Britney Spears : Hold It Agaisnt Me : 3/5
มีไม่กี่ครั้งที่จะกล้าเขียนรีวิวแบบสดๆคือฟังแล้วเขียนเลยโดยไม่กลับไปร่างเค้าโครงย่อๆหรือทำการบ้านมาก่อน....เพราะสำหรับเธอคนนี้ใช้แค่ความรู้สึกสื่อสารกันล้วนๆก็เกินพอ ก่อนอื่นใครจะเป็นยังไงไม่รู้นะแต่สำหรับตัวแนสเองนับว่าเป็นการ "เริ่มต้นปีที่ดี" เนื่องจากหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตค่อนข้างจะโอเคและเห็นสิ่งดีๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้น หนึ่งในเรื่องดีๆประจำปีนี้คงไม่พ้นซิงเกิ้ล Hold It Against Me เพลงใหม่แกะกล่องจากเจ้าหญิงแห่งเพลงพ็อพของแท้และเป็นตัวจริงเพียงคนเดียวของวงการ "บริทนี่ย์ สเปียรส์" - - ได้ฟังเพลงของศิลปินคนโปรดคนนี้วันที่11 วันเกิดคือวันพรุ่งนี้วันที่12และจะไปดูBurlesqueของคริสทิน่า อากิเลร่าแรงบันดาลใจอันดับหนึ่งวันที่13 นับเป็นของขวัญที่เติมเต็มความรู้สึกดีๆได้อย่างดีที่สุดทีเดียว - -
สำหรับภาคดนตรีใน Hold It Against Me ก็เป็นการกลับมาตอกย้ำความชัดเจนบนเส้นทางดนตรีในแบบฉบับที่เธอเลือกจะเป็นมาโดยตลอดจริงๆนั่นคือการเดินทางบนสายของความเป็น "แด๊นซ์ซิ่งควีน" แม้ว่าการเปิดตัวของบริทนีย์ในช่วงหลังๆจะไม่ได้สร้างความแปลกใหม่หรือผลิกแผลงความคาดหวังใดๆให้แฟนๆต้องลุ้นกันตัวโก่ง แต่เวลาล่วงเลยมา2011แล้วคงไม่มีใครหน้าไหนกล้าปฏิเสธหรอกนะว่านี่คือสมรภูมิของเธอจริงๆเพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งเพลงเต้นรำของเธอก็สามารถสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้แก่ทุกคนที่ฟังตลอดจนขึ้นแท่นเป็นเพลงเต้นรำที่ทรงอิทธิพลสุดๆบนชาร์ตทั่วทุกมุมโลกและแน่นอนทุกครั้งที่บริทนี่ย์ สเปียรส์หยิบจับเพลงเต้นรำขึ้นมาค่ามันมีอะไรที่มากกว่าแค่"เพลงสนุกๆ"หากแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลัง มิติและมีชีวิตชีวาทั้งๆที่บางทีมันดูธรรมดา ตลาดจ๋าแต่ก็พลิ้วไสวและพริ้งมากๆจนอดใจแข็งที่จะไม่ขยับแข้งขาไปกับบทเพลงของเธอไม่ลง นี่คือหนึ่งในสิ่งที่การันตรีได้อย่างดีถึงความเป็นหนึ่งในตัวแม่ของฝากเพลงเต้นรำจากฝั่งเมนทสตรีมของบริทนีย์ที่ไม่แพ้ราชินีเพลงแด๊นซ์รุ่นแม่อย่างมาดอนน่าหรือคุณน้าไคย์ลีย์ มิโน้กและอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือบริทนีย์เป็นศิลปินที่ต้องบอกว่า"ไม่ได้ดีที่สุด"และ"ไม่ได้เก่งฉกาจมีวิสัยทัศน์"อะไรมากมายเลยในสายตาเราแต่เธอเป็นหนึ่งในศิลปินที่รู้ตัวเองและมั่นคงบนเส้นทางของตนที่สุดคนนหึ่งเท่าที่เคยรู้จัก - - มั่นคงนี่ไม่ได้หมายความว่าซ้ำซาก- - ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ยิ่งใหญ่ข้อหนึ่งที่ศิลปินที่ดีพึงจะรู้จักรักษา ข้อพิสูจน์ข้างต้นทั้งหมดถูกรวมไว้อย่างชัดเจนอีกครั้งที่เพลงนี้ - - Hold It Against Me - - ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้มที่7อย่างเป็นทางการที่ปั้นโดยโปรดิวซ์เซอร์คู่บุญอย่าง "แม็กซ์ มาร์ทิน" ที่ล่าสุดหันกลับมากอดคอทำงานร่วมกันอีกครั้งหลังจากความสำเร็จอย่าง เอ่อ สง่างามของเพลง "3" ที่แม้จะโดนด่าว่าห่วยแต่ก็ไม่มีใครหน้าไหนปฏิเสธได้ว่าดังกระหึ่มไปทั่วทุกมุมโลกและอีกท่านคือ "Dr.Luke" อีกหนึ่งโปรดิวซ์เซอร์เนื้อหอมสุดๆของวงการเช่นกันซึ่งก่อนหน้านี้ตานี่ก็ได้ไปร่วมสังฆกรรมในอัลบั้ม Bionic งานผีชีวะเจ๊งสะบั้นหั่นแหลกของคุณนายคริสทิน่า อากิเลร่าเพื่อนซี้ในแทร็ค So What You Got ที่ถูกหั่นออกไป (หายใจโล่งคอไปชิมิคะลุง?) โดยภาคดนตรีเป็นงานแด๊นซ์-พ็อพ อิเล็คโทรของถนัดอันเป็นสูตรสำเร็จของตัวบริทนี่ย์เองมาตั้งแต่ In The Zone เพิ่มความเก๋ด้วยการเหยาะบีทอิเล็คโทรนิคแบบอินดัสเทรียลเข้าไปเล่นกับดั๊บสเต็ปที่กำลังมาแรงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกในแวดวงเพลงเต้นรำเมนสตรีมยุคนี้ (ส่วนพวกอินดี้นี่เขาเล่นกันมานานจนจะเลิกเล่นแล้ว)แกลมด้วยความเซ็กซี่แบบเทคโนบางเบาติดยูโรบีทหนักหน่วงอย่างที่เคยได้ยินไปใน Shattered Glass จากงานชุดที่แล้ว - - เออ เหมือนเพลงโปรดเพลงนั้นจริงๆ - - ผลลัพธ์ออกมาเป็นเพลงพ็อพเต้นรำที่ต้องบอกว่า "โคตรรรรรรรรรรรตะอินเทรนด์" เนื่องด้วยมันเป็นอะไรที่พร้อมสรรพทุกลูกเล่น มิติและองค์ประกอบที่ใช้เล่นกันในเพลงเต้นรำเมนทสตรีมยุคนี้จริงๆ ซึ่งคอเพลงสากลยุคนี้ถ้าได้มาฟังแล้วคงจะนึกถึงเพลงเต้นรำของเลดี้ กาก้า,เคชช่ายันเดวิด เกตต้าในอัลบั้มล่าสุดอันนี้ไม่ว่ากันค่ะเพราะว่ามาสูตรเดียวกันเลย (ซึ่งแน่นอนไม่มีใครเป็นออริจินัลหรอกนะ ดังนั้นไม่ต้องเถียงกัน!!!) ถามว่า "เก๋มั้ย?" นี่ก็คงตอบว่า "ไม่นะ" ออกแนวเกลื่อนกลาดหาได้ทั่วไปด้วยซ้ำแถมส่วนตัวยังทำออกมาไม่ได้เท่าที่หวังไว้อารมณ์เดียวกับตอนที่ฟัง Not Myself Tonight ของคริสทิน่าแหละที่มันทำให้รู้สึกสะดุดตรงที่ "ไปได้ไม่สุดเพราะมันยังสามารถออกมาได้เจ๋งกว่านี้เยอะ!!!" อย่างไรก็ตามไม่ได้เท่าที่หวังก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ ผิดหวังเพราะตอนนี้ฟังไปหลายรอบมากๆและรายละเอียดมันเพิ่มขึ้นทุกๆรอบไม่ว่าจะเป็นบีทดนตรีที่ข้นคลั่กขึ้น ชั้นเชิงการนำเสนอที่แม้จะตลาดแต่ก็ทำออกมาได้อย่างมีมิติน่าดูชมทีเดียวรวมถึงความโชคดีของบริทนี่ย์เองที่นอกจากจะมีบารมีสั่งสมมาสูงแล้วยังมาถูกที่ถูกเวลาถูกจังหวะชนิดประเดิมกันตั้งแต่ต้นปีอีก....
....เหนือสิ่งอื่นใดก็คงหนีไม่พ้นที่ความเป็น "บริทนี่ย์ สเปียรส์" นั่นแหละที่ยกระดับเพลงเต้นรำธรรมดาๆเพลงนี้ให้ดูมีหีบห่อและหอมหวนจนเป็นที่ต้องตาต้องใจของสาธารณชนชนิดที่ปล่อยมาเพียงวันเดียวก็อาจจะฟีเว่อร์กันชนิดเป็นปรากฏการณ์จนสาวกเจ๊หอกสบายใจกันได้เลยว่าเพลงนี้ "ดังชัวร์ๆ" และจะต้องเป็นหนึ่งในเพลงที่ประสบความสำเร็จในแง่ของการเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดเพลงหนึ่งเท่าที่บริทนี่ย์เคยทำมาทั้งๆที่มันไม่มีอะไร.......แต่สำคัญตรงที่เป็นงานจากสุภาพสตรีผู้สยบอาณาจักรดนตรีไว้แถบเท้าได้เสมอและเป็นแบบนี้ตั้งแต่วินาทีแรกจวบจนทุกวันนี้ แค่นี้ก็เพียงพอต่อเหตุผลที่เราจะจัดให้ Hold It Against Me เป็นหนึ่งในเพลงที่ส่วนตัวประทับใจที่สุดประจำทศวรรษ2011นี้......บริทนี่ย์ สเปียรส์ยังคงเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงพ็อพตัวจริงและเป็นหนึ่งในผู้ที่สามารถยืนตระหง่านค้ำอยู่เหนือสมรภูมิ Pop Culture นี้โดยสามารถเปลี่ยนให้มันกลายเป็นบริวารของเธอไปโดยสมบูรณ์แบบ
แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Wed Jan 12, 2011 7:52 am, ทั้งหมด 11 ครั้ง













