˹���á Forward Magazine

ตอบ

~ ๐๐๐ อัพเดทร้อนๆประจำสัปดาห์ แห่งปี มาแล้วจ้า [3] ๐๐๐ ~
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ ~ ๐๐๐ อัพเดทร้อนๆประจำสัปดาห์ แห่งปี มาแล้วจ้า [3] ๐๐๐ ~ 









The Best TV Couples of All Time





Ricky and Lucy (Desi Arnaz and Lucille Ball), I Love Lucy

เป็นหนังชุดทางทีวี ประเภทตลก อันดับสองของหนังทีวีอมตะตลอดกาลของวงการ
ออกอากาศเริ่มตั้งแต่ปี 1951 ส่งนักแสดงหญิงระดับเล็กๆคนหนึ่งจากหนังใหญ่ ให้เป็นยอดตลกหญิงของวงการที่ไม่มีใครลบความยิ่งใหญ่ได้ แม้ว่าเธอถึงแก่กรรมไปเกือบ ๒๐ ปีแล้วก็ตาม
หนังชื่อ I Love Lucy ชื่อนี้เหมาะที่สุด คนดูทั่วอเมริกา(และต่างประเทศ) หลงรักลูซีกันทั้งบ้านทั้งเมือง


" I Love Lucy" แสดงนำโดย Lucille Ball และ Desi Arnaz สามีภรรยากันทั้งในจอและนอกจอ
เจ้าของบริษัท "เดซีลู" ที่ผลิตหนังทีวี หลังจากเรื่องนี้ฮิทอยู่ยาวนานหลายปี

Lucille Ball รับบท "Lucy" แม่บ้านสาว เด๋อด๋า ของหนุ่มนักร้องและหัวหน้าวงดนตรีเพลงคิวบา ชื่อริคกี้ ริคาร์โด ทั้งที่เธอเป็นแม่บ้านธรรมดา ไม่ได้ทำงาน แต่เธอก็ก่อเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้าให้สามี และเพื่อนฝูง ให้คนอ่านเฮฮาท้องคัดท้องแข็งอยู่ได้ทุกสัปดาห์

จำได้หนึ่งตอนที่มี Clint Walker จาก Cheyenne เป็นดารารับเชิญ
น่าจะรับบทเป็นช่างไม้ ช่างปูน ที่ลูซี่ปลื้มมาก อยากจะถักเสื้อไหมพรมให้โดยไม่บอกให้รู้ จึงต้องพยายามแอบวัดตัวคลินท์ยามเผลออยู่หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ มาประสบความสำเร็จในที่สุด ด้วยการเซล้มไปผลักตัวคลินท์ติดกำแพงที่ฉาบปูนไว้ยังไม่แห้ง ทำให้วัดตัวได้จากรอยปูนนั้น

ยังไม่พอ ตอนท้ายเมื่อลูซี่ถักเสื้อไหมพรมเสร็จแล้วนำไปซักก่อนมามอบให้ ปรากฏว่าเสื้อตัวนั้นหดจิ๋วลง พระเอกคลินท์อารมณ์ดี เอื้อมไปอุ้มลูกสุนัขน่ารักขึ้นมาสวมเสื้อนั้นแทน ( Clint Walker เป็นหนึ่งในพระเอกคาวบอยที่ควบม้ายิงปืนสนั่นจอในยุค 1950s)






ในชีวิตจริง ลูซิลล์ บอลล์เป็นผู้หญิงเก่ง ไม่ติงต๊องเหมือนลูซีในหนัง เธอเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกของโรงถ่ายหนังทีวี ทำงานร่วมกับสามี นอกจากนี้ ชีวิตจริงก็แสนจะเคร่งเครียด ขณะที่หนังทีวีชุดนี้เริ่มต้น ชีวิตคู่ของเธอกับสามีก็คลอนแคลนหนัก เธอพยายามใช้การทำงานร่วมกันเป็นเครื่องประคับประคองไปให้รอด






-------------------------------------------------------------------------------------------------------------







David and Maddie (Bruce Willis and Cybill Shepherd), Moonlighting

ยี่สิบกว่าปีก่อน ตอนที่ช่อง 11 เปิดใหม่ๆ เขามีหนังทีวีซีรีย์ฝรั่งมาฉายด้วย ใครเคยดูเรื่องนี้บ้าง?? Moonlighting มี Bruce Willis และ Cybill Shepherd แสดงเป็นคู่หูนักสืบเอกชน แจ้งเกิด Bruce Willis จากพระเอกซีรีส์นักสืบตลกๆ กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ (และก็โดนคนไทยปะยี่ห้อ “อึด” ให้ตลอดกาล)

สำหรับการแสดงนำในบทนักสืบเอกชน David ในละครซีรีส์ทีวีสุดฮิตเรื่อง Moonlighting ซึ่งเขาต้องฟันฝ่ากับคู่แข่งถึง 3 พันคนกว่าจะได้รับบทนี้

และยังได้รับรางวัล Best TV Actor - Comedy/Musical ในปี 1987

ในหนังทีวีซีรีย์เรื่องนี้ยังได้ Al Jarreau's มาร้องเพลงประกอบให้ในปี 2530 ทำให้เขามีเพลงติดอันดับในอเมริกา และการเป็นแขกรับเชิญประจำสัปดาห์ในรายการ America's living rooms โดยเขาร้องเพลงประจำละครเรื่องนี้ ซึ่งเพลงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy ด้วย






-------------------------------------------------------------------------------------------------------------







Ross and Rachel (David Schwimmer and Jennifer Aniston), Friends

สำหรับเรื่องนี้ติดว่าหลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักกันนะครับ เห็นเมื่อหลายปีก่อนเมื่อครั้งยังมี ITV จำได้ว่าเคยเอามาฉาย แต่สำหรับผมดูแล้วไม่ค่อยเก็ทมุขตลกของฝรั่งเท่าไร

Friends เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของเพื่อน 6 คนที่อาศัยอยู่ในมหานคร New YorkFriends ประกอบไปด้วย

- โมนิก้า (Courteney Cox) สาวเจ้าระเบียบ
- รอสส์ (David Schwimmer) พี่ชายนักโบราณคดีของโมนิก้า
- ฟีบี้ บุฟเฟต์ (Lisa Kudrow) สาว เป๋อจอมร่าเริงผู้รักเสียงดนตรี ... แม้เพลงที่เธอเล่นมันจะทะแม่งเหลือเกินก็ตาม
- โจอี้ (Matt LeBlanc) กับ แชนด์เลอร์ (Matthew Perry) 2 หนุ่มที่พักอยู่ห้องตรงข้ามกับโมนิก้า

พวกเขาทั้ง 5 ชอบมาสังสรรค์นั่งจับกลุ่มคุยกันตรงเก้าอี้โซฟาร้านกาแฟ Central Perk คุยมันทุกเรื่องอ่ะครับ ตั้งแต่ เรื่องชีวิต การมีแฟน และอื่นๆ อีกมากมาย จนกระทั่งวันนึง ราเชล (Jennifer Aniston) หญิงสาวแสนสวยที่รอสส์แอบชอบตั้งแต่ ม.3 แล้วจู่ๆ เธอก็โผล่พรวดเข้ามากลางวงในชุดแต่งงาน และนั่นคือจุดเริ่มของเรื่องราวทั้งหมด

ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1994 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาถึง 10 seasons มี Episode รวมกันถึง 238 ตอน

Friends ยังสามารถกวาดรางวัล Emmy Award มาครอง 6 รางวัล และอีก 12 รางวัลจาก People Choice Awards ตลอด 10ปีที่ออกฉาย

และ มีจำนวนผู้ชมในอเมริกาในแต่ละ season ไม่ต่ำกว่า 20ล้านคน โดยเฉพาะตอนสุดท้ายของ Season ที่10 ในปี 2004 มีผู้ชมเฉพาะในอเมริกาสูงถึง 52.5ล้านคน! แค่นี้ก็สามารถการันตีถึงความฮิตของซีรีย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------





Eric and Tami (Kyle Chandler and Connie Britton) in Friday Night Lights

เน้นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ค่ะ เพราะฟุตบอลเป็นแค่ส่วนเดียวของเรื่องเท่านั


เป็น series ที่สะท้อนสังคมอเมริกันได้ดีทีเดียว และความสัมพันธ์ระหว่างครู/โค้ช กับลูกศิษย์ บางทีก็เป็นเรื่อง coming of age บางตอนก็หวานๆวัยรุ่น แต่ไม่เลี่ยนเกิน Kyle Chandler & Connie Britton สุดยอดมากๆไม่ต้องเป็นแฟนฟุตบอลก็ดูได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อเมริกันฟุตบอล หรือชีวิตอเมริกันชน แต่มันสนุกตรงที่เนื้อเรื่องเกี่ยวกับทีมอเมริกันฟุตบอลในโรงเรียนในรัฐเท็กซัส ซึ่งทั้งเมืองบ้าอเมริกันฟุตบอลแบบเป็นเรื่องเป็นราว




-------------------------------------------------------------------------------------------------------------







Paul and Jamie Buchman (Paul Reiser and Helen Hunt), Mad About You

In the 1990s, ซีรี่ส์ตลกยอดฮิตเรื่อง Mad About You ก็ถือเป็นหนึ่งใน Sitcom หรือตลกสถานการณ์เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกานับแต่ทศวรรษ 70 ถึงปัจจุบัน เรื่องนี้ยังส่งผลให้ Mel Brooks ได้รับรางวัลเอมมี่สำหรับบทลุง ฟิล (Uncle Phil) จากซีรี่ส์ตลกยอดฮิตเรื่อง Mad About You ติดต่อกันสามปีซ้อนตั้งแต่ 1997-1999


เพิ่มเติม

Sitcom ย่อมาจาก Situation Comedy แปลตามตัวได้ว่าตลกสถานการณ์ สำหรับละครคือสถานการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นโดยที่ตัวละครไม่คาดฝันทำให้เกิดเรื่องราวชวนตลกขบขันขึ้นต่างๆ นานา เป็นละครตลกที่พล็อตเรื่องเกิดจากสถานการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นโดยตั้งตัวไม่ทัน หรือควบคุมไม่ได้ และนำไปสู่เรื่องมากมายยุ่งเหยิงพัลวันกันไปหมด ทำให้ตัวละครต้องทำอะไรที่เราไม่เคยทำเพื่อเป็นการแก้ปัญหา และความตลกก็อยู่ตรงนี้เอง

สำหรับประเทศไทยย้อนไปในปี 2520 นักแสดงชื่อดังยุคนั้น "ภัทราวดี มีชูธน" วางมือจากงานภาพยนตร์มาจับงานผู้จัดละครโทรทัศน์ป้อนสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นอกจากริเริ่มการแสดงละครโดยไม่มีการบอกบท ยังจัดละครประเภทซิทคอมตอนสั้นๆ ออกอากาศต่อเนื่อง ได้รับความนิยมสูง กวาดคะแนนถล่มทลายก่ายกองคือ "ตุ๊กตาเสียกบาล" ที่ภัทราวดีรับบทนำ "เจี๊ยบ" ได้ชวนฮากลิ้งอย่างยิ่ง ดึงโฆษณาหลั่งไหลเข้าถึงตอนละ 18 นาที ทำให้เวลาละครเหลือเพียง 12 นาที นับแต่นั้นจึงต้องมีการกำหนดเวลาโฆษณาเหลือ 5 นาทีต่อรายการความยาว 30 นาที

และอีกเรื่องที่แฟนยุคนั้นไม่จำเป็นไม่ยอมพลาดคือ "ขบวนการคนใช้" ( ส่วนตัวชอบเรื่อง "รวมพลคน(น่า)ใช้ " ตอนเด็กๆติดมาก อยู่ยุคเดียวกับ สามหนุ่มสามมุม ใครเคยดูบ้างเอ่ย ) แจ้งเกิดดาราดวงใหม่ๆ และถึงวันนี้ก็ยังยืนยง ได้แก่ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ เด่น ดอกประดู่ ปัญญา(กิติ) นิรันดร์กุล ภิญโญ รู้ธรรม ชลิต เฟื่องอารมย์ วรายุธ มิลินทจินดา และอีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่ขับเน้นความเชื่อของผู้จัดที่ว่าความสามารถทางการแสดงดึงดูดผู้ชมคนดูได้มากกว่าหน้าตา





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------






Carrie and Mr. Big (Sarah Jessica Parker and Chris Noth), Sex and the City

ซีรีส์ชุด Sex and the City ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1998 ทาง HBO และฉายติดต่อกันนานถึง 6 ซีซันก่อนที่จะถึงตอนสุดท้ายในปี 2004

ซีรีส์ชุดนี้ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่ 50 รางวัลในระหว่างการออกอากาศ ได้รับ 7 รางวัล รวมถึงการยอมรับในฝีมือการแสเงของ Sarah Jessica Parker และ Cynthia Nixon ซีรีส์ชุดนี้ยังได้รับ 2 รางวัล Screen Actors Guild Awards สาขา Best Ensemble in a Comedy Series และได้รับการเสนอชื่อชิง 24 รางวัลลูกโลกทองคำ และได้รับ 8 รางวัล รวมถึง Best Television Series – Musical or Comedy และรางวัลด้านการแสดงของ Sarah Jessica Parker และ Kim Cattrall


และด้วยความ Hot ของ series เรื่องนี้เลยทำให้มี Sex and the City The Movie ออกมาด้วย ซึ่ง
ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------







Ralph and Alice (Jackie Gleason and Audrey Meadows), The Honeymooners

หนังชุดทีวี ยอดนิยมตลอดกาลอีกเรื่องหนึ่ง แปลกแต่ว่าออกอากาศอยู่ 39 ตอน เท่านั้น แต่ได้รับความยกย่อง และเป็นหนังตลกคลาสสิคอีกเรื่อง คือ The Honeymooners แสดงนำโดยยอดดาราตลก Jackie Gleason และ Audrey Meadows มีดาราประกอบอีก ๒ คนคล้ายๆ I Love Lucy


หนังครอบครัว หนังชีวิต หรือตลกในยุคห้าสิบ มักจะสะท้อนชีวิตชนชั้นกลาง อย่าง Leave it to Beaver หรือ I Love Lucy เปิดเรื่องขึ้นมา คนดูจะเห็นฉากห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกที่จัดไว้สะสวย มีระเบียบ มีโซฟายาวและเก้าอี้นวม ผนังมีม่านและภาพประดับพองาม ตัวละครก็มีงานมีการทำ ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน

แต่ The Honeymooners ฉีกแนวออกไป ไปเจาะที่ชีวิตคนจนระดับล่าง ฉากเปิดขึ้นมาคือครัวโทรมๆ หน้าต่างเก่าๆไม่มีม่าน ไม่มีวอลเปเปอร์ ชุดรับแขกก็ไม่มี มีแต่โต๊ะอาหารปูผ้าตาหมากรุกถูกๆ

อลิซนางเอกประจำเรื่อง สวมเสื้อกระโปรงธรรมดา คาดผ้ากันเปื้อนชั่วนาตาปี แสดงว่าง่วนอยู่ในครัว ทำงานบ้านไม่เคยออกไปไหน ส่วนราล์ฟ พระเอกพุงพลุ้ยเป็นคนขับรถเมล์ประจำทาง หิ้วกล่องอาหารกลับจากงาน เปิดประตูห้องเช่าโทรมๆ เข้ามาอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วเปิดฉากทะเลาะกับเมียเป็นประจำ บททะเลาะเบาะแว้ง เหน็บกันไปมา แบบของราล์ฟกับอลิซนี่แหละ ทำให้คนดูฮากันได้ไม่หยุด






-------------------------------------------------------------------------------------------------------------








Cliff and Clair (Bill Cosby and Phylicia Rashad) , The Cosby Show

The Cosby Show เป็นละครซิทคอมที่นำแสดงโดย Bill Cosby ออกอากาศทางเครือข่ายโทรทัศน์ NBC ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1984 และฉายต่อเนื่องติดต่อกัน 8 ฤดูกาลจนถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 1992 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวฮักซ์เทเบิล ชนชั้นกลางแอฟริกันอเมริกันที่อาศัยอยู่ในบรูกลิน นิวยอร์ก

นิตยสาร TVguide ระบุว่ารายการนี้เป็น "รายการโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในทศวรรษ 1980" และทำให้เกิดรายการซิทคอมเกี่ยวกับแอฟริกันอเมริกันติดต่อมาอีกหลายเรื่อง ตั้งแต่ In Living Color จนถึง The Fresh Prince of Bel-Air จากการสำรวจความนิยมโดย Nielsen Media Research รายการนี้เป็นรายการโทรทัศน์อเมริกันเพียงหนึ่งในสามที่ติดอันดับหนึ่งติดต่อกัน 5 ปี

The Cosby Showเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวชั้นกลางชาวอเมริกันผิวสี
มีคุณลุง Bill Cosby เป็นพระเอก ซึ่งเป็น Series คนดำล้วนๆ ทั้งผู้สร้างไปจนนักแสดงเลย แต่เพราะอะไรทำไมคนขาวถึงติดใจ ดูจนลืมอคติต่อวิถีชีวิตเดิมๆไปได้ Series เรื่องหนึ่งจะมีวัฒนธรรมของเขาสอดแทรกเข้ามาด้วยเพราะโดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่เขาจะดูกันเฉพาะเนื้อหาที่ให้ความบันเทิงกันซะ 70 % โดยไม่เคยคิดถึงที่มาของเรื่องราวต่างๆ ว่าพื้นเพเป็นมายังไง ถ้าตอนที่ได้ดูเข้าใจว่าเขาพูดอะไรแต่กลับไม่เข้าใจวัฒนธรรม นั้นๆด้วยมันก็จะดูแปลกๆไปนิดหนึ่ง พอได้มาเจอกลับเรื่องนี้เข้าใจเลย ว่าหลายๆเรื่องที่นั่งๆดูอยู่นั้นเราได้ละเลยส่วนประกอบเล็กๆน้อยๆนี้ไปก็คือ วัฒนธรรม หากเราเข้าใจหรือพอเข้าใจในบางส่วนได้ เราก็ได้เปิดโลกทัศน์ของเราให้กว้างขึ้นไปอีก โดยที่ไม่ต้องเครียดหาหนังสือมาอ่านเลย


และ นิตยสาร TVGuide ได้มีการจัดอันดับ

Since this is TVGuide's 50th Anniversary, They decided to put out their own "Top 50 Greatest Shows Of All Time"!

อันดับต่างๆก็เป็นดังนี้ครับ
1. Seinfeld
2. I Love Lucy
3. The Honeymooners
4. All in the Family
5. The Sopranos
6. 60 Minutes
7. The Late Show with David Letterman
8. The Simpsons
9. The Andy Griffith Show
10. Saturday Night Live
11. The Mary Tyler Moore Show
12. The Tonight Show Starring Johnny Carson
13. The Dick Van Dyke Show
14. Hill Street Blues
15. The Ed Sullivan Show
16. The Carol Burnett Show
17. Today Show
18. Cheers
19. thirtysomething
20. St. Elsewhere
21. Friends
22. ER
23. Nightline
24. Law & Order
25. M*A*S*H
26. The Twilight Zone
27. Sesame Street
28. The Cosby Show
29. Donahue
30. Your Show of Shows
31. The Defenders
32. American Family
33. Playhouse 90
34. Frasier
35. Roseanne
36. The Fugitive
37. The X-Files
38. The Larry Sanders Show
39. The Rockford Files
40. Gunsmoke
41. Buffy the Vampire Slayer
42. Rowan & Martin's Laugh-In
43. Bonanza
44. The Bob Newhart Show
45. Twin Peaks
46. Star Trek: The Next Generation
47. Rocky and His Friends
48. Taxi
49. The Oprah Winfrey Show
50. Bewitched (เรื่องนี้นางเอกเป็นแม่มดแต่สามีเป็นคนธรรมดา มีแม่ยายตัวป่วนคอยมาแหย่อยู่เรื่อย เพราะไม่ชอบลูกเขย สนุกดี มุขตลกใสๆ เรื่องราวของครอบครัวและเพื่อนร่วมงานที่บ๊องๆ ก็ถือเป็น Sitcom ยุครุ่งเรื่องอีกเรื่อง)





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------








Lois and Clark (Erica Durance and Tom Welling), Smallville


Smallville เป็นละครชุดทางโทรทัศน์ที่สร้างสรรค์จากชีวิตของ Clark Kent หรือซูเปอร์แมน ตอนที่ยังเป็นวัยหนุ่ม รู้จักที่จะเสียสละ เรียนรู้ความสามารถและดำรงชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ก่อนที่ตำนานซูเปอร์แมนจะเริ่มต้นขึ้น โดยละครเรื่องนี้รังสรรค์ขึ้นโดย Alfred Gough และ Miles Millar โดยกำหนดให้คลาร์กในช่วงวัยรุ่นดำรงชีวิตในบ้านเกิดของเขา คือ Smallville

ละคร Smallville ออกอากาศครั้งแรกทางสถานีโทรทัศน์ The WB ในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2544 โดยทำลายสถิติผู้ชมสูงสุดตลอดกาลของตอนแรกในละครของสถานี โดยมีผู้ชมกว่า 8.4 ล้านคนในตอนแรกทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งมากกว่าละครเรื่อง Charmed ที่ทำสถิติไว้ที่ 7.7 ล้านคน ซึ่งละคร Smallville ก็ยังรักษาสถิติละครอันดับ 1 ของช่อง The WB ไว้ตลอดจนกระทั่งสิ้นสถานี และได้ออกอากาศต่อที่ช่อง The CW โดยยังเป็นละครที่ได้รับความนิยมสูงเช่นเดิม

โดยเนื้อหาหลัก ๆ ของเรื่องเกิดขึ้นที่เมือง SmallVille เนื่องจากปรากฎการณ์ของหินดาวตก จึงทำให้มีเหล่าตัวร้ายที่ได้รับพลังจากหินดาวตกหรือ Cryptonite ทำให้มีความสามารถพิเศษ และได้นำพลังนั้นมาใช้ในทางที่ผิด ทำให้ Clark Kent นั้นต้องคอยมาต่อสู้และปกป้องครอบครัว และเพื่อน ๆ ของเค้า โดยเนื้อหาในแต่ละตอนนั้น นอกจากจะกล่าวถึงพลังพิเศษอย่างเดียวแล้ว ยังมีการสอดแทรกความรักของพ่อกับแม่ที่มีต่อ Clark Kent ด้วย ความรักที่พ่อและแม่ได้มอบให้นั้น ทำให้ Clark Kent นั้นได้เป็น Superman อย่างวันนี้นี่เอง

ช่อง 7 เคยเอามาฉายอยู่พักนึง ตอนนั้นหลังเลิกเรียนก็จะกลับมาดู แต่ทำไมไม่รู้ว่าถึงเอามาฉายแค่ 3 seasons ทำคนดูติดแล้วก็หยุดเอามาฉายต่อเหมือน Lost เลยเซ็งมาก




-------------------------------------------------------------------------------------------------------------







Zack and Kelly (Mark-Paul Gosselaar and Tiffani Amber Thiessen), Saved By the Bell

ซีรียส์นี้เป็นของช่อง NBC ออกอากาศระหว่างช่วง Aug 1989 ถึง May 1993

Saved by the bell เป็นซีรียส์เกี่ยวกับนักเรียนไฮสกูลของอเมริกา มีฉากหลักอยู่ที่ Bayside High School ใน Pacific Palisades รัฐ California

เป็นเรื่องราววุ่นวายของเด็กไฮสกูลของอเมริกา ซึ่งมีตัวละคร
หลักๆ อยู่ 6 คน

- Zack Morris แสดงโดย Mark-Paul Gosselaar
- Samuel "Screech" Powers แสดงโดย Dustin Diamond
- Lisa Turtle แสดงโดย Lark Voorhies
- A.C. Slater แสดงโดย Mario Lopez
- Kelly Kapowski แสดงโดย Tiffani-Amber Thiessen
- Jessie Spano แสดงโดย Elizabeth Berkley

ครบทีมหนุ่มหล่อ หนุ่มเอ๋อ สาวสวย ^^




-------------------------------------------------------------------------------------------------------------






Pacey and Joey (Joshua Jackson and Katie Holmes), Dawson's Creek


Dawson's Creek ออกฉายในช่วงปี 1998-2003 มีทั้งสิ้น 6 ซีซั่น 128 ตอน เขียนบทโดยมือเขียนบทที่ฮอตที่สุดในขณะนั้น Kevin Williamson (คนเขียนบทเรื่อง Scream ที่ผมชอบมากๆ ปัจจุบันไม่รู้เฮียแกหายไปไหนแล้ว) ที่ได้ดัดแปลงเอาประสบการณ์ของตัวเองตอนเด็กมาใส่ในบทด้วย

เรื่องราวการใช้ชีวิตและการไล่ตามฝันของ 4 หนุ่มสาวในเมืองเคปไซด์ ดอว์สัน (James Van Der Beek) หนุ่มที่มีฝันจะเป็นผู้กำกับและเขียนบทหนังดีๆสักเรื่อง โจอี้ (Katie Holmes) เพื่อนบ้านสาวที่แอบหลงรักดอว์สันอยู่ เพย์ซี่ (Joshua Jackson) หนุ่มไม่เอาถ่านที่ดูจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และเจน (Michelle Williams) สาวจากเมืองกรุงที่ย้ายเข้ามา ณ.เมืองแห่งนี้ แต่ละคนต้องผ่านเรื่องราวและต่อสู้กับสิ่งต่างๆที่เข้ามาทั้งเรื่องครอบครัว การเรียน และความรัก เพื่อให้กลายเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างเต็มตัว





เป็นซีรี่ส์อีกหนึ่งเรื่องที่ดูแล้วชอบมากๆครับ โดยเฉพาะในซีซั่น 1 (ชอบนักเรื่องเพื่อนแอบรักเพื่อนเนี่ย...อิอิ) บทเขียนได้ดีครับ สนุกและชวนให้ติดตามขึ้นไปเรื่อยๆ ผมชอบบทเค้านะที่มักจะสอดแทรกเรื่องความรู้เกี่ยวกับหนังต่างๆเข้ามา (ใครเคยดู Scream ที่ Kevin เขียนบทให้คงรู้ดี) และอีกเรื่องที่คือความสัมพันธ์ของ ดอว์สันและโจอี้....เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อจริงๆ กว่าฝ่ายชายจะรู้ใจตัวเองก็เป็นตอนสุดท้ายของซีซั่นแล้ว เรียกว่าลุ้นทีเดียวว่าจะเป็นงัยต่อ


ซีซั่น 2 เพิ่มตัวละครที่เข้ามาเป็น Regular Cast คือ แจ๊ค (Kerr Smith) เกย์หนุ่มที่ยังไม่รู้ตัวเอง ช่วงครึ่งแรกของซีซั่น 2 สนุกดี แต่ครึ่งหลังเริ่มน้ำเน่าขึ้นเรื่อยๆ ซีซั่นต่อๆมาทวีความเป็น Soap มากขึ้นเรื่อยๆ เพย์ซี่เริ่มจะมีใจให้กะโจอี้ ซึ่งโจอี้ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ทำให้ดอว์สันเกิดอาการอิจฉา เหวี่ยงใส่ทั้งคู่บ่อย (แต่ผู้ชมหลายๆคนเชียร์ โจอี้กะเพย์ซี่นะคับ) ผมว่าซีซั่นหลังๆเริ่มไม่สนุกอะคับ เนื้อเรื่องวนไปวนมา ออกเเนวน่าเบื่อ ผมเองก็เริ่มหมดความตื่นเต้นที่จะดูคับ ก็เลยดูบ้างไม่ดูบ้าง เหอๆ




ดารานำในเรื่องนี้ไปได้ดีสุดคือ Katie Holmes หรือ Mrs.Cruise ชีวิตส่วนตัวเด่นกว่าผลงานหนังอีก Michelle Williams บทบาทการแสดงเยี่ยมมาก เธอเข้าชิงออสการ์จาก Brokeback Mountain ด้วยนะครับ (บทภรรยาของเอนนิส) ฝีมือกำลังรุ่งเลย ด้านหนุ่มดอว์สัน James Van Der Beek ที่ดังมากๆในช่วงที่ซีรี่ส์ออกฉาย แรกๆผลงานของเค้าก็ทำเงินดี แต่หลังๆ...หายไปเลย Joshua Jackson นี่ก็แทบหายไปเหมือนกัน (ล่าสุดเห็นว่าจะไปเล่นใน Grey's Anatomy ก็ต้องคอยดูต่อไป) สุดท้ายคือ Kerr Smith พบเห็นได้บ่อยๆในหนังที่ทำลงแผ่นโดยเฉพาะ


โดยรวมแล้วผมชอบนะครับ แม้ว่าหลังจะออกทะเลไปก็เถอะ แต่ก็ต้องถือว่า Dawson's Creek คือต้นตำรับของซีรี่ส์แนว Teenage drama เลยก็ว่าได้

เรียบเรียงโดย : คุณ shinsaibashi





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เรื่องอื่นๆ




Kevin and Winnie (Fred Savage and Danica McKellar), The Wonder Years
ฉายในช่วง ปี 1988–1993





Kevin and Scotty (Matthew Rhys and Luke MacFarlane), Brothers & Sisters
ฉายในช่วง 2006 – ปัจจุบัน





Homer and Marge, The Simpsons


The Simpsons เป็นรายการการ์ตูนซิตคอมในสหรัฐอเมริกา สร้างโดย Matt Groening สำหรับ บริษัทฟ็อกซ์บรอดแคสติง มีเนื้อเรื่องตลกเสียดสีวิถีชีวิตชนชั้นกลางของชาวอเมริกัน โดยผ่านตัวละครในครอบครัวคือ โฮเมอร์, มาร์จ, บาร์ต, ลิซา และ แม็กกี โดยมีเนื้อหาเกิดที่เมืองที่ชื่อ สปริงฟิลด์ ที่ถากถางมุมมองของสังคมมนุษย์ วัฒนธรรมอเมริกัน สังคมทั้งหมดและวงการโทรทัศน์

แนวความคิดเรื่องตัวละครเกิดจากเกรนิง ก่อนที่เขาจะนำไปสร้างขึ้นเป็นตอนสั้น ๆ โดยผู้สร้าง เจมส์ แอล. บรูกส์ โดยเกรนิงยังสร้างแคแรกเตอร์ครอบครัวที่ดูผิดปกตินี้โดยตั้งชื่อสมาชิกจากครอบครัวของเขาเอง แต่เปลี่ยนชื่อบาร์ตสำหรับชื่อจริงของเขาเอง ตอนสั้น ๆ นั้นเป็นส่วนหนึ่งในรายการที่ชื่อว่า เดอะ เทรซีย์ อุลแมน โชว์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1987 หลังจากออกฉายได้ 3 ฤดูกาล แบบร่างต่างๆ เริ่มพัฒนาสู่รายการในช่วงไพรม์ไทม์ จำนวนเวลาครึ่งชั่วโมงและได้รับความนิยมในสถานีฟ็อกซ์ และเป็นรายการซีรีส์ของช่องฟ็อกซ์ที่สามารถติดอันดับ 1 ใน 30 อันดับที่มีผู้ชมมากที่สุดในฤดูกาลนั้น (ปี 1992-1993)

หลังจากออกฉายซีรีส์ครั้งแรกเมื่อ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1989 ก็มียอดออกอากาศ 420 ตอนกับ 20 ฤดูกาล และยังจะเริ่มฤดูกาลใหม่อีกในฤดูใบไม้ร่วงในปี 2008[4] ส่วนภาพยนตร์ The Simpsons Movie ออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกเมื่อวันที่ 26 และ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 มีรายได้รวม 526.2 ล้านเหรียญสหรัฐ จนถึงวันนี้

เดอะซิมป์สันส์ยังได้รับรางวัลอีกมากมาย รวมถึง 23 รางวัลเอ็มมี, 26 รางวัลแอนนี และรางวัลพีบอดี และในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999 นิตยสารไทม์พาดหัวข้อว่าเป็น รายการโทรทัศน์ซีรีส์ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 และในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 2000 ยังได้รับรางวัลใน ฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม อีกด้วย เดอะซิมป์สันส์ยังถือว่าเป็นรายการซิตคอมที่อยู่ยืนยาวที่สุด และเป็นรายการแอนิเมชันของอเมริกาที่ฉายยาวนานที่สุด ส่วนเสียงรำคาญของโฮเมอร์ที่ตะคอกว่า "D'oh!" ก็ได้นำมาบรรจุในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ ขณะที่เดอะซิมป์สันส์ มีอิทธิพลต่อการ์ตูนซิตคอมสำหรับผู้ใหญ่อยู่หลายเรื่อง

ที่มา : wikipedia.org




Chuck and Blair (Ed Westwick and Leighton Meester), Gossip Girl
สำหรับเรื่องนี้หลายคนคงคุ้นเคยกันดี Gossip Girl เป็นซีรีส์ละครชุดทางโทรทัศน์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ชีวิตวัยรุ่นอเมริกันในมหานคร New York สร้างโดยดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ ของ Cecily von Ziegesar





Meredith and Derek (Ellen Pompeo and Patrick Dempsey), Grey's Anatomy
ฉายในช่วง ปี 2005 – ปัจจุบัน






George and Louise (Sherman Hemsley and Isabel Sanford) in The Jeffersons
ฉายในช่วง ปี 1975 – 1985






Dan and Roseanne (John Goodman and Roseanne Barr), Roseanne
ฉายในช่วง ปี 1988 - 1997




Sam and Diane (Shelley Long and Ted Danson), Cheers
ฉายในช่วง ปี 1982 – 1993





Sydney and Vaughn (Jennifer Garner and Michael Vartan), Alias
ฉายในช่วง ปี 2001 – 2006





Luke and Lorelai (Lauren Graham and Scott Patterson), Gilmore Girls


Lorelai คุณแม่ยังสาวพยายามเลี้ยงดู Rory ลูกสาวคนเดียวของเธอโดยไม่ยอมพึ่งพาความช่วยเหลือ และเงินทองจากพ่อแม่มหาเศรษฐีที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไรนัก ด้วยความที่ Lorelai มีลูกตั้งแต่วัยรุ่น ทั้งคู่จึงเป็นทั้งแม่ลูก เพื่อนสนิท และที่ปรึกษาให้กันและกันในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเรียน หรือความรักที่เข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้สองสาวตระกูล Gilmore อยู่เสมอ

Gilmore Girls เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่มีบทพูดฉลาดๆ ให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ เราจะได้เห็นทั้งความรักวัยรุ่นของคุณลูก ความรักในวัยคุณแม่ ได้อมยิ้มไปกับบทสนทนาที่เร็วปานจรวด และเฮฮาไปกับตัวละครอื่นๆ ที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Stars Hollow แห่งนี้






Doug and Carol (George Clooney and Julianna Margulies), ER

ER เรื่องราวของหมอในห้องฉุกเฉินในชิคาโก แต่ละตอนก็จะมีหลายๆ เคส และเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของหมอที่ทำงานในอีอาร์ เป็นซีรี่ย์ที่ยาวนานมากๆ ตอนนี้มีมากกว่า 10 seasons






ที่มา ส่วนอ้างอิง : tvguide.com / reurnthai.com / theaestheticsofloneliness / คุณ bighead / คุณ tanuntiya / คุณ Clear Ice / คุณเทาชมพู / imdb.com









Top 5 controversial videos of the year

Alejandro - Lady Gaga





Love The Away You Lie - Eminem featuring Rihanna





Born Free - M.I.A.






Rockstar 101 - Rihanna






California Gurls - Katy Perry










Top 5 most annoying Christmas songs

Cliff Richard - Mistletoe And Wine







Paul McCartney - Wonderful Christmas Time







Band Aid - Do They Know It’s Christmas






Brenda Lee - Rockin’ Around the Christmas Tree





Last Christmas - Wham









_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
like


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขอบใจมากจ้า เปิดกระทู้ทุ่งฟ้าเขียวแล้วอ่านได้ทั่งเดือนเลยจ้า


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขอบคุณครับ

เดอะซิมสันนี่เจ๋งแฮะ like


_________________


; iambounty
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  

เห็นแล้วก็อยากไปหาหนังเก่าๆมาดูมาก



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
like


_________________
ฝากเพจ Hollywood Undead ด้วยครับ
https://www.facebook.com/hollywoodundeadthailandpage
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com