˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Da Nastina : Britney Spears : Britney
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Da Nastina : Britney Spears : Britney 
อ้างอิงจาก:


รีวิวของ Da Nastina





Britney Spears : Britney : 68%



หลายวันก่อนนี้ได้โอกาสไปเปิดกล่องเก็บเทปคลาสเซ็ทเก่าๆดูโน่นดูนี้ซึ่งมันก็เป็นความรู้สึกที่มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกนะคะที่ได้เห็นอัลบั้มหลายอัลบั้มที่เราเคยชอบและฟังบ่อยมากๆมันทำให้หวนคิดถึงตอนสมัยเด็กๆที่เดินใส่แว่นหนาเตอะกระเตงกระเป๋าใบเท่าตู้ไปรษณีย์ไปถอยเทป7-8ม้วนทุกๆวันศุกร์ เป็นหนึ่งในความทรงจำและวันเวลาดีๆที่แอบนั่งคิดถึงตลอดหลายวันต่อหนึ่งสัปดาห์ ส่วนตัวก็ขอแบ่งปันหนึ่งในวันเวลาดีๆเหล่านั้นกับอัลบั้มชุดที่สามของบริทนีย์ สเปียรส์ " Britney " ซึ่งต้องบอกตามตรงว่าวันที่อัลบั้มนี้วางแผงคือหนึ่งในวันที่ดีใจที่สุดในฐานะที่เป็นที่สุดแห่งอัลบั้มที่เดี๊ยนรอคอยในปีนั้นเลยทีเดียวจำได้ตั้งแต่วินาทีแรกจวบจนสุดท้ายที่ฟังอัลบั้มชุดนี้จบว่า "มันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆที่เติมเต็มแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้เด็กคนหนึ่งอย่างบอกไม่ถูก" ส่วนตัวดีใจมากที่วันน้ได้มีโอกาสที่จะเขียนถึงรีวิวชุดนี้และอุทิศความตั้งใจทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ให้แก่วันเวลาดีๆวันน้น ความสุขเล็กๆน้อยๆที่ยังคงสดใหม่ในความรู้สึกเหนือสิ่งอื่นใเดขออุทิศให้แก่เจ้าหญิงแห่งเพลงพ็อพ "บริทนีย์ สเปียรส์" ในฐานะอดีตแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่และไอค่อนที่เคยรักและเคารพมากๆแม้ว่าเส่นทางและรสนิยมทางดนตรีของอดีตแฟนเพลงคนนี้จะถอยห่างออกจากเธอชนิดที่ทาบกันไม่มีทางติดอีกต่อไปแต่ดีใจความรู้สึกดีๆและศรัทธาที่เคยมีมันกลับมาและเชื่อว่าจะมีมอบให้เธอคนนี้ตลอดไป



รูปแบบเพลง



ภาคดนตรีในงานชุดนี้สำหรับเดี๊ยนเปรียบเสมือนภาคต่ออันเป็นย่างก้าวที่พัฒนาขึ้นมาจาก Baby One More Time และ Oops! I Did It Again โดยภาพรวมของการนำเสนอดนตรียังเป็นพ็อพสไตล์ทีนดิว่าช่วงยุคมิลเลเนียมหรือจะว่าไปน่าจะเรียกว่าพ็อพสไตล์บริทนีย์ซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลกน่าจะดีกว่า ส่วนตัวคิดว่าการนำเสนอตัวเพลงมีความโดเด่นแบบชัดๆเลยบนความเป็นพ็อพเต้นรำที่ขยับเข้าสู่ความเป็นคลับแดนซ์ขึ้นสูงมากๆแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่สองแทร็ครวมถึงภาพรวมส่วนใหญ่จะถูกนำเสนอบนความเป็นบับเบิ้ลกัมพ็อพและทีนพ็อพสูงโด่งเช่นเดิมก็ตามหากแต่ก็เป็นแค่สองแทร็คที่แรงจัดและแรงพอที่จะส่งอิทธิพลควบคุมทิศทางของตัวงานทั้งหมดรวมถึงภาพลักษณ์ของศิลปินได้ค่อนข้างทรงพลังทีเดียว (คือบริทนีย์ดูเปลี่ยนไปพอสมควรทีเดียว) ก่อนจะไต่ระดับไปสู่บัลลาด โอลด์สคูล พ็อพร็อค ฟั้งค์ ดิสโก้รวมถึงอิทธิพลของความเป็นเออร์บันซึ่งเข้ามามิบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับว่าเป็นงานเรียกน้ำย่อยก่อนที่จะได้ไปพบกับบริทนีย์ภาคพัฒนาแล้วที่ขยับเข้าสู่ภาพลักษณ์และการนำเสนอดนตรีในแบบเซ็กส์ซิมโบลตัวแม่แห่งทศวรรษกับภาคดนตรีที่ดำขึ้นถึงขั้นฮิพฮอพและโซลรวมถึงสรรพสำเนียงดาร์คอัลเทอเนทีฟแบบอิเล็คโทรโรโบติคซาวนด์ชืดๆแต่เปรี้ยวและเทคโนเก๋ๆในงานหลังจากนี้ที่จะทำให้คุณ เอ่อ ตะลึง

จุดด้อย

จะว่าไปก็ต้องนับว่างานชุดนี้เป็นอัลบั้มพ็อพที่นำเสนอเนื้องานออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวนะคะทั้งในแง่ของการนำสเนอภาคดนตรีที่มีเสน่ห์สมกับนิยามของดนตรีพ็อพ (ซึ่งพ็อพมันก็ต้องแบบนี้ล่ะนะคะ) รวมถึงการระบายทุกมุมของความเป็นบริทนีย์ทั้งตัวตน ชื่อเสียง ภาพลักษณื สไตล์ลงสู่ตัวงานและสะท้อนหลายสิ่งที่เป็นเธอออกมาได้ดีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่ามันเป็นไปแบบกั๊กๆครึ่งๆกลางๆคือบทที่จะแรงก็ล่อซะขนหัวลุกเหมือนกันแต่ส่วนมากของอัลบั้มสัมผัสได้ว่าเธอยังห่วงหน้าพะวงหลังอาลัยอาวรณ์กับสูตรสำเร็จ ภาพลักษณืและฐานแฟนเดิมๆจนไม่กล้าสลัดไปสู่สิ่งใหม่อย่างเต็มตัว ฟังๆไปก็ตลกดีเหมือนกันคะฉาบภาพลักษณ์ซะเซ็กซี่เชียวแต่เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มก็ยังใสกิ๊งอยู่มากจะว่าไปเอาจริงๆแล้วแทร็คที่ส่วนตัวคิดว่าแรงจนพ้นระดับอดัลท์คอนเทมโพลารีย์มีอยู่แค่3แทร็คด้วยซ้ำ (I'm A Slave 4 U,BoysและI Love Rock'N'Roll) อย่างไรก็ตามส่วนตัวชอบการแสดงออกทางพัฒนาการทางวัยวุฒิที่ค้นหาความเป็นตัวเองไปพร้อมๆกับการเติบโตทางดนตรีไปเคียงคู่กันฟังแล้วรู้สึกว่าเธอเป็นธรรมชาติและให้เวลากับแฟนๆที่จะปรับตัวและก้าวเติบโตไปพร้อมๆกันได้ดี อย่างน้อยก้ไม่ได้เปิดศักราชชนิดบ้าระห่ำจนแฟนๆมึนแบบคริสทิน่า อากิเลร่าของเดี๊ยนอ่ะนะคะ

อีกประเด็นคิดว่างานชุดนี้มันมีกรอบบางอย่างที่จำกัดตัวมันเองอยู่ หนึ่งในนั้นคือถูกจำกัดอย่างน่าเศร้าด้วย "ความเป็นงานของบริทนีย์" ปฏิเสธกันไม่ได้หรอกนะคะว่าชื่อของบริทนีย์นี่ขายได้กว้างและทั่วทุกมุมโลกจริงแต่ในมุมมองของคนที่มาตรฐานทางดนตรีสูงมากๆบางท่านรวมถึงพวกพัฒนาการทางดนตรีทะลึ่งพรวดพราดหนักขึ้นเรื่อยๆเมื่อหันกลับไปย้อนมองงานชุดนี้คงจะถามตัวเองว่า "มันมีดีอะไรนักหนา" โชคดีที่ส่วนตัวเป็นแฟนเพลงบริทนีย์มาก่อนเลยตอบได้อย่างภูมิอกภูมิใจว่ามีดีในแง่ของการเป็นตัวแทนวัฒนธรรมของการทำดนตรีสไตล์ทีนพ็อพยุค2000ได้อย่างโดดเด่นที่สุด แต่แหมถ้าคุยกันตรงๆโดยไม่สนใจชื่อเสียงคับโลกและยอดขายมหาศาลแล้วมันก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆเนอะว่าเป็นงานดนตรีที่ขายตัวงานล้วนๆด้วยภาพลักษณ์และบารมีของศิลปิน แต่ไปคิดกันดีๆนะคะว่าในอุตสาหกรรมเพลงพ็อพน่ะมีแค่ "บริทนีย์คนเดียวเหรอที่เข้าข่ายนี้?" มากมายก่ายกองค่ะ เพียงแต่บริทนีย์ดังกว่าพวกนั้นไงคะเลยโดนด่ามากกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกโฟกัสไปที่คนเด่นที่สุดเสมอแม่บริทเลยซวยไป หึหึหึ
แทร็คเด็ด

เริ่มที่ซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง I'm A Slave 4 U (4/5) ที่เก๋ด้วยการฉีกการนำเสนอเดิมๆให้แตกต่างออกไปจากการเปิดตัวเมื่อ2อัลบั้มที่แล้วได้อย่างชัดเจนด้วยการระบายภาพลักษณ์สุดแสนเซ็กซี่และร้อนแรงขึ้นอีกหลายองศาลงสู่ดนตรีพ็อพเต้นรำที่ถูกพัฒนาความแรงขึ้นจนเข้าสู่ระดับคลับแดนซ์ผสานอาร์แอนด์บีซึ่งไปได้ดีกับการถ่ายทอดแบบร้องกึ่งแร็พกึ่งกระซิลกระเส่าฟังแล้วนึกถึงเจเน็ตกับมาดอนน่าอยู่เหมือน อย่างไรก็ตามนับว่าเป็นการพัฒนาจากเจ้าหญิงวัยใสสู่ความเป็นเซ็กส์ซิมโบลคนใหม่แห่งยุคได้อย่างมีชั้นเชิงน่าดูชมทีเดียว ตามมาติดๆกับ Overprotected (2.5/5) ซิงเกิ้ลถัดไปที่คืนสู่ความเป็นสามัญเอาใจฐานแฟนเพลงเดิมเต็มที่ด้วยพ็อพบับเบิ้ลกัมยุคโลกาภิวัฒน์ที่ผสานจังหวะสนุกๆของวาวนด์เต้นรำและอาร์แอนด์บี พ็อพตามแบบฉบับทีนดิว่าแม้ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนไม่มีอะไรใหม่แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าภูมิในทีเดียวที่เธอสามารถนิยาม "เพลงพ็อพฉบับบริทนีย์ สเปียรส์" ซึ่งเพลงแบบนี้แหละเป็นพ็อพสไตล์เฉพาะตัวของเธอคนนี้จริองๆที่ส่งอิทธิพลยิ่งใหญ่สู่วัฒนธรรมการทำดนตรีของศิลปินทีนพ็อพทั่วโลกจวบจนปัจจุบัน แทร็คถัดไป Anticipating (4/5) เป็นโอลด์สคูลทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมใสๆน่ารักๆที่แฝงรสชาติของฟั้งค์กี้ย์และยูโรดิสดก้90แบบอ่นๆได้อย่างลงตัว เป็นแทร็คที่เป็นตัวแทนมุมใสๆของบริทนีย์ที่เธอสื่ออมาได้อย่างเหนือชั้นทุกครั้ง มาที่2แทร็คจากภาพยนร์ Cross Road อย่าง I'm Not A Girl,Not Yet a Woman (4/5)และ I Love Rock'N'Roll (3/5) โดยแทร็คแรกเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์เมนท์สตรีมพ็อพบัลลาดสูตรสำเร็จที่เรียบง่ายแต่ไพเราะทรงพลังเหนือชั้นเคียงคู่ไปกับภาคเนื้อหาที่บรรจงแต่งออกมาได้อย่างลุ่มลึกจากปลายปากกาของไดโด้ที่ว่าด้วยเรื่องของการยอมรับสถานภาพทางวัยวุฒิในปัจจุบันของตนในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะแสวงหาความเริ่มต้นทางจิตวิญญาณและการลิขิตหนทางชีวิตในฉบับที่ใจตนต้องการ ส่วนตัวประทับใจที่บริทนีย์สามารถนำภาพลักษณ์ความเป็นต้นแบบของวัยรุ่นในยุคนั้นมาถ่ายทอดลงสู่ตัวเพลงได้อย่างหนือชั้นทีเดียว สำหรับแทร็คหลังเป็นพ็อพร็อคที่คัฟเวอร์มาจากแทร็คอมตะของราชินีพั้งค์ร็อคอย่างป้าโจน เจ็ทท์นับว่าเป็นการระเบิดความเกรี้ยวกราดและทัศนคติที่ขบฏขึ้นอีกระดับจากเธอได้อย่างดี

สำหรับแทร็คที่แรงที่สุดในงานชุดนี้ขอยกให้ Boys (4.5/5) ซึ่งเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและชั้นเชิงทางดนตรีที่ที่มีสูงขึ้นจากที่เคยได้ยินหลายระดับ ตัวเพลงเป็นเออร์บันพ็อพเต้นรำที่ผสานความเป็นคลับแดนซ์มฟั้งค์มดิสโก้และอาร์แอนด์บีฮิพฮอได้อย่างลงตัว ส่วนตัวเห็นว่าเป็นหนึ่งในแทร็คเต้นรำที่เซ็กซี่และสมบูรณืแบบตลอดกาลจากบริทนีย์ ในขณะที่ That's Where You Take Me (5) เป็นแทร็คที่ฟังครั้งแรกแล้วมันคลิ๊กกับจิตวิญญาณของเดี๊ยนเลยทีเดียวด้วยภาคเนื้อหาและสาส์นอันทรงพลังหลายสิ่งหลายอย่างที่บริทนีย์สื่อออกมา ส่วนตัวภูมิใจกับภาคดนตรีมากๆเพราะสุดๆตัวเพลงเป็นมิดเทมโพทีนพ็อพ อาร์แอนด์บีบัลลาดเมโลดี้ย์สวยหวานบรรเจิดที่ผสานความเป็นคอนเทมโพลารีย์เข้ากับเสียงสังเคราะห์หลอนๆลอยละล่องแบบแอมเบี้ยนท์ได้อย่างลงตัวทีเดียว ไม่รู้จะพิมพ์ว่าอะไรดีเอาเป็นว่าเป็นส่วนตัวเป็นเพลงรักจากบริทนีย์ที่บริสุทธิ์และวาทะศิลป์สวยงามที่สุดเท่าที่เคยฟังมา เป็นหนึ่งในเพลงท่ชอบที่สุดของบริทนีย์เลยทีเดียว

สรุป

งานอัลบั้มเพลงพ็อพที่เป็นตัวแทนซึ่งสะท้อนนิยามของทีนพ็อพช่วงยุคโลกาภิวัฒน์รวมถึงวินาทีอันรุ่งโรจน์ของเจ้าหญิงแห่งเพลงพ็อพท่านนี้ได้อย่างทรงพลังที่สุดตลอดกาล ไม่ได้ทรงคุณภาพจนถึงที่สุดหากแต่ยิ่งใหญ่ในฐานะเป็นต้นแบบและตัวแทนแห่งวัฒนธรรมของวัยรุ่นช่วงต้นยุค2000ตลอดกาล


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
สำหรับบริทย์ในอัลบั้มนี้ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คือชื่อเธอยังไงมันก็ขายได้ เพียงแต่ว่าต่อจากอัลบั้มนี้เธอจะขายได้เรื่อยๆ หรือค่อยๆลดความนิยมลงก็เท่านั้น แต่ด้วยที่ตัวอัลบั้มมันมีความดีในตัวก็เลยรอดพ้นไป แม้ว่าจะดูกล้ากลัวๆไปบ้างก็ตาม

แทร็คที่ชอบที่สุดในอัลบั้มคือI'm Not A GirlNot Yey A Woman คือตอบโจทย์ได้ดีว่าอะไรคือบริทนี่ย์ในช่วงนี้ได้ดีมากๆ และเมื่อมาดูในตัวอัลบั้มที่ยอมรับว่าดีก็จริง แต่ดูเหมือนสับสนจับอันนู้นอันนี้มาลองงานใหม่ เพลงนี้เข้าถึงได้ดีที่สุดเลยครับ

I Slave For You เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ดีเช่นกัน เหมือน Baby One More TIme + Oops แล้วก็เพิ่มความเก๋ด้วยลูกเล่นเป็นอาร์แอนด์บี ฟังก์ เออร์บัน ลงไปนิดๆหน่อย ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเพลงเต้นรำอีกเพลงที่โด่งดังมาถึงทุกวันนี้

ตามนั้นครับผม!!!

ปล.เจ๊รีเควสต์ฮิลอัลบั้มแรกได้เปล่า 555+


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ช่วงที่ I'm A Slave 4 U ออกมาแรกๆ แบบไม่ค่อยชอบเพลงนี้เลยเพราะกระแสเพลงช่วงนั้น มันค่อนข้างจะออกแนวประมาณ 2ชุดแรกของชีซะส่วนใหญ่ และก็ชินกับเพลงแนวนั้นด้วย แต่พอฟังไปสักพักเอาเพลงนี้ไปเต้นหรีด ต๊ายยย ชอบขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวท่อน Get it Get it มันติดหูมาก + กับเอ็มวีที่แบบ เอ็กซ์สุดๆ อัลบั้มนี้ถือเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่ค่าย Jive เลิกเป็นพันธมิตรกับแกรมมี่บ้านเราด้วย

แต่ก็นั่นละจุดเสียก็คือชียังคงไม่กล้าที่จะก้าวไปให้สุด ยังคงมีเพลงแนว 2 ชุดแรกแถบทั้งอัลบั้มจนทำให้อัลบั้มนี้กลายเป็นไตรภาคต่อจาก 2 ชุดแรกไปในที่สุด แต่ก็อย่างว่าชุดนี้แม้จะไม่ประสบคามสำเร็จขายได้เกิน 20 ล้าน เหมือน 2ชุดแรกแต่มันก็ทำให้ขยายฐานแฟนคลับให้กว้างขึ้นจิงๆ ม่รู้ว่าอนิสงค์ ของเป็บซี่รึป่าว



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
paradizer พิมพ์ว่า:
สำหรับบริทย์ในอัลบั้มนี้ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คือชื่อเธอยังไงมันก็ขายได้ เพียงแต่ว่าต่อจากอัลบั้มนี้เธอจะขายได้เรื่อยๆ หรือค่อยๆลดความนิยมลงก็เท่านั้น แต่ด้วยที่ตัวอัลบั้มมันมีความดีในตัวก็เลยรอดพ้นไป แม้ว่าจะดูกล้ากลัวๆไปบ้างก็ตาม

แทร็คที่ชอบที่สุดในอัลบั้มคือI'm Not A GirlNot Yey A Woman คือตอบโจทย์ได้ดีว่าอะไรคือบริทนี่ย์ในช่วงนี้ได้ดีมากๆ และเมื่อมาดูในตัวอัลบั้มที่ยอมรับว่าดีก็จริง แต่ดูเหมือนสับสนจับอันนู้นอันนี้มาลองงานใหม่ เพลงนี้เข้าถึงได้ดีที่สุดเลยครับ

I Slave For You เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ดีเช่นกัน เหมือน Baby One More TIme + Oops แล้วก็เพิ่มความเก๋ด้วยลูกเล่นเป็นอาร์แอนด์บี ฟังก์ เออร์บัน ลงไปนิดๆหน่อย ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเพลงเต้นรำอีกเพลงที่โด่งดังมาถึงทุกวันนี้

ตามนั้นครับผม!!!

ปล.เจ๊รีเควสต์ฮิลอัลบั้มแรกได้เปล่า 555+


จะว่าไปงวานชุดนี้เจ๊ว่าเป็นพ็อพที่หลากหลายและแข็งขึ้นกว่า2ชุดก่อนหน้านี้เยอะทีเดียวนะคะ ส่วน I'm Not A Girl... เจ๊เห็นด้วยที่ว่ามันสะท้อนหลายอย่างที่บริทนีย์เป็นออกมาได้ดีทีเดียวแม้ว่าจะไม่ได้มาจากปลายปากกาเธอก็ตามเป็นเพลงที่สัมผัสอะไรหลายๆอย่างในตัวเธอได้น่ะค่ะ ส่วนI'm A Slave 4 U เจ๊ว่าไม่มีอะไรเหมือนสองเพลงนั้นเลยนะคะโครงสร้างและการนำเสนอนี่คนละโยชน์เลยค่ะ

ป.ล. หวายยยย ไม่ไหวมั้งคะ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ninespears พิมพ์ว่า:
ช่วงที่ I'm A Slave 4 U ออกมาแรกๆ แบบไม่ค่อยชอบเพลงนี้เลยเพราะกระแสเพลงช่วงนั้น มันค่อนข้างจะออกแนวประมาณ 2ชุดแรกของชีซะส่วนใหญ่ และก็ชินกับเพลงแนวนั้นด้วย แต่พอฟังไปสักพักเอาเพลงนี้ไปเต้นหรีด ต๊ายยย ชอบขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวท่อน Get it Get it มันติดหูมาก + กับเอ็มวีที่แบบ เอ็กซ์สุดๆ อัลบั้มนี้ถือเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่ค่าย Jive เลิกเป็นพันธมิตรกับแกรมมี่บ้านเราด้วย

แต่ก็นั่นละจุดเสียก็คือชียังคงไม่กล้าที่จะก้าวไปให้สุด ยังคงมีเพลงแนว 2 ชุดแรกแถบทั้งอัลบั้มจนทำให้อัลบั้มนี้กลายเป็นไตรภาคต่อจาก 2 ชุดแรกไปในที่สุด แต่ก็อย่างว่าชุดนี้แม้จะไม่ประสบคามสำเร็จขายได้เกิน 20 ล้าน เหมือน 2ชุดแรกแต่มันก็ทำให้ขยายฐานแฟนคลับให้กว้างขึ้นจิงๆ ม่รู้ว่าอนิสงค์ ของเป็บซี่รึป่าว


จะว่าไปเพลงนี้ของบริทนีย์ต้องใช้เวลาพิสูจน์นะคะสำหรับฐานแฟนหลายๆคนช่วงนั้นเป็นวัยรุ่นเยอะมากและเราๆก็จะติดกับพวกทีนพ็อพใสๆอ่ะเนอะพอมาเจอเพลงนี้เข้าไปเลยอาจจะรู้สึกแปลก แบบ ไม่เหมือนบริทนีย์คนเดิมแต่ส่วนตัวฟังแล้วชอบตั้งแต่ครั้งแรกเลยนะคะเต้นมันส์และเร่าร้อนดีจัง ส่วนเอ็มวีชนะเลิศค่ะแรงจนเกิดเปรี้ยงเป็นอีกลุคไปเลย

ส่วนเรื่องจุดเสียนั้นเห็นด้วยทีเดียวค่ะ จริงๆแล้วงานชุดนี้ถ้าบริทนีย์กล้าจะเปลี่ยนกว่านี้อีกนิดมันจะเป็นอะไรที่เหนือกว่าความเป็นไตรภาคอย่างแน่นอน ส่วนที่ขยายแฟนคลับมากขึ้นคิดว่าถึงงานจะขายได้ไม่เท่าสองชุดแรกแต่ภาพลักษณ์เธอทรงพลังขึ้นรวมถึงเป็นช่วงที่ชื่อเสียงของบริทนีย์เองทรงพลังถึงขีดสุดทีเดียวนะคะ อีกทั้งโฆษณาก็เกี่ยว หนังที่เล่นแม้จะโดนด่าแต่ก็มีหลายคนที่ชอบเรื่องนี้นะคะเช่นเดี๊ยนเป็นต้น รวมถึงองค์ประกอบหลฃายๆอย่างที่เป็นเธอมันสร้าง
กระแสตอบรับที่กว้างขึ้นหมดทุกอย่างจริงๆ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
paradizer พิมพ์ว่า:
สำหรับบริทย์ในอัลบั้มนี้ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คือชื่อเธอยังไงมันก็ขายได้ เพียงแต่ว่าต่อจากอัลบั้มนี้เธอจะขายได้เรื่อยๆ หรือค่อยๆลดความนิยมลงก็เท่านั้น แต่ด้วยที่ตัวอัลบั้มมันมีความดีในตัวก็เลยรอดพ้นไป แม้ว่าจะดูกล้ากลัวๆไปบ้างก็ตาม

แทร็คที่ชอบที่สุดในอัลบั้มคือI'm Not A GirlNot Yey A Woman คือตอบโจทย์ได้ดีว่าอะไรคือบริทนี่ย์ในช่วงนี้ได้ดีมากๆ และเมื่อมาดูในตัวอัลบั้มที่ยอมรับว่าดีก็จริง แต่ดูเหมือนสับสนจับอันนู้นอันนี้มาลองงานใหม่ เพลงนี้เข้าถึงได้ดีที่สุดเลยครับ

I Slave For You เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ดีเช่นกัน เหมือน Baby One More TIme + Oops แล้วก็เพิ่มความเก๋ด้วยลูกเล่นเป็นอาร์แอนด์บี ฟังก์ เออร์บัน ลงไปนิดๆหน่อย ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเพลงเต้นรำอีกเพลงที่โด่งดังมาถึงทุกวันนี้

ตามนั้นครับผม!!!

ปล.เจ๊รีเควสต์ฮิลอัลบั้มแรกได้เปล่า 555+


จะว่าไปงวานชุดนี้เจ๊ว่าเป็นพ็อพที่หลากหลายและแข็งขึ้นกว่า2ชุดก่อนหน้านี้เยอะทีเดียวนะคะ ส่วน I'm Not A Girl... เจ๊เห็นด้วยที่ว่ามันสะท้อนหลายอย่างที่บริทนีย์เป็นออกมาได้ดีทีเดียวแม้ว่าจะไม่ได้มาจากปลายปากกาเธอก็ตามเป็นเพลงที่สัมผัสอะไรหลายๆอย่างในตัวเธอได้น่ะค่ะ ส่วนI'm A Slave 4 U เจ๊ว่าไม่มีอะไรเหมือนสองเพลงนั้นเลยนะคะโครงสร้างและการนำเสนอนี่คนละโยชน์เลยค่ะ

ป.ล. หวายยยย ไม่ไหวมั้งคะ


ไอ้ตรง ปล. นี่ล้อเล่นนะเจ๊ อย่าซีเรียสอะไรมาก 555+

ส่วนเรื่องที่บอกว่า slave เหมือน baby กับ oops ก็ตรงที่ว่าเวลาฟังแล้วรู้สึกอารมณ์เดียวกันอ่ะเจ๊ ยอมรับนะว่าเซ็กซี่ขึ้นมาก แต่ภาพตอนนั้นมันเหมือนยังไม่กล้าข้ามผ่านด่านความเป็นเบบี้และอุ๊ปส์อะครับผม!!!


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
จะว่าไปอัลบัมนี้ก็ถือว่าเป็นอัลบัมที่ชอบอัลบัมนึงของบริทเลยนะคะ
เป็นอัลบัมที่ดีจริงๆ คะ เป็นการก้าวหน้าพัฒนาทางด้านดนตรีที่ดีมากๆ



_________________
CLICK

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
paradizer พิมพ์ว่า:
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
paradizer พิมพ์ว่า:
สำหรับบริทย์ในอัลบั้มนี้ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คือชื่อเธอยังไงมันก็ขายได้ เพียงแต่ว่าต่อจากอัลบั้มนี้เธอจะขายได้เรื่อยๆ หรือค่อยๆลดความนิยมลงก็เท่านั้น แต่ด้วยที่ตัวอัลบั้มมันมีความดีในตัวก็เลยรอดพ้นไป แม้ว่าจะดูกล้ากลัวๆไปบ้างก็ตาม

แทร็คที่ชอบที่สุดในอัลบั้มคือI'm Not A GirlNot Yey A Woman คือตอบโจทย์ได้ดีว่าอะไรคือบริทนี่ย์ในช่วงนี้ได้ดีมากๆ และเมื่อมาดูในตัวอัลบั้มที่ยอมรับว่าดีก็จริง แต่ดูเหมือนสับสนจับอันนู้นอันนี้มาลองงานใหม่ เพลงนี้เข้าถึงได้ดีที่สุดเลยครับ

I Slave For You เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่ดีเช่นกัน เหมือน Baby One More TIme + Oops แล้วก็เพิ่มความเก๋ด้วยลูกเล่นเป็นอาร์แอนด์บี ฟังก์ เออร์บัน ลงไปนิดๆหน่อย ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเพลงเต้นรำอีกเพลงที่โด่งดังมาถึงทุกวันนี้

ตามนั้นครับผม!!!

ปล.เจ๊รีเควสต์ฮิลอัลบั้มแรกได้เปล่า 555+


จะว่าไปงวานชุดนี้เจ๊ว่าเป็นพ็อพที่หลากหลายและแข็งขึ้นกว่า2ชุดก่อนหน้านี้เยอะทีเดียวนะคะ ส่วน I'm Not A Girl... เจ๊เห็นด้วยที่ว่ามันสะท้อนหลายอย่างที่บริทนีย์เป็นออกมาได้ดีทีเดียวแม้ว่าจะไม่ได้มาจากปลายปากกาเธอก็ตามเป็นเพลงที่สัมผัสอะไรหลายๆอย่างในตัวเธอได้น่ะค่ะ ส่วนI'm A Slave 4 U เจ๊ว่าไม่มีอะไรเหมือนสองเพลงนั้นเลยนะคะโครงสร้างและการนำเสนอนี่คนละโยชน์เลยค่ะ

ป.ล. หวายยยย ไม่ไหวมั้งคะ


ไอ้ตรง ปล. นี่ล้อเล่นนะเจ๊ อย่าซีเรียสอะไรมาก 555+

ส่วนเรื่องที่บอกว่า slave เหมือน baby กับ oops ก็ตรงที่ว่าเวลาฟังแล้วรู้สึกอารมณ์เดียวกันอ่ะเจ๊ ยอมรับนะว่าเซ็กซี่ขึ้นมาก แต่ภาพตอนนั้นมันเหมือนยังไม่กล้าข้ามผ่านด่านความเป็นเบบี้และอุ๊ปส์อะครับผม!!!


หนูทำให้เจ๊ขนลุกจริงๆนะยะ ขอบคุณนะคะที่ล้อเล่น

ส่วนเรื่องเพลงคิดงั้นจริงๆเหรอ ? เป็นมุมมองที่แปลกมากเท่าที่เจ๊เคยเจอสำหรับเพลงนี้ทีเดียวค่ะ น่าสนใจมากๆถึงจะขัดแย้งกับเจ๊อย่างแรงแต่เก๋ว่ะ ขอบคุณนะคะที่เสนอมา เริ่ด

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com