˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Da Nastina : Christina Aguilera : Stripped
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Da Nastina : Christina Aguilera : Stripped 
อ้างอิงจาก:





Christina Aguilera : Stripped : 94 %



รูปแบบเพลง




เมื่อปี1999เราได้รู้จักเธอครั้งแรกจาก Genie In A Bottle ซิงเกิ้ลดังตีตลาดโลกกระเจิงพร้อมกับภาพลักษณ์สาวน้อยผมบลอนด์สวยใสผู้ถ่ายทอดบทเพลงแนวพ็อพบับเบิ้ลกัมติดหูติดตลาดบริโภคง่ายตามกระแสนิยม เรารู้จักทุกเพลงฮิตของเธอดีไม่ว่าจะเป็น What A Girl Wants/I Turn To You/Come On Over/Lady Marmalade ฯลฯ รวมถึงรู้จักเธอดีในฐานะทีนดิว่ารวมถึงชื่อที่สื่อขนานามให้ต่างๆนานาไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งของบริทนีย์ สเปียรส์ หรือ มารายห์วอนนาบี เป็นต้น แต่แล้วเมื่อได้มีโอกาสมาทำความรู้จักกับเธออีกครั้งในStrippedคิดว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เราเคยสัมผัสจากผู้หญิงคนนี้มันเปลี่ยนไปมากทั้งแนวเพลงที่มาพร้อมหับพัฒนาการขึ้นไปอีกหลายระดับชนิดก้าวกระโดดแบบผิดหูผิดตาเช่นเดียวกับภาพลักษณ์และภาคการนำเสนอบทบาทความเป็นศิลปินของเธอที่ฉีกต่างออกไปจากรูปแบบเดิมๆโดยสิ้นเชิง โดยภาคดนตรีในอัลบั้มนี้ได้สลัดความเป็นพ็อพบับเบิ้ลกัมออกอย่างหมดจดแล้วเบนเข็มมายืนพื้นที่ความเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีที่ต่อยอดสู่การผสมผสานทางดนตรีที่หลากหลายด้วยฮิพฮอพ ร็อค โซล ละทิน แจ๊ซซ์และกอสเพลลงสู่พ็อพได้อย่างลงตัวจนกลายเป็นเอกภาพที่น่าทึ่ง ที่เชื่อว่าหลายคนที่ได้ทำความรู้จักกับงานชุดแรกของเธอเมื่อได้ลองฟังงานชุดนี้แล้วคงจะต้องหันกลับไปมองเธอและประเมินค่าเสียใหม่โดยสิ้นเชิง




จุดด้อย




เชื่อว่าผู้ฟังส่วนมากยอมรับคุณภาพทั้งในแง่ของความสมบูรณ์แบบและความลงตัวที่ค่อนข้างสูงมากของอัลบั้มนี้นะคะแต่อย่างไรก็ตามเมื่อลองย้อนไปดูข้อผิดพลาดที่เธอได้รับจากอัลบั้มนี้คงจะต้องบอกตามตรงว่าในส่วนของ "ภาพลักษณ์" ที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงนี่ถือว่าเป็นดาบสองคมที่ส่งผลกระทบต่ออัลบั้มทั้งในแง่บวกและลบอยู่มากเลยทีเดียวกล่าวคือจากกระแสต่อต้านในเบื้องต้นรวมถึงความรู้สึกมฃที่ไม่ยอมรับ ไม่ชินและไม่อยากให้คริสทิน่าดูโสมมแบบนี้ส่งผลอย่างยิ่งให้บรรดาแฟนๆแลบะผู้ฟังขาจรต่างมองข้ามอัลบั้มชุดนี้ไปเพียงเพราะว่า"เธอดูแรงเข้าขั้นอย่างว่า" แต่ในทางกลับกันดูแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าต่อการเสี่ยงต่อการที่จะแป๊กในช่วงแรกเพราะในระยะยาวภาพลักษณ์ของเธอถือว่าเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ทั้งอัลบั้มและตัวเธอเปรี้ยงชนิดที่ต่อสายป่านบนอุตสาหกรรมดนตรีแก่อีติ๊นาได้นานพอดูเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังช่วยเขยิบชื่อของ คริสทิน่าอากิเลร่าให้เข้าสู่ความเป็นไอดอลที่นิยมในหมู่มากยิ่งขึ้นและอาจจะเข้าขั้นเป็นศิลปินที่จุดประกายรงบันดาลใจให้แก่หลายๆนางนายเลยทีเดียว ไม่ต้องอะไรมากค่ะความสำเร็จสูงสุดวัดได้จากที่บรรดาปวงประชาเกย์ เก้งกะเทยทั้งหลายพร้อมใจกันยกอีนี่ขึ้นหิ้งบูชากราบไหว้เป็นอีกหนึ่งเทพีประจำสังเวียนชาวสีม่วงไปแล้ว หึหึหึหึ ศิลปินหญิงโลกนี้มีเยอะค่ะแต่มีไม่มากหรอกนะคะที่จะลงแข่งในลีคส์ดังกล่าวได้ มาที่ส่วนของภาคดนตรีที่ถึงแม้ว่ากรอบทางแนวเพลงจะกว้างมากๆแต่พอมาฟังแล้วรู้สึกว่าเธอกลั่นกรองมันออกมาอย่างลงตัวจนน่าประหลาดใจจุดด้เอยที่เห็นอาจจะอยู่แค่ความฟังยากที่มีมากขึ้นและถอยห่างจากตลาดเดิมอยู่มากอาจมีผลที่มำให้เสียฐานแฟนเก่าท่านที่นิยมอะไรใสๆน่ารักสมวัยไปแต่อย่างน้อยเธอก็สามารถตักตวงผู้ฟังฐานใหม่ๆได้ประเภทหมวดบริโภคคุณภาพ หมวดนิยมของแรงและที่สำคัญที่สุดหมวดพวกมีผีมีองค์มีอำนาจลึกลับฝังลึกแต่กำเนิดอย่างพวกเดี๊ยนๆเข้ามากักตุนปูเป็นฐานแฟนเพลงที่แข็ง แน่นและมีสีสันกว่าฐานเก่าที่เคยมีมา




ซิงเกิ้ล




Dirrty Feat. Redman (5) ด้วยภาพลักษณ์ใหม่และกระแสต่อต้านเอ็มวีที่ค่อนข้างแรงในช่วงนั้นส่งผลให้การเปิดตัวในบิลด์บอร์ดชาร์ตครั้งนี้ไต่ไปได้ไม่สวยอย่างที่ควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องถือว่าไม่เสียทีค่ะที่เะอเลือกตัดเพลงนี้ออกมาเป็นซิงเกิ้ลแรกเพราะนอกจากจะเป็นเพลงที่เธอระเบิดศักยภาพหลายๆด้านออกมาให้ประจักษ์แล้วยังสามารถที่จะกินความสำเร็จในระยะยาวจากการหยอดภาพลักษณ์ลงสู่ตัวเพลงได้อย่างทรงพลังและแยบยลซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอชยับเข้าสู่ความเป็นไอดอลที่แข็งขึ้นอีกระดับรวมถึงสามารถนำชื่อ คริสทิน่าอากิเลร่า เข้าสูความเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมดนตรีและตลาดโลกได้มากขึ้นอย่างแท้จริง พิจารณาภาคดนตรีส่วนตัวแล้วเดียนเห็นว่าแทร็คนี้มีความสมบูรณ์แบบในตัวสูงมากๆ อาร์แอนด์บีฮิพฮอพผสานจังหวะจะโคนของดนตรรเต้นรำ แร็พ พ็อพและร็อคเข้าด้วยกันอย่างเหนือชั้นที่สำคัญให้ภาพรวมออกมาเหนือระดับกว่าเพลงแนวเดียวกันที่มีให้เห็นเกลื่อนตลาดเลยทีเดียว น่าเสียดายที่ถูกภาพลักษณ์ประหารคุณภาพโดยแท้




Beautiful (5) พ็อพบัลลาดที่ดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่ายบนท่วงทำนองเพียโนบัลลาดและเครื่องสายแต่กินใจสุดๆด้วยการถ่ายทอดผ่านสรรพสำเนียงบลูส์อายส์โซลนุ่มนวลแต่เฃือดเฉือนตามแบบฉบับคริสทิน่าผนวกเข้ากับภาคเนื้อหาที่เปี่ยมด้วยความสวยงามทางภาษและความทรงพลังทางการป้อนความรู้สึกสื่อสารอารมณ์ร่วมแก่ผู้ฟังซึ่งถูกขับขานออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ยิ่งใหญ่และสง่างามสมชื่อ สิริรวมแล้วเดี๊ยนขอยกให้เป็นซิงเกิ้ลที่ดีที่สุดในชีวิตการทำงานของคริสทิน่าค่ะ และถึงแม้ว่าเพลงนี้จะทำอันดับบนบิลด์บอร์ดชาร์ตได้ดีที่สุดแค่อันดับสอง แต่เชื่อว่าคุณภาพจากเนื้องานที่สาธารณชนได้สัมผัสมันก็เป็นข้อพิสูจน์ให้ทุกสายตาได้ประจักษ์แล้ว่า "เธอมีดีจริง" ส่วนตัวเห็นด้วยกับคุณพี่แคนดี้ในรีวิวเมื่อหลายปีก่อนนะคะที่ว่า "เพลงนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ว่าท้ายที่สุดแล้ว"พ็อพ" คือดนตรีที่ยังคงความเป็นที่นิยมอยู่ทุกยุคสมัย" ป.ล. ว่ากันว่าเพลงนี้เป็นชนวนระเบิดที่ทำให้พิงค์กับคริสทิน่าเป็นปรปักษ์กันแบบถาวรจนถึงทุกวันนี้นะคะ คือจริงๆแล้วเพลงนี้ป้าลินดาแกแต่งไว้เป็นสมบัติส่วนตัวนะคะแล้วเผอิญอีพิงค์ดันไปได้ยินเป็นคนแรกตอนทำงานชุด Missundaztood! กับป้าแล้วชีดันตกหลุมรักเพลงนี้จนเอ่ยปากขอเป็นกรรมสิทธิ์แต่แล้วก็หน้าแหกค่ะเพราะบารมีไม่ถึง มาคราวป้าทำงานชุดนี้กับอีติ๊ก็ไม่รู้ว่าอีติ๊ไปใช้เล่มเกวียนที่เท่าไรกล่อมป้าซะเคลิ้มจนปาดหน้าเค้กชิ้นงามเอามาเป็นสัมปทานของตัวเองไปซะได้ แถมอีป้าลินดายังพร่ำไม่คาดปากก่อนจะตัดเป็นซิงเกิ้ลอีกนะคะว่าเพลงนี้กับน้ำเสียงจากอีคริสทิน่ามันต้องได้เข้าชิงแกรมมี่แน่นอนค่าาา ว่าแล้วก็สมหวังน่ะค่ะ ส่วนอีพิงค์หลังจากนั้นก็ไม่มีวี่แววจะสงบศึกกับอีติ๊นะคะตามเห่าตามกัดตามล้างตามเช็ดทุกครั้งที่มีโอกาส กิ๊วๆๆๆๆๆๆ อีเจ๊ของหนุนี่ขี้แพ้ชวนตีนี่หว่า




Fighter (4/5) ซิงเกิ้ลที่สาม ต๊ายยย อีติ๊ทำร็อคค่ะเอาเป็นว่าเพลงนี้ทำเอาสาวกเก่าๆของเธอยุคจินนี่หลายนางฃ็อคแถบสลบเมื่อตอนฟังครั้งแรก (ก็ใครมันจะไปคิดว่าจะได้ยินเธอร้องเพลงแบบนี้) ภาพรวมเป็นพ็อพร็อคที่แซมความเป็นฮาร์ดคอร์ โกธิคและลูกเล่นที่พยายามจะเป็นพวกซิมโฟนิคเมทัลและอีโมสครีมโมอ่อนๆไว้อย่างแนบเนียน โดยโครงสร้าง รูปปแบบ การนำเสนอและเนื้อหาติ๊ได้แรงบันดาลใจมากจาก November Rain ของ Gun'N' Roses โดยเพลงนี้ได้รับเกียรติจากเดฟ นาวาร์โรมือกีตาร์ของวงดังกล่าวมาเกากีตาร์ให้เองเลย มาที่ภาคเนื้อหาเด็ดดวงค่ะว่าด้วยจุดที่เรายืนย้อนกลับไปมองประสบการณ์ที่เราเก็บเกี่ยวผ่านขวากหนาม ความทุกข์ระทม ความมืดมิดและความทรมานแสนสาหัสจนหล่อหลอมให้เรากลายเป็นดาบที่คมและแกร่งพร้อมที่จะฟาดฟันเพื่อตะกายขึ้นมาสู่จุดที่สูงที่สุดของชีวิต เริ่ด ป.ล. ชอบสุดๆตอนที่อีติ๊ประโคมเบสส์กับกีตาร์หนักๆก่อนจะมาเบรคด้วยเครื่องสายตอนกลางเพลงได้นิ่มมากๆ ลงตัวและเซ็กซี่สุดๆ เริ่ด




Can't Hold Us Down Feat. Lil' Kim (4.5/5) ซิงเกิ้ลถัดไป สุดยอดค่ะเพลงนี้ อาร์แอนด์บีฮิพฮอพแรงๆบนภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยการเรียกร้องสิทธิของสตรีเพศรวมถึงเป็นการตั้งคำถามเบื้องลึกแก่สังคมกลายๆต่อศักดิ์ศรี ทัศนคติและสถานภาพของเพศหญิงแถมสื่อหัวสียังเม้าท์กันว่าเพลงนี้อีติ๊ตั้งใจจะมอบให้เอมิเน็มกับเฟร็ด เดิร์สซี้เก่าแต่ชาติปางก่อนโดยเฉพาะเลยทีเดียว สำหรับแร็พเพอร์รับเชิญก่อนหน้านี้ต้นสังกัดได้เลือก "อีฟ" ไว้ในลิสต์ช่วงแรกๆน่ะค่ะก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็นลิล คิม ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงนั้นเจ๊คิมเราคั่วกับสก็อท สทอร์ทโปรดิวซ์เซอร์หลักในอัลบั้มนี้ของอีติ๊อยู่แล้วไหนชีจะเป็นซี้ย่ำปึ้กกับนางติ๊นาตั้งแต่ร่วมทำโปรเจ็กต์เลดี้ มาร์มาเลดด้วยกันอีก ถึงขั้นออกมาด่าอีพิงค์ว่าถ้าหล่อนยังเห่าใส่ติ๊นาที่น่ารักของฉันอีกแม่จะตามไปแหกเยี่ยวรดถึงหน้าบ้านหล่อนจริงๆด้วย ว่าแล้วสบโอกาสงามอีเจ๊คิมก็เลยเล่นใช้เส้นซะเลย (ใช้เส้นหมี่ดำซะด้วยนะคะ หึหึหึหึ) ก็ไม่ผิดหวังค่ะทำสถิติท็อป20บนบิลด์บอร์ดให้เจ๊คิมถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะได้ที่12นี่แหละและทำสถิติท็อป5บนเกาะอังกฤษอีก ไม่น่าล่ะรีบเสนอตัวเชียะ




The Voice Within' (4.5/5) ซิงเกิ้ลปิดตัวในรูปแบบพ็อพบัลลาดบนท่วงทำนองหวานหูอลังการแบบเมท์สตรีมออเครสตร้าแบบฉบับบัลลาดดิว่ายุค90ตบด้วยอารมณ์โซล โกธิคและกอสเพลอย่างมีชั้นเชิง ปิดท้ายการโปรโมตงานคุณภาพชุดนี้ได้อย่างสง่างาม




แทร็คอื่นๆ




Make Over (4/5) แม้จะถูกค่อนขอดว่ามีส่วนคล้ายกับ Overload ของ Sugababe อยู่มาก แต่ก็ต้องยอมรับนะคะว่าในแง่ของการสื่ออารมณ์ ความเข้าถึงตัวเนื้อหาและความแปลกใหม่นี่ถือว่าติ๊นาทำได้ดีเลยทีเดียว ตัวเพลงยืนพื้นที่อัลเทอเนทีฟร็อคผสานอินดี้ แดนซ์ โพสท์กรั๊นจ์ พั้งค์รวมถึงกลิ่นอายอันเดอกราวนด์ได้อย่างลงตัว แม้ว่าความชัดเจนยังจะไม่เข้าขั้นแต่ส่วนตัวแล้วชอบนะ มาที่ Loving Me 4 Me (4/5) อาร์แอนด์บีพ็อพหวานๆเย็นๆที่เคลือบด้วยกลิ่นอายไลท์แจ๊ซซ์และคลาสสิคอาร์แอนด์บีได้อย่างกลมกล่อมบนภาคเนื้อหาที่ระบายนิยามส่วนตัวของคำว่า "รัก" ออกมาได้อย่างมีวาทธศิลป์และสลวยสวยงามทุกตัวอักษร ในขณะที่ Walk Away (3.5/5) เป็นการถ่ายทอดความปวดร้าวและตัดพ้อตัวเองบนภาคดนตรีพ็อพอาร์แอนด์บีผสานบลูส์โซลหม่นๆได้อย่างลงตัว โดยคงความประณีตและชั้นเชิงในการใช้ภาษาได้สละสลวยไม่แพ้กัน ต่อด้วย Get Mine,Get Yours (3/5) ก็เป็นพ็อพอาร์แอนด์บีเต้นรำที่ตอบโจทย์ภาพลักษณ์สาวแสบของคริสทิน่าในช่วงนั้นรวมถึงภาคเนื้อหาที่สะกิดใจประชสชนลัทธิ Free Will กับ One Night Stand ไม่มากก็น้อยแม้ว่าจะแลดูไม่ค่อยลงตัวแต่ภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สัมผัสมาตั้งแต่ต้นอัลบั้มก็สามารถประคับประคองผู้ฟังให้ร่วมหฤหรรษ์ไปกับเพลงนี้ได้ไม่ยาก




Soar (5) ขอยกให้เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มนี้นะคะ พ็อพโซลอาร์แอนด์บีผสานท่วงทำนองละเมียดละไมกึ่งบัลลาดและจังหวะจะโคนที่อลังการมีมิติและที่สำคัญทรงพลังตามแบบฉบับของกอสเพล ซึ่งช่วงขับขานความยิ่งใหญ่ของภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยความเชื่อมั่น ความรัก ความขบถเหนือสิ่งอื่นใดศรัทธาในตนเองจนเหนือคำบรรยาย ต่อด้วย Cruz (3/5) แทร็คก่อนหน้านี้ พ็อพบัลลาดแสนธรรมดากับภาคการนำเสนอที่เรียบง่ายซึ่งฟังโดยผิวเผินอาจจะไม่ต่างอะไรจากบัลลาดของศิลปินเสียงดีทั่วไป ซึ่งนั่นก้จริงค่ะเพียงแต่โดยส่วนตัวสัมผัสสิ่งพิเศษบางอย่างจากตัวเพลงได้มันเป็นความรู้สึกเกี่ยวกับความอัดอั้น ความอาทรและความรู้สึกที่หลุดพ้นหลังากชีวิตถูกพันธนาการมานานแสนนาน ความเข้มข้นทางความรู้สึก (ที่เดี๊ยนอาจจะรุงแต่งไปเอง) เหล่านี้ช่วยยกระดับให้เพลงธรรมดาๆเพลงนี้มีอะไรพิเศษเหนือกว่าเพลงเพราะๆธรรมดาๆทั่วไป มาที่ Impossible Feat. Alicia keys (4.5/5) เพลงที่เธอร่วมงานกับอลิช่าส์ คียส์ซึ่งผลลัพธ์ออกมาเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีผสานแจ๊ซซ์ในแบบฉบับยุค50-60ตามสไตล์อลิช่าส์ ฟังแล้วนึกถึงงานของดิว่าสมัยก่อนตั้งแต่เอ็ทท่า เจมส์/นีน่า ซีโมนส์/บิลลี่ ฮอลิเดย์/ซาร่าห์ วอห์นและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิน่าห์ วอชิงตัน ที่สรรพสำเนียงการถ่ายทอดบลูส์โซลแบบร็อคของคริสทิน่านี่ปลุกวิญญาณเจ้าป้ามากๆ เป็นอีหนึ่งแทร็คสุดโปรดปรานประจำอัลบั้มนี้ แทร็คถัดไป Underappreciated (3/5) พ็อพโซลผสานความเป็นแจ๊ซซ์ อาร์แอนด์บีและสวิงอ่อนๆได้อย่างมีเสน่ห์จัดเป็นแทร็คที่ฟังแล้วติดหูชะงัดแต่รอบแรก แม้ว่าจะไม่โดดเด่นจนน่าพูดถึงมากนักแต่ในแง่ของการเป็นรอยต่อสู่งานBack To Basicก้จัดว่าเป็นพ็อพย้อนยุคที่เฉียบอยู่เหมือนกัน




Infatuation (5) เด็ดดวงค่ะ ภาคดนตรีจัดว่าเป็นอีกแทร็คที่น่าจับตามองโดยเล่นความเป็นลูกผสมระหว่างละทินพ็อพกับจังหวะจะโคนอาร์แอนด์บีผสานโซลร่วมสมัย ซึ่งโดยส่วนตัวเธอก็พิสูจน์ตัวเองได้อย่างดีกับ Mi Reflejoแล้วว่าเหมาะกับดนตรีโซนละทินเวิล์ดมิวสิคแบบนี้ แน่นอนค่ะว่าผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาดหมาย เซ็กซี่ ลงตัวและบาดใจมาแต่ไกดตั้งแต่แซมเพิ่ล Primer Amor Interlude เลยทีเดียว ส่วนตัวที่ให้5เนื่องจากเพลงนี้มีอะไรที่พิเศษต่อความรู้สึกเดี๊ยนมากๆฟังแล้วคิดถึงแฟนเก่าที่เป็นคนละทินน่ะค่ะ แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความปวดร้าวจากการพรากจากรักครั้งแรกแบบคริสทิน่าก็ตาม แต่ฟังทีไรความทรมานจากเสน่หาอาลัย ช่วงเวลาดีๆและการจากลากันในฐานะศัตรูตลอดกาลมันแผดเผาความรู้สึกตลอดเวลา มาที่ I'm Ok (4.5/5) อคูสติคพ็อพบัลลาดที่ถ่ายทอดบนท่วงทำนองโฟล์คเหงาๆโชยกลิ่นอายบลูส์โซลหม่นๆกับโกธิคแอมเบี้ยนท์ลอยละล่องเคียงคู่ไปกับการพรรณนาความเจ็บปวดรวดร้าวจากความทรมานทางจิตใจในวัยเด็กผนวกเข้ากับภาคเนื้อหาที่แฝงถึงความแข็งแกร่งแต่ในขณะเดียวกันก็กลับเสียดสีโชคชะตาที่ตนเองได้รับอยู่ในทีเป็นอีกหนึ่งสัจธรรมที่ตอกย้ำความเป็นจริงที่ว่างานศิลป์ดีๆมักถูกรังสรรค์ขึ้นจากความเจ็บปวดโดยแท้ Keep On Singin' My Song (5) โอลด์สคูลเพียวโซลบัลลาดที่ใส่ลูกเล่นของความเป็นโมทาวน์ในทั้งรูปแบบของความเป็นบลูส์ อาร์แอนด์บีและกอสเพลอย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวเห็นว่าเปรียบเสมือนสาส์นจากคริสทิน่าถึงแฟนๆแทนคำขอบคุณสำหรับพลังและแรงบันดาลใจที่ส่งถึงเธอในทุกขณะ รวมถึงเป็นข้อความทางดนตรีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังแก่แฟนๆให้ไม่ลืมที่จะตระหนักถึงการยืนหยัดในสิ่งที่ตนเชื่อมั่นพร้อมก้าวต่อไปในเส้นทางที่ดีที่สุดที่เราทุกคนเลือกอย่างมั่นคงและสง่างาม




สรุป




โดยส่วนตัวแม้ว่า Stripped จะไม่ใช่งานที่ให้เอกภาพและศักยภาพทางดนตรีที่สูงสุดจากเะอ แต่ในแง่ของการเป็นอัลบั้มที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์อย่างหมดจดที่สุดในประวัติศาสตร์ (เครดิตพี่โอ๋ นิติเทพ คูณค้ำ) และพัฒนาการทางดนตรีที่น่าตื่นตาตื่นใจจากศิลปินส่งผลให้งานชุดนี้กลายเป็นงานชุดที่ดีที่สุดและน่าสนใจที่สุดที่ผู้ฟังได้รับจากเธอ เหนือสิ่งอื่นใดเป็นงานที่แสดงถึงศักยภาพด้านต่างๆของคริสทิน่าออกมาให้ผู้ฟังประจักษ์ว่าเธอมีดีมากกว่าเสียงอันทรงพลังที่เปล่งออกมา มีดีกว่าความสวยที่เห็น มีดีกว่าที่หลายคนประเมินเธอใต้เงาบริทนีย์หรือมารายห์ และถึงแม้ว่างานชุดนี้จะไม่มีเพลงแตะอันดับหนึ่งบิลด์บอรืดชาร์ตรวมถึงอาจจะถูกครหาในหลายๆด้านจนถึงทุกวันนี้ก็ตามแต่ Stripped ก็สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ความสามารถ พัฒนาการ การรู้จักเล่นกับตลาดโดยระบายภาพลักษณ์สู่งานดนตรีและที่สำคญที่สุดความตั้งใจของคริสทิน่าที่มันหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นศิลปินที่ดีจริงและพร้อมที่ะก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางของอุตสาหกรรมดนตรีพ็อพที่เชี่ยวกรากโหดร้ายอย่างมั่นคง สู่ความเป็นตำนานที่อ้าแขนรอรับเธอในวันข้างหน้าอย่างสง่างาม




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอาง่ายๆว่าภาพลักษณ์ดู Dirrty แต่ผลงานนนี่ Beautiful จริงๆครับผม!!!

ปล.ชอบเกือบทุกเพลงเลย และแน่นอนที่โปรดที่สุดก็ต้อง Beautiful อยู่แล้ว


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ตอนฟัง Dirty ครั้งแรกชอบ เพลงแบบว่ามันโครยิ่งได้ดูดูเอ็มวี เห็นลุค ต๊ายยย ติ๊ขาหล่อนเปลี่ยนลุคเปรี้ยวปริ้ดด โดนใจจิงๆ ถ้าบริทเป้นนางเอง เดี๊ยนของเป้นนางมารร้ายเอง ซึ่งมันได้ผลจิงๆ กางเกง เว้าตูด(จำไม่ได้เข้าเรียกว่าอะไร อิอิ) ถือเป็นเอกลักษณ์ของชีไปเลย สีผมดำและขาว Dirrty อันดับ1 UK ชาตร์เพลงแรกในฐานะอัลบั้มเดียวเชียวนะว่าไม่ได้ และอัลบั้มที่ชีสามารถชีตัวออกจากเงาของ Brit อย่างเนื่องชั้น มีทุกแนวไม่ว่า ป๊อบ ร๊อค โซล อาร์แอนบี ฮิพฮอป ครบทุกรสชาติ พอดูเครดิตเพลงที่บุ๊เลท ยิง่ต้องอึ่งกับความสามารถ เพราะเครดิตแทบทุกเพลง ชีแต่งเองเกือบหมด (ความเก่งของชียังไปช่วยแต่งเพลง Miss Independent ให้หมู Kelly Clarkson จนเข้า Top 10 BB มาแล้ว จำได้เพราะเห็นเครดิตชื่อติ๊แต่งเพลงนี้ที่บุ๊คเลทของ เคลลี่ )ไม่แปลกใจที่เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของติ๊ ทั้ง 5 ซิงเกิ้ลที่ตัดโปรโมทชอบหมด มิวสิคทำออกมาสวยทุกเพลง


จิงๆอัลบั้มนี้สามารถตัดเป็นซิงเกิ้ลได้อีกหลายเพลงเลยไม่ว่าจะ Walk Away หรือ Impossible ซึ่งคิอว่าก็น่าจะไปได้สวย ยิ่ง Keep On Singin' My Song แม้จะเป็นแทรคสุดท้ายแต่ก็มีทีเด่นเสมอ ยิง่ตอนหวีดช่วงสุดท้าย อร๊ายยย พลังเสียงลากยาว หายใจช่วงไหนคะนั้น! แต่อย่างว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ถือว่าโปโมทยาวนานที่สุดของติ๊เลยเนอะ ตั้งแต่ปี 2002-เกือบๆต้นปี 2005 ระยะเวลาตัดซิงเกิ้ล 5-6 เดือนต่อเพลงนานมากก ถ้าเทียบกับศิลปินคนอื่นๆ (55 เริ่มจับทางถูก)

ปล. ตอนนี้ปกซีดีขอบนี้ขาดจนต้องติดแม๊กเองละ ฟังบ่อยมาก ขอบคุณสำหรับรีวิวิ จ้า เดี๋ยวต้องกลับไปฟังอีกสัก 10 รอบ
Very Happy


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
paradizer พิมพ์ว่า:
เอาง่ายๆว่าภาพลักษณ์ดู Dirrty แต่ผลงานนนี่ Beautiful จริงๆครับผม!!!

ปล.ชอบเกือบทุกเพลงเลย และแน่นอนที่โปรดที่สุดก็ต้อง Beautiful อยู่แล้ว


รีพลายนี้ Very Happy

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ninespears พิมพ์ว่า:
ตอนฟัง Dirty ครั้งแรกชอบ เพลงแบบว่ามันโครยิ่งได้ดูดูเอ็มวี เห็นลุค ต๊ายยย ติ๊ขาหล่อนเปลี่ยนลุคเปรี้ยวปริ้ดด โดนใจจิงๆ ถ้าบริทเป้นนางเอง เดี๊ยนของเป้นนางมารร้ายเอง ซึ่งมันได้ผลจิงๆ กางเกง เว้าตูด(จำไม่ได้เข้าเรียกว่าอะไร อิอิ) ถือเป็นเอกลักษณ์ของชีไปเลย สีผมดำและขาว Dirrty อันดับ1 UK ชาตร์เพลงแรกในฐานะอัลบั้มเดียวเชียวนะว่าไม่ได้ และอัลบั้มที่ชีสามารถชีตัวออกจากเงาของ Brit อย่างเนื่องชั้น มีทุกแนวไม่ว่า ป๊อบ ร๊อค โซล อาร์แอนบี ฮิพฮอป ครบทุกรสชาติ พอดูเครดิตเพลงที่บุ๊เลท ยิง่ต้องอึ่งกับความสามารถ เพราะเครดิตแทบทุกเพลง ชีแต่งเองเกือบหมด (ความเก่งของชียังไปช่วยแต่งเพลง Miss Independent ให้หมู Kelly Clarkson จนเข้า Top 10 BB มาแล้ว จำได้เพราะเห็นเครดิตชื่อติ๊แต่งเพลงนี้ที่บุ๊คเลทของ เคลลี่ )ไม่แปลกใจที่เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของติ๊ ทั้ง 5 ซิงเกิ้ลที่ตัดโปรโมทชอบหมด มิวสิคทำออกมาสวยทุกเพลง


จิงๆอัลบั้มนี้สามารถตัดเป็นซิงเกิ้ลได้อีกหลายเพลงเลยไม่ว่าจะ Walk Away หรือ Impossible ซึ่งคิอว่าก็น่าจะไปได้สวย ยิ่ง Keep On Singin' My Song แม้จะเป็นแทรคสุดท้ายแต่ก็มีทีเด่นเสมอ ยิง่ตอนหวีดช่วงสุดท้าย อร๊ายยย พลังเสียงลากยาว หายใจช่วงไหนคะนั้น! แต่อย่างว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ถือว่าโปโมทยาวนานที่สุดของติ๊เลยเนอะ ตั้งแต่ปี 2002-เกือบๆต้นปี 2005 ระยะเวลาตัดซิงเกิ้ล 5-6 เดือนต่อเพลงนานมากก ถ้าเทียบกับศิลปินคนอื่นๆ (55 เริ่มจับทางถูก)

ปล. ตอนนี้ปกซีดีขอบนี้ขาดจนต้องติดแม๊กเองละ ฟังบ่อยมาก ขอบคุณสำหรับรีวิวิ จ้า เดี๋ยวต้องกลับไปฟังอีกสัก 10 รอบ
Very Happy


ตอนแรกที่ได้ดูเอ็มวีเดอร์ตี้นี่แบบว่า อึ้งอ่ะค่ะมากๆๆๆๆๆเลย เพราะติ๊นี่มาแบบเหนือความคาดหมายมากใครจะไปคิดว่าแรกๆมาหน่อมแน้ม แอ๊บๆขนาดนั้นจะผันตัวไปแรงและฉีกคฃตัวเองออกจากวงโคจรของทีนดิว่าทั้งหมดโดยสิ้นเชิงได้ ส่วนตัวคิดว่าบริทนีย์ก็สามารถฉีกตัวเองออกจากสารบบที่ว่านี้ได้ดีเช่นกันค่ะในอัลบั้ม In The Zone ซึ่งทั้งสองอัลบั้มนี้ของบริทและติ๊นี่เดี๊ยนชอบมากคือแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการรวมถึงการฉีกไปยืนบนเอกลักษณืที่เด่นชัดของการนำเสนอดนตรีที่เป็นตนเองในแบบชนิดทางใครทางมันเลยทีเดียว ถามว่าอัลบั้มไหนดนตรีดีที่สุดของคริสทิน่าส่วนตัวคงจะเป็น Back To Basics ที่คิดว่าเหนือกว่าในเรื่องของการนำเสนอ ชั้นเชิงและเอกภาพล้วนๆคือโดยเฉพาะแผ่นสองที่ย้อนกลับไปนำเสนอด้วยการทำมินิอัลบั้มสั้นๆแบบศิลปินยุคเก่าๆที่มีอย่างมาก9เพลง10เพลงแต่ครบรสทั้งโอลด์สคูลพ็อพ บรอดเวย์ โซล บลูส์ แจ๊ซซ์ กอสเพล เริ่ด แต่ถ้าเอาความแรงและถูกใจล่ะก็ขอยกให้อัลบั้มนี้ ในระยะยาวถูกใจมากกว่าและแสดงให้เห็นถึงการระเบิดศักยภาพทางดนตรีออกมาได้หลากหลายและสูงกว่ามากๆ สรุปคือมีพลังมากกว่าจริงๆค่ะเห็นด้วยสุดๆ

เพลงที่อยากให้เป็นซิงเกิ้ลคือ Make OverกับInfatuationเป็นสองแทร็คที่มีความหมายกับแนสเป็นการส่วนตัวมากๆ แต่จริงๆนะคะคริสทิน่านี่ชอบทิ้งช่วงยาวๆในการโปรโมตซิงเกิ้ลแต่ละตัว ใช้มาสามอัลบั้มจนแป๊กแล้ว อารมณ์เสีย อัลบั้มนี้เปลี่ยนเถอะค่ะติ๊ช่าขอ!!!

ซีดีแนสกล่องแหกยับเยินหมดแล้ว หึหึหึหึหึหึหึ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอาเป็นว่าตั้งแต่เกิดมาไม่มีอัลบัมไหนที่ทำให้เดี๊ยนชอบได้ทุกเพลงเหมือนอัลบัมนี้เลยฮะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอยติ๊มากๆๆอัลบั้มชุดนี้อ่า เอมวีชอบทุกตัวเลย ซื้อเทปและซีดีครบเลย เพลงเพราะทุกเพลงจริงๆ ชอบ แคน โฮตเอ้าท์ ดาว มากที่สุดฟังไม่เบื่อเลยยย

แต่ B2B ดูเรียบร้อยหรูขึ้นและจืดขึ้น เลยไม่ชอบอ่า ติ๊เหมาะกับ สตริปมากๆๆ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พระนางแมรียา พิมพ์ว่า:
เอาเป็นว่าตั้งแต่เกิดมาไม่มีอัลบัมไหนที่ทำให้เดี๊ยนชอบได้ทุกเพลงเหมือนอัลบัมนี้เลยฮะ


Very Happy Smile Very Happy Smile Laughing

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com