10.ความสุขของมะลิ
เป็นเรื่องราวน่ารักๆของแมวค่ะ ส่วนตัวเป็นคนรักแมวอยู่แล้วอ่านเรื่องนี้จะอินมากค่ะ เเมวเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยจะเชื่อฟังเราเลยนะค่ะ หยิ่งยะโสอีกด้วย แต่มันกับมีเสน่ทำให้เราหลงไหลความโอหังของมันได้ ในตัวหนังสือเองใช้การวาดและเขียนในรูปแบบที่แตกต่างตากหนังสือทั่วไป ภาพสวยเหมือนการ์ตูนเลยค่ะ อ่านเเล้วถ้าได้ขนมอร่อยๆทานคู่คงวางไม่ลง เหมาะสำหรับน้องๆหนูๆเลยค่ะ
9. รักร้่าง แรงอธิฐาน
อ่านเรื่องนี้เเล้ว ได้พอเห็นความไม่ปกติของจิตใจมนุษย์ ร่วมถึงจิตนาการด้านมืด ลึกลับซับซ้อน ที่นักเขียนหญิงคนนี้ นำความเป็นผู้หญิง ออกมาพูดได้อย่างถึงพริกถึงขิง เช่น เรื่องเซ็ก เธอเอาความกระสันของหญิงสาวในญี่ปุ่นมาถ่ายทอดเชิง วรรณกรรมลึกลับ จิตวิทยา บางเรื่องอ่านเเล้วรู้สึกหดหู่ค่ะ เช่น หญิงสาวคนหนึ่งชอบความท้าทายชีวิต ระหว่างความเป็นความตาย จึงไปมีเซ็กกับคน ที่เป็นเอดด์ระยะสุดท้าย เพื่อส่งวิญญาณของคนเหล่านั้นไปสวรรค์คารูสวาทเธอ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ๆ แต่เธอก็ปราถณาจะไปท้าทาย ชีวิตของเธอเพื่อสนองความไม่ปกติทางจิตในส่วนลึกของสังคมที่หม่นหมอง
8. แอนเฟรงค์
ถ้าเธอคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ คงเป็นนักเขียนที่ดี และมีผลงานออกมาอย่างมหาศาล แต่เธอดันไปจบชีวิตในค่ายกังกันเอาท์สวิทของพวกนาซี เพียงเพราะเธอเป็นชาวยิวหรือ? โลกถึงไม่เข้าข้างเธอ นี้เป็นเรื่องราวชีวิตในสถานที่หลบภัยของเธอ ก่อนที่เธอจะสิ้นชีวิต ได้เล่าถึงความเป็นไปของสภาพชีวิตชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่สอง แถมยังเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมาก หญิงสาวคนหนึ่งได้พรรณาถึงชีวิตที่น่าอดสูของชาวยิว ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่มีสิทธิเสรีภาพที่จะใช้ชีวิตเยี่ยงคนสามัญ จึงระบายเรื่องราวต่างๆลงไดอารี่ ประหนึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้ชีมองไปข้่าง อนาคตที่เจ้าหร่อนวาดฝันไว้ คงจะเป็นจริงแล้ว ดูจากสายตาที่มุ่งมั่นเกินกว่าเด็กหญิงคนอื่นจะเป็น แม้เรื่องราวจะโหดร้าย แต่เธอก็มีความหวังเสมอ
7. ฉันชื่อเอรี่
เป็นการตีแผ่เรื่องในวงในของหญิงขายบริการ ที่ตีแผ่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ใครที่คิดจะเข้ามาสู่วงจรนี้จงคิดให้ดี ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด เอรี่ ชื่อของหญิงสาวที่ชีวิตผกผันยิ่งกว่าละครช่อง 7 ต้องไปผจนภัยในแดนปลาดิบ เฉียดตายมาก็หลายครั้ง มีโอกาสได้ปะลองสีมือตบตีกับพวกยากูซ่าก็บ่อย แถมยังเคยเดินขายบริการที่ฮ่องกงวันละไม่ต่ำกว่า 50 ราย คิดดูว่าอวัยวะของเธอจะบอบช่ำแค่ไหน ถึงอย่างนั่นก็เถอะ เธอยังถูกกลับมาติดคุกในประเทศไทย ทีขึ้นชื่อได้ว่ามีคุกที่มหาโหดมาก แต่เธอกลับนำเรื่องราวชีวิตที่หลายคนมองว่าน่ารักเกียจ ออกเล่ามาได้อย่างไร้เรียงสา มีอารมณ์ขัน เล่าเรื่องได้สนุกน่าติดตาม เเถมเจ้าหร่อนยังชนะรางวัลการเขียนอีก อยากให้ทุกๆคนที่คิดจะเข้าสู่วงจรนี้ได้ลองอ่านชีวิตของผู้หญิงคนนี้ดูก่อนจะตัดสินใจทำมัน
6.ต้นไม้ใต้ดวงอาทิตย์
ชอบงานเขียนทรงกลดอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่อะไรมากหรอก แต่อ่านแล้วโครตรู้สึกดีอ้า เป็น 50 เรื่องราวการรณงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น หลายเรื่องอ่านแล้วแอบอมยิ้มกับความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เราลุกขึ้นมาเอาใจใส่โลกใบนี้มากขึ้น จากเรื่องเล็กๆน้อยๆ อาจจะเปลี่ยนโลกเลยก็ได้ ถ้าเราหันมาใส่ใจ สิ่งแวดล้อม มลภาวะ การศึกษา เพื่อนมนุษย์ อยากให้หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนอยากออกไปทำสิ่งดีๆให้กับโลกเราบ้าง หรือประเทศไทยของเราก็น่าจะมีแคมเปญดีๆอย่างนี้บ้าง แต่จะเริ่มได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้วละ
5.คำพิพากษา
ต้องบอกเลยว่า การเป็นคนชายขอบมันช่างอยากลำบากเสียจริง จะพูดอะไรไปก็ไม่มีใครเชื่อ ไอฟัก หนุ่มที่โดนตราหน้าว่า เอาเมียของพ่อมาทำเมีย แถมเมียของพ่อยังสติสตังไปดีอีก เมื่อพ่อของไอ้ฟักตายไป ภาระในการดูแลนางสมทรงจึงตกเป็นของไอ้ฟัก เรื่องนี้เป็นที่วิพากวิจารณ์ของชาวบ้านทั่วสารทิศ ทั้งๆที่ความจริงเเล้วทั้งสองไม่เคยจะมีอะไรเกินเลยไปกว่า คนที่อาศัยอยู่ในกระต๊อบเดียวกัน เมื่อถึงคราวจนมุมทำให้ ไอ้ฟักเริ่มหันไปพึงพิงสุรา จนทำให้คนในหมู่บ้านเมาท์หนักยิ่งขึ้นถึงความประพฤติไอ้ฟัก หลายๆคนกลับตราหน้าและตัดสิ้นว่าพวกเขาทั้งสอง เป็นคนเลว ทั้งๆที่ความจริงแล้วไม่มีอะไรเลย จนวันที่ไอฟักตาย การตัดสิ้นนั้นก็ยังคงดำเนินต่อไป อ่านเเล้วคิดว่าตรงกับสังคมเรามาก ที่ชอบตัดสินคนจากภายนอก ทั้งๆที่เราไม่รู้จักเขาจริงๆ กลับไปบอกว่าเขาไม่ดี แต่เนื้อแท้เเล้วคนเหล่านั้นถ้ามีโอกาสมากขึ้นคน พวกเขาอาจะเป็นคนที่เราคิดว่าสุดยอดเเละวิเศษไปเลยก็ได้ คำถามคือเพราะอะไรเราถึงไปตัดสินคนตัวเล็กตัวน้อยว่าพวกเขาไม่มีคุณค่า?
4.สองเหงาใต้เกาหลี
เวลาอ่านวรรณกรรมเชิงท่องเที่ยวแล้ว ฉันจะรู้สึกราวกับว่าได้ไปที่นั่นจริงๆ ความโรแมนติกที่ก่อขึ้นตัวอย่างลับๆ ระหว่างคนที่ไม่รู้จักกัน จนเป็นที่มาของเรื่อง กวน มึน โฮ นั่นเอง ก้อง หรือทรงกลด บางญี่ขัน ได้ออกไปผจนภัยในแดนโสม แล้วต้องบังเอิญไปเที่ยวแบบไม่รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่ง ทำให้เกิดเรื่องราวโรแมนติกผูกพันธ์กันเกิดขึ้น อ่านแล้วอยากไปเที่ยวเกาหลีมากๆ จะรู้ว่า คนที่ไม่รู้จักกัน ไม่จำเป็นต้องรู้จักไปมากกว่านี้ก็ได้ แต่เราสามารถที่จะเก็บความรู้สึกดีๆระหว่างเดินทาง เรื่องราวกับฉากหลังแห่งกรุงโซลตัดกันได้อย่างลงตัว ทำให้ดิฉันแอบฝันหวานว่าสักวันจะต้องได้ไปทำตัวโรแมนติกที่นั่นกับชายหนุ่มสักคน จะรู้จักหรือไม่รู้จัก หรือไม่นั่นไม่สำคัญ
3.ดาวหางเหนือทางรถไฟ
กรี๊ดด นักเขียนคนเดียวกันอีกแล้ว ต้องบอกว่าดิฉันจะชอบวรรณกรรมเชิงท่องเที่ยวมาก อ่านแล้วประหนึ่งว่าได้ไปเอง อย่างของพวกนิ้วกลมก็ชอบนะ เช่น โตเกียวไม่มีขา หรือ ลอนดอนไดอารี่ แต่รู้สึกว่าการถ่ายทอดของทรงกล จะละเมียดละมัน อ่านแล้วชวนฝันกว่า เล่มนี้พุดถึงการเดินทางกับรถไป ข้าม 3 ประเทศ นั่นคือ จีน มองโกล รัสเรีย อ่านเเล้วเหมือนกับว่าเราได้นั่งอยู่บนรถไฟนั้นจริง เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เราจะเห็นวิวทิวทัสเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อารยธรรม ผู้คนล้วนแปลกไปจากเดิม เมื่อเราอยากก้าวข้ามพรมแดนใหม่ๆ เรื่องราวดีๆ ของคนที่แตกต่าง ถูกขีดเขียนออกมานับล้านบรรทัด ประหนึ่งว่าเราได้ไกด์ชั้นดีมาพาเราเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขของการเปลี่ยนแปลงบนทางรถไฟ เธอเห็นดาวหางนั้าไหมละ
2.ลับแล แก่งคอย
นักเขียนรางวัลซีไรท์ ปี 52 ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมาก ในแวดวงวรรณ มีความก้าวหน้าของงานนี้นี้ให้ได้เห็น ในการผูกเรื่องทั้งหมดด้วยความสับสนงงงวย ลึกลับซับซ้อนเเละคลายปมที่เดียวตอนจบ ดิฉันอ่านเเล้วแทบช็อค ความหนา 400 กว่าหน้าแทบไม่ทำให้ดิฉันหวั่นเลย กลับแทบจะวางไม่ลง เป็นเรื่องราวธรรมดาของครอมครัวหนึ่ง ที่เล่าเรื่องราวผ่านมาสามรุ่น ตั้งแต่รุ่นปู่ มายันรุ่นหลานเรื่องความไ่ม่ปกติค่อยๆ ก่อตัวกับครอบครัวนี้ มีทั้งการนำเรื่องพุทธเรื่องผี มาเล่นสะท้อนสังคมได้อย่างชัดเจน เรื่องราวธรรมดาของครัวครอบหนึ่งใน ต.ลับแล อ.แก่งคอย แต่กลับไม่ธรรมดา มีปมปริศนาซ้อนอยู่ตลอดจนคุณจะต้อง เห้ย อ๋อ หรือตบตบ เมื่อตอนจบคุณได้รู้ความจริงทั้งหมด
1.สดับลม ขับขาน
เป็นไตรภาคของมุสิก เป็นงานเขียนร่วมเรื่องสั้นเล่มเเรกของ ฮารูกิ มูราคามิเลยก็ว่าได้ อ่านเเล้วอารมณ์มันหม่นๆ และงงว่า เห้ย มึงกล้าเขียนอะไรเเบบนี้ได้อย่างไร ฉันงง แต่กลับถูกหลอกล่อให้เข้าสู่เนืื้อเรื่องอย่างไม่ตั้งใจ อ่านรอบเดียวเเล้วยังไม่กระจ่าง จนดิฉันต้องกลับไปอ่านอีก แม้จะเป็นนักเขียนชาวญี่ปุ่นแต่กลับไม่มีความเป็นญี่ปุ่นเสียเลย ทั้งการเล่าถึงการกินดื่มของผู้เขียน ดนตรีแจ๊ส และเสริมด้วยข้อมูลดนตรี ยุค 60-70 บ่อยๆ การที่เขาได้พบกับหญิงคนหนึ่งที่มี 9 นิ้ว การใช้ชีวิตกับเจ้าหร่อนในช่วงเวลาสั้นๆ การเล่าถึงวิถีชีวิตของคนสมัยมัยใหม่ ที่เลือกจะใช้ชีวิตในเเบบที่ตัวเองต้องการ ดิฉันปลื้มสุดๆ เพราะอ่านเเล้วมันทำให้เราได้คิดอยู่ตลอดเวลา การเรียงคำหรือข้อความที่ส่งออกมาดูมีชั้นเชิงน่าหลงไหลกับผู้ชายคนนี้ ที่ทำให้เรื่องราวไม่ปกติ ออกมายิ่งไม่ปกติ เหมือนอยู่ในโลกที่ทุกคนไม่มีความเชื่อ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น แต่ทุกคนกำหนดและขีดเขียนเรื่องราวของตัวเองได้เท่าที่ต้องการ โดยไม่แคร์ใครว่าเขาจะคิดอย่างไร
แก้ไขล่าสุดโดย อิลลูมินาติ เมื่อ Wed Feb 15, 2012 10:46 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
_________________









