อ้างอิงจาก:
![]()
Tahiti 80 : Fosbury : 85%
รูปแบบเพลง
งานชุดนี้เป็นสตูดิโออัลบั้มชุดที่สามของวงซึ่งหลายแทร็คในอัลบั้มยังคงยืนพื้นตามธรรมเนียมเดิมบนเสน่ห์ของความเป็นเฟรนซ์พ็อพและอินดี้ในแบบฉบับของ Tahiti 80 ผสานความเป็นโอลด์สคูลพ็อพย้อนยุคเจือกลิ่นอายโซลหวานๆลอยละล่องก่อนจะต่อยอดสู่ความเป็นทริพฮอพที่มีบทบาทเด่นชัดและเข้มข้นขึ้นอย่างมากในงานชุดนี้ ตามด้วยดิสโก้ เรโทร ฟั้งค์กี้ย์ ซินธ์พ็อพ อิเล็คโทรแดนซ์พ็อพและดาวน์เทมโพที่แทรกรสชาติซึมอยู่ในหลายๆแทร็ค นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจคือพัฒนาการในเรื่องของการเล่นกับบีทกลองที่เร้าใจและหนักแน่นขึ้นในเพลงเต้นรำหลายๆแทร็คจนติดกลิ่นฮิพฮอพเป็นสรรพสำเนียงเท่ห์ๆซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่พอตัวในงานของT80จากงานชุดก่อนๆเท่าที่เคยสัมผัสมาเลยจริงๆ
จุดด้อย
ถ้าวัดจากความรู้สึกจากการฟังในรอบแรกๆแล้วงานชุดนี้ยังจัดว่าเป็นอัลบั้มพ็อพที่ยังเข้าถึงไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในกรณีที่จะฟังเก็บรายละเอียดให้ทะลุปรุโปร่างทั้ง14แทร็คนี่เห็นเพลงน่ารักๆใสๆอย่างนี้แต่ก็เล่นเอาคนรีวิวหอบเป็นระยะๆอยู่เหมือนกันเนื่องจากความซับซ้อนทางโครงสร้างทางดนตรี ความเก็ทยากรวมถึงมิติทางภาษาและการนำเสนอในบางแทร็ค ภาษาวัยรุ่นก็คงจะเรียกว่า แม่งเก๋เกิน! อย่างไรก็ตามเมื่อให้เวลาในการฟังดีๆพร้อมทั้งเปิดใจให้กว้างเข้าไว้เดี๊ยนเชื่อว่าผู้ฟังหลายๆท่านจะสามารถตกหลุมรักวงๆนี้ได้ไม่ยากเลยทีเดียว แค่ขอให้คุณเปิดใจลองดู! อีกกรณีหนึ่งเดี๊ยนรู้สึกว่าเมื่อฟังมากรอบเข้าสิ่งที่มาพร้อมกับความเก๋ก็คือการวนลูพใช้โครงสร้างทางดนตรีและการนำเสนอแบบซ้ำกันหลายแทร็คอยู่ โชคดีที่มันไม่ร้ายแรงถึงขั้นซ้ำซากแต่เขาก็จับได้นะยะว่าพวกคุณพี่แอบก็อปเพลงตัวเองด้วยแหละ ทำไปเพื่ออะไรกันคะตัว?
แทร็คเด็ด
เปิดอัลบั้มได้สวยมากๆกับ Big Day(5) แทร็คที่ได้รับเลือกให้ไปสิงสถิตย์อยู่ในเกมส์ฟุตบอลฟีฟ่า2007 โดยตัวเพลงยืนพื้นที่ความเป็นเฟรนซ์พ็อพเต้นรำที่เจิดจรัสบนท่วงทำนองโอลด์สคูลพ็อพเต้นรำผสานบีทอิเล็คโทรนิคเจือความเป็นซินธ์พ็อพ โซล ฟั้งค์กี้ย์อ่อนๆและดิสโก้สวยๆรวมถึงอินดี้เท่ห์ๆที่ประดังกันมายกระดับภาคดนตรีให้มีความอลังการมากๆ ส่วนตัวขอยกให้เป็นมาสเตอร์พีซของงานชุดนี้ แต่งแต้มความสวยงามด้วยภาคเนื้อหาที่มอบแง่มุมดีๆให้แก่ผู้ฟังให้ไม่ลืมที่จะตระหนักถึงวิธีง่ายๆในการก้าวไปสัมผัสอนาคตที่สวยงาม เพียงแค่รู้จักที่จะเริ่มต้นรับมือกับทุกสิ่งโดยเชื่อมั่นในสิ่งที่เรียกว่า "ศรัทธา" และยอมให้มันเป็นเสมือนเข็มทิศที่จะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จทุกสิ่งที่ใจคุณปรารถนา "ไม่เว้นแม้แต่วันที่ยิ่งใหญ่วันนั้นด้วย" ตอกย้ำทฤษฎีจากแทร็คแรกอย่างสวยงามกับเพลงเก่งประจำอัลบั้มอย่าง Changes (5) ซิงเกิ้ลแรกที่ภาพรวมยังคงสามารถรักษาเสน่ห์และเอกลักษณ์ของภาคดนตรีสร้างชื่อโดยยืนพื้นที่ความเป็นเฟร้นซ์พ็อพสวยๆก่อนที่จะหยิบเอากลิ่นอายของความเป็นโซล โอลด์สคูล ดิสโก้ ทริพฮอพ เฮ้าส์และอิเล็คโทรแดนซ์-พ็อพประโลมลงไปได้อย่างมีชั้นเชิงแถมยังทำเก๋หยอดบีทและสรรพสำเนียงฮิพฮอพลงไปให้กรี๊ดกันเล่นๆอีกต่างหาก ผลลัพธ์ออกมาเป็นเฟร้นซ์พ็อพเต้นรำน่ารักๆที่ทรงพลังทั้งในด้านเนื้อหาและสมบูรณ์แบบทางภาคดนตรีอย่างหาตัวจับยาก สมควรอย่างยิ่งแก่การเป็นซิงเกิ้ลแรกโดยไร้ข้อกังขา ต่อด้วย Here Comes... (4.5/5) ที่ภาคดนตรีเก๋มากกกกกกกกกก! ด้วยการยืนพื้นบนความเป็นชิลล์เอ๊าท์ผสานอินดี้พ็อพสวยๆผสานสรรพสำเนียงทริพฮอพหลอนๆลอยละล่องก่อนจะต่อยอดไปสู่ความเป็นซินธ์พ็อพ อิเล็คโทรและอารมณ์เวิลด์มิวสิคแบบแอฟริกันโซลเก๋ๆก่อนจะลงเอยทุกสิ่งทุกอย่างลงด้วยกีตาร์อคูสติคละเมียดละไม ภาคดนตรีงดงามจับใจมากเลยทีเดียวค่ะแม้ว่าในรอบการฟังครั้งแรกจะแลดูแปลกๆและแอบยุ่งเหยิงไปนิดแต่ในระยะยาวรับประกันความเด็ดดวงว่าเก๋จริง มาที่ Your Love Shine Feat.Linda Lewis (3/5) ที่ร่วมงานกับลินดา ลูอิสตัวเพลงเป็นพ็อพเต้นรำเจือบีทอเล็คโทรนิคตึ้บๆผสานโพรแกรมมิ่งฟั้งค์กี้ย์เก๋ๆปะทะบีทฮิพฮอพบินว่อนทั่วเพลง ส่วนตัวเห็นว่าฟังง่ายสุดในงานชุดนี้แล้ว
Something About You Girl (4.5/5) เพราะมากๆค่ะเพลงนี้ โอลด์สคูลสโลแจมพ็อพอาร์แอนด์บีช้าๆผสานทริพฮอพหวานๆเจือดาวน์เทมโพหอมหวนก่อนจะตบหนักๆด้วยกลิ่นอายโซลจางๆลอยละล่อง เป็นหนึ่งในแทร็คที่ชอบที่สุดของงานชุดนี้เลยทีเดียว มาที่ Matter Of Time (4/5) โอลด์สคูลเฟร้นซ์พ็อพติดกลิ่นของบีทเต้นรำแบบเรโทรของฟั้งค์และโซลยุค70-80เมโลดี้ติดหูชะงักตั้งแต่รอบแรกที่ฟัง ส่วนตัวประทับใจกับภาคเนื้อหาที่สะท้อนโลกทัศน์ในการดำเนินชีวิตของเดี๊ยนได้อย่างชัดเจนที่ว่า "Life Is A Test.It Can Be Tough But I'm Doing My Best.It Takes Some Time And A Lot Of Stress But I'm Finding My way." โดนมากกกกกกกกก!!! นั่นน่ะชีวิตแนสทิน่าเลยนะคะ หึหึหึ สำหรับแทร็คที่จำต้องสารภาพว่าโดนใจที่สุดในอัลบั้มนี้คงหนีไม่พ้น King Kong (5) แทร็คที่ฟังแล้วถึงกับอึ้งในความสวยงามของภาคเนื้อหาที่โรแมนติคและไพเราะประดุจบทกวียิ่งมาชนกับตัวเพลงที่เป็นอิเล็คโทรดาวน์เทมโพทริพฮอพหวานๆบริสุทธิ์ที่ช่วยแต่งแต้มสภาพแวดล้อมของแทร็คนี้ให้มีมิติที่สมบูรณ์แบบปานเนรมิตมาจากสวรรค์ พูดได้คำเดียวจริงๆว่าเป็นหนึ่งในแทร็คที่ชอบที่สุดเท่าที่เคยฟังมาแทร็คหนึ่งในชีวิตนี้
ปิดท้ายโซนแห่งความประทับใจด้วย Take Me Back (4/5) ต๊ายยยยยย!!!!!!ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจะได้ยินพ็อพโฟล์คอินดี้ผสานร็อคจางๆในแบบฉบับกลิ่นอายยุค60-70จัดๆจากวงนี้ด้วยจัดว่าเป็นอะไรที่แปลกหูเกินจะสรรคำมาบรรยายเมื่อเทียบกับเพลงเต้นรำหลายๆแทร็คที่ค่อนข้างจะซับซ้อน โฉ่งฉ่างมาด้วยชั้นเชิงและรายละเอียดแต่พอมาได้ยินเพลงที่โครงสร้างและการดำเนินเรื่องเรียบง่ายขนาดนี้ก็กลับรู้สึกว่าเข้ากันได้อย่างกลมกล่อมกับภาพรวมของอัลบั้มได้ดีไปอีกแบบ น่าเสียดายที่ทำมาแค่เพลงเดียว
สรุป
หากฤดูฝนนี้คุณต้องการอัลบั้มที่จะพัดพาเมฆหมอกอันอึมครึมและความหมองหม่นมืดมิดต่างๆให้อันตรธานหายไปจากจิตใจแล้วแทนที่ด้วยบรรยากาศที่สดใสสวยงามด้วยอิทธิพลจากดนตรีที่สุดแสนจะน่ารักและเปี่ยมไปด้วยความสุขทุกตัวโน๊ตแล้วล่ะก็ ลองหยิบFosburyชุดนี้มาทำความรู้จักหน่อยสิเชื่อว่ามันจะสร้างฤดูที่แตกต่างให้เกิดขึ้นในใจของคุณได้ท่ามกลางบรรยากาศอันอึมครึมหนาวเหน็บมืดหม่นและเย็นชารอบๆตัวในฤดูแห่งโลกความเป็นจริงนี้






แต่ส่วนตัวชิลๆกับแนวนี้นะ (รู้สึกว่าจะชิลหลายแนวมากนะช่วงนี้)