Kate Voegele - Gravity Happens (4/5)
My rating : 77%
Da Nastina rating : 73% (ขออนุญาติแปะนะเจ๊ 555+)
ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นปีที่วงการเพลงครึกคื้นมากเป็นพิเศษ ทั้งอัลบั้มใหม่ของเหล่าบรรดาตัวแม่ตัวลูก รวมไปถึงสถิติมากมายที่แม่นางแขไขสะสมมาตั้งแต่ซัมเมอร์ปีที่แล้วยาวมายันปีนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนเขียนรู้สึกท้อใจกับศิลปินที่ตัวเองรอหลายๆท่าน Kate Voegele เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่คนเขียนเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะออกอัลบั้มสักที ยามเมื่อได้เข้าไปตามเธอในบล๊อคแล้วพบว่าอัลบั้มจะวางแล้วนะจ๊ะ หลังจากเจียระไนมาน๊านนาน ยิ่งทำให้คนเขียนรู้สึกตื่นเต้นมาก และแน่นอนตัว Kate Voegele ศิลปินสาวสวยมากความสามารถ(จริงๆไม่ได้อิงลำดับชาร์ต)ก็ทำให้คนเขียนตื่นเต้นในหลายๆอย่างทั้งเรื่องของเพลง เรื่องของซรี่รี่ย์วันทรีฮิล รวมไปถึงการย้ายตัวเองมาสู่ค่ายที่อุดมไปด้วยศิลปินโคตรมากความสามารถ
หลังจากที่อัลบั้มที่แล้วเธอได้สร้างชื่อเสียงและทำให้ตัวเธอได้รู้จักในวงที่กว้างมากยิ่งขึ้นแล้ว มาในอัลบั้มนี้เธอนำความเป็นป๊อปร็อคและอัลเทอร์เนทีฟแบบในอัลบั้มแรกผสมผสานกับความรื่นหูฟังเพลินป๊อปโฟล์คแบบอัลบั้มที่สอง บวกกับภาคเนื้อหาที่พัฒนาวาทะศิลป์ตนเองมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆจนออกมาเป็นอัลบั้มนี้ Gravity Happens
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่รู้จักศิลปินนามว่า Kate Voegele มา 5 ปี เคธเป็นคนที่มีความสามารถสูงคนหนึ่งในวงการเพลง ทั้งในด้านการเรียบเรียงเนื้อหาการแต่งเพลง รวมไปถึงการเรียบเรียงภาคดนตรีที่ละเมียด และเมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วยังสามารถเข้าถึงได้ง่าย (คือศิลปินบางท่านมีครบแบบที่ว่าแต่ด้วยความติสต์แตกจนมากเกินไปก็เลยไม่สามารถสื่อให้ปัจเจกคนทั่วไปเขาเข้าใจว่าต้องการจะสื่ออะไร) และตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเธอยังคงแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและฝีไม้ลายมือที่นับวันยิ่งจะสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเทียบกันวัย 20 ต้นๆของเธอแล้วเรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว
แต่จุดด้อยในจุดเด่นของตัวศิลปินที่ทำให้แฟนๆหนักใจคือเมื่อนักร้องท่านนนั้นมุ่งจะเข้าสู่เส้นทางแห่งความเป็นศิลปินจริงๆ (ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นที่เสียวไส้ให้กับแฟนๆแน่นอน ทั้งเรื่องของการดำรงอยู่ในวงการและทั้งทางด้านการตลาด) การที่อัลบั้มนี้ได้ย้ายจาก Myspace Records (ซึ่งขึ้นตรงกับ Interscope) มาอยู่กับ ATO Records (อันประกอบไปด้วยศิลปินที่เเปี่ยมความสามารถสุดฤทธิ์ตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น) แน่นอนยิ่งส่งเสริมการพัฒนาตนของเคธให้สูงขึ้น แต่กลับการความประสบความสำเร็จอาจจะไม่เท่ากับอัลบั้มที่ผ่านมา...
มาที่ตัวเพลง เปิดอัลบั้มด้วย Say You're Mine (3.5/5) ปูพื้นในแนวที่ค่อนข้างจะสวยงามคล้ายๆกับอัลบั้มที่สองเพียงแต่กลิ่นอัลเทอร์เนทีฟหนักขึ้นนิดๆ เช่นเดียวกับ... Hundred Million Dollar Soul (3/5) ที่ปรับให้ภาคดนตรีซอฟต์ขึ้นและเรียบเรียงเนื้อหาย้อนความหลังง่ายๆแตาสวยงาม
Enough for Always (3.5/5) ที่ปรับภาคดนตรีเบาลงจากสองเพลงแรก และเหยาะความสดชื่นด้วยการเล่นกับกีต้าร์และเพอร์คัชชั่น ในขณะที่ Sunshine In My Sky (4/5) เริ่มเก็บดนตรีละเอียดยิบมากขึ้นตามสไตล์ของเคธ ทั้งเปียโน กีต้าร์ กลอง เพอร์คัชชั่น มาครบชุดแต่เรียบเรียงได้ลงตัวและกลมกล่อมมากๆ (ในขณะที่เมนสตรีมบางคนใช้ไม่ได้เยอะเท่าแต่กลับออกมาได้ยุ่งเหยิงปวดหัวมาก)
มาคั่นเพลงสบายๆ เร่งจังหวะและร็อคจัดจ้านมากขึ้นกับซิงเกิ้ลแรก Heart In Chains (3.5/5) เพลงอกหักเพลงแรกในอัลบั้ม แม้ภาคดนตรีจะโจ๊ะแต่ลูกเล่นดนตรีก็พอจะบางบอกถึงสารที่ส่งได้ บวกกับการผนึกกำลังกันระหว่างตัวศิลปินเองและเจ๊ชองเทล เครฟเวียซุค (อ่านผิดก็ขออภัย อ่านชื่อเจ๊แต่ละทีไม่เคยเหมือนกันจริงๆ) ผลที่ออกมาคืออัลเทอร์เนทีฟป๊อปร็อคเจือโฟล์คสนุกๆ (แต่ในฐานะแฟนเคธแอบผิดหวังนิดๆ เพราะเก็บรายละเอียดน้อยเกินมาตรฐานตัวเองไปนิด)
มาที่ Sandcastles (4.5/5) ป๊อปโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟลากไปยังคอมเทมโปลารี่ และแน่นอนยังคงเก็บรายละเอียดดนตรีได้ดีเช่นเคย แถมมาคราวนี้ภาคเนื้อหายังอุดมไปด้วยวาทะศิลป์ที่จัดจ้านมากขึ้นจากเดิมที่มีมากอยู่แล้ว บวกกับภาษาที่ใช้ก็ไม่ได้ยากอะไรมากมายทำให้เข้าถึงได้ง่ายมากๆอีกด้วย ต่อด้วย Burning The Harbor (4/5) คราวนี้หยิบไลน์ดนตรีที่ไม่เคยได้จับเท่าไหร่มาลองซึ่งทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ร็อคโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟหม่นๆแต่เกรี้ยวกราดได้อารมณ์สุดฤทธิ์
ตัดสลับความหม่นๆช้ากลับมาภคดนตรีฟังสบายๆกันต่อ Impatient Girl (4.5/5) น่ารักมากกกกก หยิบไลน์ดนตรีแบบยุคเมโทรมาใช้ได้น่ารักมากๆ แต่ภาคเนื้อหากับสวนทางกับภาคดนตรีสุดฤทธิ์ชนิดที่เริ่มจากอารมณ์ตัดพ้อและเริ่มเกรี้ยวกราดแบบสาวหวานคมเข้ม ผ่อนอารมณ์เบาลงกับภาคดนตรีป๊อปโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟชิลๆ Beg You Fall (3.5/5) กับภาคเนื้อหาสาวอกหักตัดพ้อเตือนสติตัวเองและปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
ต่อด้วย Enjoy The Ride (4.5/5) ป๊อปโฟล์คกึ่งบัลลาร์ดเก็บรายละเอียดสวยๆ และภาคเนื้อหาโคตรอุดมวาทะศิลป์อีกครั้ง ว่าด้วยการดำเนินชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า ที่คนส่วนใหญ่มักคิดล่วงหน้าไปเป็นสิบๆปีจนลืมคิดถึงปัจจุบัน ขยับจังหวะให้สนุกขึ้นนิดๆ เล่นกับภาคดนตรีที่โฟล์คจ๋ามากขึ้น All I See (3/5) ฟังเพลินดี
Unusual (4.5/5) ภาคดนตรีฟังสบายๆไม่ต่างจากเพลงอื่นๆในอัลบั้มสักเท่าไหร่ แต่ภาคเนื้อหาเปรี้ยวมาก "ทำไมฉันต้องเหมือนคุณ ทำไมฉันต้องเดินตามกฏเกณฑ์ของคุณ ต่อให้คนส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น แต่ฉันสามารถเจอหนทางที่สวยงามของฉันเองได้" จี๊ดชนิดกระทบไปถึงทุกวงการบนโลกใบนี้เลยทีเดียว และปิดท้ายด้วยไตเติ้ลแทร็คอย่าง Gravity Happens (4/5) เป็นอีกเพลงที่ภาคเนื้อหาจัดจ้านและเข้ากับโลกยุคปัจจุบันที่หลายๆคนกลัวว่าความเป็นไปของโลกจะทำให้สูญเสียโอกาสต่างที่ยังไม่ได้ทำและก็ยอมแพ้มันไปซะก่อนซะแล้ว (เพลงเหมาะเอาไปประกอบพวกหนังโลกแตกมากๆ)
ในขณะที่เพลงแถมก็ยังคงไม่น้อยหน้า สามารถทำให้ศิลปินเมนสตรีมกระแสหลักบางท่านง่อยไปได้ในพริบตาทั้ง High Roads / Counting the Ways และ Ship in the Docks ต่างฟังเพลินไม่แพ้เพลงในอัลบั้มเลยทีเดียว เอาเป็นว่าซื้อไปนี่กำไรเป็นกอบกำต่อรูหูของท่านแน่นอน (รวมถึงอัลบั้มก่อนๆหน้านี้ด้วยก็เช่นกัน) ลองฟังเพลงสบายๆพักหูพักร่างกายก่อนจะไปดิ้นกระจายกับบรรดาตัวแม่ที่ยึดครองชาร์ตดูบ้างก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับผม!!!
_________________
April fighting! + angel Sojin�




