เป็นเวลานานพอสมควรที่รีไม่ได้เขียนรีวิวเพลงสากล ส่วนตัวแอบขึ้นสนิมและติดขัดการใช้ภาษาในการเขียนงานวิจารณ์ครั้งนี้พอสมควร แต่ที่เลือกกลับมาเขียน ส่วนหนึ่งเพราะเป็นการComebackของศิลปินที่ตัวเองรักและชื่นชมผลงานจนยอมเป็นถวายหัวเป็นแฟนคลับ จะมีใครเสียอีกนอกจาก หนูเทย์ หน้าแมว นั้นเอง
รายละเอียดการComebackครั้งนี้ของหนูเทย์ถือเป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สี่ Red เป็นชื่อสั้นๆจดจำง่าย โดยมีซิงเกิ้ล We Are Never Ever Getting Back Together เป็นไตเติ้ลเปิดตัว เป็นเพลงแรกของนางที่ได้อันดับ1บนชาร์ตBillboard Hot 100 นอกจากนั้น เพลงนี้ยังสามารถทำลายสถิติต่างๆมากมาย ทั้งเดบิวท์ด้วยยอดโหลดดิจิตอลถล่มทลายที่ 623,000 ยูนิต สร้างสถิติใหม่ให้แก่ Taylor Swift กลายเป็นนักร้องหญิงที่ยอดโหลดในหนึ่งสัปดาห์สูงสุดล้ม Ke$ha's กับซิงเกิ้ล "TiK ToK" (610,000) และเป็นนักร้องหญิงที่มียอดโหลดสัปดาห์แรกสูงที่สุดล้ม Lady Gaga กับซิงเกิ้ล "Born This Way" (448,000)
นอกจากนี้ Taylor Swift กลายเป็นนักร้องที่มียอดโหลดเปิดตัวสูงที่สุด+ยอดโหลดในหนึ่งสัปดาห์สูงที่สุด อันดับ 2 ซึ่งสถิติอันดับ 1 เป็นของ Flo Rida กับซิงเกิ้ล "Right Round" (636,000) ยังไม่หมดแค่นี้ Taylor Swift ยังทำสถิติใหม่ให้แก่ตัวเอง เพราะในสัปดาห์นี้ยอดดาวน์โหลดดิจิตอลซิงเกิ้ลของเธอตั้งแต่ปี 2006 จนถึงปัจจุบัน ผ่านหลัก 48 ล้านยูนิตในตลาดอเมริกาไปแล้ว(credit : New_rpd@Pantip)
ถือเป็นการกลับมาได้สมศักดิ์ศรี American Teenage Dream และสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการเพลงCountry(คงพอCountryบ้างล่ะมั้ง??!!)อีกด้วย
We Are Never Ever Getting Back Together: 4/5
ทีนป็อปร็อคจังหวะสนุกสนาน เฮฮา ชวนให้มีส่วนร่วมในการฟัง อีกทั้งเนื้อหาเบาๆ แบบสาวเลิศที่ไม่ยอมทนทุกข์เพราะผู้ชายอีก มีวาทะจิกกัดสวยๆ รวมทั้งจริตแร่ดๆของตัวนักร้องเองก็มีส่วนทำให้เพลงนี้ลงตัวกลมกล่อมยิ่งขึ้น เพลงนี้ได้โปรดิวเซอร์อย่างMax MartinและShellbackมาดูแล ซึ่งถือเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกกับTaylor Swiftเลยก็ว่าได้ พูดถึงตัวเพลงกันบ้าง มีการเดินบีทกระชับแบบป็อปสมัยใหม่กับดนตรีโฟล์คซอง อีกทั้งตัวเพลงทำมาในลักษณะHook Song จึงไม่แปลกใจที่จะทำให้ตัวเพลงติดหูได้ง่าย ที่สำคัญไฮไลท์อีกส่วนหนึ่งของเพลงนี้คือท่อนคอรัสที่โดดเด่น เพราะมีการผสานเสียงในลักษณะเฉพาะตัวแบบเพลงคันทรี่
พูดถึงจุดเด่นของเพลงนี้ไปแล้ว ก็มาดูจุดด้อยของเพลงนี้กันบ้าง ด้วยความที่เป็นป็อปค่อนข้างเมนเมนสตรีม จนทำให้แก่นของความเป็นคันทรี่ที่แทบจะไม่มีในตัวนางอยู่แล้ว เบาบางลงไปอีก และรูปแบบเพลงที่ดูง่ายๆ(ก็อย่างว่าจะถือว่าเป็นเพลงทีนป็อปธรรมดาก็ได้) แต่ด้วยความที่เป็นป็อปมากขึ้น ก็ทำให้เพลงนี้สามารถขยายฐานแฟนคลับของนางมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนตัวบอกเลยว่าชอบเพลงนี้มาก ที่ชอบไม่ใช่เพราะว่าเป็นแฟนคลับนางจึงถูกบังคับให้ชอบ แต่เพลงนี้มันสามารถพิสูจน์คุณค่าของตัวมันเองออกมา อาจจะขัดใจแฟนคันทรี่เก่าแก่ของนางไปบ้าง แต่ความสด ใหม่ก็มาทดแทนสิ่งที่ขาดไปได้เช่นกัน
แก้ไขล่าสุดโดย nini เมื่อ Sun Sep 09, 2012 5:13 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
_________________












