˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Corinne Bailey Rae กับผลงานบำบัดความปวดร้าวของเธอ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Corinne Bailey Rae กับผลงานบำบัดความปวดร้าวของเธอ 

Corinne Bailey Rae กับการตายของสามีซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต


คอรีนน์ ศิลปินสาวเสียงนุ่มนวล ส่งตรงจาก UK กับผลงานชิ้นแรก ในซิงเกิ้ล "Like A Star" ซึ่งถูกปล่อยในช่วงปลายปี 2005 ซึ่งสร้างความสำเร็จเป็นการการเปิดทางให้กับเธอในสายดนตรีแห่งนี้ หลังจากนั้นเธอได้มีผลงานออกมาเรื่อยๆ จนรวมเป็นอัลบั้มแรก โดยใช้ชื่อเดียวกับตนเองในปี 2006 ด้วยผลงานเพลงของเธอซึ่งเป็นแนว R&B ผสม Jazz และ Soul ทำให้เพลงเธอมีเสน่ห์และน้ำเสียงที่นุ่ม จนบางคนอาจกล่าวได้ว่าเธอจะเป็น "Billie Holiday" คนต่อไป และทั้งนี้คอรีนน์ยังเป็นผู้แต่งเนื้อร้องในแต่ละเพลงด้วยตนเองด้วยมีโปรดิวเซอร์เข้ามาช่วยในบางเพลง อัลบั้มโดยรวม Corinne Bailey Rae เนื้อหาจะครอบคลุมเรื่องความรักที่มีทั้งสดใส และมีจังหวะสนุกสนาน โดยส่วนน้อยจะเป็นเพลงแนวหมองหม่น

แต่ทว่าไม่นานหลังจากที่โลดแล่นในวงการเพลงไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์ไม่น่าคาดฝันขึ้นกับคอรีนน์ คือสามีของเธอ Jason Rae ได้เสียชีวิตเมื่อต้นปี 2008 เดือนกุมภาพันธ์ สาเหตุเนื่องจากการเสพยาเกินขนาด หลังจากที่คอรีนน์พบว่าสามีของเธอได้เีสียชีวิตไป มันทำให้เธอถึงกับช๊อค และโศกสลดกับการสูญเสียในครั้งนี้ โดยคอรีนน์ได้เผยว่า มันเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย และมันทำให้เธออารมณ์ไม่ดีเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น หลังจากนั้นก็ยากที่จะให้เธออยู่อย่างคนปรกติ เพราะบางครั้งที่คอรีนน์พยายามจะเริ่มทำงานเพลงของเธอในบ้านของตัวเอง มันทำให้เธอรู้สึกอยากจะทำลายข้าวข้องในบ้านเธอให้พินาศ ใช้เวลาอยู่นานกว่าเธอจะกลับมาทำผลงานของเธออัลบั้มที่ 2 ในปี 2010 "The Sea"


Corinne Bailey Rae - The Sea


The Sea สตูดิโออัลบั้มที่ 2 ของคอรีนน์ยังคงได้โปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง Steve Brown มาทำเพลงให้เธอ และอัลบั้มนี้คอรีนน์ก็ยังสรรค์สร้างผลงานและเนื้อเพลงด้วยตนเองเช่นเคย การกลับมาในครั้งนี้ผลงานของเธอค่อนข้างทีจะมีแนวดนตรีหนักมาทาง Soul, Jazz และมี Folk เข้ามาเิอี่ยวด้วย โดยแต่ละเ้พลงในอัลบั้มนี้จะมีในด้านความลึกของเนื้อหาและมีความหม่น เพราะสาเหตุหนึ่งเกิดจากการสูญเสียคนรักไป เรียกได้ว่าอัลบั้มนี้เป็นการบำบัดความรู้สึกแย่ๆของเธอก็เป็นได้

อ้างอิงจาก:
‘I hope my music is healing. I believe that music can encourage you to move on from painful events. It helps to make a scar fade.’- Corinne Bailey Rae


Are You Here? เพลงแรกของอัลบั้มซึ่่งเป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกโหยหาและเป็นเพลงที่แต่งถึง Jason สามีของเธอ โดยแทร็คนี้ีมีการใ้ช้ประโยคคำถามเหมือนกับว่า "คุณอยู่ที่นี้หรือเปล่า?" ลึกเข้าไปในเนื้อหาของเพลงผู้ฟังบางคนอาจสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกล่องลอยและโหยหา เนื้อหาเพลงโดยรวมอาจเปรียบเหมือนฝันและการพร่ำเพ้อเหมือนฝันกลางวันของคอรีนน์และเพลงที่มีเนื้อในลักษณะแบบนี้ ก็มีอีกเพลงคือเพลง I Would Like To Call It Beauty ซึ่งเมื่อร้องขึ้นต้นเพลงก็สามารถรับรู้ได้ทีนทีว่าเพลงนี้อาจเป็นเพลงเกี่ยวกับสามีเธออีกครั้งด้วยเนื้อเพลงที่ว่า “So young for death, we walk in shoes too big; but you play it like a poet, like you always did.”

เพลงที่มีจังหวะสนุกในอัลบั้มคือ "Paris Nights/New York Morning " ดนตรีจังหวะ Soul ผสม R&B ซึ่งได้ตัดให้มี Music Video ด้วย เพลงๆนี้ยังสามารถเปิดฟังชิลๆพร้อมกับบรรยากาศในร้านกาแฟที่มีฝนพรำตกลงมาได้อย่างดี และอีกเพลงที่มีจังหวะคล้ายๆกันคือเพลง Paper Dolls แต่เนื้อหาจะแตกต่างจาก Paris Nights เพราะเนื้อหาของ Paper Dolls เป็นเกี่ยวกับความสับสนพร้อมกับเนื้อเพลงที่เหมือนกับคำต่อท้อชีวิตว่า "All my life all my life. I said it's not right. Nobody told me I could do something. Nobody told me I could be something "




อีกเพลงทีมีสังหวะ R&B ผสม Jazz และ Soulful ที่ฟังแล้วรู้สึกเกิดความ Sexy เล็กๆ เหมาะสำหรับบาร์ชิคๆที่มีเครื่องดื่มเย็นๆพร้อมเสิร์ฟ และแน่นอนคงไม่พ้นแทร็ค "Closer" ซึ่งเพลงนี้มีเนื้อหาที่ไม่ได้้หม่นหมองเหมือนเพลงอื่นๆ แต่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเกี้ยวพาราสีใครสักคนที่อยากจะให้ได้มาใกล้และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตบนเส้นที่แห่งความสัมพันธ์รักซึ่งเต็มไปด้วยความหวัง "I want you to journey with me. Explore all the hidden scenes. I don't mind just a bit of tension. But we've got to move in the same direction" เพลงนี้ยังได้ถูกตัดเป็น Single และมี Music Video อีกด้วยเช่นเคย

Watch Music Video "Closer" >> Click

แต่ที่ขาดไม่ได้และเป็นหัวใจของ The Sea ได้อย่างชัดเจนและยังเป็นเพลงเปิดอัลบั้มนี้ที่ได้โปรโมทเป็นเพลงแรกคือ "I'd Do It All Again" เป็นเพลงที่หม่นๆและเงียบเหงา คอรีนน์เผยว่าจริงๆแล้วเพลงนี้ได้เขียนขึ้นตั้งแต่ตอนที่เจสัน ยังมีชีวิตโดยเขียนหลังจากที่คอรีนน์และสามีของเธอมีปากเสียงต้องทะเลาะกัน แต่เมื่อหลังจากที่ เจสีนเสียชีวิต คอรีีนน์จึงเลืิอกเพลงนี้ออกมาใส่ไว้ในอัลบั้มเพื่อเป็นการอุทิศและให้เกียรติแก่สามีของเธอ เนื้อเพลงจะกล่าวถึงการยอมและต้องทำอะไรซ้ำๆ "And I’d do it all again, I’d do it all again. I’d do it all again, I’d do it all again. You try sometimes but it won’t stop" ในตัวของ Music Video จะเป็นฉากกิจวัตรของคอรีนน์ที่ตื่นนอนขึ้นมา ล้างหน้า และออกไปเดินซื้อของนอกบ้าน ซึ่งทั้ง Mv จะเป็นแบบนี้หมด โดยเป็นการถ่ายคอรีนน์ทำอะไรซ้ำๆมากถึง สามรอบ



นอกจากนี้ก็มีแทร็คที่มีดนตรีเด่นๆอย่าง Feels Like The First Time ซึ่งมีท่วงทำหนองเหมือนกับตื่นตระหนก ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์รักๆใคร่ๆ ความหวาดระแวงในความผิดหวังที่จะรัก และเพลง "The Blackest Lily" ที่มีดนตรีเล่นผสมแนว Gospel และจังหวะ Funky "The Sea" , "Diving for Hearts" ก็เป็นแทร็คที่ เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอ่อนไหวเช่นกัน ซึ่งคอรีนน์เลือกที่จะถ่ายทอดอารมณ์และความคิดออกมาได้อย่างลงตัว

หากใครกำลังมองหาเพลงที่เปิดฟังเรื่อยๆสบายๆ และมีความเป็น Soulful กับกลิ่นอายแจ๊สผสม R&B แล้ว อัลบั้ม "The Sea" อาจะเป็นหนึ่งอัลบั้มที่ไม่ควรพลาดและเป็นผลงานอันมีค่าของศิลปินสาวคนหนึ่งจาก UK เลยทีเดียว



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
นึกยังไงเพิ่งจะหยิบมารีวิวล่ะเนี๊ยะะะะะ

มาจุดประกายแบบนี้ สงสัยต้องรื้อมาฟังสักหน่อยล่ะ

Very Happy


_________________


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เพลงแรกที่ทำให้รู้จักชีคือ Trouble Sleeping จากนนั้นมากก็ฟังั้งอัลบั้ม ไม่รู้ชื่ออัลบั้มอะไรนะที่มี breathless. i'd like to, like a star, till it happens to you ... etc ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หลังๆ มาเริ่มแจ๊ซหนักขึ้นไปทุกที ก็เลยไม่ค่อยชอบ เพราะแจ๊ซถ้าไม่ใช่ Norah Jones ร้องฟังแล้วอ้วก หลับจริงๆ


_________________
สโมสรฟุตบอล ที่ปลอดพวกหน้าปรุ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
avril_takk พิมพ์ว่า:
เพลงแรกที่ทำให้รู้จักชีคือ Trouble Sleeping จากนนั้นมากก็ฟังั้งอัลบั้ม ไม่รู้ชื่ออัลบั้มอะไรนะที่มี breathless. i'd like to, like a star, till it happens to you ... etc ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หลังๆ มาเริ่มแจ๊ซหนักขึ้นไปทุกที ก็เลยไม่ค่อยชอบ เพราะแจ๊ซถ้าไม่ใช่ Norah Jones ร้องฟังแล้วอ้วก หลับจริงๆ


ต้องฟัง Ep เมื่อปีที่แล้ว The Love มีเพลงเร็วเป็น I Wanna Be Your Lover กับ Low Red Moon ที่เหลือ... ZzzzzzZZzzZZz


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
J-Mayer พิมพ์ว่า:
นึกยังไงเพิ่งจะหยิบมารีวิวล่ะเนี๊ยะะะะะ

มาจุดประกายแบบนี้ สงสัยต้องรื้อมาฟังสักหน่อยล่ะ

Very Happy


อิอิ ชอบๆ เลยอยากเขียนของ corinne บ้าง Laughing Laughing


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบ Paris Nights/New York Morning มากอ่ะฟังแทบทุกวันเลย
ให้อารมณ์เหมือน แครี่ แบรดชอว์ เวอร์ชั่นคนดำเลยอ่ะ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
BoNus พิมพ์ว่า:
ชอบ Paris Nights/New York Morning มากอ่ะฟังแทบทุกวันเลย
ให้อารมณ์เหมือน แครี่ แบรดชอว์ เวอร์ชั่นคนดำเลยอ่ะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
like a star เป็นเพลงที่น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


_________________
.



ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบ Put your record on มากๆ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com