˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ถัดไป
Da Nastina : Britney Spears : In The Zone
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Da Nastina : Britney Spears : In The Zone 
อ้างอิงจาก:


Britney Spears : In The Zone : 70%

In The Zone เป็นสตูดิโออัลบั้มอันดับสี่ของบริทนีย์ สเปียร์ส ซึ่งสามารถสร้างสถิติให้เธอเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่มีสตูดิโออัลบั้มขึ้นเป็นอับดับหนึ่งติดต่อกันถึงสี่อัลบั้ม (ถ้าจำไม่ผิดขึ้นด้วยยอด609,000ก็อปปี้) ได้3แพลตตินัมจากR.I.A.A ด้วยจำนวนยอดขาย3.1ล้านแผ่นเฉพาะในอเมริกา (ถ้าข้อมูลด้านสถิติผิดพลาดช่วยโต้แย้งด้วย)

รูปแบบเพลง: บริทนีย์สามารถแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของความเป็นศิลปินที่มีศักยภาพยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับงานชุดก่อนๆ โดยที่เธอสามารถฉีกรูปแบบการนำเสนอดนตรีและภาพลักษณ์ของตนเองให้หลากหลาย และมีชั้นเชิงกว่าเดิม เธอก้าวไปอีกระดับจากการทำเพลงพ็อพตามแบบฉบับทีนดิว่าสู่งานดนตรีพ็อพเต้นรำที่ผสานไปด้วยสรรพสำเนียงและกลิ่นอายของดนตรีที่หลากหลายเช่น อาร์แอนด์บี (ซึ่งมีอิทธิพลในหลายแทร็ค) แดนซ์ฮอลล์ แทรนซ์ นีโอ-อิเล็คโทร ดีฟเฮาส์ เทคโน ฮิพฮอพ รวมไปถึงบัลลาด (ทำไมเยอะจังคะ) นอกจากนี้การที่เธอได้ร่วมงานกับโปรดิวซ์เซอร์ระดับแนวหน้าอย่าง อาร์ เคลลี่ มาดอนน่า โมบีย์ เดอะแมทริกซ์และอีกมากมายทำให้ผลผลิตที่ถูกคัดเลือกอยู่ในอัลบั้มค่อนข้างแข็งกล่าวคือมีประสิทธิภาพและแรงพอที่จะตัดขายได้เกือบทุกเพลง ป.ล. เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้ร่วมงานกับแม็ก มาร์ติน โปรดิวเซอร์คู่บุยที่สร้างชื่อและความสำเร็จให้เธออย่างมากมายเมื่อสามอัลบั้มที่แล้ว

จุดด้อย : แม้ว่าอัลบั้มนี้จะสามารถขึ้นอันดับหนึ่งและขายได้มากมายอยู่ (เมื่อเทียบกับหลายๆศิลปิน) ก็จริง แต่เมื่อมาวัดกันโดยใช้บรรทัดฐานความเป็นบริทนีย์โดยส่วนตัวเดี๊ยนคิดว่างานที่มีศักยภาพค่อนข้างพร้อมระดับนี้สมควรที่จะขายได้มากกว่านี้ (ชุดนี้กลับขายได้น้อยที่สุดของเธอ) แต่อันนี้จะโทษที่ตัวบริทก็ไม่ได้เนื่องจากเธอได้รับบาดเจ็บที่เข่าทำให้ไม่สามารถโปรโมตอัลบั้มนี้ได้อย่างเต็มที่ในแบบที่ควรจะเป็น โปรโมตได้ครึ่งๆกลางๆแต่สามารถทำยอดขายในระดับนี้ได้ถือว่าเธอเก๋าพอสมควร (จริงๆแล้วมีโควต้าโปรโมตไว้หกซิงเกิ้ล เสียดายเพลงดีๆที่ไม่ได้โปรโมตจัง) นอกจากนี้เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบพัฒนาการทางดนตรีระหว่างเธอกับคริสทิน่า อากิเลรา เดี๊ยนว่าอัลบั้มนี้มีย่างก้าวที่คล้ายกับ Stripped ในแง่ของดนตรีที่หลากหลายมากๆเหมือนกับเป็นอัลบั้มทดลองเพื่อหาแนวดนตรีที่เหมาะสมต่อตนเอง ก่อนอื่นขอชมว่าทั้งคู่สามารถทำอัลบั้มที่มีเอกภาพคือหลากหลายแต่ไม่มั่วซั่ว สามารถฟังได้อย่างต่อเนื่อง ไพเราะและที่สำคัญลงตัวเป็นเนื้อเดียวกัน (ลองดูPublic Affair ของอีย์เจสสิคะ) เมื่อมาพิจารณาด้านเนื้อหาคิดว่าคริสทิน่าได้ถ่ายทอดสิ่งที่จรรโลงสังคมและเป็นประโยชน์ควรค่าแก่การฟังในระยะยาวและมีอิทธิพลต่อความรู้สึกมากกว่าในขณะที่บริทนีย์ยังไม่ได้สื่อสิ่งที่เป็นสาระอย่างเป็นจริงเป็นจังนัก เนื้อหาโดยรวมของอัลบั้มเน้นไปถึงเรื่องเซ็กส์ การตะลุยราตรีอะไรพวกนั้นมุขแบบนี้มาดอนน่าทำมาแล้วอย่างเหนือชั้นใน Erotica คิดจะเล่นเรื่องแบบนี้เธอเจอคู่แข่งที่น่ากลัวกว่าเยอะพอตัวนะคะหอกทั้งเจ๊แม่ เจ๊เจเน็ต และสาวฮิพออพอาร์แอนด์บีดาวรุ่งอีกกี่สิบชีวิต พูดกันง่ายๆคือถ้าเทียบกับคนอื่นๆแล้วไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ อย่างไรก็ตามบริทนีย์ยังโชคดีที่ยังเหลือบารมีเก่าให้กินอยู่มากจะยังไงถ้าพะยี่ห้อบริทนีย์ สเปียร์สใครๆก็สนใจนะคะ

ซิงเกิ้ล :

Me Against The Music Feat. Madonna (4.5/5) ซิงเกิ้ลแรกและถือเป็นไทเทิ่ลแทร็คของอัลบั้ม จริงๆก่อนหน้าเวอร์ชั่นที่จะร่วมงานกับเจ๊เพลงนี้เคยใช้ชื่อว่า Get In The Zone (ซึ่งเป็นชื่อของอัลบั้มก่อนหน้าที่จะวางขายเช่นกัน) ก่อนหน้านี้เพลงที่ถูกวางเป็นซิงเกิ้ลแรกคือ Outrageus เนื่องจากต้นสังกัดเห็นว่ามีความเป็นเออร์บันสูงพอที่จะตอบสนองอุปสงค์ของตลาดเพลงปัจจุบันได้ แต่อีหอกมองการณ์ไกลค่ะเห็นว่าถ้าตัดเพลงนี้ไม่ต้องรอให้เข่าหักเดี๊ยนก็ไม่รอดแน่ก็เลยส่ง Me Against The Music ไปให้มาดอนน่าพิจารณาก่อนที่จะมาบันทึกเสียงใหม่ ด้วยชื่อเสียงและความอัจฉริยะของทั้งคู่ทำให้เพลงอาร์แอนด์บีเต้นรำธรรมดาๆเพลงนี้ดูมีพลังมากขึ้นทีเดียวเมื่อตัวเลือกที่มาร่วมงานด้วยคือสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอุตสาหกรรมดนตรีสากล โดยส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดามากๆแน่ค่ะสำหรับการที่ตัวแทนพลังจากสองยุค (ที่มีอิทธิพลสุดๆต่อตลาดเพลงพ็อพ) มาดวลเพลงกัน นอกจากนี้ที่น่าสนใจคือเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวเพลงแรกของบริทนีย์ในฐานะ Co-WritingและCo-Producingด้วยนะคะ ป.ล. ไปๆมาๆดูเหมือนจะเป็นมาดอนน่า ฟีท บริทนีย์มากกว่านะคะเพราะอีเจ๊เล่นแผดเสียงกลบอีหอกสุดพลัง เริ่ดชิงๆ

Toxic (4/5) ซิงเกิ้ลที่สองพ็อพแดนซ์เจือสรรพสำเนียงความเป็นบอลลีวูดด้วยเครื่องสายแบบอินเดียที่เล่นตามแบบฉบับหนังสายลับ (ได้ข่าวว่ามีแรงบันดาลใจมาจากเจมส์ บอนด์สักภาคนี่แหละคะ) ที่น่าประทับใจแทนหอกคือเพลงนี้สามารถขึ้นอันดับ9บนชาร์ตบิลด์บอร์ดได้หลังจากที่เธอไม่ได้มีเพลงฮิตมาถึง2ปี นอกจากนี้ยังชนะรางวัลแกรมมี่เป็นตัวแรกสาขา Best Dance Recording นะคะ (ต๊ายยย เพิ่งรู้นะคะ) แถมโพลจากการสอบถามลูกค้ากว่า66ประเทศของบริษัท โซนี่ อิริคสันเกี่ยวกับเพลงที่โดนใจลูกค้ามากที่สุดจากตัวเลือกเจ็ดแสนกว่าเพลง Toxicของบริทนีย์ได้เป็นอันดับที่สองเชียวนะคะ เป็นรองแค่ We Are The Champion ของ Queen น่ะค่ะ ดีใจด้วยนะเธอ

Everytime (3/5) พ็อพบัลลาดโดยใช้เพียโนแสดงลูกเล่นแบบกล่องดนตรีน่ะค่ะ เพลงนี้แต่งที่เยอรมนีโดยที่เธอได้ร่วมแต่งกับ Annette Artan นักร้องแบ็คอัพของเธอ มาดูที่ตัวเพลงเดี๊ยนว่าเพลงนี้มองได้สองแง่นะคะคือถ้าไม่ห่วยไปเลยก็จัดว่าดีในระดับที่รับได้ ขอตบหัวก่อนแล้วกันนะคะที่ว่าห่วยเนื่องจากความรู้สึกส่วนตัวคิดว่าเป็นบัลลาดแห้งๆเนือยๆขาดจุดน่าสนใจซึ่งจริงๆบรืทนีย์ก็ไม่ใช่นักร้องที่มีเสียงทรงพลังอะไรอยู่แล้วฟังแล้วไม่ค่อยรู้สึกถึงอารมณ์ร่วมเท่าไร แต่ถ้ามองในแง่พัฒนาการสังเกตได้ว่าบัลลาดก่อนๆของเธอจะเน้นดนตรีและท่อนคอรัสกลบเสียงเธอเป็น่วนใหญ่แต่เพลงนี้กลับเน้นที่จะโชว์พัฒนาการของการใช้เสียงเธอเป็นหลักโดยที่มีดนตรีเป็นแบ็คกราวนด์บางๆ ซึ่งขอบอกว่าเธอใช้เสียงได้ดีขึ้นจริงขอชมในความกล้าเสี่ยงค่ะ

Outrageous (2/5) จากที่กล่าวไปข้างต้นนะคะว่าเกือบจะได้เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวเสียแล้ว บริทนีย์คิดถูกแล้วค่ะที่ไม่เลือกปล่อยเพลงนี้มาเป็นซิงเกิ้ลแรกโดยส่วนตัวตกใจนะคะที่รู้ว่า อาร์ เคลลี่ย์โปรดิวซ์เพลงนี้เพราะไม่คิดว่าจะทำออกมาได้อย่างขาดชั้นเชิงเสียชื่อขนาดนี้ เหมือนกับอาร์แอนด์บีตลาดๆในปัจจุบันที่หามุขแปลกใหม่ๆไม่ได้ก็ใส่ความเป็นตะวันออกเอาสำเนียงภารตะมาเป็นลูกเล่นไว้ก่อน ส่วนเนื้อเพลง เฮ้อ อย่าให้พูดเลยดีกว่านะคะสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะพยายามไม่หยาบคายในงานรีวิวเหมือนแบบก่อนๆแล้ว เอาเป็นว่า เสร่อ นะคะสั้นๆง่ายๆไทยๆดีค่ะ แต่ภาพรวมเมื่อมองในแง่ของความแปลกใหม่แล้วถือว่าเป็นเพลงสูตรสำเร็จที่เพราะนะคะและสามารถขายได้ง่ายๆ ดดยรวมก็ยังถือว่าไม่แย่เกินไปที่จะรับ

เพลงอื่นๆ :

Breath On Me (5) ขอยกให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มนะคะ พ็อพแทรนซ์แบบเก๋ๆลอยละล่อง การนำเสนอถือว่าเหนือชั้นและแปลกใหม่ๆมากๆสำหรับบริทนีย์ โดยส่วนตัวฟังแล้วนึกถึง Confide In Me ของ ไคย์ลีย์ มิโน้กน่ะค่ะ อารมณ์เพลงเต้นรำเก๋ๆเซ็กซี่เชิญชวนประมาณนั้น จริงๆแล้วจะถูกตัดโปรโมตเป็นซิงเกิ้ลที่สี่นะคะก่อนที่จะถุกเลือนออกไปเป็นตัวที่ห้าแต่เสียดายที่เธอได้รับบาดเจ็บเสียก่อนเพลงดีๆเพลงนี้เลยอดโปรโมตไปซะอย่างนั้น เห็นว่ามีซิงเกิ้ลขายเฉพาะในญี่ปุ่นกับเยอรมันนี่คะ (I Got That) Boom Boom Feat. Ying Yang Twins (3/5) เออร์บันพ็อพโดยมีการแซมฮิพฮอพเข้ามาเป็นสีสัน ฟังครั้งแรกชอบมากๆค่ะคิดว่าเป็นเพลงที่สนุกและเก๋มากๆเพลงหนึ่งของเธอเลยทีเดียว แต่เวลาผ่านไปนานๆ (บวกกับทักษะการฟังเพลงแนวเออร์บันพัฒนาขึ้น) คิดว่าเป็นเพลงที่นำเสนอได้ไม่ค่อยมีชั้นเชิงเท่าไรนะคะ ดาดไปเลยก็ว่าได้แต่ถ้าวัดกันที่มาตรฐานของบริทนีย์ขอบอกเลยค่ะว่าเพลงนี้แรงมากๆเพลงหนึ่งเลยทีเดียว และก็เป็นอีกเพลงนึงนะคะที่พลาดจากการถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลเคยถูกวางไว้ว่าจะใช้เป็นซิงเกิ้ลปิดอัลบั้ม

Touch Of My Hand (4.5/5) พ็อพอิเล็คโทรนิคเจือความเป็นเวริลด์มิวสิคเข้ามาด้วยโพรแกรมมิ่งเครื่องสายแบบจีน เป็นอีกหนึ่งเพลงที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางดนตรีที่ดีของบริทนีย์ เพลงนี้เด็ดตรงเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องของการช่วยตัวเองค่ะ เซ็กซี่มากๆ ต๊ายยยยได้เพลงสำหรับเปิดระหว่างมีเซ็กส์อีกเพลงแล้วค่ะ Showdown (3/5) เพลงเต้นรำที่มีกลิ่นอายคลับแดนซ์แบบในอัลบั้ม Britney น่ะค่ะ แต่ดนตรีแรงกว่ามากๆสรรพสำเนียงการร้องทำให้นึกถึง Boys ไม่ก็ I’m Slave 4 U ที่มีลักษณะการร้องกึ่งแร็พและก็กระซิบกระซาบหน่อยๆแต่เพลงนี้มันกระซิบทั้งเพลงเลยนะคะไปฮุคเอามากๆก็ท่อนคอรัส เก๋มั้ยเก๋ค่ะเปิดในฟลอร์นี่เหวี่ยงได้เริ่ดๆเลยแต่ไม่ค่อยถูกใจวิธีการนำเสนอเท่าไรนะคะ The Hook Up (3/5) แหมอัลบั้มนี้เพลงเต้นเยอะจังนะคะนี่เป็นเพลงสนุกๆชวนโยกอีกหนึ่งเพลงค่ะ พ็อพอาร์แอนด์บีที่ประสานเสน่ห์ของจังหวะแบบแดนซ์ฮอลล์เข้าไว้ได้อย่างลงตัวเสียอย่างเดียวที่เสียงร้องและลุพเดิมๆที่วนไปวนมาทั้งเพลงแบบนี้อัลบั้มหน้าทำท่อนคอรัสอย่างเดียวเพลงนึงเต็มๆไปเลยรู้แล้วรู้รอดไปนะคะ Early Morning (4/5) เพลงนี้เป็นเพลงที่เธอร่วมงานกับโมบีย์ค่ะ ตัวเพลงออกมาเป็นเพลงเต้นรำแบบเทคโนดีพเฮาส์เก๋ๆที่โมบีย์ชอบทำแหละค่ะ (แต่ของโมบีย์ดีกว่านี้มาก) โดยส่วนตัวชอบลักษณะการร้องของบริทเพลงนี้นะคะดูล้ำอวกาศๆดี หลุดลอยไปกับโลกส่วนตัวของเธอนะคะ

Brave New Girl (2.5/5) ความพยายามของบริทนีย์ที่จะทำเพลงแบบมาดอนน่าหรือเจเน็ตนะคะ โดยส่วนตัวคิดว่าเพลงนี้มีองค์ประกอบที่หลากหลายดี แต่มันมากเกินไปจนนำเสนออกมาได้ค่อนข้างมั่วนะคะกวาดมาหมดตั้งแต่พ็อพซินธ์กับบีทแบบอัพเทมโปยุค80 การวางโครงสร้างดนตรีแบบนีโอ-อิเล็คโทรคคุมคู่ไปกับพ็อพแดนซ์ การร้องแบบทั้งร้อง ทั้งแร็พ ทั้งผ่านเครื่องแปลงเสียง โอ๊ย สนุกสนาน ว่างๆยัดทุกแนวบนโลกเข้าไปในเพลงๆเดียวให้หมดและตั้งคำถามชิงบัตรคอนเสิร์ตเลยนะคะ Shadow (3/5) แม้ว่าจะดูฉาบฉวยและสูตรสำเร็จไปนิดนะคะ แต่ขอชมบริทนีย์ที่สามารถทำบัลลาดที่มีชั้นเชิงออกมาได้ น่าประทับใจที่เธอสามารถเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างในเพลงนี้เข้าด้วยกันและนำเสนอออกมาได้อย่างดี ที่ชอบมากๆคือลีลาการใช้น้ำเสียงที่สามารถถ่ายทอดเนื้อหาและสอดรับกับภาคดนตรีอย่างดี ที่สำคัญคือเธอสามารถเข้าถึงอารมณ์และสื่อสิ่งที่ต้องการออกมาเป็นรูปธรรมได้ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศิลปินน่ะค่ะ โบนัสแทร็คที่แถมมาเดี๊ยนไม่ขอพูดถึงและไม่นำมาตัดเป็นคะแนนนะคะ

สรุป :

นี่เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของเธอรองจาก Baby One More TimeและCircus แม้ว่านี่อาจจะไม่ใช่อัลบั้มที่ดีที่สุดสำหรับใครหลายๆคน แต่ก็เป็นอัลบั้มที่ทำให้เราเห้นในความสร้างสรรและพัฒนาการของเธอ ไม่ว่าใครจะมองเธออย่างไรอย่างน้อยบริทนีย์ก็ไม่เคยให้อัลบั้มที่ต่ำกว่ามาตรฐานแก่ผู้ฟัง ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเธอคือศิลปินที่ดีเพียงแต่ถูกมองข้ามข้อนี้ไปอย่างน่าเสียดาย





ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
รีวิวเมื่อ4ปีที่แล้วนะคะเอามาลงอีกครั้งตอนนั้นยังเด็กอยุ่ก็อย่าคาดหวังอะไรที่มันลึกซึ้งในเรื่องความรู้ทางดนตรีนะคะตอนนั้นทำได้แค่นั้นจริงๆ หวังว่าอ่านแล้วคงจะไม่เกลียดกันนะ หึหึหึหึหึ




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
กระทู้อีติ๊รอบที่4อัพเดทเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะท่านผู้อ่านที่น่ารักขอบคุณสำหรับอีเมลล์ทวงงานนี้ทุกฉบับ เหอๆๆๆๆ Smile

ป.ล. โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนสาวเดี๊ยนทั้งหลายนี่ ดิฉันอัพเดทแล้วนะยะเลิกโทรมาก่อกวนเรื่องนี้ซักที

http://www.forwardmag.com/webboard/topic-1098682-30.html

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เป็นอัลบัมบริทนี่ย์ที่ฟังบ่อยที่สุดและชอบมากที่สุด ชอบเกือบทุกเพลงเลยนะคะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อัลบั้มนี้ฟังแล้วที่ชอบที่สุดคือ Everytime รู้ึกว่าส่งต่ออารมณ์จาก I'm Not A Girl ในอัลบั้มที่แล้ว คือสัมผัสได้ถึงความเป็นบริทนี่ย์ค่อนข้างสูงมาก และชอบที่กล้าที่จะร้องบัลลาร์ดแบบเน้นเสียงและความรู้สึก ทั้งๆที่เสียงตัวเองก็เสียตั้งแต่เป็นวยัรุ่นอันสาเหตุมาจากเหล้าบุหรี่และการแหกปากอลังๆตั้งแต่เด็ก ดังนั้นตรงจุดนี้ชมเชยจริงๆ ส่วนเพลงอื่นๆยอมรับก่อนว่าอาจจะไม่ใช่ขาแดนซ์สักเท่าไหร่เลยเลือกจิ้มเป็นบางเพลงๆไป ซึ่งก็ตามาตรฐานบริทย์นั่นแหละ อย่าง Me Against The Music คิดว่าถ้าไม่มีป้าแม้ดมารีเรคคอร์ดนี่เพลงนรี้คงจืดลงเยอะเลย ถือว่าฉลาดที่จะเลือกนะครับผม!!!


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอาจริงๆไม่ชอบอัลบั้มนี้มากที่สุด คือเกลียดดนตรีแขกมากกก

แล้วใส่ไว้หลายแทร็คทีเดียว คือ มันดูหลุดจาก3อัลบั้มแรกสิ้นเชิง

โอเคล่ะ มันต้องมีการพัฒนาขึ้นไปอีก ซึ่งในหลายๆแทร็คก็ชอบ

แต่หลายๆแทร็คก็เฉย บางแทร็คก็ไม่ไหว ฟังไม่ขึ้นเลยค่ะ

สำหรับคะแนนก็เห็นด้วยส่วนใหญ่มีขัดจริงๆก็ตรงไอกอทแดท บูมๆ

หีแตรดมากกกก 1คะแนนยังเยอะไปเลย เห้จริงๆพอกะอีเก็ท เน็ค

แต่บางแทร็คก็ปลื้มมากมายทั้งเอวี่ไทม์ บรีทออนมี และ ทัชออฟมายแฮนด์

จริงๆเป็นเพราะติดลุคแบบบับเบิ้ลกรัมแดนซ์ด้วยล่ะ เลยไม่ปลื้มเท่าไหร่



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ข้อสงสัยอย่างนึงคะเจ๊ ทำไม บริทนีย์ต้องร้องเพลงแล้วมีเสียงกระเส่าอะไรแบบนี้ มันเป็นเทคนิคหรือคะ

หนูไม่ค่อยได้ฟังป็อปเท่าไร ขอไม่ออกความเห็นใดๆเลยคะ


_________________

>>>...Blink 182...<<<
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ตำแหน่ง AIM Yahoo Messenger MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอวี่ทามส่วนตัว คิดว่าเป็นเพลงบัลลาดที่ฟังดูหงุงหงิงเหมือนเปิดกล่องดนตรี แบบว่าน่ารักมากๆๆเลยอ่า ไม่โหล เนื้อหาก็เข้มข้น สำหรับน้องแอมใช้คำว่าดีได้เลย คิดว่าดีกว่า เพลง ความเจ็บปวดของ ติ๊อีกนะ

เอเวอร์รี่ทามมันก็ไม่เหนต้องใช้พลังเสียงอะไรด้วยอ่า พากดนตรีไปกับเสียงของบริทได้ คือคิดว่ามันลงตัวมากๆๆๆนะ

...ส่วนตัวแล้วคิดว่าเพลงดีคือเพลงที่มันลงตัว ฟังแล้วดูใช่ ไม่ว่าจะเรียบง่ายแค่ไหนอ่า เพลงดีไม่ได้หมายถึงต้องเอาดนตรีที่ฟังยากๆๆ หรือโซลแก่ๆ บลูจัดๆมา ดนตรีอัดกัน18 คืน ไรงี้

เพลงนี้ก็เป็นอย่างงั้น..มันฟังดูแล้วกระแทกจิตใจ ดนตรีชวนเศร้า ทั้งๆที่บริทก็ร้องธรรมดาแทบไม่ได้หวีดเสียงสูง โชว์พลังเสียง18 หลอด มันก็ทำให้เพลงนี้ปลุกปลอบใจเดี๊ยนได้อย่างน่าอัศจรรย์

ส่วนตัวนะ ให้คะแนนเพลงนี้ 4/5 เท่ากับ ทอกซิกอ่า ส่วนมีอะเกน เดอะมิวสิคให้ (3/5) เท่ากับเอเวอร์รี่ทาม


และ Outrageous (2/5) น้อยไปมั๊ยอ่า ที่เพลงนี้ไม่จัดจ้านเท่ากับเพลงอาร์ เคลลี่ย์ เพราะบริทเปนพ๊อพไงเลยตั้งใจให้มันซอฟลง เพลง ของโมบี้ด้วย เค้าตั้งใจทำให้มันฟังง่ายขึ้น พอง่ายขึ้นนหน่อยก็กลายเป็นเพลงห่วยหรอ แหมม เสียหมดเลยโน๊ะ


จะให้เพลง เออรี่ มอร์นิ่น จัดจ้านดูมีชั้นเชิงแบบโมบี้ 100 เปอร์เซน หรอ แฟนบริทคง งง เป็นไก่ตาแตกอ่า ส่วนตัวชอบเพลง ที่โมบี้แต่งให้ที่สุดนะ ถ้าไม่รวมเพลงที่ตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ผู้รู้ IT AGAIN พิมพ์ว่า:
เอวี่ทามส่วนตัว คิดว่าเป็นเพลงบัลลาดที่ฟังดูหงุงหงิงเหมือนเปิดกล่องดนตรี แบบว่าน่ารักมากๆๆเลยอ่า ไม่โหล เนื้อหาก็เข้มข้น สำหรับน้องแอมใช้คำว่าดีได้เลย คิดว่าดีกว่า เพลง ความเจ็บปวดของ ติ๊อีกนะ

เอเวอร์รี่ทามมันก็ไม่เหนต้องใช้พลังเสียงอะไรด้วยอ่า พากดนตรีไปกับเสียงของบริทได้ คือคิดว่ามันลงตัวมากๆๆๆนะ

...ส่วนตัวแล้วคิดว่าเพลงดีคือเพลงที่มันลงตัว ฟังแล้วดูใช่ ไม่ว่าจะเรียบง่ายแค่ไหนอ่า เพลงดีไม่ได้หมายถึงต้องเอาดนตรีที่ฟังยากๆๆ หรือโซลแก่ๆ บลูจัดๆมา ดนตรีอัดกัน18 คืน ไรงี้

เพลงนี้ก็เป็นอย่างงั้น..มันฟังดูแล้วกระแทกจิตใจ ดนตรีชวนเศร้า ทั้งๆที่บริทก็ร้องธรรมดาแทบไม่ได้หวีดเสียงสูง โชว์พลังเสียง18 หลอด มันก็ทำให้เพลงนี้ปลุกปลอบใจเดี๊ยนได้อย่างน่าอัศจรรย์

ส่วนตัวนะ ให้คะแนนเพลงนี้ 4/5 เท่ากับ ทอกซิกอ่า ส่วนมีอะเกน เดอะมิวสิคให้ (3/5) เท่ากับเอเวอร์รี่ทาม


และ Outrageous (2/5) น้อยไปมั๊ยอ่า ที่เพลงนี้ไม่จัดจ้านเท่ากับเพลงอาร์ เคลลี่ย์ เพราะบริทเปนพ๊อพไงเลยตั้งใจให้มันซอฟลง เพลง ของโมบี้ด้วย เค้าตั้งใจทำให้มันฟังง่ายขึ้น พอง่ายขึ้นนหน่อยก็กลายเป็นเพลงห่วยหรอ แหมม เสียหมดเลยโน๊ะ


จะให้เพลง เออรี่ มอร์นิ่น จัดจ้านดูมีชั้นเชิงแบบโมบี้ 100 เปอร์เซน หรอ แฟนบริทคง งง เป็นไก่ตาแตกอ่า ส่วนตัวชอบเพลง ที่โมบี้แต่งให้ที่สุดนะ ถ้าไม่รวมเพลงที่ตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล


ยอมรับนะคะว่า evrytime มันเพราะกว่า hurt แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วยอ่ะ บัลลาดอีติ๊มีอีกตั้งเยอะแยะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 4
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com