สิ่งที่ ปชป. และ พธม. บอกกับประเทศไทยวันนี้คือ
ถ้าไม่เปลี่ยนขั้วการเมืองสิ่งเลวร้ายจะกลับมาอีก
.............
เรียกได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ มีส่วนร่วมกับสนธิ ลิ้มทองกุล และ คมช. ในการก่อวิกฤติประเทศไทยขึ้นมาในรอบ 2 ปีนี้ และทำท่าว่าจะลุกลามจนยากจะเยียวยาได้ในปีหน้า ซึ่งทุกสำนักเศรษฐกิจทั้งไทยและเทศ บอกว่า จะเลวร้ายกว่าปีนี้ และปีที่ผ่านไป
รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร กำเนิดขึ้นครั้งแรกที่สวนลุมพินี โดยการสนับสนุนสถานที่ ไฟฟ้า และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครันจาก นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทั้งจัดหาผู้ฟังมาร่วมรายการเพื่อให้ดูสมจริงสมจังว่า มีประชาชนสนใจติดตามรับฟังการชำแหละความเลวร้ายของรัฐบาลทักษิณ จำนวนมาก ด้วยการสั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ และพนักงานทำความสะอาด ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาฟัง ทุกเย็นวันศุกร์
หากจะบอกว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้จุดเทียนแห่งปัญญา นายอภิรักษ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ ผู้ใช้มือป้องลมกันเปลวไฟที่แท่งเทียนดับ และเป็นผู้ที่คอยอำนวยความสะดวกด้วยความยินดียิ่ง จนกลายเป็นว่า สวนลุมพินี ตกเป็นสมบัติส่วนตัวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทุกเย็นวันศุกร์ ที่ใครจะมาจัดกิจกรรมใดๆ แข่งขัน หรือแย่งความสนใจของประชาชน
ไม่ใช่ เพียงสวนลุมพินี เมื่อนายสนธิ เคลื่อนทัพสมาชิกพันธมิตร ออกมาปักหลักบนท้องถนน นานนับเดือน นายอภิรักษ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำม็อบ และผู้ร่วมชุมนุม อย่างครบครัน ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย ราวกับว่าเกรงประชาชนจะไม่ได้รับความสะดวกในการมาร่วมชุมนุม แล้วจะไม่มาอีก
นายสนธิ และพันธมิตร จะใช้สนามหลวง และท้องถนนที่ยึดมา กระทำการผิดกฎหมาย ขัดศีลธรรมอันดีของบ้านเมืองอย่างใด ก็ทำได้ตามอำเภอใจ จะนำขบวนประชาชนเดินไปทิศใด ทางใด ได้ทั้งนั้น แม้แต่การปิดถนนสายเศรษฐกิจหลักของกรุงเทพ ที่บริเวณสยามสแควร์ ปิดห้างสยามพารากอน ก็ทำได้ ราวกับว่าเป็นเจ้าของกรุงเทพมหานคร โดยที่นายอภิรักษ์ ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แต่เอามือซุกตู๊ดบ รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ไม่ดำเนินการอะไรทั้งสิ้น เพราะการมีประโยชน์ทางการเมืองร่วมกันระหว่างนายสนธิ กับ พรรคประชาธิปัตย์ นั่นเอง
การโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร คือ ผลประโยชน์ร่วมกันของ นายสนธิ กับ พรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อน ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะเริ่มทำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ทุกเย็นวันศุกร์ ที่สวนลุมพินี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำสมาชิกคนสำคัญของพรรค ไปเข้าพบ คารวะ และให้กำลังใจนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และบอกให้นายสนธิ เดินหน้าสู้ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ เป็นกำลังใจให้
การ พบกันวันนั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น และร่วมมือร่วมใจกันอย่างยิ่ง ดังภาพถ่ายที่ปรากฎในเวปไซต์ต่างๆ เป็นภาพนายสนธิตบหลังตบไหล่ขอบอกขอบใจนายอภิสิทธิ์ ที่หยิบยื่นกำลังใจมาให้
ไม่ เพียงแต่นายอภิสิทธิ์ ที่ไปให้กำลังใจ และคารวะนายสนธิ ถึงสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ สมาชิกคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอลงกรณ์ พลบุตร นายเกียรติ สิทธิอมร คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ยังได้เข้าร่วมกับการชุมนุมของพันธมิตรฯ ที่นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล อย่างเปิดเผย และขึ้นเวทีปราศรัยขับไล่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อีกด้วย
ว่ากันว่า ทุนในการจัดการชุมนุมของพันธมิตร ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่ก็ไหลมาจากแกนนำคนสำคัญบางคนของพรรคประชาธิปัตย์ นี้เอง จึงทำให้การชุมนุมของพันธมิตรดำเนินมาได้อย่างยาวนานต่อเนื่องกันเป็นแรมปี และยังรวมไปถึงการจัดผู้ฟังทั้งในกรุงเทพและต่างจัง หวัด เข้ามาร่วมสมทบเพื่อเพิ่มยอดจำนวนผู้ชุมนุมในนัดสำคัญๆ เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากชุมชนในกรุงเทพมหานคร และ ภาคใต้
นักการเมืองของ พรรคประชาธิปัตย์ ต่างพาเหรดเข้าร่วมรายการสนทนาการเมือง ของสถานีโทรทัศน์ ASTV ไม่เว้นแต่ละวัน บางวันมีหลายรายการ ซึ่งทุกรายการล้วนแต่ด่า ไล่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ทั้งนั้น และพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของสถานี โทรทัศน์แห่งนี้ ด้วยการออกสปอตประชาสัมพันธ์พรรคประชาธิปัตย์ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทางตรง ก็คือ ใช้เงินอุดหนุนพรรคการเมืองที่ได้จากกกต. จ่ายค่าโฆษณาให้แก่ ASTV
ทาง อ้อม ก็คือ แนะนำให้บริษัทธุรกิจต่างๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์ สนิทสนมเป็นพิเศษ เช่น ยูคอม ที่มี ดร.ประกอบ จิรกิตติ เป็นผู้บริหาร และ เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซื้อโฆษณาใน ASTV เป็นกรณีพิเศษ
ภาพนายอภิสิทธิ์ มอบแจกันดอกไม้แก่นายสนธิ ด้วยความนอบน้อมยิ่ง คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา ของคนสองคนนี้
หลัง การรัฐประหาร คนสำคัญของขบวนการพันธมิตร ที่เดินตามนายสนธิ ได้รับรางวัลกันถ้วนหน้า นายสำราญ รอดเพชร โฆษกบนเวทีพันธมิตร และเป็นลูกจ้างของนายสนธิ ได้เป็น สนช. นายประพันธ์ คูณมี เลขานุการส่วนตัวของนต.ประสงค์ สุ่นศิริ แกนนำสำคัญของพันธมิตร ได้เป็นสนช. ในฐานะที่เป็นผู้นำนายสนธิ เข้าพบ พล.อ.สนธิ ที่กองทัพ บก เพื่อเชื่อมประสานแผนการรัฐประหาร เป็นครั้งแรก
แม้ว่าสถานการณ์ การเมืองหลังการรัฐประหาร แม้จะวุ่นวายอยู่บ้าง เพราะผลประโยชน์ที่ได้มาจากการปล้นอำนาจ แบ่งสันปันส่วนกันไม่ลงตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล จึงออกอาการขัดอกขัดใจ และเคืองๆ คณะรัฐประหาร และรัฐบาลที่ไม่ตามใจ ไม่ให้ประโยชน์ตามที่คิดหวังไว้ ก็มีรายการกระทบกระทั่งให้กระเทือนกันอยู่หลายครั้ง แต่ระหว่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล และพันธ มิตร กับพรรคประชาธิปัตย์ ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างราบรื่นและลึกซึ้งมากขึ้น
เงินที่บริจาคให้พันธมิตรล้วนแล้วก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของนายสนธิแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

_________________










