˹���á Forward Magazine

ตอบ

Pussy Review : Justin Bieber - Purpose
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Pussy Review : Justin Bieber - Purpose 
Justin Bieber - Purpose (4/5)


ลืมรีวิวของอีพวกผู้ชายพุงพลุ้ยที่กำลังหยิบชีโตสเข้าปาก พร้อมเข้าไปด่าอัลบั้มนี้ลงเว็บบอร์ดชื่อดังพื้นหลังสีน้ำเงินด้วยอคติและความรู้เท่าหางอึ่งไปเสียให้หมด แล้วถามตัวเองดู ว่า "ชอบ" ตรงไหน "ไม่ชอบ" ตรงไหน ก่อนที่จะปักใจเชื่อ เพราะดิชั้นไม่อยากให้เพื่อนๆตัดสินอัลบั้มนี้เพียงแค่การอ่านรีวิวของใครสักคนนะคะ รวมทั้งดิชั้นเองก็ด้วย

ถือซะว่าอัลบั้มนี้เป็นการคัมแบ๊คอย่างเป็นทางการ(สำหรับดิชั้น)ก็แล้วกันนะคะ สำหรับ Purpose งานอัลบั้มชุดที่ 4 ของหนุ่มจัสตินบีเบอร์ที่เติบใหญ่สมชายพร้อมกับกล้ามเสตียรอยด์ฟิตปั๋งชวนแก่การลิ้มลอง(กรี้ด) สารภาพว่าไม่เคยสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของอัลบั้มที่แล้ว Journals เลยแม้แต่น้อย เพราะการโปรโมตและเอ็มวี โพรดักชั่นบ้าบอคอแตกที่ไม่ชวนค่าแก่การบริโภคแต่อย่างใด ลองนึกถึงอัลบั้ม Believe ที่บรรจุไปด้วยเพลงดีๆแล้วจู่ๆก็กลายเป็นอัลบั้มผีบ้า ที่มีไอ้หนุ่มแคนนาเดียนวันนาบีอยากจะเป็นไอ้มืดสัญชาติมะกัน มาเดินกางเกงหลุดตูด เต้นง่อยๆให้อีพวกพลาสติกแดนโสมมันหัวเราะเยาะเอา ไพร่แบบนี้ดิชั้นขอไม่ใส่ใจนะคะ และไหนๆก็กลับมาแล้วทั้งที บวกกับการโปรโมต ฯลฯ และคำคุยโวก็เยอะ พอมาฟังดูแล้วก็ เออ ดีใช่ได้อยู่ ก็เลยเอามาเมาธ์ให้ฟังกันนะคะ

ภาพรวม คือใครที่เกลียดอีตาบีเบอร์ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ช่าง แล้วมาสรุปรวบยอดว่าอัลบั้มนี้เพลงไม่ดีล่ะก็ มาตบกับดิชั้นตัวต่อตัวเลยค่ะ อ๊าย ว่าเข้าไปนั่น ที่อยากจะพูดก็คือภาพรวมอัลบั้มนี้เป็นอะไรที่โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ คือถ้าคนเรามีสติมากพอที่จะแยกออกระหว่างผลงานกับตัวนักร้องก็คงเข้าใจ และเข้าถึงชิ้นงานโดยปราศจากอคติได้มากขึ้น รวมๆแล้วดนตรีก็ยังเป็นจัสติน บีเบอร์คนเดิมนั่นแหละ รอบนี้ขนมาทั้ง อิเล็กทรอนิกส์ ฮิปฮ่อป อาร์แอนด์บี ดนตรีเออร์เบินสไตล์ไอ้มืดทั้งหลาย แล้วก็แจมดนตรีพื้นบ้าน หรือที่พวกนักวิจารณ์ดัดจริตเรียกว่า world music มาด้วยเก๋ๆ ถึงจะไม่ได้แปลกใหม่ อลังการดาวล้านดวงซ่อนความหมายเป็นรหัสลับดาวินชี่แต่ก็รับรองว่ามีอะไรมากกว่าเพลงโง่ๆของศิลปินในกระแสหลายๆคนเลย (อวยมากอ่ะ อัลบัมนี้ อย่าตบชั้นละกัน)

จุดเด่น / จุดด้อย ต้องสารภาพก่อนว่า ดิชั้นเป็นคนที่ชอบดนตรีพื้นบ้านค่ะ มันรู้สึกมีอะไรที่โบราณและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี พอบีเบอร์นำมาอัพเกรดและแทรกไปกับดนตรีในกระแสไปแบบเนียนๆมันก็เป็นอีกจุดที่ดิชั้นคิดว่าเป็นจุดเด่นของอัลบั้มนี้ ส่วนงานฮิปฮ่อปนั้นก็พัฒนาขึ้นไปเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าอยู่คนละชั้นกับเพลงสั่วๆในอัลบั้ม my world กลายภพภูมิเลยทีเพียว มันดูเหมือนกับว่าใส่ใจในการทำดนตรีมากขึ้น เทมโพของเพลงก็เปลี่ยนไปเยอะ จริงๆนางก็มีแนวทางค่อนข้างชัดเจนมาตั้งแต่สมัย Believe แล้วล่ะ อัลบั้มที่แล้วก็ทำซะสุดโต่งจนไม่ใช่เพลงในกระแสไปเลย มารอบนี้ โอเคว่ามันอาจจะดูเป็นเมนสตรีมอยู่บ้างด้วยชื่อศิลปิน ถ้าคนเราไม่ตอแหลและมีมายาคติเกี่ยวกับความเกร๋ของการไปสรรหาเพลงอิ้นดี้ประหลาดๆมาฟังมากจนเกินไป เพลงในกระแสเองก็ใช่ว่าจะเป็น crap music ทุกเพลงไปเสียเมื่อไหร่ล่ะ จริงไหม ส่วนข้อเสียเหรอ ? ต้องบอกว่าลางเนื้อชอบลางยา บางคนที่เห็นชื่อจัสตินบีเบอร์คงจะต้องการเพลงเต้นรำสนุกๆ แต่อัลบั้มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงจังหวะกลางไปจนถึงจังหวะช้า เพราะฉนั้นก็อาจจะพูดได้ว่าเพราะความเนิบของเพลงอาจจะทำให้อัลบั้มดูน่าเบื่อ แต่มันก็มีข้อดีแฝงอยู่ก็คือทำให้หลายเพลง stand out ออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ (ส่วนตัวเป็นคนชอบเพลงจังหวะกลางๆ ก็เลย ไม่มีปัญหา)

01 Mark My Words (3/5)
เพลงเปิดอัลบั้มถือเป็นแทร็คสำคัญที่สุดเพราะมันจะเป็นตัวเล่าเรื่องในอัลบั้มที่ชัดเจนมากๆ คือดนตรีอาจจะดูดีปดาร์คๆไปเสียหน่อยแต่ดิชั้นว่ามันเป็นเหมือนโบชัวร์ที่กำลังบอกเราว่า Purpose เนี่ยจะไม่ใช่อัลบั้มเด็กเห่อหมอยกระโดดโหยงเหยงแล้วนะจ๊ะ แต่ที่น่ารำคาญก็คือเสียงสังเคราะห์ที่ถูกนำมารวมกับเสียงเพียโนเพื่อหวังจะกลายเป็นคอรัส คือไปหาเครื่องดนตรีอะไรอย่างอื่นมาทำเถอะ เสียงน่ารำคาญมากๆอีดอก นานาน๊า น๊า นา ฟังแล้วจะปากเบี้ยวตาม

02 I'll Show You (3.5/5)
เปิดตัวมาด้วยเสียงร้องลอยๆตบด้วยบีทฮิปผ่อปประเภทหน่วงจังหวะ ไล่ไปเรื่อยๆจนถึงท่อนฮุคที่เปิดตัวเป็นท่อนดนตรีเสียงสังเคราะห์ที่ติดหูใช้ได้ (ไม่รู้มันเป็นเสียงแตร หรือเสียงอะไร) ฟังครั้งแรกๆอาจจะรู้สึกว่าเพลงมันตัดแปะไปเสียหน่อย แต่พอเวลาผ่านไปก็จะเก็ทขึ้นมาเองว่าเพลงมันเป็นอย่างนี้อย่างนั้นนะ mv ช่วยได้เยอะเลย ถ้าหลับตาฟังคงรู้สึกว่ามันค่อนข้างดาร์คและดิบไปหน่อยและคิดว่าคงมีทางที่จะผสมเพลงมาได้ลื่นมากกว่านี้

03 What Do You Mean (4/5)
ต้องใช้เวลาในการฟังสักหน่อย ตอนฟังครั้งแรกคือคิดว่า นั่นไง ดนตรีทดลองมาอีกแล้ว ดีเจเอ๋ย เตรียมทำเพลงให้ดี เพลงนี้เป็นพวกคลับให้อารมณ์ค่อนข้างที่จะแปลกแถมมีเสียงลูกตุ้มนาฬิกาเข้ามาผสมจังหวะด้วย เหมือนเอาเพลงสองเพลงที่มีจังหวะแตกต่างมารวมกันน่ะค่ะ แปลกนะที่เสียงร้องโทนเดียวกลับทำให้เพลงสมูธขึ้นแลวก็ชวนเต้นตามได้อย่างไม่น่าเบื่อ แบบโยกตัวน้อยๆหรือเต้นให้หีแหกไปเลยก็ได้อะไรเงี้ย มันมีหยุด ลด เพิ่มจังหวะได้ถูกที่ถูกเวลา ยิ่งอีกเวอร์ชั่นได้สาว Ariana Grande มาฟีทเจอริ่งด้วยเพลงนี้ยิ่งเพราะเข้าไปใหญ่

04 Sorry (4/5)
ซอรี่ โนซอรี่ย่ะ อินโทรเสียงเพียโนแล้วเข้าสู่ตัวเพลงพ๊อพอาร์แอนด์บีโดยมีเครื่องให้จังหวะกระเดียดไปทางดนตรีเรกเก้อยู่บ้าง จนกระทั่งจุดพีคเพลงที่ค่อยๆเร่งจังหวะด้วยเสียงแตรแล้วจบที่เบรกแดนซ์ออโต้จูนกันแบบนัวๆ เสียงชะนี อู อูว อู อู๊ว อู้ว ฟังแรกๆก็รู้สึกเสร่อ ไปๆมาๆกลับคิดว่ามันเซ็กซี่ดีเท่านั้น ถือเป็นเพลงเต้นยอดเยี่ยมประจำอัลบั้มเลยนะคะ ดูมันไม่ล้น พอดี ฟังง่ายเต้นตามสนุกแต่กระนั้นดนตรีก็มิ๊กซ์มาดีใช้ได้เลย

05 Love Yourself (4/5)
หลับตาฟังแล้วเห็นหน้า Ed Sheeran ลอยออกมาโดยไม่ต้องสงสัย เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่โดออกจากจากเพลงจังหวะอื่นๆในอัลบั้มอย่างชัดเจนถึงจะเป็นเพลงช้าก็ตาม ไม่มีอะไรมากไปมากกว่าเพลงอะคูสติกธรรมดา ระคนไปกับเสียงร้องของเจ้าตัว ดู less is more ดีนะ แค่เพลงกับเสียงดนตรีน้อยๆก็มากพอที่จะทำให้คนชอบได้แล้ว บริดจ์เพลงมีเสียงเป่าแซ็กโซโฟนเสริมเข้ามาด้วยให้ความรู้สึกโอลสคูลไปอีกแบบ แต่โคตรรำคาญแอดลิป อืม อืม อืม มาก รู้สึกเสร่อ

06 Company (3.75/5)
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นซินธ์อะไรงี้เพราะดนตรีขึ้นมากุ้งกิ้งมาก เดินจังหวะด้วยอาร์แอนด์บีเสียงปรบมือนุ่มๆ สังเคราะห์เสียงเข้ามาแบบพอประมาณ ท่อนฮุคลดดนตรี จุดเด่นมันอยู่ตรงที่เบรกแดนซ์เนื่อยๆให้ความรู้สึกเมาและย้อนยุคอย่างไม่น่าเชื่อ เพลงนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเพลงสไตล์คลับที่โยกตามได้เก๋ๆแต่ไม่ต้องลุกขึ้นมาเต้นกับดัปสเตปบาดหูสุดแสนเชย

07 No Pressure (feat. Big Sean) (3.5/5)
กลับมาที่เพลงช้าอีกครั้ง เป็นพวกฮิปผ่อปบัลลาร์ดสไตล์อดัลคอนเทมโพลารีอ่อนๆ(รึเปล่าาวะ) ไหลลื่นไปเรื่อยๆแบบไม่ต้องการจุดพีคเท่าไหร่ เพิ่งความดิบลงไปในท่อนแร่ปหน่อยๆ ต้องบอกว่าไอ้งานเพลงแบบนี้มันของชอบอีตาบีเบอร์เลยจริงๆ อัลบั้มไหนๆก็มี สงสัยจะอยากเป็นคนดำเอามากจริงๆโน๊ะ ตัวเพลงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ฟังได้ เท่ห์อยู่บ้างถึงแม้จะเป็นเพลงช้าก็ตาม แต่เสียงสูงของนักร้องน่ารำคาญมาก

08 No Sense (feat. Travis Scott) (3.5/5)
วนกลับไปที่เพลงแรกอีกครั้ง แต่ในเวอร์ชั่นที่ผีบ้ากว่า ดนตรีดิบและสังเคราะห์เสียงหนักมาก เหมือนๆกับเอา mark my words มาอัพเกรด เบื๊อเบื่อมุกก๊อปตัวเองกิน มันก็มีความเจ๋งอยู่ในตัวนะสำหรับคอเพลงประเภทนี้ แต่น้องเองนั้นมิได้หลงไหลได้ปลื้มอะไรเป็นพิเศษ ใครชอบฮิปฮ่อปก็ฟังค่ะ เพียงแต่ว่าแทร็กนี้จะไม่ได้เถื่อนเท่าฉบับต้นตำรับของพี่มืดทั้งหลาย เอาเป็นว่าให้นึกถึงเพลงฮิปฮ่อปของริฮานน่าแทนที่จะเป็นของนิกกี้ไมนาจก็แล้วกัน

09 The Feeling (feat. Halsey) (4/5)
จะว่าเพลงช้าก็ไม่เชิง เพลงนี้จะใช้จังหวะดับสเตปที่บรรเลงด้วยดนตรีพื้นบ้าน รวมพลังกับดนตรีไสตล์ดีเจมิ๊กซ์ จนคลอดได้ท่อนฮุคเพลงเต้นรำที่ดิบแต่ก็นุ่มนวลในสไตล์ของมันอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งซินธ์สังเคราะห์ จังหวะ มันพอดีอะค่ะ ไม่สนุกจนเกินไป แต่ก็มีอะไรเก๋ๆในเรายิ้มออก บางคนอาจจะบอกว่ามันไม่สุดแต่ดิชั้นว่าแบบนี้สิ ถึงควรค่าแก่การฟัง เบื่อแล้วจ่ะ กับงานแดนซ์ EDM โหลๆทั้งหลาย

10 Life Is Worth Living (3/5)
อะไรยังไง ชั้นเปิดผิดอัลบั้มรึเปล่ายะ กรี้ดดด เสียงหวานๆของเพียโนพรมเข้ามาอย่างนุ่มนวลให้โลกรู้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงช้าใสๆ เรียกได้ว่าเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของอัลบั้มนี้เลย ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ทั้งๆที่เพลงนี้ควรจะเป็นเพลงธรรมดาๆในอัลบั้มของศิลปินที่ทำเพลงป๊อปแท้ๆ แต่พอมันมาอยู่กลางเพลงดิบๆ จังหวะหนึบๆในอัลบั้มนี้มันเลยดูโดดเด่นขึ้นมามากกับความ light-hearted ของมัน อีนี่มันร้ายจิรงๆค่ะหัวหน้า คะแนนอวยมากอีดอก กรี้ด

11 Where Are U Now (3.5/5)
ซิงเกิ้ลดัง(หรอ?) เปิดมาได้ก็กระตุกเสียงเสียไม่เป็นผู้เป็นคนเลย ไหลมาเรื่อยๆอิชั้นก็หลงคิดว่ามันเป็นเพลงจังหวะกลางๆพรมเสียงเพียโนทั่วไป พอมาถึงจุดปุ๊ป นางก็ระเบิดเนื้อแท้ของเพลงออกมาเป็นพวกดัปเสตป-คลับแดนซ์สังเคราะห์เสียงด้วยดนตรีพื้นบ้าน เสียงเป่าอะไรซัก อารมร์แบบ อเมซอนมากกก อย่างตบท้ายด้วยรัวกลองฮิปฮ่อป เล่นเอาเห็นดาวเห็นเดือนไปเลย แต่โคตรงงตรงท่อนเต้นกับท่อนธรรมดานี่แหละ ตรงไหนคือความไปกันได้คะอีดอก ?

12 Children (3.5/5)
เริ่มรู้แล้วว่าอัลบั้มนี้จะมาแนวไหน เริ่มต้นมาด้วยเสียงดิบๆและเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา ดิชั้นรู้เลยค่ะ ว่าท่อนฮุค มันเอาแน่ และก็เป็นไปตามคาด เพลงแดนซ์เร่งจังหวะยังคงเป็นที่ต้องการอยู่ จบด้วยเบรคแดนซ์งานออโต้จูน EDM สู้ตายกันไปข้าง มึนงงๆ คิดว่านางคงกลัวคนเบื่อ แต่ส่วนตัวแล้วก็เฉยๆ

13 Purpose
เวลคัมทู ซีเอ็ดบุ๊ก เซนเตอร์ค่ะ อ้าวไม่ใช่หรอ ดนตรีคือใช่มาก พวกเพลงช้าอะคูสติกเน้นเสียงเพียโนอีกเพลง ใครชอบอะไร less is moreก็น่าจะชอบ เพลงนี้มันดูเป็นอะไรที่อีนางตั้งใจจะสื่อถึงอัลบั้มนี้จริงๆโน๊ะ แต่เสียงพูด เสียงสัมภาษณ์ของนางระหว่างเพลงมันทำให้ชั้นรำคาญ ชั้นหมายถึง who cares what the fuck u used to think about ? I don't give a shit baby ! ให้คะแนนไม่ถูกอ่ะ ไม่ถนัดงานสไตล์นี้ ไม่ให้ละกัน ตัดสินกันเอง (ฮา)

จริงๆยังมีโบนัสแทร็คอีกนะ ขี้เกียจเขียน อย่าง been you นี่เป็นดีฟเฮาส์เก๋ๆ ลองไปหาฟังดู ส่วนตัวก็นึกที่จะรีวิวออกเท่านี้ อวยเยอะไปไหม ? ท่าจะจริง อย่าหมันไส้อีพุซเลยค่ะ ก็เดี๊ยนชอบอัลบั้มนี้นี่นา โฮะๆ

อ้างอิงจาก:
คะแนน ก้ำกึ่ง ระหว่าง 3.75 กับ 4 แต่ปัดให้คร่ะ เพราะพี่บีเบอร์น่ากินขึ้นมาก ลองหยองกรอดแบบเมื่อก่อนสิ ไม่ปัดให้หรอก กรั่กๆ




แก้ไขล่าสุดโดย Pussy เมื่อ Wed Jan 13, 2016 6:56 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
รักอัลบัมนี้มาก รักกกก

ตกใจมากเข้ามาตอบกระทู้นี้ในรอหลายปี กลายเป็นวันครบรอบที่สมัครยูสครบ5ปีพอดี


_________________

Fuck Fuck Fuck Fuck Fuck !
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบค่ะ like


_________________
CLICK

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
#Pussy มีแฟนคลับในเพจอยากรู้จักตั้งแต่รีวิว VS
^^


_________________

Like กดที่รูป
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
FF_Staff พิมพ์ว่า:
#Pussy มีแฟนคลับในเพจอยากรู้จักตั้งแต่รีวิว VS
^^


หล่อมั้ยคะพี่สตาฟ กรี้ด

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
มีคนหลงผิดได้ไงเนี่ย Surprised


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขึ้นหน้าแรกให้แล้วน๊า


_________________

Like กดที่รูป
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขึ้นหน้าแรกให้แล้วน๊า


_________________

Like กดที่รูป
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com