คลิกไปดูรูป ฝีคัณฑสูตร กันชัดๆ (ถ้ากลัวติดตา ก็อย่าคลิกเชียวนะคร่ะ เห็นกันจะๆ)
http://www.emro.who.int/publications/emhj/1206/images/Articl2.jpg
http://www.virtualgastrocentre.com/uploads/VMC/DiseaseImages/427_Fistula-in-ano.jpg
สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อของต่อมชนิดหนึ่งที่อยู่ในบริเวณขอบก้นที่สร้างเมือกหล่อลื่นขณะขับถ่ายอาจเกิดจากการอุดตันทำให้เกิดการอักเสบ การเป็นฝีแล้วกัดเซาะไปเป็นแนวยาวรอบ ๆ ก้น อาจแตกเอง หรือไม่แตกก็ได้
อาการของโรค
ในระยะแรกอาจมีอาการปวดเป็นสำคัญเนื่องจากมีการอักเสบ อาจมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย มักปวดตลอดเวลา ต่อมาถ้าแตกเองก็จะยุบลงและหายปวด ถ้ายังไม่แตกก็จะมีอาการบวมมากขึ้นอาจชอนไชเป็นแนวรอบ ๆ ก้น มีการคลำเป็นไตแข็ง ๆ แต่ถ้าแตกออกก็จะมีลักษณะเป็นเมือกใสปนหนองออกมาเป็น ๆ หาย ๆ พอรับประทานยาแก้อักเสบก็จะยุบลงบางครั้งหนองก็หายไปแต่ถ้าภูมิต้านทานต่ำ เช่น รับประทานเหล้า เป็นไข้หวัดใหญ่ ก็จะมีน้ำเมือกใสปนหนองออกมาติดกางเกงในให้รำคาญ เป็น ๆ หาย ๆ อยู่เรื่อยไป
ฝีคัณฑสูตร มี 2 ชนิด
โดยทั่วไปมีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่อยู่ตื้น และชนิดที่อยู่ลึก ชนิดอยู่ตื้นรักษาง่ายกว่าและมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่น้อยกว่าชนิดที่อยู่ลึก
การรักษา
ถ้ายังอยู่ระหว่างการอักเสบมีหนอง บวม ปวด ควรเปิดระบายหนอง และทานยาแก้อักเสบ หลังจากยุบบวมแล้วจึงนัดมาทำการผ่าตัด เพื่อตัดเอาท่อดังกล่าวออกให้หมด ในรายที่มีรูน้ำเมือกปนหนองไหล ฝีคัณฑสูตรจะมีรูเชื่อมต่อ 2 รู รูหนึ่งอยู่ในทวารหนัก อีกรูหนึ่งอยู่นอกทวารหนัก หนองจะไหล เป็น ๆ หาย ๆ จะไม่สามารถหายเองได้ จำเป็นต้องผ่าตัดเอาท่อดังกล่าวออก
การดูแลหลังผ่าตัด
ต้องใช้เวลาในการรักษาแผลนาน ประมาณ 4-5 อาทิตย์ ต้องรอจนกว่าเนื้อใหม่งอกมาทดแทน ต้องทำความสะอาดทวารหนักชะล้างคราบหนองออก
เนื่องจากการผ่าตัดรายที่เป็นชนิดที่อยู่ลึกอาจต้องตัดหูรูดบางส่วน ทำให้ความสามารถการกลั้นอุจจาระลดลงไปบ้าง แต่ต่อไปอาการก็จะลดน้อยลงมีการปรับตัวได้ แต่อย่างไรก็ตามแพทย์จะพยายามเลือกวิธีที่จะมีผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหูรูดให้น้อยที่สุดเพื่อให้สามารถกลั้นอุจจาระได้ตามปกติ
ข้อมูลจาก รพ.พระมงกุฏฯ









