ก้าวเข้าสู่วันแรกแรกของปี 2013 ตามที่สัญญาค่ะ รีวิวแรกของปีนี้ รีขอเลือกอินดี้พ็อพสาวที่มีกระแสมากที่สุดในปีที่ผ่านมา ลานนา เดล เรย์ พ็อพสตาร์อินดี้ชาวอเมริกัน ที่สร้างกระแสให้งานอินดี้พ็อพกับมามีกระแสในตลาดเพลงโลกอีกครั้ง ฝ่าฝูงนักร้องเมนสตรีมทั้งหลายแหล่ ด้วยคุณสมบัติที่หลายหลาย อาทิ รูปทรัพย์ที่ดูโดดเด่น ราวกับพิน-อัพเกิร์ลคนใหม่ของวงการเพลงและแฟชั่น อีกทั้งความสามารถรอบตัว บวกกับพรสวรรค์ด้านดนตรี น้ำเสียงโทนต่ำชวนสะกดราวต้องมนต์ เมื่อบรรจบกับแนวเพลงของเธอด้วยแล้วยิ่งชวนหลงใหลไปกับเสน่ห์งานเพลงของเธอ
ส่วนประวัติของเธอนั้นหลายๆคนอาจจะพอทราบมาบ้างแล้ว แต่ขอแนะนำเผื่อบางคนที่ยังไม่รู้ก็แล้วกัน เห็นอย่างนี้แต่นางเป็นลูกเศรษฐีนะค่ะ โดยเป็นลูกสาวของ Domain Investor Rob Grant ค่ะ นางเคยออกอัลบั้มมาแล้วภายใต้ชื่อ ลิซซี่ แกรนท์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่สิ่งที่ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์คและขึ้นเป็นเทรนด์ฮิตของนักร้องอินดี้ฝั่งเกาะอังกฤษ คือความแรงและอาร์ตของมิวสิควิดีโอเพลง Video Games ที่สามารถนำพาเธอไปเซ็นสัญญากับค่าย Interscope และออกอัลบั้มแรก Born to Die ภายใต้ชื่อ ลานนา เดล เรย์ ได้สำเร็จ
Born to Die : 80%
หลายคนอาจจะบอกรีกดคะแนนนางไปหรือเปล่า? จริงๆต้องบอกว่านางโชคร้ายนะ มาดังในช่วงที่รีได้ฟังแนวนี้เยอะมากๆ ถ้าได้ฟังเพลงนางเร็วกว่าอีกหน่อยคงจะให้เรตคะแนนที่สูงกว่านี้ เพราะไปถูกใจกับพวกวงอินดี้พ็อพอันเดอร์กราวน์ที่ทำสไตล์นี้มากกว่าด้วยแหล่ะ ทำให้รู้สึกว่ามันดูปรุงแต่งไปหน่อย หรือถ้าจะให้เทียบกับอินดี้พ็อพสไตล์เพลงคล้ายกันอย่าง เอลลี่ โกลด์ดิ้ง ส่วนตัวคงรู้สึกปลื้มศิลปินรายหลังมากกว่า แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับอัลบั้มนี้ ส่วนตัวก็โอเคนะ จัดว่าโดดเด่นใช้ได้ และน่าจับตามองเลยทีเดียว ไม่เสียแรงอวย(เว่อร์)ของแฟนคลับเท่าไหร่นัก เพราะทั้งภาพรวมของทั้งอัลบั้มและนักร้องเอง ถือว่าเกินคาดของศิลปินหน้าใหม่ที่ขึ้นมาได้ด้วย2มือ2เท้าของตัวเองเลยทีเดียว นี้คงเป็นตัวแปรที่สำคัญส่วนหนึ่งที่ให้คะแนนอัลบั้มนี้ค่อนข้างไปในทางที่สูงด้วย
ส่วนแก่นของอัลบั้มนี้ออกแนว ''ทวิภาค'' ในแบบที่ว่า ความเศร้าโดยปราศจากการไร้ความสุข โดยนางได้กล่าวว่า มันมีความรู้สึกในแง่ของการสูญเสียสิ่งที่คอยค้ำจุน นางเคยสงสัยว่ามันเป็นประสงค์ของพระเจ้าหรือเปล่าชีวิตนางถึงได้เปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน แต่นางก็พบความสงบ พบความสุขในตัวผู้คน และโลก มันมีความรู้สึกเศร้า แต่ก็มีความสุขเจือด้วย มันเลยเหมือนการผสมผสานกันระหว่างโลกสองแบบ
จุดเด่นและจุดด้อย
จุดเด่นคงเป็นภาพลักษณ์ของนางที่โดดเด่นจนถือเป็นจุดขายหลักและยังช่วยอุ้มชูตัวอัลบั้มนี้ บวกกับแนวเพลงที่มันแมทซ์แบบพอดิบพอดี เรียกได้ว่า เคมีที่คลิ๊กกันจนเป๊ะเว่อร์ แม้ว่าจะโดดค่อนขอดว่านางดูวอนนาบีหรือเปล่า? หรือฝีมือนางถูกอวยเกินความเป็นจริง แต่จะวอนนาบีหรือไม่วอนนาบี จะเกินจริงหรือไม่นั้น ตอนนี้ชื่อของนางก็กลายเป็นที่ฮือฮาของเทรนด์นักร้องในช่วงนี้ไปเสียแล้ว และไม่มีสิ่งไหนจะต้านทานความโด่งดังนี้ได้อีกแล้ว
ส่วนจุดด้อยคงเป็นเรื่องความเป็นเอกภาพที่น่าเบื่อเกินไป ริจะทำแนวเพลงหลอนๆอย่างทริพฮอฟ ดาวน์เทมโพก็ดันทำได้ไม่สุด ไม่กล้าฉีก ทำกั๊กกล้าๆกลัวๆ เลยทำภาพรวมของอัลบั้มออกมาได้ไม่ถึงอย่างน่าเสียดาย
Singles of Born to Die
Video Games : 4/5
ก่อนที่จะเริ่มรีวิวอัลบั้มนี้ กระแสวิจารณ์อัลบั้มนี้ถือว่าไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะฟีดแบ็กจากเพลงนี้ต้องบอกว่ามีกระแสลบที่ล้นหลามมากไม่แพ้ความดังของนางเลย พอมาได้ฟังเองก็ค่อนข้างชอบนะ ออกจะชอบมากด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นเพลงที่โดดเด่น โดยเฉพาะลูกเล่นแซดคอร์ในเพลงถือว่าโดดเด่นแพรวพราวมากๆ น้ำเสียงและอินเนอร์ถือว่าไร้ที่ติเลยทีเดียว ก็แอบใจว่าอคติกันไปหน่อยหรือเปล่า แต่เอาเป็นว่าเป็นความชอบของใครของมันดีกว่า เพราะเอาจริงๆแล้วตัวเองก็เป็นพวกวิจารณ์เพลงที่มีทัศนติขวางโลกอยู่ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
Born to Die : 5/5
ไตเติ้ลแทร็คที่สร้างปรากฏการณ์มากมายให้แก่ตัวนางเอง เป็นเพลงแรกที่รีเองได้ฟังจากนางเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ ตอนฟังครั้งแรกถึงกับอึ้งในความหมดจดของทั้งภาคดนตรี อีกทั้งเนื้อหาราวกับจินตกวีที่เสียดแทงราวกับโดนเข็มพันธนาการ ทั้งอารมณ์หม่น เศร้า ผิดหวัง เสียใจ ทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกมาได้ลงตัวผ่านน้ำเสียงเอื่อยๆโทนต่ำของนาง เมื่อมาบรรจบกับงานบัลลาดดาว์นเทมโพบรรยากาศวังเวง ยิ่งทำให้อารมณ์เพลงพุ่งพล่านราวกับกำลังกรีดร้องออกมา เป็นงานทริพฮอฟที่ผสารเข้ากับชามเบอร์พ็อพได้ไพเราะและลงตัวไม่แพ้พวกศิลปินมือเก๋าๆในวงการเลยทีเดียว
Blue Jeans : 4/5
ซิงเกิ้ลที่3ของนาง ที่กระเดียดไปทางงานลูกผสมประเภทพวกอัลเตอร์เนทีฟฮิฟฮอฟ แต่ภาพรวมยังคงความเป็นงานดรีมพ็อพตามสไตล์นาง ทำให้ออกมาเป็นงานร็อคฟุ้งๆผสมฮิฟฮอฟอ่อนๆ ที่เกือบเข้าถึงงานระดับอาร์ตร็อคเลยทีเดียว แต่ก็ไปไม่ถึงอยู่ดี
Summertime Sadness : 3.5/5
ซิงเกิ้ลที่3 ใน Austria และ Germany และซิงเกิ้ลที่4ใน Switzerland ภาพรวมเพลงนี้เอาจริงๆก็ไม่ได้ดูทิ้งเพลงอื่นๆในอัลบั้มมากนัก เพียงแต่อาจเพิ่มกรู๊ฟมากขึ้นและอัพบีทให้ดูมีอะไรมากกว่างานอินดี้พ็อพฟุ้งจัดๆ ซึ่งก็นะ มันไม่ใช่เพลงที่ไม่ดีหรืออะไร เพียงแต่มันไม่ฉีกและใช้ลูกเล่นซ้ำซากเกินไปเท่านั้นแหล่ะ
National Anthem : 5/5
ซิงเกิ้ลปิดอัลบั้มที่ส่วนตัวยกให้เป็นเพลงที่โดดเด่นที่สุดในอัลบั้มนี้เลยทีเดียว ไม่ว่าลูกเล่นความเป็นพ็อพ ร็อค หรือฮิฟฮอฟ เพลงนี้ถือว่าทำได้ลงตัวและชูรสของทุกแนวดนตรีที่ได้ผสมเข้ามารวมกันในเพลงนี้ได้โดดเด่น โดยไม่กลืนธีมหลักและภาพลักษณ์ของนางเลย เข้าขั้นงานเอ็กเพอริเมนทัลพ็อพจัดจ้านเพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้เลยทีเดียว
แก้ไขล่าสุดโดย nini เมื่อ Tue Jan 01, 2013 6:13 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
_________________








