Britney Spears - Femme Fatale : 3/5
Femme Fatale ผู้หญิงที่เสน่ห์และต้องเป็นที่ตรึงตราตรึงใจผู้ชาย ชื่ออัลบั้มใหม่ที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยศิลปะของภาษาฝรั่งเศสที่ถูกขนานว่าเป็นภาษาที่ไพเราะที่สุดในโลก และมีความหมายในเชิงอุปนัยมากกว่าชื่ออัลบั้มที่แล้วมา ซึ่งกำลังจะได้ฤกษ์วางแผงในวันที่29มีนาคมนี้ ซึ่งถือเป็นความโชคดีของตัวรีเองและบรรดาคนในบอร์ดforwardmagที่ได้ฟังก่อนใครตั้งแต่วันที่11 แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าลืมซื้อของจริงกันด้วยนะค่ะ ขอพูดถึงอารมณ์ตอนที่ได้รับอัลบั้มนี้ตอนแรกสียหน่อย เมื่อวานเครื่องตัวเองก็แอบแฮงค์รุนแรงมาก นึกว่าจะไม่ได้ฟังวันนั้นเสียแล้ว แต่พอโหลดได้ก็ดีใจมากๆ มือสั่นไปหมดเลย ก็ลืมไปเลยน่ะว่าเคยคาดหวังกับอัลบั้มนี้มากแค่ไหน ณ ตอนนั้นขอให้ได้ฟังแค่นั้น เรื่องอื่นก็ไม่แคร์แล้ว เพียงขอให้ได้ฟังอัลบั้มนี้จริงๆซักที เป็นฟีลที่ดีใจมากฟีลนึงเลยก็ว่าได้น่ะ ถ้าโอเวอร์แอคติ่งกว่านี้อีกหน่อยก็ร้องไห้ไปแล้วอ่ะ +5555 มันเป็นความรู้สึกแบบว่า จะมีศิลปินกี่คนบนโลกที่มีอิทธิพลกับตัวเราเองได้มากขนาดนี้ แล้วบริตนี่ย์ สเปียร์สฺก็คือคนๆนั้นนั้นเอง
ก่อนจะพูดถึงภาพรวมในอัลบั้มนี้ ต้องขอเกริ่นเล็กน้อย หลังจากที่ความสำเร็จถล่มทลายของ Hold It Against Me ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มที่สร้างปรากฎการณ์มากมายตั้งแต่วินาทีแรกที่ปล่อยดาวน์โหลดและปล่อยตามคลื่นวิทยุ ไม่ว่าจะยอดแอร์เพลย์ ยอดขาย การพูดถึงในคนหมู่มาก ทั้งfacebook twitter นี้ยังไม่รวมMVที่ค่อยเซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วยบรรดาทรีเซอร์ทั้ง13ตัวจนเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างยิ่งใหญ่ในทวิตเตอร์ จนบรรดาติ่งกาก้าพากันทนไม่ไหวพิมข้อความซ้ำจนเครือข่ายลบเพราะนึกว่าแสปม ก็คิดดูเอาละกันว่ามีแต่คนพากันอิจฉา ยังไม่พอ ซิงเกิ้ลนี้ยังเป็นซิงเกิ้ลที่4 ที่สามารถขึ้นสูงสุดในอันดับ1บนbillboard hot100ด้วยการเดบิ้วในวีคแรก และขึ้นอันดับ1บนพื้นที่หลายประเทศทั่วโลก ที่สำคัญเธอเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่คว้าอันดับ1บนชาร์ตนี้ถึง3ทศวรรษติด คือ ...Baby One More Timeในช่วง1990s Womanizerและ3ในช่วง2000s ก่อนจะเป็น Hold It Against Meในช่วงทศวรรษ2010เป็นต้นไป หลังจากนั้นจึงได้ฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลลำดับที่2อย่างTill The World Ends ในวันที่4 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะได้ที่20บนbillboard hot100โดยการเดบิ้วภายในวีคแรกที่ปล่อยโหลดเท่านั้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงแทบไม่ต้องกังวลเรื่องยอดขายว่าจะร่วงหรือแป๊กเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ว่าสัปดาห์แรกจะถึงล้านแผ่นมั๊ย? ต้องเอาใจช่วยและสนับสนุนของแท้กันนะค่ะ
Femme Fatale เป็นการกลับมาร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คู่บุญอย่างแมกซ์ มาตินอีกครั้ง หลักจากทั้งคู่ได้ร่วมงานกันครั้งล่าสุดในแทร็คไตเติ้ลของรวมฮิตล่าสุดThe Singles Collection ก็คือเพลง3นั้นเอง โดยครั้งนี้แมกซ์ มาตินได้เป็นหัวเรือใหญ่คุมบังเหียนอัลบั้มนี้ แต่คราวนี้ฮีไม่ได้มาโชว์เดี่ยวแต่พ่วงมาด้วยโปรดิวเซอร์สุดฮอต ดร.ลุค ให้มาช่วยผลักดันและบังคับทิศทางอัลบัมนี้ โดยนำสไตล์ของทั้งคู่มาร่วมด้วยช่วยกันเจียระไนอัลบั้มนี้ให้สมบูรณ์ที่สุด โดยมีโปรดิวเซอร์คนอื่นๆร่วมงานด้วยในบางแทร็คบ้างปะปลาย มาถึงรูปแบบของอัลบั้มนี้ก็เน้นความเป็นคลับแดนซ์ ปาร์ตี้มากขึ้น โดยคงสไตล์นำเสนอแบบเมนสตรีมป็อปแดนซ์สูตรสำเร็จของบริตนี่ย์ โดยเจือความเป็นเออบันมิวสิคกลายๆ ก่อนผสมด้วยซาวด์เทคโนแดนซ์อย่าง อิเล็กโทรนิก้า อินดัสเตรียล แทรนซ์ ดิสโก้ แม้กระทั้งเทคโนเฮาส์ โดยขนทั้งโปรแกรมมิ่งและซาวด์สังเคราะห์มาแต่งเสริมเติมแต่งให้กลายเป็นเพลงกะเทยซ่องแตก แบบนันสต็อปโดยแทบไม่ต้องรีมิกซ์กันเลยทีเดียว ทั้งซาวด์และบีทตึบๆทึบๆแบบสาดพุ่งพล่านฟุ้งกระจายเต็มไปหมด แม้กระทั้งเพลงบัลลาดช้าๆเองก็ตาม
จุดเด่น
การที่แม็กมาตินและดร.ลุคมาเป็นผู้โปรดิวเซอร์หลักคุมบังเหียนและดูแลภาพรวมอัลบั้มนี้ ทำให้แต่ละแทร็คในอัลบั้มนี้ไม่แตกต่างกันมาก จนขนาดสามารถจิ้มแทร็คไหนแล้วก็ดูไม่ต่างจากแทร็คก่อนคืออารมณ์ประมาณนั้น ทำให้อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มนึงที่มีความเป็นเอกภาพสูงมาก มากว่าตอนback outเสียด้วยซ้ำ และลูกเล่นส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้ค่อนข้างจะหนักไปทางคลับแดนซ์เมนสตรีม จึงไม่น่าจะเจาะตลาดตอนนี้ยากเกินไปนัก
จุดด้อย
จริงๆจุดด้อยของอัลบั้มก็อยู่ที่เลือกดร.ลุคมาดูแลภาพรวมนั้นแหล่ะ แต่ขอไม่พูดถึงก็แล้วกัน แต่จุดสำคัญที่เป็นข้อด้อยมากที่สุดก็คือ อัลบั้มนี้ขาดปัจเจกความเป็นตัวตนบริตนีย์มากที่สุด แบบที่back outชิดซ้ายไปเลยทีเดียว และอีกข้อนึงที่คิดว่าจะไม่ได้เจอแล้วในอัลบั้มนี้แต่ก็ยังเจอก็อีก ก็คือแทร็คกะโหลกกะลาไร้สาระแบบตัดขายไปแข่งกับพวกศิลปินเกรดบีได้เลย จริงๆชื่อเสียงระดับบริตนี่ย์ สเปียร์ ณ เวลานี้ขอพูดได้เต็มปากเลยว่าชีเป็นศิลปินดังที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้ การที่จะมาต้องทำเพลงเกรดบีแข่งกับศิลปินรุ่นลูกนี้ไม่น่าเหลือให้เห็นแล้ว เพราะชีไม่ใช่พวกเจโล หรือกาก้า ชีดังจนไม่รู้จะสรรหาความดังตรงไหนบนโลกนี้มาเพิ่มได้อีกแล้ว แต่ก็อย่างว่า เดี๋ยวนี้แกรมมี่ยังแคร์คุณภาพน้อยกว่าความดังเลย จึงก็ไม่แปลกใจอะไรมากนัก แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ส่วนตัวคิดว่าน่ะ เหมือนอัลบั้มนี้บริตต้องการเรียกศรัทธาจากอดีตแฟนคลับเก่าๆที่เคยหมดศรัทธาไป รวมถึงพวกเจเนอเรชั่นใหม่ ที่กำลังบูชาลัทธิกาก้า สวิฟท์ เคชช่า อีแขอะไรเทือกนั้นกลับมา เพราะว่าตอนตัดHold It Against Meนั้น อัลบั้มนี้ยังคงไม่เรียบร้อยเกิน70%อย่างแน่นอน เพราะทั้งชูตโปรโมตอัลบั้มที่มีเพียงรูปเดียว รวมถึงเพลงต่างๆอยู่ในสภาวะก่ำกึ่งที่จะคัดเข้าหรือเอาออก อาจเพราะต้องรอฟีดแบ็กจากซิงเกิ้ลแรก ซึ่งมันก็กลายเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จมากมายมหาศาล ทำให้บริตพอกำหนดทิศทางอัลบั้มที่ตรงเป้าหมายของตลาดได้นั้นเอง แต่ก็นั้นล่ะ ระดับเจ้าหญิงเพลงป็อปไม่น่าจะต้องมาเอาใจตลาดขนาดนั้นอยู่ดี
Till The World Ends : 2.5/5
ไตเติ้ลแทร็คประจำอัลบั้มFemme Fatale ที่มีภาษีเป็นถึงซิงเกิ้ลลำดับที่2ของอัลบั้มนี้อีกด้วย ป็อปเมนสตีมเจือความเป็นอิเล็กโทรนิก้าแบบพวกคลับแดนซ์ ติดสำเนียงพวกแทรนซ์แบบดนตรีรีมิกซ์ เดินบีทอาร์แอนด์บีกรุยกราย ฟุ้งไปด้วยโปรแกรมมิ่งและซาวด์สังเคราะห์แบบเสียงเกมส์กดเลเซอร์ ผสมกับซาวด์ออโต้จูนตามถนัดของดร.ลุก ซึ่งเพลงนี้ก็ได้อีเคชช่ามาเขียนให้อีกต่างหาก ก็เลยไม่น่าแปลกใจใดๆทั้งสิ้น ที่เพลงนี้ได้กลายเป็นเพลงบอลโลกฟีฟ่าอะไรเช่นนี้
Hold It Against Me : 4/5
ลีดซิงเกิ้ลที่สร้างปรากฎการณ์มากมายมหาศาลในชีวิตการเป็นเป็นศิลปินของบริตนี่ย์ สเปียร์ ก่อนอื่นต้องชมเพลงนี้ก่อนเลยว่ากล้าที่จะฉีกแนวซิงเกิ้ลเปิดตัวแบบเดิมอยู่บ้าง ทั้งเรื่องการเดินบีทได้หนักหน่วงถึงใจและกระชับ ก่อนจะตัดเข้าฮุคแบบยูโรบีทแบบยังพาราด็อกกันอยู่กับอิเล็กโทรนิกจัดจ้าน และมีเซอร์ไพรส์ท่อนเบรคแดนซ์ให้ได้ฮาก๊ากไปตามๆกัน ส่วนตัวก็เคยรีวิวเพลงนี้ไปแล้วจึงไม่ขอพูดถึงรายละเอียดเพิ่มเติมอะไรอีก แต่พอเจอหลายๆแทร็คในอัลบั้มนี้แล้ว แทร็คนี้จึงดูดีผิดหูผิดตากันเลยทีเดียว ที่สำคัญเอ็มวีก็ทำได้ดีมาก ถ้าไม่ติดฉากควันภูธรขึ้นแบบฉากท้ายสุด ก็จะน่าประทับใจมากกว่านี้อีก แต่กระนั้นก็เพิ่มอีก0.5เป็น4ไปเลยก็แล้วกัน
Inside Out : 2.5/5
ฟังครั้งแรกแอบนึกว่าเน็ตหลุด หุหุ บัลลาดโปรแกรมมิ่งที่ตกแต่งซะไม่เหลือเค้าดั้งเดิมของดนตรี ก่อนปรับแต่งเสียงให้แผดแบบออโต้จูนซะน่ากลัวกันเลยทีเดียว ส่วนตัวตอนแรกฟังตัวอย่างครั้งแรกก็ไม่ชอบเลยเพราะฟีลเดียวกับOut from Underอย่างกับถอดแบบกันมา แต่พอฟังจนจบแล้วถึงบอกได้ว่าทำได้ดีกว่าเพลงนั้นอยู่เสียบ้าง แต่ข้อเสียหลักๆเลยก็คือปรับแต่งซะจนลดความสดของดนตรีหายไปเยอะมาก จนกลายเป็นบัลลาดแบนๆแกนๆ รวมถึงฟีลที่ต้องการจะสื่อของเพลงนี้ก็ดูเลื่อนลอยเกินไป แต่ก็ยังดูดีกว่าหลายๆแทร็คในอัลบั้มนี้อยู่ดีนั้นแหล่ะ
I Wanna Go : 1.5/5
ตอนที่ฟังตัวอย่างเพลงนี้ พร้อมคำรีวิวบอกเล่าของคนที่ได้ฟังเพลงนี้เต็มๆแล้ว ครั้งแรกที่ฟังตัวอย่างเหมือนจะมีท่อนแซมเพิ้ลhung upอีป้ามะดันอยู่บ้าง ซึ่งก็คิดว่าอาจมาในแบบยูโรแดนซ์อะไรอย่างนั้น แต่สิ่งที่ขัดแย้งกัน คือคำบอกเล่าในรีวิวนั้นที่บอกว่าเพลงนี้ซาวด์อ่อนมากขนาดเทียบกับเพลงAbout You Nowของหมูหวานเลยทีเดียว ซึ่งพอได้ฟังเต็มเพลงแล้วบอกตรงๆ ยอมให้เหมือนอีเหี่ยวฟ้ายังดีเสียกว่า มันจะไปเหมือนได้ไงล่ะค่ะ อีhung upยังดีกว่ามากมายนัก ยูโรแดนซ์ผสมsynthesizer ติดจังเกิ้ลดรัมแอนด์เบส ที่นอกจากซาวด์จะอ่อนจนเป็นป็อปบับเบิ้ลกรัมอยู่แล้ว ยังมั่วและไร้ทิศทางจนไม่รู้ว่าเพลงนี้จะสื่อห่าอะไรออกมา เป็นเพลงที่ฟังแล้วกล้าพูดได้เลยว่าเฟลและเสียอารมณ์มากๆ
How I Roll : 4/5
อินโทรขึ้นมาตอนแรกแอบตกใจน่ะ ว๊ายย!!! ตกลงจะไม่มีซักเพลงที่ทำให้ชอบได้เลยใช่มั๊ยนี้?? แต่พอฟังไปสักพักแล้วถึงบางอ้อ!!~ รายละเอียดต่างๆที่ซ่อนเอาไว้ก็เริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรายละเอียดไลน์ดนตรีเพลงนี้ ถือได้ว่าค่อนข้างดีทีเดียว ถึงจะแอบรกๆไปเสียหน่อย แต่ก็ออกมาดูดีเป็นพิเศษ พอดูชื่อโปรดิวเซอร์เพลงนี้ แล้วแหม!! จะใครเสียอีก ก็Blooshyนี้เอง ซึ่งเพลงดังๆอย่างเพลงที่ได้แกรมมี่อย่างtoxicหรือเจ้าของVMA2008 ถึง2รางวัลอย่างpiece of meก็ได้ตานี้มาโปรดิวซ์ให้ นี้ยังไม่รวมเพลงโปรดส่วนตัวอย่างunusual youอีกนะนี้ ฟังครั้งแรกแล้วอาจจะแปลกหูไปเสียหน่อย แต่พอฟังเรื่อยๆแล้วเป็นแทร็คนึงที่ดีใช้ได้เลย อาร์แอนด์บีโปรแกรมมิ่ง ติดสำเนียงออโต้จูน ตบท้ายด้วยเสียงสังเคราะห์แบบพวกBeat Boxโปร่งๆ แต่แอบมีข้อเสียนิดนึงคือเสียงบริตดูลอยๆไปหน่อย แล้วคอรัสก็แย่งซีนไม่ถูกที่ถูกเวลามากนัก แต่ก็เป็นแค่ยีนต์ด้อยเล็กๆน้อยๆที่อภัยให้ได้นะน่ะ โดยรวมจัดว่าดีมากค่ะ
(Drop Dead) Beautiful : 1/5
ถ้าถามว่าเกลียดเพลงไหนที่สุดในอัลบั้มก็เลือกเพลงนี้แหล่ะ ถึงจะกะโหลกกะลาพอๆกะI Wanna Go แต่อันนี้เลวร้ายกว่าเพลงนั้นนิดหน่อย แล้วเสียงหัวเราะที่ซาบินี้ก็สยองมากๆ สรุปว่าเป็นเพลงที่ไม่ก่อเกิดแรงบันดาลใจให้พูดถึงอะไรเลย ขอข้ามไปแทร็คอื่นแล้วกันค่ะ
Seal It With A Kiss : 2.5/5
ความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าเพลงนี้ทำได้ดีปานกลาง คือมันไม่ได้ดีมากขนาดเป็นแทร็คที่น่าสนใจ หรือเลวร้าย อุบาทว์ หรือเสร่อจนรับไม่ได้ คือภาพรวมของเพลงนี้มันดูกั๊กๆไปเสียหน่อย แล้วทิศทางกับอารมณ์ก็ไม่ค่อยส่งกันเท่าที่ควร ทำให้ถ้าเทียบกับเพลงอื่นๆที่จัดว่าค่อนข้างดีในอัลบั้มนี้ เลยจัดอยู่ในหมวดที่ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควรเหมือนเพลงที่ถูกลืมจากอัลบั้ม ตัวเพลงเองก็เป็นอิเล็กโทรนิกป็อปร็อคจืดๆชืดๆ แต่ถ้าอัพบีทให้แน่นกว่านี้คิดว่าน่าจะเป็นเพลงที่ใช้ได้เลยทีเดียว
Big Fat Bass : 3/5
ครั้งแรกตอนรู้ว่าวิลไอแอมจะมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ก็แอบหวังว่ามันต้องดีและเจ๋งมากๆ พอๆกับต้องสำคัญขนาดได้ตัดเป็นซิงเกิ้ลโปรโมตแน่นอน แต่พอได้ฟังแล้วเสียของมากๆ เหมือนB.E.P. ver.บริตนี่ย์อะไรแบบนั้นเลย จริงๆถ้าอยากได้เพลงพี้ยาซ่องแตกเอาแค่อีเคชช่ามาคนเดียวก็ได้ ไม่ต้องเอาถึงอีวิลไอแอมมาช่วยก็ได้ ส่วนตัวเพลงนี้เองก็เป็นเออบัน ฮิฟฮฮฟสไตล์ถนัดของB.E.P.ผสมจังหวะดิสโก้คลับแดนซ์พี้ยามันส์ตามผับ บาร์ หรือพวกรถบั๊ม โดยเลือกนำเสนอด้วยแนวดนตรีอย่างอินดัสเตรียลทั้ง กีต้าไฟฟ้า เบสไฟฟ้า กลองโปรแกรมมิ่งที่กระหน่ำแบบกลัวออกมาแล้วจะมันส์ไม่หนำใจ พร้องทั้งเสียงออโต้จูนที่แปลงซ่ะไม่เหลือเค้าความเป็นเพลงมนุษย์หลงเหลือ แม้เพลงนี้จะทำออกมาได้โหลมากๆแต่ก็พูดได้เต็มปากเลยว่ามันส์ใช้ได้ทีเดียว
Trouble For Me : 3/5
เพลงนี้ส่วนตัวก็จัดมาโอเคดีใช้ได้อีกเพลงนึงเลย แม้ว่าจะออโต้จูนเต็มสตรีมซ่ะจำเสียงนักร้องไม่ได้กันเลยทีเดียว ยูโรป็อปแดนซ์แบบอัฟบีทอาร์แอนด์บีทตึบๆทึบๆ เดินบีทด้วยกลองโปรแกรมมิ่งเทคโนจัดๆเจือดนตรีแบบพวกแทรนซ์และนิวเวฟไปหน่อยสไสตล์คลับแดนซ์แบบกรึ่มๆ ซึ่งออกมาเหมือนดูโหวงๆแปลกๆไปเสียหน่อย รวมทั้งฟังๆไปก็พอจินตนาการหน้าอีเคชช่าลอยมาบ้าง แต่ก็เป็นแทร็คที่โอเคระดับนึงเลย
Trip To Your Heart : 5/5
ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะต้องกดข้ามไปแทร็คอื่นๆอีกต่อไป ตั้งแต่อินโทรขึ้นมาก็การันตรีได้ว่าเปรี้ยวแน่นอน ซึ่งได้แซมเพิ้ลจากtroubleโบนัสแทร็คในอัลบัมที่แล้ว ก่อนจะเลื้อยไปกับยูโรแดนซ์ติดสำเนียงเฮาส์เนิบๆ เลื้อยๆ เจือกลิ่นแทรนซ์บางๆ เพิ่มลูกเล่นจำพวกดนตรีแอมเบี้ยนให้deepสู่ขั้นนิพพานกันเสียเลยทีเดียว แบบที่เคยได้ลิ้มรสสัมผัสในHeaven on Earth ซึ่งเพลงTrip To Your Heartนี้ก็เป็นอีกเพลงนึงที่ได้Blooshyมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ แหม!! เริ่ดขนาดนี้ แต่งงานกับฉันเลยแม่ะ +555 ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าบริตนี่ย์จะทำพวกยูโรแดนซ์ คลับเฮาส์บ่อยจัง ที่สำคัญกว่านั้นคือทำได้ดีมากๆทุกเพลง หรืออัลบั้มหน้าจะมาแบบคลับเฮาส์เลยจ้ะ?? หอกศรี
Gasoline : 2/5
ป็อปแดนซ์รากสำเนียงอิเล็กโทรนิก อาร์แอนด์บีซ้ำๆซากๆที่เห็นได้ทั่วไปตามพวกนักร้องเกรดบี รวมทั้งตามแทร็คต้นๆในอัลบั้มนี้ก็ด้วย ซึ่งไม่ได้ฉีกแนวแตกต่างอะไรจากเพลงต้นๆมากมายนัก ทั้งโปรแกรมมิ่งและออโต้จูน ดังนั้นเลยขอรีวิวแบบไม่แตกต่างอะไรกับแทร็คก่อนๆมากมายนักเหมือนกัน
Criminal : 5/5
กรี๊ดดดดดดดดดดด ชอบมาก เลือกยากน่ะถ้าให้เลือกชอบระหว่างTrip To Your Heartกะเพลงนี้ แม้บริตจะเคยทำเพลงสไตล์แนวๆนี้ทั้งคู่ แต่ส่วนตัวชอบเพลงนี้มากกว่านิดหน่อย อินโทรเสียงขลุ่ยเบาๆแต่บาดลึกถึงอารมณ์ เป็นแซพเพิ้ลแบบหนังคาวบอยหรือการ์ตูนซามูไรญี่ปุ่นตอนจบอะไรเทือกนั้น ตัวเพลงเองก็เป็นป็อปบัลลาดโปแกรมมิ่งกีต้าโปร่ง หวานๆเข้ากับกลองและเสียงสังเคราะห์ที่ส่งทั้งอารมณ์และตัวเพลงให้ออกมาสวยงามและไพเราะ เหมือนกับที่เคยทำให้เห็นในอัลบั้มที่แล้วอย่าง Quicksand ที่สงสัยจะแอบเสียดายเพลงนั้นอยู่ จริงๆInside Outก็ทำออกมาสไตล์นี้ เพียงแต่ทำออกมาไม่ดีเท่า ส่วนตัวแทร็คนี้อาจให้คะแนนเว่อร์ไปเสียหน่อย แต่ชอบมากจริงๆน่ะ ถือเป็นเพลงปิดอัลบั้มที่ดีทีเดียว
สรุป
ด้วยความหมุนเวียนไปกลไกตลาดและวัฏจักร ยุคเก่าไปยุคใหม่มา มีศิลปินต่างๆมากมายที่เกิดใหม่เป็นพายุดอกเห็ด ทำให้ศิลปินในอดีตมากมายก็ต่างล้มลุกคลุกคลาน ปากกัดตีนถีบเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในวงโคจร บ้างก็หลุดหายตายจากไปจากวงโคจร บ้างก็ยังพอประทังชีวิตหากินกับรวมฮิตเก่าๆ ซึ่งจะเหลือศิลปินอีกสักกี่คน ที่ผ่านมานานกว่า10ปีแล้วยังอยู่รอดจนเป็นที่ประจักษ์แก่คนรุ่นหลังให้ได้ชื่นชม สนใจและยึดถือเป็นตัวอย่าง ดังนั้นมันเป็นเรื่องยากมากที่ศิลปินคนหนึ่งจะดำรงคงอยู่ได้แม้ผ่านเวลามานานนับทศวรรษโดยไม่ผ่านอุปสรรคอะไรเลย แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการทำให้ทุกคนบนโลกสนใจต่อผลงานได้สร้างสรรค์ผลิตออกมา แม้บางครั้งมันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและคำชื่นชม สำคัญที่สุดแม้ว่าใครจะค่อนขอดต่อสิ่งที่ทำมากมายแค่ไหน ต้องพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับให้จนได้
Femme Fatale แม้ว่ามันจะดูผิดคาดไปเสียบ้าง หรืออาจดร็อปลงบ้าง แต่มันก็ไม่ได้เฟลหรือฟล็อฟอะไรขนาดนั้น มันขึ้นอยู่ที่เทสต์ของแต่ละคนมากกว่า ส่วนตัวขอใช้คำว่าผิดคาดและนอยด์กับอัลบั้มนี้นิดหน่อย เพราะหวังไว้ค่อนข้าสูงมากๆกับคำโฆษณา แต่ออกมาจริงๆก็แอบเฟลนิดนึง แต่สิ่งที่ไม่ผิดคาดแน่นอนก็คือยอดขายอัลบั้มนี้ ที่พอถึงวันจริงๆ ติ่งศิลปินคนอื่นๆ อาจได้มีหนาวๆร้อนๆแน่นอน ถึงกระนั้นยังไงก็อยากให้ซื้อของจริงกัน ส่วนตัวคงไม่ถึงขนาดพรีออเดอร์อะไรขนาดนั้น แต้ก็ซื้อของจริงแน่นอน แต่ยังไงก็ช่วยสนับสนุนอัลบั้มนี้ด้วยนะค่ะ
สุดท้ายแม้อนาคตเธออาจจะไม่สามารถกลับไปเป็นNo.1ของโลกได้อีก แต่เชื่อเหอะว่าคนหลายล้านคนก็ให้เธอเป็นNo.1ในใจและจะยืนเคียงข้างเธอต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใช่แล้ว เราจะยืนเคียงข้างในฐานะแฟนคลับของเธอตลอดไป กับเธอคนนี้ บริตนี่ย์ สเปียร์...
แก้ไขล่าสุดโดย nini เมื่อ Sun Mar 13, 2011 7:40 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
_________________









