˹���á Forward Magazine

ตอบ

สุสานนักเรียน ตอนที่2 (10+11)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ สุสานนักเรียน ตอนที่2 (10+11) 


http://hysteriaculture.wordpress.com

hysteria

สุสานนักเรียน ตอนที่2 สุภาพสตรีชุดขาวกับการจองจำมรณะบนชั้น8

บทความ/นิยา่ยในเพจ Hysteria นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียน “นายมัลนร ล้ำสกุลวงศ์” (http://www.facebook.com/ArmandVladJekyllDangouleme8774 และเพจ http://www.facebook.com/hysteriaculture )เท่านั้น ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ

“ฮัลโหล แอนดี้เหรอ? เป็นยังไงบ้าง? คือวันนี้พวกฉันอยากจะไปเยี่ยมเธอน่ะ ได้มั้ย? คือมีอะไรอยากจะคุยด้วยเยอะแยะเลย โอเคจ้า ไว้เจอกันนะ ” ฟารีดาโทรหาแอนดี้ทันทีหลังเลิกเรียน “เฮ้อ เรื่องอ๊อฟนี่เป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ เมื่อคาบคหกรรมยังคุยกันอยู่เลย” หลินพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆในขณะที่น้ำตาของเด็กสาวยังคงเอ่อคลออยู่ “เนติอุดมก็เพิ่งตายไปนี่ก็อ๊อฟอีก เฮ้อ อย่าให้มีใครอีกเลย พูดจริงๆนะรีบไปหาแอนดี้กันดีกว่าวันนี้บรรยากาศในโรงเรียนไม่น่าอยู่เลย” คริสมาสต์พูดก่อนที่เด็กทั้งสามจะยกมือไหว้ตี้ยืนคุยกับลุงโก๋อยู่ ดูเหมือนทั้งคู่จะยังคงตกใจกับเรื่องการตายของศักดิ์และการเห็นศักดิ์มาทำงานทั้งๆที่ตายไปแล้วอยู่

“ตอนคาบที่สามน่ะค่ะ นั่นไงๆหนูกับฮาเวิร์ดเข้ามาในลิฟท์แล้ว อ้าว แล้วฮโยมินอยู่ไหนล่ะ?” ดีไซน์ที่กำลังยืนอยู่ในห้องวงจรถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นแต่ภาพของเธอกับฮาเวิร์ดอยู่ในลิฟท์ “ในลิฟท์ไม่เห็นมีฮโยมินเลยนี่ดีไซน์ พวกเธอไม่ได้กุเรื่องกันขึ้นใช่มั้ย?” มาลินถามเสียงเข้มในขณะที่ดีไซน์กับฮาเวิร์ดยังคงยืนยันเสียงแข็ง “แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ ดีไซน์บอกแม่มาสิว่าหนูไม่ได้โกหกแม่ใช่มั้ย?!” แม่ฮโยมินจับตัวดีไซน์มาเขย่าแต่สามีของเธอรีบมาดึงออก “ใจเย็นๆสิคุณ ดีไซน์เขาเพิ่งเจอเรื่องตกใจมานะ” ในขณะที่มาลิน ผกาและฮาเวิร์ดยืนดูภาพในกล้องวงจรอย่างใจจดจ่อ “ย้อนไปเมื่อกี้หน่อยค่ะ ตอนนี้เหมือนกับดีไซน์กำลังกอดกับใครอยู่เลยนะคะ” น้ำเสียงของผกาตวัดดังขึ้น “นั่นเป็นตอนที่ฮโยมินร้องไห้แล้วกอดหนูค่ะ!” ดีไซน์มองภาพจากกล้องวงจรแล้วจำได้ทันที “ถ้าฮโยมินอยู่ในลิฟท์ก็ต้องมีเธอในจอมอนิเตอร์สิดีไซน์!” มาลินเอ็ดเสียงดุเด็กสาวน้ำตาคลอ “หนูพูดจริงๆนะคะอาจารย์” ดีไซน์เริ่มร้องไห้ “เอ่อ มาสเตอร์ครับผมขอดูกล้องวิดีโอหน้าลิฟท์กับทางเดินหน้าห้อง5/3ตรงชั้นเจ็ดหน่อยครับ” ฮาเวิร์ดพูดขึ้น โดยภาพในจอมอนิเตอร์เป็นภาพของฮาเวิร์ดและดีไซน์เดินออกมาจากลิฟท์กับฮโยมิน ภาพในจอมอนิเตอร์แสดงให้เห็นตอนที่ฮาเวิร์ดหันไปหยอกกับดีไซน์แล้วร่างของฮโยมินก็ค่อยๆอันตรธานหายไปเมื่อทั้งคู่หันหลัง “นี่มันหมายความว่ายังไงกันนี่!!!!” แม่ของฮโยมินทรุดตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความสับสน

“คิรินทร์เดี๋ยวพวกเพื่อนๆผมจะมา คุณสะดวกมั้ย?” แอนดี้ถามคิรินทร์ที่ดูเหมือนกำลังจะสนใจเกมส์ Angry Bird ในไอแพดของแฟนหนุ่ม “อ๋อ โอเคครับ เดี๋ยวผมกลับก่อนก็ได้เพราะนี่ก็รบกวนแอนดี้มาจะสามวันแล้ว” คิรินทร์ลุกขึ้นแต่แอนดี้รีบคว้ามือเขาไว้ “อย่าไปนะ อย่าไป! อยู่กับผมอีกคืนนะผมไม่อยากนอนคนเดียว พรุ่งนี้พ่อถึงจะกลับ คือที่ถามว่าสะดวกมั้ยหมายความว่าคุณจะโอเคมั้ยที่จะทำความรู้จักกับเพื่อนๆของผม” แอนดี้อ้อนวอนแฟนหนุ่มก่อนจะดึงตัวเขามากอดแน่น “กลัวผมทิ้งคุณไปเหรอ?” คิรินทร์หัวเราะในขณะแอนดี้ที่กำลังซบไหล่เด็กหนุ่มอยู่พยักหน้า “ขอกอดทั้งคืนอีกคืนนะ พรุ่งนี้จะไม่ชวนเหลวไหลแล้วจะกลับไปตั้งใจเรียนจริงๆ” แอนดี้พูดก่อนจะอุ้มคิรินทร์ขึ้นนอนบนเตียงอย่างทนุถนอม

แอนดี้ลงมาเปิดประตูให้เพื่อนทั้งสามทันทีที่พวกเขามาถึงหน้าคอนโด “เอ๊ะ! ทำไมเธอดูสดใสจังแอนดี้? ฉันนึกว่าเธอจะหน้าซีดเซียวนอนซมอยู่บนเตียงซะอีก” ฟารีดาถามเมื่อเห็นแอนดี้ดูผุดผ่องเปล่งประกายและดูสดใสเกินกว่าที่เธอคาดคิด “ก็ แหม ฉันไม่ได้ป่วยหนักอะไรขนาดนั้นนี่!” แอนดี้พูดเขินๆ แต่ทั้งฟารีดา,หลินและคริสมาสต์ยังจ้องมองเขาไม่วางตา “เอาล่ะ เชิญคร้าบ ทำตัวกันตามสบายนะ” แอนดี้เปิดประตูพาเพื่อนๆเข้ามาในห้อง “โห ห้องเธอสะอาดจังนะ เป็นระเบียบและตกแต่งสวยมากเลย” ฟารีดาพูดชมด้วยความประทับใจกึ่งไม่เชื่อสายตา “โห Xbox กับ Play Station รุ่นใหม่ล่าสุดด้วย บ้านข้ายังไม่มีเลยเดี๋ยวขอลองเล่นหน่อยนะแอนดี้” คริสมาสต์พูดด้วยความตื่นเต้น “ได้สิ! จริงๆแล้วพ่อซื้อให้น่ะ พ่อกลัวฉันเหงาเพราะท่านไปต่างประเทศบ่อยน่ะ เอ่อ แต่ไม่ค่อยได้เล่นหรอกเพราะเล่นคนเดียวก็ยิ่งเหงา” เด็กหนุ่มพูดเสียงเศร้าๆแต่ก็รีบหัวเราะกลบเกลื่อน ในขณะที่ฟารีดาหันมามองแอนดี้ด้วยความเห็นใจ “เอ่อ อุ๊ย สวัสดีค่ะ! แอนดี้มีพี่ชายอยู่ด้วยก็ไม่บอก” หลินยกมือไหว้คิรินทร์ที่เดินออกมาจากห้องนอน “สวัสดีครับ ไม่ต้องไหว้หรอกอายุเท่ากันน่ะ!” เด็กหนุ่มรับไหว้ด้วยรอยยิ้มหากเป็นรอยยิ้มที่ดูเย็นยะเยือกและแฝงความไม่เป็นมิตรไว้เต็มเปี่ยม ฟารีดาและคริสมาสต์ที่หันกลับมาเจอคิรินทร์ก็ถึงกับเข้าใจทันทีถึงสาเหตุที่แอนดี้ขาดโรงเรียน “งั้นเดี๋ยวผมขอตัวอยู่ในห้องนะครับแอนดี้ คุณจะได้คุยกับเพื่อนได้สะดวก” คิรินทร์หันหลังกลับเข้าห้องแต่แอนดี้เดินเข้าไปคว้ามือไว้ “ไม่ต้องอายน่า มานั่งคุยกับเพื่อนๆผมด้วยกันได้ ผมไม่อยากให้คุณเข้าไปเหงาอยู่คนเดียวในห้อง” แอนดี้โอบไหล่คิรินทร์เดินเข้ามาในวงสนทนา “ผม…คุณ…” คริสมาสต์ทวนคำพูดซ้ำไปซ้ำมาต้องใช้เวลานานพอตัวกว่าที่เขาจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในขณะที่ฟารีดาและหลินแอบอมยิ้มและสบตากัน เด็กสาวทั้งสองดูเหมือนจะเข้าใจกับเรื่องราวทั้งหมดทันที “เอ่อ นี่ คิรินทร์เรียนม.5โรงเรียนเราเหมือนกัน เราเพิ่งคบกันเป็นแฟนน่ะ” แอนดี้พูดเขินๆแต่ใบหน้าของคิรินทร์ดูสงบนิ่งยากที่จะหยั่งถึงจนทำเอาฟารีดาขนลุก “อ่ะ เอ่อ ว้าว ดีจังเลย น่ารักจัง ดีใจด้วยนะ” ฟารีดาชิงพูดทำลายความเงียบขึ้นมา

“สำหรับการตายของน้องอ๊อฟนี่ทางตำรวจคงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้คือดูจากในคลิปแล้วมันก็น่าเหลือเชื่อจริงๆนะครับ แต่อย่างไรก็ตามทางฝ่ายสอบสวนคงต้องการหลักฐานที่มากกว่านี้ทางตำรวจก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางซิสเตอร์ คุณครูและน้องๆที่อยู่ในเหตุการณ์คงจะยินดีที่จะให้ความร่วมมือสำหรับการให้ปากคำเพิ่มเติมตลอดทั้งสัปดาห์นี้นะครับรวมถึงทางเจ้าหน้าที่คงมีความจำเป็นที่จะต้องปิดพื้นทัค่บริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบหลักฐานนะครับ ส่วนน้องๆที่อยู่ในคลิปนี่โชคดีกันมากเพราะถ้าหากไม่มีคลิปวิดีโอนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตพวกน้องก็คงจะดิ้นหลุดจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีร่วมกันฆ่าค่อนข้างยากเพราะลำพังแค่จากการให้ปากคำนี่แทบจะไม่มีน้ำหนักใดๆเลย” นายตำรวจพูดทิ้งท้านก่อนจะปล่อยให้ซิสเตอร์เวโรนิก้า ซิสเตอร์รจิตา มาลิน ผกา ชรินทร์และพวกฮาเวิร์ดกลับบ้าน “ฉันล่ะเหนื่อยใจจริงๆกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นตลอดสัปดาห์นี้ ทำไมนะ ทำไมมันต้องเกิดขึ้นกับนักเรียนห้องฉัน 5/3ตลอดเลยตั้งแต่ต้นเทอมแล้วนะ” มาลินปล่อยโฮออกมาอย่างหมดความอดกลั้น “ใจเย็นๆน่าจิ๋ม เรื่องแบบนี้มันไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกเธอ เฮ้อ บางทีมันก็ยากนะที่จะทำใจให้ผ่อนคลายเพราะดันประดังกันเข้ามาที่ตั้งสามเรื่องสี่เรื่องตั้งแต่คลิปฮาเวิร์ด เนติอุดมและนี่จะมาอ๊อฟอีกและฮโยมินก็มาหายตัวไปอีก” ผกาพูดปลอบใจรวมถึงสุมไฟรื้อฟื้นประมวลเรื่องทั้งหมดได้อย่างแนบเนียนและมีชั้นเชิงในขณะเดียวกัน

“ตายแล้ว ฮโยมิน!” มาลินพูดเหมือนกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “ค่ะ สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่วันนี้ฮโยมินกลับบ้านรึยังคะ?” มาลินโทรถามผู้ปกครองของเด็กสาวในขณะผกาและดีไซน์ดูเหมือนจะสนใจบทสนทนาทางโทรศัพท์ของมาลินชนิดไม่วางหูวางตาแม้้ว่าจุดประสงค์ของทั้งคู่จะแตกต่างกันสุดขั้วก็ตาม “เป็นไงบ้างจิ๋ม?” ผการีบถามด้วยน้ำเสียงที่เธอคิดว่าแสดงความเป็นห่วงเป็นใยและน้ำน้ำใจออกมาได้อย่างดีแต่เสียอย่างเดียวที่ความอยากรู้อยากเห็นมันสะท้อนออกมาเด่นชัดมากกว่า “ยังไม่กลับบ้านเลยนี่ก็สองทุ่มกว่าแล้วนะ วันนี้ผู้ปกครองของฮโยมินจะไปแจ้งความ” มาลินพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอ่อนล้าอย่างชัดเจน “แต่แปลกจังนะคะอาจารย์วันนี้ฮโยมินพูดกับหนูว่าให้ฝากบอกป๊ากับม๊าเขาว่าเขาคิดถึงและรักพวกท่านที่สุด คือคบกันมานานมากหนูไม่เคยเห็นฮโยมินมีอาการแบบนี้่ก่อนดูซึมๆไป” ดีไซน์พูดทบทวนให้ซิสเตอร์และอาจารย์ฟัง “โทรไปก็ไม่รับซะด้วย คือเขาบอกว่าเขานอนโรงเรียนมาตั้งแต่คืนวันอาทิตย์แล้วป่านนี้ไม่รู้ยังอยู่ที่โรงเรียนรึเปล่า?” ฮาเวิร์ดกดโทรศัพท์ย้ำหาเพื่อนหลายครั้ง “ไหนๆก็ไหนๆแล้วคืนนี้เราลองช่วยกันหาดูดีมั้ยคะมิส?” นาเดียเสนอ “เปล่าประโยชน์นาเดีย เธอก็รู้ว่าโรงเรียนเรากว้างมากหาทั้งคืนก็คงไม่เจอหรอก” ซิสเตอร์รจิตาพูดอย่างหมดหวัง “บนโรงเรียนคงไม่มีใครกล้าขึ้นไปนอนหรอก แอบขึ้นไปนอนห้องใครบนหอเด็กประจำรึเปล่า?” ซิสเตอร์เวโรนิก้าแย้ง “แต่ผกาว่าเรื่องนี้มันแปลกๆนะคะ ว่าแต่ไม่ใช่ว่าหนูฮโยมินซี้แหงแก๋ไปแล้วอีกคนหรอกนะคะ ว๊ายย!!!” ผกาพูดพลางทำท่าทางขนลุกขนพอง “เธอพูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า?!!!” ซิสเตอร์รจิตาเอ็ด มาลินรู้สึกใจสั่นและเวียนหัวเหมือนกับว่าโลกทั้งใบมันหมุนอย่างรวดเร็วประดุจลูกข่าง ตัวเธอเริ่มโซเซก่อนที่จะหมดแรงล้มพับไป

“ก็อย่างที่เล่าให้ฟังไปนั่นแหละ ทั้งผีซิสเตอร์ท้องแก่ที่ปรากฏตัวมาเพื่อจะบอกอะไรฉันแล้วก็ความฝันเรื่องของอธิการเก่าที่ชื่อบุปผารัตน์นั่นอีก” ฟารีดาเล่าให้ทั้งกลุ่มฟัง พวกเด็กๆกำลังเพลิดเพลินกับพิซซ่าหน้ามีทซูพรีมและฮาวายเอี้ยนขนาดใหญ่ถึงอย่างละสองถาด “แต่ผีซิสเตอร์คนนั้นก็แปลกนะจะมาบอกแบบดีๆไม่เป็นหรือไงวะ!” คริสมาสต์ที่เพิ่งจะเขมือบพิซซ่าชิ้นที่4เข้าปากพูดอู้อี้ๆจนหลินต้องรีบเติมน้ำเป๊ปซี่ให้ ในขณะเดียวกันคิรินทร์ก็ดูเหมือนจะชอบกินพิซซ่ามากๆจนทุกคนแปลกใจที่เด็กหนุ่มตัวเล็กร่างบางแบบเขาจะสามารถก้มหน้าก้มตาหม่ำพิซซ่าแข่งกับคริสมาสต์ได้ชนิดสูสีเทียบเคียงทีเดียว “ชอบพิซซ่าหรือครับฮึ?” แอนดี้ถามพลางส่งยิ้มให้แฟนหนุ่ม “ครับ ไม่ได้กินมานานแล้วน่ะ” คิรินทร์พูดพลางก้มหน้าก้มตากินต่ออย่างหิวโหยจนแอนดี้รู้สึกผิดที่ตลอดทั้งสองวันนี้เขาไม่เคยถามว่าคิรินทร์ชอบหรืออยากกินอะไรเพราะส่วนมากทั้งคู่ก็กินของที่มีในตู้เย็นไม่ก็ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินกันมากกว่า “ว่าแต่ลักษณะของบุปผารัตน์ที่เธอเล่าเหมือนกับที่ฉันเจอเลยนะ ตอนที่อยู่ในห้องฉันก็เห็นเหมือนกับเป็นนิมิตภาพอ่ะว่าเธอใส่ชุดผ้าไหมสีแดงแล้วก็มีผู้ชายสองคนเข้ามาฆ่าเธอคนนึงเอาเชือกรัดคอเลยนะแต่โดนเธอเอามีดปาดหน้าแหกเลยแล้วอีกคนหนึ่งก็เอาฆ้อนมาทุบเธอจนหน้ายุบ” ฟารีดาอ้าปากค้าง “ผ้าไหมสีแดง!แล้วในนั้นเธอพอจะได้ยินคำพูดอะไรมั้ย?” เด็กสาวถาม “พวกมึงมาทำอะไร พวกมึงรู้มั้ยว่ากูเป็นเมียนายพล?!” ทั้งคู่พูดพร้อมกัน “ในนั้นฉันเห็นชัดเลยว่าผู้ชายคนหนึ่งคือมาสเตอร์ชรินทร์แน่ๆส่วนอีกคนหนึ่งฉันไม่แน่ใจ” ฟารีดายืนยัน “มาสเตอร์ชรินทร์มีรอยแผลเป็นบนแก้มขวาเหมือนถูกมีดปาดด้วยนี่!” คิรินทร์พูดขึ้น เป็นครั้งแรกที่เขาแทรกบทสนทนา “ใช่ๆใช่แล้ว ก็พวกนาเดียมันชอบล้อมาสเตอร์ลับหลังว่าอีตุ๊ดแก่หน้าบาก” คริสมาสต์เสริม

“เออ ใช่! แอนดี้อ๊อฟตายแล้วนะ” คำพูดของฟารีดาทำเอาใจแอนดี้หล่นวูบ “อ๊อฟห้องเรานะเหรอ? เป็นอะไรตายอ่ะ!” แอนดี้ถามด้วยความตกใจ เขานั่งฟังหลินและคริสมาสต์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด “วิธีที่พวกเขาใช้ทำอะไรดวงวิญญาณที่มีแรงแค้นมหาศาลขนาดนั้นไม่ได้หรอก!” คิรินทร์พูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “หมายความว่ายังไงหรือคะ?” หลินถามอย่างสนอกสนใจ “ดวงวิญญาณที่ถูกฆ่าตายถ้าจิตใจของเขายังเต็มไปด้วยแรงอาฆาตหรือความห่วงหวงยึดติดกับบางสิ่งอยู่มันก็จะเหมือนโซ่ที่เป็นตรวนรั้งเขาไว้ไม่ให้ไปสู่สุขคติ ในกรณีที่พวกคุณบอกว่าอธิการบุปผารัตน์ ‘หายสาบสูญ’ ก็แสดงว่ายังไม่มีใครพบศพและยังไม่มีการทำพิธีอย่างถูกต้องจิตของเธอก็เลยยังวนเวียนอยู่ตรงนั้น” น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกและใบหน้าที่ปราศจากความรู้สึกของคิรินทร์ทำเอาทั้งกลุ่มถึงกับขนหัวลุกไม่เว้นแม้แต่แอนดี้ “ว่าแต่คิรินทร์รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงครับ?” แอนดี้ถามแฟนหนุ่มด้วยความสงสัย “ก็ผมอ่านเจอใน Google วันนี้ไงครับแอนดี้” คิรินทร์ตอบแอนดี้ด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นน่ารักผิดกับความน่ากลัวเมื่อแต่กี้โดยสิ้นเชิง “ว่าแต่ฟารีดาเธอบอกว่าวันนี้เห็นเด็กผู้หญิงยืนข้างๆผีชุดขาวด้วยเหรอ? ดูเป็นไงอ่ะ?!” คริสมาสต์ที่เพิ่งนึกขึ้นได้ถามด้วยความสงสัย “พูดแล้วอย่าตกใจนะ ฉันจำได้แม่นว่านั่นคือ ‘ฮโยมิน’” คำพูดของฟารีดาทำเอาเด็กทั้งกลุ่มมองหน้ากันอย่างหวาด เว้นแต่คิรินทร์ที่เขาดูเหมือนจะจมดิ่งลงสู่ความคิดของตัวเองที่ไม่มีใครหยั่งถึง


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
มาลินตื่นขึ้นมาในห้องที่ตกแต่งอย่างสวยงามแห่งหนึ่งซึ่งไม่คุ้นตาเธอเอาเสียเลย เธอพยายามจะยืนขึ้นแต่ก็ยังรู้สึกมึนๆเกินกว่าจะพยุงตัวเองขึ้นได้ “มิสตื่นแล้วเหรอคะ?” ดีไซน์ในชุดนอนเดินตรงมาที่เธอพร้อมกับรอยยิ้ม “นี่มันอะไรกันนี่แล้วครูเป็นอะไรไป?” มาลินถามลูกศิษย์ หัวเธอกำลังเบลอเพราะท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิว “มิสสลบไปที่หน้าโรงพักค่ะ พวกเราพามิสไปที่โรงพยาบาลแต่ห้องพักเต็มแล้วคอนโดของหนูกับฮาเวิร์ดสะดวกที่สุดพวกเราก็เลยพามิสมาที่นี่เพราะว่าพวกซิสเตอร์เรียกแท็กซี่กลับไปที่โรงเรียนกันไม่ได้เลย หมอบอกว่ามิสเครียดมากให้พักผ่อนและทานอาหารเยอะๆ ฮาเวิร์ดจ๊ะ บรูโน่ๆ” เด็กหนุ่มสองคนรีบวิ่งมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของดีไซน์ “มิสตื่นแล้วเหรอครับ?” ฮาเวิร์ดถาม “ผมมานอนค้างที่นี่ด้วยเพราะวันนี้ป๊ากับแม่ไปส่งพี่สาวที่อิตาลี่ผมไม่กล้ากลับไปนอนบ้านคนเดียวครับหลังจากเกิดเรื่องวันนี้ แฮะๆ” เด็กหนุ่มยิ้มแหยๆ “มิสหิวมั้ยคะ? สองคนนี้ก็จริงๆเลยนะมัวแต่เล่นเกมส์กันอยู่ได้ดีไซน์บอกให้ไปซื้อกับข้าวเตรียมไว้ให้มิสก่อน นี่ก็จะห้าทุ่มแล้ว เฮ้อ เอางี้ๆ เธอสองคนลงไปเซเว่นข้างล่างคอนโดนะซื้อสปาเก็ตตี้มาให้มิสรองท้องแล้วกัน” ดีไซน์หันไปเท้าสะเอวสั่งเด็กหนุ่มทั้งสองคนประหนึ่งคุณแม่ทำเอามาลินถึงกับอดยิ้มไม่ได้ “ครูขอบคุณพวกเธอมากเลยนะถึงบางทีพวกเธอจะเป็นตัวปัญหาแต่ก็เป็นเด็กที่ดีทีเดียว” ดีไซน์นั่งลงที่ปลายเตียงก่อนจะกุมมือมาลินไว้ “หนูก็ต้องขอบคุณมิสมากๆค่ะเพราะฮาเวิร์ดคงจะเดือดร้อนหลายครั้งถ้าไม่ได้มิสช่วยไว้”

มาลินตื่นขึ้นมารับประทานอาหารกับพวกเด็กๆ “ครูเป็นห่วงฮโยมินที่สุดเลยตอนนี้” มาลินพูดพลางมองดีไซน์ด้วยสีหน้าที่อมทุกข์ “พวกซิสเตอร์กับมิสผการับปากแล้วครับว่าวันนี้จะเคาะหอแดงทุกห้องเลย” บรูโน่ที่เขมือบแฮมเบอร์เกอร์อยู่ตอบพร้อมรอยยิ้มซีดๆ “ผมก็เป็นห่วงครับเพราะวันนี้ฮโยมินดูแปลกๆ คืออย่าหาว่าผมพูดอะไรเป็นลางนะแต่ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าที่โรงเรียนเรามีผีและภาพในจอมอนิเตอร์วันนี้ก็…” ฮาเวิร์ดหยุดพูดเมื่อดีไซน์หันมามองเขาตาขวาง “ดีไซน์หลังจากที่ฮโยมินวิ่งหนีเธอไปก็ไม่เจออีกเลยจริงๆเหรอ?” มาลินถามในขณะที่เด็กสาวส่ายหน้า “เฮ้ย! แต่มึงกดกูบนชั้น8ให้หลบไม่ใช่เหรอ? มึงบอกว่าฮโยมินยืนคุยกับลุงโก๋อยู่อ่ะ!!!” บรูโน่ที่นึกขึ้นได้รีบโพล่งขึ้นมา จนฮาเวิร์ดรีบเปิดคลิปที่ใส่ไว้บนไอแพด “ฮโยมินจริงๆด้วย” มาลินพูดเมื่อเห็นภาพลูกศิษย์ยืนคุยกับพ่อบ้านคนเก่าคนแก่อยู่ เธอคิดแผนที่จะสืบหาความจริงโดยปรึกษากับลูกศิษย์ทั้งสาม

“โอ๊ย จะสืบบ้าสืบบออะไรกันนักหนาวะพวกตำรวจเนี่ยทำไมไม่กลับๆกันไปเสียที” ชรินทร์ที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องเรียนเก่าบนชั้น8มองไปรอบๆด้วยความหวาดกลัว “มึงจะบ่นหาห่าอะไรวะ ไอ้หยอด!ก็เด็กตายทั้งคนพ่อจรัลแกก็ต้องทุ่มทุนกันเต็มที่หน่อยสิ ไม่งั้นก็เดี๋ยวเก้าอี้อธิการก็ปลิวหรอก” ลุงโก๋พูดเชิงเหน็บแหนมพ่ออธิการลอยๆทำเอาชรินทร์หันมาค้อนขวับ “นี่ทำไมชอบมาเรียกกูว่าหยอดฮะ? กูบอกว่ากูชื่อหยาดๆ แล้วพ่อนะพ่อทำไมต้องให้เราสองคนมาเฝ้าก็ไม่รู้” ชรินทร์จิกเสียง “เฮ้อ ต่อหน้าต่อตาเลยนะวันนี้ สัปดาห์นี้เด็กก็ตายไปสองแล้วนะ หนีออกไปจากบ้านอีกหนึ่ง” ชรินทร์พูดพลางส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ “ใครวะที่หนีออกจากบ้าน?” ลุงโก๋ถามพลางหัวเราะในลำคอ “อีชะนีเด็กม.5 ที่ชื่อฮโยมินไง” ชรินทร์ตอบลอยๆทำเอาลุงโก๋หันมาถามด้วยความตกใจ “วันนั้นมันยังคุยกับกูอยู่ดีๆเลยนะนั่น” ก่อนที่เสียงร้องของนายตำรวจท่านหนึ่งจะดังขึ้น “พวกมึงไสหัวออกไปจากโรงเรียนกูเดี๋ยวนี้ กูบอกให้ไป!!!!” เสียงของเขาที่ทุ้มต่ำกลับเป็นเสียงแหบห้าวทรงอำนาจของผู้หญิงที่ลุงโก๋และชรินทร์คุ้นหูดีมาโดยตลอด “เฮ้ย หรั่งมึงเป็นอะไรวะใจเย็นๆไว้!” เพื่อนตำรวจวิ่งไปจับแขนก่อนจะถูกตบจนร่างกระเด็นลอยไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรงจนไหลครูดมากองกับพื้นแน่นิ่งไป หรั่งกรีดร้องผสานกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อเพื่อนตำรวจและนักสืบกรูเข้าหมายจะรุมล้อมจับตัวเขาแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงอันมหาศาลของชายหนุ่มได้ “มึงรู้มั้ยว่ากูเป็นใคร? กูคุณหญิงบุปผารัตน์เจ้าของโรงเรียนนี้ ผัวกูเป็นนายพลพวกมึงรู้มั้ย?” คำพูดของตำรวจหนุ่มทำเอาทั้งลุงโก๋และมาสเตอร์ชรินทร์ยืนนิ่งด้วยความตื่นตระหนก “ไอ้โก๋ ไอ้ชรินทร์ มึงฆ่ากู กูขอสาปแช่งมึงให้โดนกักขังแบบที่มึงกักขังกู ขอให้โคตรเหง้าลูกหลานของมึงฉิบหาย กูขอให้โรงเรียนนี้ร้อนเป็นไฟกูจะพานักเรียนที่นี่ให้ตายตกไปอยู่กับกูทุกปีๆ กูขอสาปแช่งให้ที่นี่มีแต่คนตายโหง” หรั่งหัวเราะอย่างกราดเกรี้ยวก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาบีบคอลุงโก๋เสียแน่นมือของเขาแข็งประดุจคีมเหล็กทำเอาชายชราถึงกับทรุดเพราะหายใจไม่ออก “ตายมึงตาย มึงรู้มั้ยว่ากูคุณหญิงบุปผารัตน์ กูเป็นเมียนายพล” เสียงหัวเราะอย่างกราดเกรี้ยวของหรั่งแผดดังขึ้นเช่นเดียวกับเสียงปืนด้านหลังที่ระเบิดขึ้นดังสนั่น ร่างของหรั่งล้มลงและชักดิ้นชักงออย่างทุกข์ทรมานก่อนจะสิ้นใจในขณะที่ชรินทร์ที่เพิ่งทิ้งปืนในมือที่ฉวยมาจากร่างของนายตำรวจท่านหนึ่งที่กำลังนอนแน่นิ่งลงค่อยๆทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความตกตะลึง เขาตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งลงมือทำไป

“ตื่นได้แล้วครับแอนดี้นี่จะหกโมงเช้าแล้วนะ” คิรินทร์เขย่าตัวแฟนหนุ่มเบาๆแต่แอนดี้ฉวยโอกาสนี้โถมตัวเข้าไปโอบเขาแล้วพลิกร่างของเขาลงมากอด “อาบน้ำเจ็ดโมงก็ทันน่า ขึ้นบีทีเอสไปแป๊ปเดียวเองนะ” แอนดี้กอดคิรินทร์พลางไซร้ที่ซอกคอของเขาเบาๆอย่างทนุถนอม “แอนดี้! เอาอีกแล้วเหรอ? เมื่อคืนพวกเราก็แทบไม่ได้นอนกันเลยนะ” คิรินทร์ดิ้นเบาๆก่อนที่แอนดี้จะพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างเขา “ก็หลังจากครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าอีกนานขนาดไหนผมกับคุณจะได้อยู่ด้วยกันอีกนี่น่า” เด็กหนุ่มอ้อนคนรักของเขาเบาๆ “งั้นเปลี่ยนเป็นในห้องน้ำได้มั้ย?” คิรินทร์ยักคิ้วในขณะที่แอนดี้ๆค่อยๆช้อนร่างเล็กๆของเขาขึ้นมาอุ้มไว้ “โอเคครับ!”

มาลินกับเด็กทั้งสามลงจากแท็กซี่มาถึงหน้าโรงเรียน ดีไซน์,ฮาเวิร์ดและบรูโน่ยังมีทีท่าที่ยังสะลึมสะลือและยังคงดูฝันๆง่วงงุ่นอยู่เนื่องจากเป็นการมาถึงโรงเรียนที่เช้าเกินปกติของพวกเขาแต่ทั้งหมดก็ต้องจำใจลุกจากเตียงขึ้นมาเนื่องจากพวกเขาไม่อยากให้มาลินที่ไม่สันทัดในการขึ้นรถไฟฟ้านั่งรถแท็กซี่มาโรงเรียนในยามเช้าตรู่ขนาดนี้คนเดียว “ครูขอบคุณพวกเธอมากๆเลยนะสำหรับความช่วยเหลือเมื่อคืนนี่ก็ยังเช้าอยู่ พวกเธอจะไปนั่งที่โรงอาหารรึเปล่าหรือยังอยากจะนอนต่ออีกสักหน่อยถ้ายังอยากนอนก็มาที่หอพักซิสเตอร์ไม่เป็นไรเดี๋ยวครูรับผิดชอบเอง” เด็กๆเดินโซเซตามมาลินมา ฮาเวิร์ดเป็นคนแรกที่จากไปอย่างรวดเร็วทันทีที่เข้าทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกตามไปติดๆด้วยบรูโน่ที่เอาหูฟังไอโฟนมาเสียบหูก่อนจะพิงฮาเวิร์ดและตามไปติดๆแต่ดีไซน์ที่นอนไม่หลับเดินไปชงกาแฟเตรียมไว้ให้มาลินที่ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่นห้องพลางนั่งยิ้มให้บรูโน่กับฮาเวิร์ดแล้วส่ายหน้า “เอาซะหน่อยน่า” ดีไซน์หยิบไอโฟนขึ้นมาถ่ายภาพน่ารักๆของฮาเวิร์ดและบรูโน่ตอนกำลังหลับสนิทเหมือนเด็กๆทั้งคู่ก่อนจะแชร์ลงเฟซบุ๊คส์และอินสทาแกรม “อ้าว! มากันแล้วเหรอพวกเธอ? วันนี้มาซะเช้าเชียวนะ” ซิสเตอร์รจิตาเดินมานั่งที่โซฟาก่อนจะยกมือห้ามไม่ให้ดีไซน์ปลุกเด็กหนุ่มทั้งสองที่กำลังนอนหลับสนิท “ก็จริงอย่างที่มิสมาลินเขาว่าสองคนนี้อาจจะเป็นตัวป่วนแต่ก็ไม่ใช่เด็กเกเรอะไร ออกจะน่ารักและมีน้ำใจด้วยซ้ำพอสัมผัสกันไปนานๆซิสเตอร์ก็มองพวกเธอเปลี่ยนไปจริงๆนะ ขอบคุณจริงๆที่มีน้ำใจช่วยมิสมาลินไว้เมื่อวาน” ดีไซน์ยิ้มอย่างตื้นตันใจเมื่อได้รับคำชมครั้งแรกจากซิสเตอร์จอมเฮี้ยบที่เธอแทบจะไม่ชอบขี้หน้าเลย มาลินที่เพิ่งลงมาจากห้องพักเดินเข้ามายกมือไหว้ซิสเตอร์ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งร่วมวงสนทนา “จิ๋มเมื่อคืนพวกซิสเตอร์เคาะห้องพักนักเรียนทุกห้องเลยแต่ไม่มีวี่แววของฮโยมินเลย” รจิตาส่ายหน้าอย่างหมดหวังแต่แล้วเสียงกรีดร้องของผกาที่เพิ่งเตรียมอาหารเช้าให้พ่ออธิการและบรรดาซิสเตอร์กับครูบาอาจารย์ในหอพักเสร็จก็ดังขึ้นม”ว๊ายย!!! ตายแล้วจิ๋มเป็นยังไงบ้าง? เมื่อคืนฉันนะตกใจแทบแย่เลยล่ะตอนที่เธอเป็นลมน่ะ” ผการีบวิ่งเข้ามาสอบถามอาการของเพื่อนสนิทด้วยอาการระริกระรี้ยินดี “นี่ทุกคนรู้รึเปล่าคะว่าข้างนอกเขาพูดกันให้แซ่ดเลยว่าเมื่อคืนมีตำรวจที่มาตรวจชั้น8โดนผีเข้าค่ะแล้วมาสเตอร์ชรินทร์ยิงตำรวจตาย ว๊ายยย ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ” ผกากรี๊ดกร๊าดด้วยท่าทีเปี่ยมสุขในขณะที่อีกสามคนที่กำลังนั่งฟังอยู่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

“คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าคุณทำลงไปโดยพลการ!” สารวัติตำรวจตะคอกชรินทร์พลางมองหน้าเขาอย่างกราดเกรี้ยว “ถึงจะผีเข้าหรือไม่เข้าคุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะยิงนายตำรวจภายใต้บังคับบัญชาของผม ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืน?” ชรินทร์นั่งหน้าซีดก่อนจะค่อยๆเปิดปากตอบคำถามสารวัติด้วยน้ำเสียงสั่นเทิ้ม “ก็ผมไม่รู้ ผมกะ กะ กลัว ผมแค่พยายามจะช่วยลุงโก๋” ชรินทร์ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกกดดัน “ผลตรวจเลือดของนายตำรวจธนวุฒิออกมาแล้วไม่มีการใช้สารเสพย์ติดใดๆ ผมคงต้องแจ้งข้อหาคุณในโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาถึงจะเป็นการป้องกันตัวแต่ก็เป็นการป้องกันตัวโดยเกินกว่าเหตุระวางโทษอาญาและคดีนี้ยอมความกันไม่ได้ ยิ่งมีตำรวจภายใต้บังคับบัญชาของผมตายก็คงยิ่งจะยอมความใดๆไม่ได้ทั้งสิ้น ทางเราจำเป็นต้องควบคุมตัวไว้ก่อนจะถึงชั้นศาล” ชรินทร์ลงไปนั่งทรุดกับพื้นพลางร้องไห้โฮเมื่อได้ยินคำพูดของสารวัติ “ละ ละ แล้วผมจะติดคุกรึเปล่าครับ? ผมไม่อยากติดคุก!!!” แต่นายตำรวจสองคนก็มาลากชรินทร์ออกไปจากห้องสารวัติเสียก่อน

“ช่วงนี้ที่โรงเรียนเรามีแต่เรื่องเนอะ?” มาลินหันมาพูดกับรณชัยอาจารย์ฝ่ายโสตทัศนศึกษาก่อนที่จะขอให้เขาช่วยเปิดวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาให้ดู “นั่นไงอีกมุมหนึ่งของพวกเธอ” มาลินพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งดุกึงขำเมื่อเห็นพวกฮาเวิร์ดกำลังถ่ายรายการกันทางกล้องวิดีโอของโรงเรียน ทุกคนในห้องนั่งนิ่งเมื่อภาพเงาลางๆปรากฏด้านหลังฟารีดากับฮโยมินที่ยืนดูการถ่ายทำด้านหลังบรูโน่พลางช่วยส่องไฟฉายเป็นร่างที่สวมชุดคลุมคล้ายๆซิสเตอร์ “นั่นไงฮาเวิร์ดที่เรากับฟารีดาเห็น!” ดีไซน์กระซิบฮาเวิร์ดด้วยน้ำเสียงหวาดๆในขณะที่มาลินและรณชัยนั่งหน้าซีดเผือด ดีไซน์ขอให้รณชัยช่วยเปิดกล้องที่ชั้นสองซึ่งมีเหตุการณ์ช่วงที่เธอ ฟารีดาและฮโยมินเจอผีก่อนที่ฮโยมินจะวิ่งหนีไปแม้จะไม่มีภาพอะไรเกิดให้เห็นแต่มาลินก็เชื่อโดยสนิทใจว่าทั้งสามคงเจออะไรที่น่ากลัวมาแน่นอน หลังจากที่ฟารีดาพยุงดีไซน์เดินตรงไปทางปีกตะวันออกซึ่งเป็นทางที่ตรงไปปากทางอุโมงค์ที่เป็นสะพานเชื่อมไปสู่โบสถ์ ฮโยมินกับลุงโก๋ก็เดินขึ้นมาที่ชั้นสองทั้งคู่คุยอะไรกันอยู่สักพักก่อนที่ลุงโก่ดจะกระชากมือฮโยมินอย่างแรงให้ขึ้นลิฟท์ไปกับเขา “มาสเตอร์ค่ะย้อนไปเมื่อกี้อีกที บรูโน่ ฮาเวิร์ดอัดคลิปไว้ เร็วสิ!!! มีอะไรครูรับผิดชอบเอง” เด็กหนุ่มทั้งสองรีบหยิบไอโฟนมาถ่ายคลิปด้วยความงุนงง หลังจากลุงโก๋กระชากฮโยมินเข้าลิฟท์รณชัยได้เปิดให้ดูกล้องวงจรในลิฟท์ที่ทั้งคู่ออกจากลิฟท์ตรงชั้น8ประมาณเกือบ20นาทีก่อนที่ลุงโก๋จะลงลิฟท์กลับไปข้างล่างคนเดียว

“น่าเสียดายนะครับที่กล้องบริเวณชั้น8ช่วงโซนกลาง ห้องโสตและทางห้องวงโยธวาทิตเสียหมดทุกตัวเลย” รณชัยหันมาบอกมาลินพลางส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ “ทำไมล่ะครับมาสเตอร์?!!!” ฮาเวิร์ดถาม สีหน้าของเด็กหนุ่มเจื่อนลงเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง รณชัยหันมาเปิดกล้องบริเวณชั้น8ทั้ง3จุดกว่าสิบตัวที่ต่างซ่าพร่ามัวและเป็นหน้าจอสีน้ำเงินสลับดำ “มันเหมือนกับมีพลังงานบางอย่างที่รบกวนการทำงานของกล้องน่ะสิหนู มาสเตอร์ก็ยังอธิบายไม่ได้เหมือนกันคล้ายๆกับเป็นสนามแม่เหล็กรบกวนอ่ะแต่ผมเคยลองเอาออกมาให้พ่อดูแล้วถ่ายที่อื่นก็ได้รบนะครับมิส” ครูหนุ่มเปิดกล้องชั้น8บริเวณอื่นเปรียบเทียบซึ่งภาพถ่ายต่างคมชัดผิดกันโดยสิ้นเชิง “มาสเตอร์ว่าเราเปิดกล้องที่ชั้น7ดูด้วยดีมั้ยเผื่อฮโยมินจะวิ่งลงมา?” รณชัยเปิดกล้องบริเวณชั้น7แช่ไว้นานหลายนาทีหลังจากที่ลุงโก๋กับฮโยมินออกจากลิฟท์แต่ก็ไร้วี่แววของเด็กสาว

“อ่า ในที่สุดก็ถึงโรงเรียนเสียที ไม่ได้เจอกันสองวันคิดถึงจังเล้ยย” แอนดี้พูดอย่างสดชื่นในขณะที่คิรินทร์มีสีหน้าที่ค่อนข้างซึมเศร้าจนแอนดี้ที่หันมาเห็นถึงกับตกใจ “เป็นอะไรไปครับ?!” แอนดี้กุมมือคิรินทร์ไว้แน่น “อ๋อ เปล่าหรอก เปล่าๆ ไม่มีอะไร แค่เราคงจะคิดถึงแอนดี้มากๆเลยแหละ” คิรินทร์ยิ้มเศร้าๆ แอนดี้อยากจะกอดแฟนหนุ่มจับใจเมื่อเห็นเขามีน้ำตาคลอ “ไม่เอาน่า! พ่อเราไปต่างประเทศบ่อยเดี๋ยวอีกสัปดาห์สองสัปดาห์ก็ไปอีกแล้วเราก็จะได้อยู่ด้วยกันอีกไงนะ ไปกินข้าวกันเถอะ” แอนดี้ตบไหล่เขาเบาๆ “อืม นั่นสินะ! แอนดี้ไปที่โรงอาหารก่อนก็แล้วกันเราอยากไปห้องน้ำน่ะ” คิรินทร์ยิ้มก่อนที่แอนดี้จะรีบพูดอะไรเสียงกุ๊ยฉ่ายกับนาเดียก็ดังขึ้น “อร๊ายยย แอนดี้เป็นยังไงบ้าง? ไม่มาเรียนตั้งสองวันหายดีแล้วเหรอ?” นาเดียถามอย่างอารมณ์ดี “เมื่อกี้ใครน่ะแอนดี้ น่ารักจังเลย ไม่เคยเห็นหน้าเลยอ่ะ เรียนชั้นไหนเหรอ?” กุ๊ยฉ่ายถามพลางพยายามจะชะเง้อมองแต่แอนดี้หันมาก็ไม่เห็นคิรินทร์แล้ว “เขาชื่อคิรินทร์น่ะเรียนม.5นี่แหละ เป็นเด็กเก่านี่อยู่มาตั้ง5ปีไม่เคยเห็นได้ยังไง” แอนดี้หันมาคุยกับกุ๊ยฉ่ายพลางกลืนกินความผิดหวังไว้ในใจเขาอยากจะตะโกนไล่ทั้งนาเดียและกุ๊ยฉ่ายไปไกลๆเหลือเกินเพราะเขาอยากใช้เวลาอยู่กับคิรินทร์ให้นานที่สุด “เอ๊ะ!มีด้วยเหรอคนชื่อคิรินทร์ ไม่คุ้นเลย?!!!” นาเดียเกาหัวอย่างงุนงง “แต่ชื่อเขาคุ้นๆนะเหมือนเคยได้ยินใครพูดถึงบ่อยๆแต่ไปกินข้าวกันเถอะเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเองนะหิวจะตายแล้ว!” กุ๊ยฉ่ายรีบคะยั้นคะยอเพื่อนทั้งสองให้ไปโรงอาหาร

“คุณพ่อคุณแม่คะเมื่อคืนฮโยมินกลับไปที่บ้านรึเปล่าคะ?” มาลินโทรศัพท์หาผู้ปกครองของฮโยมินขณะที่กำลังลงลิฟท์ลงจากชั้น8 พวกฮาเวิร์ด ดีไซน์และบรูโน่ขอตัวแยกไปที่ห้องเรียนเพื่อจะทำความสะอาดห้องตามที่ได้ถูกมาลินลงโทษไว้ “ยังไม่กลับเหรอคะ? ยังไงวันนี้มิสขอรบกวนคุณพ่อคุณแม่มาที่โรงเรียนได้มั้ยคะ?คือดิฉันเพิ่งขึ้นมาเช็คกล้องของคืนวันอาทิตย์น่ะค่ะมีเบาะแสบางอย่างน่าสนใจคิดว่าน่าจเป็นประโยชน์ต่อการหาตัว ค่ะ ด้วยความยินดค่ะ สวัสดีค่ะ” สิ้นสุดคำพูดของมาลินไฟในลิฟท์ก็ดับลง

“โอ๊ย บ้าจัง!มาดับอะไรตอนนี้เนี่ย!!!” มาลินเดินไปกดกระดิ่งฉุกเฉินในลิฟท์แต่แม้จะกดนานเท่าไรเสียงก็ไม่มีเสียงใดๆเกิดขึ้น “เอ๊ะ อะไรกันเนี่ย? แปลกจัง!” มาลินยืนเท้าสะเอวอย่างอ่อนใจก่อนที่เธอจะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ครูสาวสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกด้านหลังเธอรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ แม้ในลิฟท์จะมืดสนิทแต่มันก็ยังไม่มืดถึงขั้นที่เธอไม่สามารถจะมองเห็นอะไรเลย มาลินค่อยๆหันมาชำเลืองตรงมุมลิฟท์ด้านหลังของเธอก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นร่างดำมืดอีกร่างหนึ่งกำลังยืนจ้องมองเธออยู่ “ใคร? ใครคะ!” มาลินหันหน้าหนีพลางหลับตาสนิทด้วยความหวาดกลัว “หนูเองค่ะมิส” เสียงเย็นยะเยือกที่เธอจำได้ทันทีดังขึ้น “ฮะ ฮโยมินเหรอลูก?” น้ำตาของมาลินค่อยๆไหลพรากหาใช่จากความกลัวแต่เป็นเพราะความเศร้าโศกที่กัดกินเข้าไปในจิตใจของเธอ สัปดาห์นี้เธอเสียลูกศิษย์ไปถึง2คนในระยะเวลาใกล้ๆกันซึ่งจากสัญญาณที่บ่งบอกอย่างชัดเจนนี้เธอจำเป็นต้องเชื่อโดยดุษฎีว่ายังมีอีกหนึ่งคนที่จากเธอไปแล้วโดยที่เธอเพิ่งจะได้มีโอกาสรับรู้วันนี้เอง มาลินค่อยๆหันหน้าไปทางร่างดำมืดของฮโยมินแม้ว่าจะมีแสงไฟไม่มากพอที่จะทำให้เธอมองเห็นลักษณะหลังจากที่จากโลกไปแล้วของลูกศิษย์แต่เธอก็จำรูปร่างของลูกศิษย์คนนี้ได้ดีแม้ว่าจะยืนอยู่ในความมืดก็ตาม “บอกครูมามันเกิดอะไรขึ้น?” มาลินที่ยืนประจัญหน้ากับวิญญาณของลูกศิษย์ถามโดยปราศจากท่าทีหวาดกลัว “หนูพูดไม่ได้ค่ะ เขาไม่ให้หนูบอก มิสช่วยหาตัวหนูด้วยนะคะ หนูกลัวเหลือเกิน หนูนอนที่นี่มาตั้งสามคืนแล้วหนูคิดถึงพ่อกับแม่” มาลินโผเข้ากอดร่างของลูกศิษย์เธอระเบิดเสียงร้องไห้ด้วยความปวดร้าวที่เกาะกินลึกลงไปในใจ “ครูบอกกี่ครั้งแล้วลูกว่าตอนกลางคืนที่โรงเรียนเรามันอันตราย ถ้าพวกหนูเชื่อครูกันสักนิดเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น” ร่างของทั้งครูและศิษย์ต่างกอดกันแน่นทั้งคู่ปล่อยโฮออกมาด้วยความรู้สึกขมขื่น “หนูฝากบอกพ่อกับแม่หนูด้วยนะคะว่าหนูเสียใจ หนูยังไม่อยากตาย บอกพ่อกับแม่ให้หนูด้วยนะคะว่าหนูรักพ่อกับแม่มากที่สุด มิสสัญญากับหนูนะคะว่าจะบอกพ่อแม่ให้หนู บอกให้ทุกคนช่วยหาหนูและช่วยพาหนูออกไปจากที่นี่ด้วย” สิ้นเสียงของฮโยมินประตูลิฟท์ก็ถูกเปิดออก ลุงโก๋ มิสผกา ฮาเวิร์ด บรูโน่และดีไซน์ต่างกรูเข้ามาพยุงร่างของมาลินขึ้นมา “ตายแล้วจิ๋ม ลุกขึ้นๆเป็นอะไรมั้ยเนี่ย?” ผการีบประคองเพื่อนรักขึ้นมา “เคราะห์ดีที่ฮาเวิร์ดรีบโทรศัพท์ไปหามิสผกานะครับก็เลยตามผมขึ้นมาช่วยได้ทัน” ลุงโก๋พูดอย่างภาคภูมิใจตัวเอง “โอ๊ยๆๆ ใช่วิ่งจากชั้นหนึ่งขึ้นมาชั้นห้า ชั้นเหนื่อยแทบจะเป็นลม” ผกาพูดพลางหอบหายใจ แต่มาลินกลับสะบัดมือของเธอออกจากลุงโก๋ “ลุงเอาฮโยมินไปไว้ที่ไหนบอกมาเดี๋ยวนี้นะ?” มาลินกรีดเสียงอย่างเสียสติ เธอมองลุงโก๋ตาขวางพลางชี้หน้าเขาอย่างน่ากลัวจนทำเอาชายชราล่าถอยไปท่ามกลางความตื่นตระหนกของผกาและลูกศิษย์ทั้งสามที่ไม่เคยเห็นมาลินบ้าคลั่งถึงขนาดนี้มาก่อน


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com