ที่กรมราชทัณฑ์ นายฐานิส ศรียะพันธ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการจู่โจมตรวจค้นเรือนนอน เพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายและระเบียบเรือนจำว่า กรมราชทัณฑ์ได้ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งการตรวจค้น 2 วิธี คือ การตรวจค้นปกติใน 1 สัปดาห์จะตรวจค้น 5 ครั้ง และในกรณีที่พบว่ามีคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดทั้งในและนอกเรือนจำ กรมราชทัณฑ์จะตรวจค้นร่วมกับตำรวจและป.ป.ส. ซึ่งทุกครั้งที่มีการเข้าตรวจค้นมักพบสิ่งของต้องห้ามถูกลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำเสมอ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ซึ่งล่าสุดจากการเข้าตรวจค้นเรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์ พบนักโทษชายที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศได้รับจ้างซุกซ่อนโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกียไว้ในรูทวารถึง 2 เครื่อง แต่มีอาการพิรุธ คือ กระสับกระสายไม่สามารถนั่งในท่าปกติได้ ผู้คุมจึงสั่งให้นักโทษเอาเอามือล้วงเข้าไปในรูทวาร และสามารถนำโทรศัพท์ออกมาได้ 1 เครื่อง ส่วนอีก 1 เครื่อง ล้วงไปแล้วไม่สามารถนำออกมาได้ เนื่องจากมีขดลวดที่ผูกถุงพลาสติกบรรจุมือถือ ไปเกี่ยวกับผนังลำไส้ใหญ่ เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดนำโทรศัพท์ออกมา
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า เมื่อผู้ต้องหารายดังกล่าวถูกนำตัวกลับเข้าไปคุมขังในเรือนจำอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่า พฤติการณ์ลักลอบซุกโทรศัพท์อีก แต่ครั้งหลังผู้ต้องขังยัดโทรศัพท์เข้าไปในรูทวารเพียง 1 เครื่อง เบื้องต้นสันนิษฐานว่า นักโทษคนดังกล่าวน่าจะได้รับการว่าจ้างจากบุคคลภายนอก หรือเครือข่ายยาเสพติด จึงกล้าทำผิดซ้ำขึ้นอีก โดยเรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้วว่า มีเจ้าหน้าในเรือนจำคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับการกระทำของนักโทษรายนี้หรือไม่
ด้านนายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กล่าวว่า ที่ผ่านมาสามารถบุกเข้าจู่โจมตรวจค้นเรือนนอนเป้าหมายที่เป็นกลุ่มนักโทษยาเสพติดรายใหญ่ที่ยังมีเครือข่ายอยู่ภายนอก และลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือสั่งซื้อยาเสพติดจากเครือข่ายนอกเรือนจำฯได้อย่างต่อเนื่อง เรือนจำจึงเข้มงวดตรวจสอบนักโทษที่มีพฤติกรรมค้ายา เพื่อส่งตัวไปไว้ในแดนความมั่นคงสูง หรือรายงานกรมราชทัณฑ์เพื่อขอให้ย้ายนักโทษรายดังกล่าวไปอยู่ในแดนคุมขังพิเศษ เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมดูแล โดยขณะนี้เรือนจำกลางเขาบินเป็นเรือนจำแห่งเดียวที่ติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ส่วนเรือนจำความมั่นคงสูงอีก 5 แห่งนั้น อยู่ระหว่างการติดตั้งซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 เดือน
การเฝ้าระวังการลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือในเรือนจำนั้น แต่ละเรือนนอนจะควบคุมด้วยกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง หากพบสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นภายในเรือนนอนจะบุกจู่โจมตรวจค้นทันที โดยนักโทษที่ลักลอบใช้โทรศัพท์ในเรือนนอนมักจะแกล้งทำเป็นนอนหลับแต่ปากยังขมุบขมิบเหมือนคนละเมอ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อเข้าค้นจึงทราบว่ากำลังแอบคุยโทรศัพท์ที่ซุกอยู่ใต้หมอน นายสรสิทธิ์ กล่าว
ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กล่าวอีกว่า ล่าสุดเท่าที่ตรวจพบ นักโทษขาใหญ่จะฝากโทรศัพท์ไว้กับนักโทษสาวประเภทสองหรือกลุ่มที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง โดยจะซุกซ่อนไว้ในรูทวารหนัก มีค่าฝากขั้นต่ำวันละ 500 -1,000 บาท ซึ่งวิธีการแบบนี้ทำให้ยากต่อการตรวจค้นเนื่องจากเครื่องสแกนโลหะไม่สามารถตรวจสอบได้ ผู้คุมก็ไม่ต้องการตรวจด้วยการล้วงทวารหนักจึงเลี่ยงไปใช้วิธีสก็อตจั๊ม หรือสั่งให้ลุกนั่งหลายๆรอบ ซึ่งโทรศัพท์มือถือก็จะหลุดออกมาเอง บางรายมือถือหลุดเข้าไปลึกในลำไส้ ก็ต้องส่งตัวให้แพทย์ผ่าตัดเอาโทรศัพท์มือถือออกมา และบางรายพบว่าซุกโทรศัพท์เข้าไปในทวารหนักถึง 3 เครื่อง และถูกจับได้เพราะมีเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังเล็ดลอดออกมาจากรูทวาร
------------------------------------
ที่มา เนชั่น http://www.suthichaiyoon.com/detail/13178
_________________
Like กดที่รูป














