Avril Lavigne - Goodbye Lullaby (3/5)
ก่อนจากกัน ฉันขอ"สั่งลา"
อีกหนึ่งศิลปินที่เชื่อว่าแฟนๆทั่วโลกนับวันรอคอยว่าเมื่อไหร่เธอจะออกอัลบั้มใหม่สักที เพราะประกาศมาว่าจะออกตั้งนาน โดนค่ายฟัดไปฟัดมาเกือบปีถึงกว่าจะได้ออกอัลบั้ม สาวนางนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน Avril Lavigne นั่นเอง
จากความสำเร็จของสามอัลบั้มที่ผ่านมาเป็นการตอกย้ำว่าเธอยังคงอยู่ในกระแสเสมอ เมื่อเทียบกับทีนควีนรุ่นเดียวกันที่หายไปจากวงการ (ทั้งฮิลที่ลาออกจากค่ายเอง แอชลี่ย์ที่ไปมีครอบครัวจนตอนนี้เลิกแล้ว รวมไปถึงทำตัวเองอย่างลินเซ่ โลฮาน) จากอัลบั้มแรกสู่อัลบั้มที่สาม ที่แฟนๆหลายคนค่อนแขะว่า "นี่มันอะไร!" แต่สุดท้ายก็ยังดังและขายออก (เอาเข้าจริงอัลบั้มนั้นพัฒนาขึ้นเยอะอยู่ แต่หลายคนเลือกจะไปโฟกัสที่ลุ๊คซะมากกว่า เฮ้อ)
มาในอัลบั้มนี้ Goodbye Lullaby จากที่เจ้าตัวได้บอกไว้ว่าอัลบั้มนี้จะมาแนวอัลบั้ม 1+2+3 ผสมกัน ออกมาเป็นร็อคโฟล์ค อคูสติคร็อค ก็ทำให้เริ่มตั้งความหวังไว้ว่ามันต้องออกมาเท่ๆแบบ Michelle Branch ไม่ก็ดูฉลาด ดนตรีสวยละเมียดแบบ Kate Voegele หากแต่ผลลัพธ์ออกมาดูจะ"ผิดหวังไปซักหน่อย" เมื่อโดยรวมของอัลบั้มเป็นแค่อัลบั้มที่ฟังเพลิน แต่ไม่มีอะไรให้น่าสนใจเลย
ธีมโดยรวมของอัลบั้ม Goodbye Lullaby ที่ตอนแรกยอมรับว่าสงสัยเหมือนกันว่าเนื้อหามันจะมาแนวไหน แต่เมื่อได้ฟังโดยรวมแล้วขอตั้งสโลแกนอัลบั้มนี้ว่า "อำลาอาลัยผัว(เก่า)" ด้วยที่เนื้อหาโดยรวมนั้นดูจะพร่ำเพ้อซะเยอะ และด้วยความพร่ำเพ้อนี้เองทำให้ธีมดนตรีในอัลบั้มดูเป็นระนาบเดียวกันประหนึ่งสาวไร้อกนั่นเอง
ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยมาอย่าง What The Hell (2.5/5) ฟังตอนแรกก็นึกด่าในใจว่า ธรรมดาไปเปล่า เพลงอื่นในอัลบั้มมีดีกว่านี้ไหม? โอเคเพลงอื่นในอัลบั้มมีดีกว่านี้ หากแต่คุณสมบัติที่จะตัดเป็นซิงเกิ้ลแรกไม่มีเพลงไหนปะทะกับเพลง "เป็นเชี่ยไร" ได้เลยสักเพลง แม้ว่าจะเฉยๆกับเพลงนี้ แต่ยมอรับเถอะว่าเวลาเผลอต้องมีหลุดปากร้องออกมาบ้างแหละ ในขณะที่เพลงที่แถมมาและเป็นซิงเกิ้ลประกอบภาพยนตร์อย่าง Alice (4/5) ซึ่งในอัลบั้มเป็นเวอรืชั่นที่ยาวมากกว่า หากแต่ปูให้เห็นถึงพัฒนาการในการทำเพลงบัลลาร์ดร็อคติดกลิ่นอัลเทอร์เนทีฟของตัวศิลปินได้อย่างดีเยี่ยม
ว่าที่ซิงเกิ้ลต่อๆมา 2 เพลงที่ได้รับการแปะหราไว้หน้ากล่อง Push (2/5) โอเค ร็อคโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟตามแบบฉบับทั่วๆไป และไม่มีอะไรควรค่าที่จะให้ตัดเป็นซิงเกิ้ล (อย่าตัดเลยเถอะขอร้อง) ข้ามมาที่ Wish You Were here (4/5) เลยดีกว่า ร็อคโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟผสมลูกเล่นอาร์แอนด์บี ฟังแล้วคิดถึง Dido พิกลๆ แต่ผลรวมออกมาดูดีที่สุด(แล้วมั้ง)ในอัลบั้ม เนื้อหาดูพร่ำเพ้อแต่ก็ฉลาดไปในตัว แถมภาคดนตรีทำได้ละเมียดดี
ในขณะที่เพลงอื่นๆในอัลบั้ม เริ่มจาก Black Star (2.5/5) ที่ประกอบน้ำหอมชื่อเดียวกันของเธอ (แอบยืมมุกเพื่อนร่วมรุ่นมาใช้ซะงั้นนะเธอ) มาเป็นบัลลาร์ดติดกลิ่นบริทป๊อป ที่ถอดไลน์ Use Somebody ของ King Of Leon มาเป๊ะๆ อีกเ้พลงที่คาดว่าได้รับอิทธิพลเพลงที่ว่าก็คือ Not Enough (3/5) ป๊อปร็อคโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟแอบหยอดดนตรีปอมๆแบบโคตรเบาซ่อนไว้ไว้เป็นพื้นหลัง (พูดง่ายๆขอแอบแรดแบบเนียนๆ)
มาที่เพลงที่หวังว่าธอจะตัดเป็นซิงเกิ้ลแทน Push นั่นก็คือ Smile (3.5/5) ร็อคโฟล์คอัลเทอร์เนทีฟที่มีจังหวะจะโคนที่ชัดเจน และมาแนวเดิมๆที่ถนัดของตัวเธอ คือมาระเบิดอารมณ์ช่วงท่อนฮุค และจังหวะการลงกลองการริฟกีต้าร์ ก็เดิมๆอ่ะเนอะ แต่ครั้งนี้มาน่าประทับใจคือลองมาจับงานอัลเทอร์เนทีฟที่หนักขึ้นมาผสมกับร็อคโฟล์คที่ดูสดใสได้อย่างเหมาะเจาะ (แม้ว่าจะเคยมีคนทำมาแล้วก็ตาม แต่เพลงนี้โอเคใช้ได้เลย) Stop Standing There (3/5) เริ่มเพลงมาได้แอ๊บแบ๊วมาก เป็นป๊อปใสๆติดกลิ่นเรกเก้ชายหาดแล้วก็โยนเสียงปรบมือลงมา เหมาะกับการนอนชมดาวบนผืนทรายมาก ไม่คิดว่าจะได้ยินผลงานที่ดูใสมากๆจากเธอ ส่วน I Love You (2.5/5) ร็อคโฟล์คใสๆ มาแนวประมาณอัลบั้มแรกแล้วลดความกร้านลง ฟังเพลินๆสบายๆ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าประทับใจหรือจดจำสักเท่าไหร่
อดีตว่าที่ซิงเกิ้ลแรกทั้งสองเพลงอย่าง Everybody Hurts (3.5/5) มาแนวอัลบั้มที่สองแล้วหยอดกลิ่นโฟล์คลงไป ยังคงความหม่นไว้พอประมาณ (ฟังแล้วนึถึง Nobody Homes เวอร์ชั่นโฟล์คหว่ะ วีนเอ๊ย อย่างว่า กลองลงยังงี้ กีต้าร์ลงอย่างงี้ เป็นซิกเนเจอร์เธอไปแล้วมั้ง) ภาคเนื้อหานำเสนอได้มีชั้นเชิงดี น่าประทับใจอยู่ ติดที่ทั้งเพลงมันวนเนื้อเพลงอยู่ไม่กี่เนื้อเท่านั้นแหละ ส่วน Darlin' (3/5) ป๊อปร็อคโฟล์คเพียวๆคลุมด้วยเครื่องสายบางๆอีกชั้นก่อนที่จะลงกลองในท่อนก่อนฮุคสุดท้ายนิดๆพอเป็นพิธี ส่วนตัวคิดว่าคิดถูกที่ไม่ตัดเป็นซิงเกิ้ลแรก เพราะเพลงค่อนข้างอ่อนไปนิด แม้ว่าภาคดนตรีจะค่อนข้างละเมียดก็ตาม
ปิดท้ายด้วย 3 เพลงช้าๆท้ายอัลบั้มที่ถือว่าเป็นเพลงที่ดีได้เต็มปากเต็มคำ 4 Real (3.5/5) ป๊อปร็อคโฟล์คโชยกลิ่นอัลเทอร์เนทีฟบางๆ ดูเรียบๆแต่ทรงพลังและสื่ออารมณ์ได้ดีเพลงหนึ่งในอัลบั้ม Remember When (4/5) นึกว่าอัลบั้มนี้จะไม่มีบัลลาร์ดจ๋าซะแล้ว มาคราวนี้นอกจากเพียโนและกีต้าร์แล้วยังคลุมเครื่องสาย ก่อนที่จะระเบิดอารมณ์บัลลาร์ดร็อคออกมาช่วงท้ายเพลงๆ พิสูจน์อีกหนึ่งคำรบว่าแม้เสียงไม่ได้อลังการณ์แต่ก็มีศักยภาพในการทำบัลลาร์ดดีๆออกมาได้เหมือนกันนะจ๊ะ แถมเลือกที่จะแตกต่างมากขึ้นหลังจากที่อัลบั้มที่แล้วเป็นบัลลาร์ดเพียโนเสียส่วนใหญ่
ปิดอัลบั้มด้วย Goodbye (4/5) ไตเติ้ลแทร็ค ขอตั้งฉายาให้เพลงนี้ว่าเพลง "สั่งลาผัว" เพราะขึ้นต้นมาก็ Goodbye Goodbye my love และหลังจากนั้นก็สั่งลาผัวทั้งนั้น ฉันจะไปแล้วนะ จะทิ้งให้เธออยู่อย่างโดดเดี่ยวแล้วนะ แต่ฉันก็ยังรักเธอนะจ๊ะ จุ๊บุๆ ภาคดนตรีทำมาละเมียดมากประโคมเครื่องสายมาชนกับป๊อปโฟล์คมาเป็นบัลลาร์ดสวยๆสั่งลาผัวก่อนนอน (ดูจากความพิธีพิถันคงอาลัยผัวมาก แต่ทำไมมีแฟนใหม่เร็วจังฟระ!!!)
โดยรวมอัลบั้มนี้ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรสักเท่าไหร่ ยังมีพัฒนาการให้เห็นได้อยู่เช่นเดิม หากแต่อย่างที่บอกไปช่วงต้น ใครที่คาดหวังว่าเธอจะกลับมาแนวอัลบั้มแรกอัลบั้มที่สองคงต้องผิดหวังอีกครั้ง (หรือไม่กระทั่งคนที่ชอบแบบอัลบั้มที่ 3 ก็เถอะ) หากคุณเป็นขาจรแล้วละก็ แนะนำว่าฟังๆไปไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็เจ้าตัวเขาอยากจะสั่งลาผัวซะหน่อย ปล่อยๆแกไปเถอะนะครับผม!!!
_________________
April fighting! + angel Sojin�











