˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Britney Spears : In The Zone (Da Nastina#3)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Britney Spears : In The Zone (Da Nastina#3) 


Britney Spears : In The Zone : 88%

In The Zone สตูดิโออัลบั้มอันดับสี่ของบริทนีย์ สเปียร์ส ซึ่งสามารถสร้างสถิติให้เธอเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่มีสตูดิโออัลบั้มขึ้นเป็นอับดับหนึ่งติดต่อกันถึงสี่อัลบั้ม (ถ้าจำไม่ผิดขึ้นด้วยยอด609,000ก็อปปี้) ได้3แพลตตินัมจากR.I.A.A ด้วยจำนวนยอดขาย3.1ล้านแผ่นเฉพาะในอเมริกา (ถ้าข้อมูลด้านสถิติผิดพลาดช่วยโต้แย้งด้วย)

รูปแบบเพลง:

บริทนีย์สามารถแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของความเป็นศิลปินที่มีศักยภาพยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับงานชุดก่อนๆ โดยที่เธอสามารถฉีกรูปแบบการนำเสนอดนตรีและภาพลักษณ์ของตนเองให้หลากหลาย และมีชั้นเชิงกว่าเดิม เธอก้าวไปอีกระดับจากการทำเพลงพ็อพตามแบบฉบับทีนดิว่าสู่งานดนตรีพ็อพเต้นรำที่ผสานไปด้วยสรรพสำเนียงและกลิ่นอายของดนตรีที่หลากหลายเช่น อาร์แอนด์บี (ซึ่งมีอิทธิพลในหลายแทร็ค) แดนซ์ฮอลล์ แทรนซ์ อิเล็คโทรนิค ทริพฮอพ ดีฟเฮาส์ เทคโน ฮิพฮอพ รวมไปถึงบัลลาด (ทำไมเยอะจังคะ) นอกจากนี้การที่เธอได้ร่วมงานกับโปรดิวซ์เซอร์ระดับแนวหน้าอย่าง อาร์ เคลลี่ มาดอนน่า โมบีย์ เดอะแมทริกซ์และอีกมากมายทำให้ผลผลิตที่ถูกคัดเลือกอยู่ในอัลบั้มค่อนข้างแข็งกล่าวคือมีประสิทธิภาพและแรงพอที่จะตัดขายได้เกือบทุกเพลง - - ที่สำคัญลงตัวและล้ำเสียจน Bionic อายม้วนต้วน






ป.ล. เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้ร่วมงานกับแม็ก มาร์ติน โปรดิวเซอร์คู่บุญที่สร้างชื่อและความสำเร็จให้เธออย่างมากมายเมื่อสามอัลบั้มที่แล้ว

จุดด้อย



จากการฟังในระยะยาวเมื่อเทียบกับทุกอัลบั้มของบริทนี่ย์ ส่วนตัวรู้สึกว่า In The Zone เป็นงานที่หาข้อด้อยในแถบจะน้อยที่สุดในบรรดา7อัลบั้มทั้งหมดทั้งมวลของเธอเลยทีเดียวรวมถึงถ้าตัดสินในแง่ของการเล่นกับภาคดนตรี วิสัยทัศน์และการระเบิดศักยภาพทางการนำเสนอที่สุดโต่งที่ฉีกจากบริทนี่ย์ที่ค่อนข้างจะเมนทสตรีมจัดจ๋าชัดเจนในช่วงก่อนหน้านี้และอัลบั้มล่าสุดลงมาทำเพลงเต้นรำที่กว่าค่อนอัลบั้มเป็นงานอิเล็คโทรนิคไต่ไปเกือบจะไฮเอ็นไม่แคร์ตลาดและทะลึ่งออกมาลงตัวขนาดนี้นี่คงต้องยกนิ้วให้...เสียตรงดาบสองคมที่เธอดันเกิดเป็น "บริทนี่ย์" และเกิดในฐานะ "เจ้าหญิงเพลงพ็อพ" In The Zone ที่เรียกได้ว่าดีมากๆชุดนี้จึงต้องใช้ระยพเวลาในการพิสูจน์ตัวเองในฐานะงานคุณภาพนานพอตัวก่อนที่นักวิจารณืปากแข็งหลายๆท่านจะยอมรับ




ป.ล. เสียดายที่อัลบั้มนี้ดันเกิดเร็วไปนิดถ้ามาออกในยุคนี้นี่คงได้สอยอันดับหนึ่งไปหลายเพลงทีเดียว






ซิงเกิ้ล :

Me Against The Music Feat. Madonna (5) ซิงเกิ้ลแรกและถือเป็นไทเทิ่ลแทร็คของอัลบั้ม จริงๆก่อนหน้าเวอร์ชั่นที่จะร่วมงานกับเจ๊เพลงนี้เคยใช้ชื่อว่า Get In The Zone (ซึ่งเป็นชื่อของอัลบั้มก่อนหน้าที่จะวางขายเช่นกัน) ก่อนหน้านี้เพลงที่ถูกวางเป็นซิงเกิ้ลแรกคือ Outrageus เนื่องจากต้นสังกัดเห็นว่ามีความเป็นเออร์บันสูงพอที่จะตอบสนองอุปสงค์ของตลาดเพลงปัจจุบันได้ แต่อีหอกมองการณ์ไกลค่ะเห็นว่าถ้าตัดเพลงนี้ไม่ต้องรอให้เข่าหักเดี๊ยนก็ไม่รอดแน่ก็เลยส่ง Me Against The Music ไปให้มาดอนน่าพิจารณาก่อนที่จะมาบันทึกเสียงใหม่ ด้วยชื่อเสียงและความอัจฉริยะของทั้งคู่ทำให้เพลงอาร์แอนด์บีเต้นรำธรรมดาๆเพลงนี้ดูมีพลังมากขึ้นทีเดียวเมื่อตัวเลือกที่มาร่วมงานด้วยคือสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอุตสาหกรรมดนตรีสากล โดยส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดามากๆแน่ค่ะสำหรับการที่ตัวแทนพลังจากสองยุค (ที่มีอิทธิพลสุดๆต่อตลาดเพลงพ็อพ) มาดวลเพลงกัน นอกจากนี้ที่น่าสนใจคือเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวเพลงแรกของบริทนีย์ในฐานะ Co-WritingและCo-Producingด้วยนะคะ



Toxic (4/5) ซิงเกิ้ลที่สองพ็อพแดนซ์เจือสรรพสำเนียงความเป็นบอลลีวูดด้วยเครื่องสายแบบอินเดียที่เล่นตามแบบฉบับหนังสายลับ (ได้ข่าวว่ามีแรงบันดาลใจมาจากเจมส์ บอนด์สักภาคนี่แหละคะ) ที่น่าประทับใจแทนหอกคือเพลงนี้สามารถขึ้นอันดับ9บนชาร์ตบิลด์บอร์ดได้หลังจากที่เธอไม่ได้มีเพลงฮิตมาถึง2ปี นอกจากนี้ยังชนะรางวัลแกรมมี่เป็นตัวแรกสาขา Best Dance Recording นะคะ (ต๊ายยย เพิ่งรู้นะคะ) แถมโพลจากการสอบถามลูกค้ากว่า66ประเทศของบริษัท โซนี่ อิริคสันเกี่ยวกับเพลงที่โดนใจลูกค้ามากที่สุดจากตัวเลือกเจ็ดแสนกว่าเพลง Toxicของบริทนีย์ได้เป็นอันดับที่สองเชียวนะคะ เป็นรองแค่ We Are The Champion ของ Queen น่ะค่ะ ดีใจด้วยนะเธอ

Everytime (3/5) พ็อพบัลลาดโดยใช้เพียโนแสดงลูกเล่นแบบกล่องดนตรีน่ะค่ะ เพลงนี้แต่งที่เยอรมนีโดยที่เธอได้ร่วมแต่งกับ Annette Artan นักร้องแบ็คอัพของเธอ มาดูที่ตัวเพลงเดี๊ยนว่าเพลงนี้มองได้สองแง่นะคะคือถ้าไม่ห่วยไปเลยก็จัดว่าดีในระดับที่รับได้ ขอตบหัวก่อนแล้วกันนะคะที่ว่าห่วยเนื่องจากความรู้สึกส่วนตัวคิดว่าเป็นบัลลาดแห้งๆเนือยๆขาดจุดน่าสนใจซึ่งจริงๆบรืทนีย์ก็ไม่ใช่นักร้องที่มีเสียงทรงพลังอะไรอยู่แล้วฟังแล้วไม่ค่อยรู้สึกถึงอารมณ์ร่วมเท่าไร แต่ถ้ามองในแง่พัฒนาการสังเกตได้ว่าบัลลาดก่อนๆของเธอจะเน้นดนตรีและท่อนคอรัสกลบเสียงเธอเป็น่วนใหญ่แต่เพลงนี้กลับเน้นที่จะโชว์พัฒนาการของการใช้เสียงเธอเป็นหลักโดยที่มีดนตรีเป็นแบ็คกราวนด์บางๆ ซึ่งขอบอกว่าเธอใช้เสียงได้ดีขึ้นจริงขอชมในความกล้าเสี่ยงค่ะ

Outrageous (3/5) จากที่กล่าวไปข้างต้นนะคะว่าเกือบจะได้เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวเสียแล้ว บริทนีย์คิดถูกแล้วค่ะที่ไม่เลือกปล่อยเพลงนี้มาเป็นซิงเกิ้ลแรกโดยส่วนตัวตกใจนะคะที่รู้ว่า อาร์ เคลลี่ย์โปรดิวซ์เพลงนี้เพราะไม่คิดว่าจะทำออกมาได้อย่างขาดชั้นเชิงเสียชื่อขนาดนี้ เหมือนกับอาร์แอนด์บีตลาดๆในปัจจุบันที่หามุขแปลกใหม่ๆไม่ได้ก็ใส่ความเป็นตะวันออกเอาสำเนียงภารตะมาเป็นลูกเล่นไว้ก่อน ส่วนเนื้อเพลง เฮ้อ อย่าให้พูดเลยดีกว่านะคะสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะพยายามไม่หยาบคายในงานรีวิวเหมือนแบบก่อนๆแล้ว เอาเป็นว่า เสร่อ นะคะสั้นๆง่ายๆไทยๆดีค่ะ แต่ภาพรวมเมื่อมองในแง่ของความแปลกใหม่แล้วถือว่าเป็นเพลงสูตรสำเร็จที่เพราะนะคะและสามารถขายได้ง่ายๆ โดยรวมก็ยังถือว่าไม่แย่เกินไปที่จะรับ....แต่เชื่อเถอะพอมาอยู่กับบริทนี่ย์แล้วเธอทำให้เพลงแบบนี้ดีขึ้นเยอะทีเดียว

เพลงอื่นๆ :

Breath On Me (5) ขอยกให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มนะคะ พ็อพแทรนซ์แบบเก๋ๆลอยละล่อง การนำเสนอถือว่าเหนือชั้นและแปลกใหม่ๆมากๆสำหรับบริทนีย์ โดยส่วนตัวฟังแล้วนึกถึง Confide In Me ของ ไคย์ลีย์ มิโน้กน่ะค่ะ อารมณ์เพลงเต้นรำเก๋ๆเซ็กซี่เชิญชวนประมาณนั้น จริงๆแล้วจะถูกตัดโปรโมตเป็นซิงเกิ้ลที่สี่นะคะก่อนที่จะถุกเลือนออกไปเป็นตัวที่ห้าแต่เสียดายที่เธอได้รับบาดเจ็บเสียก่อนเพลงดีๆเพลงนี้เลยอดโปรโมตไปซะอย่างนั้น เห็นว่ามีซิงเกิ้ลขายเฉพาะในญี่ปุ่นกับเยอรมันนี่คะ (I Got That) Boom Boom Feat. Ying Yang Twins (4/5) อาร์แอนด์บีฮิพฮอพเขย่าฟลอร์ เวลาผ่านไปนานๆ (บวกกับทักษะการฟังเพลงแนวเออร์บันพัฒนาขึ้น) จากที่ไม่ชอบต้องขอบอกเลยค่ะว่าเพลงนี้แรงมากๆเพลงหนึ่งเลยทีเดียว และก็เป็นอีกเพลงนึงนะคะที่พลาดจากการถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลเคยถูกวางไว้ว่าจะใช้เป็นซิงเกิ้ลปิดอัลบั้ม...ถ้าเอามาเปิดโปรโมตในยุคนี้นี่สงสัยติดอันดับจนหยากไย่ขึ้นเกรอะแน่นอน

Touch Of My Hand (4.5/5) ผสานเทคโนเข้ากับอารมณ์เวิลด์มิวสิคด้วยโพรแกรมมิ่งเครื่องสายแบบจีน เป็นอีกหนึ่งเพลงที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางดนตรีที่ดีของบริทนีย์ เพลงนี้เด็ดตรงเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องของการช่วยตัวเองค่ะ เซ็กซี่มากๆ ต๊ายยยยได้เพลงสำหรับเปิดระหว่างมีเซ็กส์อีกเพลงแล้วค่ะ Showdown (4/5) เคยดูถูกเพลงนี้ในช่วงที่ยังโง่และความรู้ทางดนตรีน้อยอยู่แต่พอมาฟังอีกทีตอนโตนี่ต้องขอกราบงามๆทีเดียวกับงานทริพฮอพสุดปรี๊ดที่วาดบีทอิเล็คโทรนิคล้ำแบบดั๊บลอยตุ๊บป่องๆ ชั้นเชิงยากจะเข้าใจแตนานไปแล้วกระเดื่องเลิศล้ำอันดับหนึ่งในปฐพีทีเดียว The Hook Up (3/5) แหมอัลบั้มนี้เพลงเต้นเยอะจังนะคะนี่เป็นเพลงสนุกๆชวนโยกอีกหนึ่งเพลงค่ะ พ็อพอาร์แอนด์บีที่ประสานเสน่ห์ของจังหวะแบบแดนซ์ฮอลล์เข้าไว้ได้อย่างลงตัวเสียอย่างเดียวที่เสียงร้องและลุพเดิมๆที่วนไปวนมาทั้งเพลงแบบนี้อัลบั้มหน้าทำท่อนคอรัสอย่างเดียวเพลงนึงเต็มๆไปเลยรู้แล้วรู้รอดไปนะคะ Early Morning (5) เพลงนี้เป็นเพลงที่เธอร่วมงานกับโมบีย์ค่ะ ตัวเพลงออกมาเป็นเพลงเต้นรำแบบเทคโนดีพเฮาส์เก๋ๆสไตล์พี่เหม่ง งดงามเกินบรรยายลอยละล่องไปในห้วงอวกาศที่อ้างว้างพิสดาร



Brave New Girl (2/5) ความพยายามของบริทนีย์ที่จะทำเพลงแบบมาดอนน่าหรือเจเน็ตนะคะ โดยส่วนตัวคิดว่าเพลงนี้มีองค์ประกอบที่หลากหลายดี แต่มันมากเกินไปจนนำเสนออกมาได้ค่อนข้างมั่วนะคะกวาดมาหมดตั้งแต่พ็อพซินธ์กับบีทแบบอัพเทมโปยุค80 การวางโครงสร้างดนตรีแบบนีโอ-อิเล็คโทรคคุมคู่ไปกับพ็อพแดนซ์ การร้องแบบทั้งร้อง ทั้งแร็พ ทั้งผ่านเครื่องแปลงเสียง โอ๊ย สนุกสนาน ว่างๆยัดทุกแนวบนโลกเข้าไปในเพลงๆเดียวให้หมดและตั้งคำถามชิงบัตรคอนเสิร์ตเลยนะคะ Shadow (4/5) แม้ว่าจะดูฉาบฉวยและสูตรสำเร็จไปนิดนะคะ แต่ขอชมบริทนีย์ที่สามารถทำบัลลาดที่มีชั้นเชิงออกมาได้ น่าประทับใจที่เธอสามารถเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างในเพลงนี้เข้าด้วยกันและนำเสนอออกมาได้อย่างดี ที่ชอบมากๆคือลีลาการใช้น้ำเสียงที่สามารถถ่ายทอดเนื้อหาและสอดรับกับภาคดนตรีอย่างดี ที่สำคัญคือเธอสามารถเข้าถึงอารมณ์และสื่อสิ่งที่ต้องการออกมาเป็นรูปธรรมได้ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศิลปินน่ะค่ะ



สรุป :

สำหรับดิฉันนี่เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของเธอรองจาก Baby One More Time เลยทีเดียวและอาจจะดีที่สุดในแง่ของรสชาติที่หลากหลาย พัฒนาการก้าวกระโดดและการร้อยเรียงงานออกมาในระดับมาสเตอร์พีซ - - ซึ่งน่าเสียดายที่แฟนเพลงส่วนใหญ่จะไปยอมรับ Blackout ในฐานะมาสเตอร์พีซมากกว่าเนื่องจากเพลงที่ดีที่สุดและเพลงที่แรงที่สุดของบริทนี่ย์อยู่ในงานชุดนั้น หากแต่ภาพรวมของอัลบั้มค่อนข้างจะน่าผิดหวังสำหรับดิฉัน - - ไม่ว่าใครจะมองเธออย่างไร อย่างน้อยบริทนีย์ก็ไม่เคยให้อัลบั้มที่ต่ำกว่ามาตรฐานแก่ผู้ฟัง ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเธอคือศิลปินที่ดีเพียงแต่ถูกมองข้ามข้อนี้ไปอย่างน่าเสียดาย


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
รีวิวเมื่อสมัยช่วง4-5ปีที่แล้ว อันนี้เอามาปรับแก้คะแนนและความรู้สึกในบางจุดในตรงกับความรู้สึกในปัจจุบันที่สุดนะคะ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบอัลบั้มนี้ที่สุดเลยค่ะ ดูไม่อ่อนปวกเปียกเกินไปแล้วก็ดูเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนจากอัลบั้ม 3
อยากให้บริทเลิกทำแดนซ์ออโต้จูนเกลื่อนกลาดมาเปน ป๊อบอาร์แอนด์บี แบบนี้ดีกว่านะ หุหุ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
the hooked up ถ้าเฟลทกับ jlo จะดังมะ?

ส่วนตัวชอบอัลบั้ม บริทนี่ย์สุด มีหลายคนไม่ชอบ แต่เราว่ามันสุดๆละ อัลบั้มนั้น แบบมันชววนขยับแข่งขาได้ดีกว่าอันอื่นอ่ะ ขอกระดิกนิ้วก็ยังดี



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบแทบทุกเพลงยกเว้นอีเอ้าสเตเจียสอะ จุดอ่อนแห่งอัลบัมมากค่ะ ไม่รุอีบริทคิดไงไปตัด เพลงดีๆ อื่นๆ อย่าง BoomBoom TOMH BOM เก๋ๆ เริ่ดๆ ยังมีอีกเยอะแยะ


_________________
CLICK

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เห็นด้วยกับอีไก่นะ ชอบแนวเพลงแบบนี้มากกว่า


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ส่วนตัวชอบอัลบั้มนี้มากๆๆ รู้สึกว่ามันลงตัวและหลากหลายดี อัลบั้มนี้ถือว่าชีเสี่ยงมากเพราะ ณ ตอนนั้นเป็นยุคของศิลปินฮิฟฮอฟอาร์แอนบี ผิวสี เพลงฟิททะริ่งครองเมือง แถบจะไม่มีเพลงของนักร้องเพลงป็อบ หรือผิวขาวเข้าไปเฉียด Top 20 ใน BB ได้เรย อัลบั้มนี้จึงขนโปรดิวเตอร์มาเกือบทั้งวงการ เหอๆ แต่ก็ชอบนะเพราะอัลบั้มนี้มันมีส่วนผสมที่หลากหลายและได้ฟังบริทร้องหลายๆแนว และเริ่มสลัดคราบเนื้อเพลงเธอกับฉันและรักของเราจาก 3 อัลบั้มแรกที่จับกลุ่มต่ำกว่า 18 ที่เป็นฐานหลักของชี มาจับกลุ่มหาฐานแฟนใหม่ๆอายุ 18+ ขึ้นไป มาร้องแนวติดเรตพูดเริ่องเซ็กส์แบบโจ๋งครึ้ม ก็อย่างว่าไหนๆก็รู้แล้วนิว่าฉันไม่ Vergin แล้วคริคริ++

MATM จริงๆควรจะได้อันดับที่สูงกว่านี้ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ณ ตอนนั้นใน BB ไม่ว่าจะเป็นการกีดกันของดีเจที่ไม่ยอกเปิดเพลงศิลปินผิวขาวเลยทำให้เพลงในช่วงนั้นมีแต่ศิลปินผิวสีขึ้นชาร์ต อีกทั้ง Britney ก็เป็นศิลปินที่พวกดีเจสถานีฮิฟฮอฟอาร์แอนบีไม่ค่อยเปิดอยู่แล้วด้วย ไหนจะอีเจ๊มะดันที่ตอนนั้นโดยแบนจากทุกสถานีในอเมริกาในช่วงอัลบั้ม อเมริกัน ไลฟ์อีก ความซวยของซิงเกิ้ลนี้ในอเมริกาจึงไปได้แค่ อันดับ 35 ทั้งที่นี้เป็นการร่วมงานครั้งแรกของเจ้า ญ และราชินีเพลงป็อบ เหอๆ ถ้าเพลงนี้เอามาออกในยุคนี้ที่เพลงฮิฟฮอฟเริ่มอิ่มตัวอย่างตอนน้ละก็ คิดว่าต้องได้อันดับที่ดีกว่านี้ใน BB เสียดาย แต่ทั่วโลกก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากกับเพลงนี้

Toxic ตอนนั้นซื้ออัลบั้มมาฟังแรกๆ ไม่ชอบเพลงนี้เลยไม่รู้ทำไมอาจเพราะยังไม่ชินที่บริทมาร้องแนวๆนี้ แต่เหมือนยิ่งฟังยิ่งรู้สึกรักเพลงนี้ ยิ่งพอ MV+ไลฟ์ ออกมาตอนนั้นเท่านั้นละรักเพลงนี้ขึ้นมาเป็นทวีคูณณณณ ฝาเข้าดงมืด Top 10 ใน BB ทั้งๆที่ตอนนั้นแถบไม่มีเพลงป็อปจ๋าๆ เข้าไปได้อันดับ 9 ก็หรูมากๆ ละ ต้องขอบคุณที่ไคลี่ ปฏิเสธเพลงนี้ จึงทำให้บริทมีเพลงฮิตเพิ่มมาอีกเพลง


Everytime นี้เป็นเพลงที่บริทแต่งกับ Annette Stamatelatos แค่ 2 คน เมโลดีเปียโนสวยงามเป็นเพลงที่โชว์เนื้อเสียงบริทเน้นๆ โดยไม่มีคอรัสเลย

ส่วนตัวคิดว่าเพลงที่ด้อยสุดในอัลบั้มนี้คือเพลง Shadow ถึงชีจะร่วมแต่งเพลงนี้ก็เหอะคือแบบรู้นะยะว่าหล่อนอยากขนโปรดิวเก่ง ณ ตอนนั้นมายัดลงในอัลบั้มนี้แต่แนวเพลงแบบนี้ของ The Matrix มันไม่เหมาะกับบริทจิงๆ หึหึ

อัลบั้มนี้เหมือนเป็นการต่อยอดจากแนวทางที่เคยทำไว้ในอัลบั้ม 3 ไม่ว่าจะเป็น Slave หรือ Boy ทิ้งแนวบัมเบอร์กัมแบบถาวร และเริ่มเปลี่ยนสไตล์การร้องการร้องชีเริ่มมากึ่งร้องกึ่งแรฟ ร้องรัวๆ เร็วๆ แบบเต็ม ในอัลบั้มนี้ ซึ่งแถบจะเป็นการร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของชีไปแล้ว เสียดายหลายเพลงในอัลบั้มนี้ถ้าขาไม่ฉีกตอนถ่าย MV Outrageous คงได้ตัดออกมาหลายซิงเกิ้ล Breath On Me,(I Got That) Boom Boom,The Hooked Up


//ขอบคุณสำหรับรีวิวนี้นะคะ จริงๆเคยอ่านรีวิวนี้แล้วละเมื่อหลายปีมาแล้วจำได้ว่ายังเรียนอยู่ ^^ ทำให้กลับมาฟังอัลบั้มนี้อีกรอบ
like


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอาตามตลาดๆทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามสากลเช่นเพื่อนๆที่รู้จัก เพลงแรกที่นึกถึงสำหรับบริทนี่ย์คือ Toxic เนอะ
แม้เพลงอื่นจะเริ่ดจะเก๋กว่าอย่างไง เพลงที่ฟีทเจ้าป้ามาดอนน่าคนที่ไม่ติดตามแทบไม่รู้จัก
พูดง่ายเราว่า Toxic เป็นเหมือนไอคอนของบริทนีย์เนอะ แม้หลายๆเพลงจะดังกว่า


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com