Source - เว็บไซต์มติชน (Th)
จะด้วยความเป็น "ทาทา ยัง" หรืออะไรก็ตามที่ทำให้อัลบั้ม ชุด "Ready for Love" โดนวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ยังไม่ทันได้วางแผง
แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่คนพูดถึงกลับเป็นเรื่องของตัวทาทา และมิวสิควิดีโอ มากกว่าเพลงของเธอ ตั้งแต่น้ำหนักแฟนเก่าไปถึงเรื่องหยุมหยิมยิบย่อยอย่างทรงผม
ทั้งที่เรื่องควรสนใจคือการไปทำงานกับทีมทำเพลงเยอรมันอย่าง "Brix" เจ้าของ Valicon Production หรือจะเป็น "Bernd Wendlandt" ซึ่งเคยมีเครดิตตอนไปแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "Alone in The Dark" และอีกชื่ออย่าง "Ingo Polizt" ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์เพลงเต้นรำที่มีชื่ออยู่เหมือนกัน
อย่างแรกของการไปร่วมงานกับทีมทำเพลงเยอรมัน ซึ่งคนทั่วๆ ไปอาจจะไม่ค่อยทราบหรือใส่ใจเท่าไหร่ ว่านอกจากวงเฮฟวี่เมธัลซึ่งคนฟังเพลงรุ่นเก่าๆ คงรู้กันดีอยู่แล้ว แนวเพลงที่ค่อนข้างจะขึ้นหน้าขึ้นตาคู่กับคนเยอรมันอย่างหนึ่งคือดนตรีเต้นรำอิเล็คโทรนิคพวกทรานซ์ และอิเล็คโทรเฮ้าส์ ซึ่งถ้าใครเป็นคนฟังแนวดังกล่าวอยู่แล้วก็จะรู้ว่ามีโปรดิวเซอร์ดังๆ อยู่ในเยอรมนีเป็นขโยง
Ready for Love ค่อนข้างจะชัดเจนในความเป็นดนตรีอิเล็คโทรนิคต่างจากอัลบั้มก่อนของทาทาอยู่ไม่น้อย ซึ่งนี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีของเธอตัวเลือกหนึ่ง (อย่างน้อยเราก็เห็นตัวเลือกแย่ๆ ของเธอมาแล้ว)
Ready for Love ไทเทิลแทร็คและซิงเกิ้ลแรกนั้นเป็นฟั้งค์/โซล แบบดั้งเดิมจ๋า ที่แอบใส่ความเป็นอิเล็คโทรนิคไว้แบบไม่ขัดเขินด้วยเสียงซินธิไซเซอร์หนาใหญ่ที่ทำหน้าที่แทนเซ็คชั่นเครื่องเป่าทั้งหมด ทาทาร้องได้ดีสมฐานะ แทร็คต่อมาอย่าง "Mission is You" ก็เป็นส่วนผสมกันระหว่างซินธิไซเซอร์หนาใหญ่แบบทรานซ์กับบีทแบบ เฮ้าส์ ซึ่งลงตัวและมีเนื้อมีหนังชัดเจนจนเหมือนจะบอกคนฟังว่าเราจะได้ฟังอะไรแบบนี้ไปจนจบทั้งอัลบั้มแน่นอน
แทร็คเพลงช้าอย่าง "Burning Out" กับ "My Bloody Valentine" นั้น เป็นบัลลาร์ดที่เพราะทีเดียว แต่ด้วยความความที่โปรดิวเซอร์ถนัดเพลงเต้นรำ เลยพยายามจะคงให้มีบีทเพื่อเต้นรำอยู่ ซึ่งที่จริงทั้งสองเพลงนี้ดีพอจะเป็นบัลลาร์ดธรรมดาๆ ได้เหมือนกัน
"เป็น 4 แทร็คที่แข็งแรงและผสมผสานระหว่างความดนตรีอิเล็คโทรนิคได้ลงตัว"
แทร็คอื่นที่น่าสนใจ อย่าง "Shine Like a Superstar" เป็นเพลงที่ขาแดนซ์น่าจะชอบมากที่สุดด้วยความเป็นอิเล็คโทรเฮ้าส์แบบไม่ขัดเขินหรือจะเป็น "Perfection"" ที่ได้นักแต่งเพลงรุ่นใหม่ Leona Lewis มาแต่งให้
ยังมีแทร็คอื่นที่น่าสนใจอีกอย่าง "Suffocate, Word are Not Enough" และ "Love is The Law" ที่เกือบๆ จะเป็นเทคโนพลาสติคแบบ "Pet Shop Boy" ถ้าไม่มีเสียงซินธ์ที่เป็นออแกนิคเข้ามาตอนท่อนฮุค
การร่วมงานกับทีมงานเยอรมันให้ส่วนผสมที่ดีมากกับงานของทาทา ซึ่งเธอไม่น่าจะร้องเพลงได้ดีไปกว่ามาตรฐานของตัวเองที่เป็นอยู่อีกต่อไปเพราะเธอพ้นจุดสูงสุดของการเป็นนักร้องของตัวเองไปแล้ว
สิ่งที่เธอควรทำอย่างการเลือกร่วมงานกับคนที่เก่งและไม่ทำเพลงให้ออกมาเชยมากจนเกินไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับอัลบั้มอย่าง "Temperature Rising" น่าจะเป็นเส้นทางต่อไปของเธอ
"คำถามคืออัลบั้มนี้จะพาเธอไปสู่การเป็นศิลปินที่เป็นที่รู้จักในยุโรปหรืออเมริกาได้หรือไม่ เพราะแม้ Ready for Love จะเป็นอัลบั้มที่ดี แต่อาจจะก็ไม่ได้หนีจากความเคยชินของงานเพลงในยุโรปนัก ซึ่งอาจจะบอกได้ว่ามีงานแบบ Ready for Love เป็นขโยงและงานแบบนี้ก็อาจจะไม่ถูกใจตลาดฝั่งอเมริกานัก
ยังไม่ต้องนับว่าระดับตัวแม่เองในปัจจุบันก็ไม่ได้ประความสำเร็จใหญ่โตเหมือนในอดีต ดังนั้น นี่อาจจะเป็นแค่การรักษาสถานภาพการเป็นนักร้องระดับอินเตอร์ของเธอไม่ให้ตกต่ำไปกว่านี้ หรืออาจจะเป็นการค่อยๆ เปิดตัวสู่ตลาดฝั่งตะวันตก ที่เธอไม่เคยทำสำเร็จเลยก็ได้
และนั่นเป็นคำถามที่ต้องใช้เวลาในการหาคำตอบ"
ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon
_________________










