http://www.facebook.com/hysteriaculture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2013/11/04/get-into-the-groove-britney-spears-perfume-pop-85-45/comment-page-1/#comment-362
Britney Spears : Perfume : Pop (85% = 4/5)
เชื่อว่าเหล่า Army ของสาวหอก บริทนี่ย์ สเปียรส์ หลายท่านคงตั้งนาฬิกาปลุกขึ้นมาตั้งแต่6โมงเช้าเพื่อมาร่วมกันต้อนรับและรับฟัง Perfume ซิงเกิ้ลใหม่ของเจ๊Britney Bitchที่โปรโมตผ่านทางเฟซบุ๊คส์กันอย่างพร้อมเพียง บ.ก.เพจHysteriaก็เช่นกันเจ้าค่ะเพราะนางเลือกฤกษ์ดีนี้นั่งเขียนรีวิวARTPOPของเลดี้กาก้าซึ่งใช้เวลาถึงเช้าแถมนางบ.ก.เพจยังละเมอว่าบริทนี่ย์จะโปรโมตเพลงนี้เอาอีตอนตีห้าอีกต่างหากมารู้กำหนดการณ์ที่ถูกต้องอีกที อิ๊บอ๋าย 6โมงหรา? ว่าแล้วก็ต้องถ่างตารออีกหนึ่งเพื่อชั่วโมงเพื่อที่จะได้ร่วมฟังพร้อมกับเหล่าทหารหาญของเจ๊บริททั่วโลกนั่นแล - ไม่งั้นไม่เก๋!!!
ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะหอบความประทับใจให้แก่ซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง Work Bitch ไปหยกๆจนถึงขั้นยกย่องให้เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวที่ดีที่สุดของบริทนี่ย์ชนิดเฉือนชนะ Gimme More เพลงสุดโปรดปรานที่ดิฉันเคยยกย่องให้เป็นมาสเตอร์พีซของเธอทีเดียวถึงแม้ว่าในอเมริกา Work Bitch จะทำอันดับบนบิลบอร์ดชาร์ตได้ดีที่สุดแค่ที่ท็อป20แต่ล่าสุดก็เห็นว่าได้อันดับ9บนฝั่งยูเคแล้วแถมยังกวาดอันดับหนึ่งบน Itunes ไป40กว่าประเทศทั่วโลกในวันเปิดตัวอีกด้วยซึ่งหลังจากที่ฟัง Work Bitch จบนี่แหละดิฉันก็หมายมั่นปั้นมือเชื่อว่าอัลบั้มลำดับล่าสุดภายใต้ชื่อ Britney Jean ที่จะออกเดือนธันวาคมนี้แหละว่ามันจะต้องเป็นงานปล่อยของหลังจาก Blackout แน่นอนเพราะโหงวเฮ้งดูแล้วมันช่างชัดเจนว่างานนี้มันต้องมีอะไรไม่ธรรมดา เชื่อเถอะ!
หลังจากที่ได้ฟัง Perfume แล้วมันยิ่งตอกย้ำสิ่งที่ดิฉันเชื่อว่าอัลบั้มที่กำลังจะได้ฤกษ์วางขายเต็มแก่ในเร็วๆนี้มันต้องเป็นอีกหนึ่งงานที่น่าจะมีอะไรที่ ไม่ธรรมดา จริงๆโดยส่วนตัวแล้วในแง่ของการเรียบเรียงดิฉันคิดว่า Perfume เป็นบัลลาดที่มีภาคดนตรีที่มีชั้นเชิงที่สุดในบรรดาทั้งหมดที่บริทนี่ย์เคยทำออกมาทั้งในแง่ของการเป็นบัลลาดที่มีเมโลดี้ที่สวยและเป็นเพลงช้าที่มีมิติในการเรียบเรียงแตกต่างออกไปจากหลายๆเพลงก่อนหน้าด้วยความที่แทรกกลิ่นของความเป็นงานเชิงทดลองลงไปทั้งบีทอิเล็คโทรนิคจางๆ อาร์แอนด์บีตลอดจนความเป็นคลาสสิคคัลจากเครื่องสายกรีดเสียงสวยงดงามอลังการแต่คุมทิศทางทั้งหมดด้วยพลังความเป็นพ็อพในแบบฉบับของบริทนี่ย์ สเปียรส์ให้ทุกสิ่งทุกอย่างสอดประสานกันออกมาได้ลงตัวจะว่าไปฟังๆแล้วก็คิดถึงงานอินดี้พ็อพบัลลาดที่ Sia ชอบทำ - I Am ของคริสทิน่าก็สวยหวานประมาณนี้ - ซึ่งจะว่าไปก็ดูเข้าทางบริทนี่ย์ไม่หยอกนะที่สำคัญส่วนตัวดีใจที่ได้ยินพัฒนาการในการใช้เสียงของเธอจากที่ตอนแรกเคยหมดหวังไปแล้วแต่พอเพลงนี้ขึ้นมาแค่ท่อนแรกเท่านั้นแหละเล่นเอาอมยิ้มเลยนับว่าในเรื่องของการสื่ออารมณ์ในบัลลาดบริทนี่ย์ยังทำได้ดีเสมอและเผลอๆจะดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำแถมท่อนคอรัสยังเพราะมากๆซะด้วยคือฟังรอบเดียวแล้วหลอนหัวเลยทีเดียว นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆที่ได้เห็นบริทนี่ย์กลับมาทำเพลงช้าเพราะๆแบบนี้หลังจากที่เธอทำแฟนจ๋าเสียวสันหลังเล่นๆในอัลบั้ม Femme Fatale เพราะวินาทีนั้นเกร็งไปทั้งตัวว่าหอกของเราจะไม่กลับไปเป็นคนเดิมอีกแล้ว แต่พอมาวันนี้ได้ยินงานแบบนี้ งานเพราะๆแบบนี้ โชว์พลังเสียงแบบนี้และงานที่มีความเป็นตัวตนของบริทนี่ย์และพลังของบริทนี่ย์สูงส่งสะท้านฟ้าแบบนี้ มันช่างเป็นอะไรที่คุ้มค่าทุกเสี้ยววินาทีที่เราถ่างตารอฟังจริงๆ/รอให้ถึงวันที่3 ธันวาคมไม่ไหวแล้วล่ะฮ่า








