได้ มีการใช้บุคลาธิษฐาน เปรียบผู้ชายกับสายฟ้าด้วย ที่ว่าฟ้าจะไม่ผ่าซ้ำที่เดิม ซึ่งก็หมายถึงว่า คนรักเราจะไม่กลับมาแล้ว เสียงสูงตอนสุดท้ายกับการลากยาวก็กังวานดีไม่มีแรงตก เชื่อว่าต่อให้ทำออกมาสักร้อยเพลง แฟนเพลงก็ต้องชอบทั้งร้อยเพลง แน่นอน

Languishing ( The Interlude)

เป็นอินเทอร์ลูดที่เพราะที่สุดในอัลบั้ม เนื้อหาความหมายซาบซึ้งถึงความรักด้วยการตั้งคำถามง่ายๆว่า “หากฉันตายจากไปเธอจะร้องไห้ให้ฉันไหม” เสียงของมารายห์เป็นเสียงมิกซ์โทนไม่เชิงหลบไม่เชิงเต็ม เข้ากับคุณภาพเสียงของเพียโน เพลงหวานแต่ไม่ชวนฝันเฟื่องเหมือนอินเทอร์ลูดเพลงอื่น เพลงนี้มีภาคดนตรีเหมือนเพลง Petals , Rainbow และ Sunflower ค่ะ ประทับใจจังแม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้ฟังเพลงนี้ก็รู้สึกถึงคุณค่าของมันได้ รู้สึกได้ว่าชีประณีตในการหาคำกรั่นกรองออกมาเป็นเพลง

I want to know what love is

บัลลาดปิดอัลบั้มที่แม้จะย้อนยุคแต่ชีก็เอามาทำได้เป็นตัวเอง แต่อยากจะบอกชีว่าพึงระวังไว้ว่าการคัพเวอร์เพลงถ้าทำได้ดีมากก็จะกลายเป็นเพลงตัวเองไปเลย เช่นที่ชีเคยทำไว้กับเพลง Without you แต่ถ้าทำได้ไม่ดีถึงเท่าต้นฉบับละก็จะโดนมหาชนด่ากันให้ทั่วเหมือนที่ชีได้รับบทเรียนมาจากเพลง Bringkin on the heartbreak
เสียงวิสเทลโทนหวีดสูงมากและเป็นหวีดที่แข็งแรง งดงามด้วยสเกลธรรมดาๆ ผสานกับเสียงคลอรัสวงใหญ่
ต้องยอมรับว่าเพลงนี้เสียงของชีเด่นที่สุดในอัลบั้มและเด่นกว่าเนื้อหาเพลงด้วย สร้างความประทับใจแรกที่ได้ฟังใฟ้กับผู้ฟังได้แทบทุกคน ส่วนใครจะค่อนขอดว่าเนื้อหามันไม่เข้ากับป้า 39 ที่เรียกหาความรัก ทำตัวเป็นวัยรุ่นลองรักไปได้ ก็ขอให้ชีอย่าได้แคร์สื่อเลยนะคะ ทำดีมากๆเพลงนี้ เข้าทำนอง Save the Best For Last ค่ะ
อ้อแล้วที่เอามาไว้ปิดท้ายก็พอจะเข้าใจได้ว่า “หลังจากผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาในเริ่มต้น ชีก็พร้อมจะเปิดโอกาสให้ตัวเองรู้จักกับความรักในแนวใหม่ค่ะ”






บทสรุป

มารายห์พยายามกลับไปสู่แนวทางในอัลบั้ม Charmbreclet อย่างเห็นได้ชัด บางคนอาจคิดว่านี่เป็นการถอยหลังเข้าคลองแต่เดี๊ยนคิดว่าชีพยายามกลับไปแก้ไขข้อบกพร่องในอดีตของชีให้ดีขึ้นมากกว่า สังเกตุได้ว่างานประณีตขึ้นกว่าตอนนั้นเยอะ แล้วเรายังได้เจอลูกเล่นของเสียงกับซาวด์ดนตรีใหม่ๆของชีด้วยค่ะ

สำหรับแฟนตัวจริงซื้อเถอะค่ะอัลบั้มนี้ ต้องชอบมากแน่ๆ หากยังไม่ได้ลองฟัง แต่มานั่งอ่านที่เดี๊ยนรีวิวเนี่ยจะไม่มีประโยชน์เลย สู้ฟังแล้วไม่อ่านแต่ตัดสินด้วยตัวเองยังจะดีกว่านะคะ ถ้าไม่ใช่แฟนก็อาจจะไม่ชอบนะคะเพราะเป็นอาร์แอนด์บีที่ฟังยากไปจนถึงยากมาก แต่ถ้าอยากลองฟังทำได้ด้วยการเปิดใจรับฟังค่ะ จากนั้นชอบหรือไม่ชอบ สุดแล้วแต่คุณจะตัดสินใจนะคะ






_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบมีมี่มากกว่าอยู่ดีละค่ะ +5555

แต่ถามว่าเริ่ดไหม ก็ดีในระดับ อืม..เริ่ดกว่าอีนิวเคลียร์อะ

เพลงที่ชอบมากที่สุดรีคิดว่าเป็นเฮทยูค่ะ

แต่รีเป็นคนนึงที่ชอบออพเซ็สนะ รีว่ามันฮาได้อีก อิอิ

เพราะดีนะ แต่ชวนหลับมาก คงเหมาะแก่การกล่อมเด็กแน่ๆ

ปล.คงไม่ซื้อแน่ค่ะ บ็อกเซ็ตอีแม่แพงหรือเกิน อยากได้มาก

ศิลปินอื่นเลยขอบายค่ะ อิอิ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ตอนนี้ก็ชอบมากขึ้นเรื่อยๆๆๆ หัดร้อง H.A.T.E.U อยู่ อ๊ายยยยยยย
แต่ก็ยังอดเป็นห่วงเรื่องเสียงชีไม่ได้เลย กลัวชีจะร้องเพลงไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยหรอเนี่ยะ

ตกลงบั้มนี้จะทำเลียนอัลบัม Perfect angel ของป้ามินนี่รึป่าวเนี่ยะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
กันฟังบั้มนี้ไปรอบสองรอบเองคระ
ไม่ปลื้มเลยไม่ใคร่จะฟังเพิ่ม

ชอบแบบตอนมีมี่มากก่าคะ


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com