คะแนนโดยรวม 5/5
History
อูทาดะ ฮิคารุ นักร้องสาวชาวญี่ปุ่น เริ่มแรกเพลงของอูทาดะนั้น
เธอได้เขียนเอง โปรดิวซ์เองเกือบทุกเพลง เธอเป็นนักร้องสไตล์R&B
ที่ได้อิทธิพลมาจากนักร้องอเมริกานั้นทำให้เพลงของเธอค่อนข้างที่จะแปลกใหม่และโดดเด่น
และด้วยสไตล์การร้องที่เป็นตัวของตัวเอง โดยการผสมความเป็นR&Bอเมริกา
และความมีลูกเอื้อน หรือท่อนผ่อนเสียงตามแบบฉบับของคนญี่ปุ่น
ทั้งความมีเอกลักษณ์ในเส้นเสียง นั่นคือ เสียงที่มีความแหบแห้ง แต่หนักแน่นและหวาน
เริ่มแรกอูทาดะนักร้องเจปอป ขายแผ่นได้มากกว่า40ล้านชุด
เพลงที่ทำให้อูทาดะประสบความสำเร็จอย่างมากคือ Automatic
First Love , Sakura Drops , Can You Keep a Secret ? , Passion เป็นต้น
และในที่สุดอูทาดะก็ได้เวลาแสดงความสามารถให้คนทั้งโลกได้รู้
กับอัลบั้มโกอินเตอร์ อัลบั้มแรก Exodus'04
Intro
อัลบั้มนี้ออกตอนที่อูทาดะเพิ่งจะแต่งงานกับผู้กำกับญี่ปุ่น (ตอนนี้หย่าแล้ว)
ฮิกกี้(ตั้งแต่บรรทัดนี้น้องจอยขออนุญาติเรียกว่าฮิกกี้)แบบว่าอ้วนมาก เหอๆ ไม่สวย แต่ดูมีความสุขดี แต่เริ่มไม่ได้ตอนอัลบั้มUltra Blue(2006)
พูดถึงในเรื่องอัลบั้มExodus ไต่ไปได้แค่ #160 Billboard Chartในสัปดาห์แรก
สัปดาห์ต่อมาก็ได้หลุดจากชาร์ตไป และทำยอดขายได้เพียงแค่ 55,000 copy
ซิงเกิลที่ได้ปล่อยออกมา ได้แก่ 1.Easy Breezy 2.Exodus'04 3.Devil Inside 4.You Make me want to be a man และเกือบได้ปล่อยซิงเกิลที่ 5. Hotel Lobby แต่ยอดขายไม่ดีเลยไม่สามารถ
จะลงทุนอีกได้ และเจ๊ฮิกกี้ก็อพยพไปพักกาย พักใจที่ประเทศญี่ปุ่นไม่นานก็ออกอัลบั้มต่อไป
และหยุดไปยาวทีเดียว
พูดถึงความสำเร็จของอัลบั้มนี้ Devil Inside เป็นแทรคเดียวที่เป็นตัวsucceedสามารถ
ขึ้นได้ถึง #1 Billboard Hot Dance/Club Airplay Chart ได้ นับเป็นความสำเร็จที่ดี
สำหรับนักร้องชาวเอเชีย ที่ถูกฝรั่งกดดูถูกขนาดนี้
เรื่องแนวเพลงนั้นอูทาดะได้เขียนเพลงเองในอัลบั้มนี้ทุกเพลง
ส่วนExodus '04 และLet Me Give You My Love ร่วมแต่งกับ Timbaland
เพลง Wonder 'Boutนั้นทิมบาแลนด์ได้มิกซ์เองทั้งหมด
เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนั้น อูทาดะทั้งแต่ง และโปรดิวซ์เองทั้งหมด (เก่งมาก)
และเป็นน่าภูมิใจที่เพลงที่เธอแต่งและโปรดิวซ์เองอย่าง Devil Inside ทะยานขึ้น#1ได้
ด้วยความสามารถของเธอเอง
(ฮิกกี้จบจากมหาวิทยาโคลัมเบีย นิวยอร์ค พูดฝรั่งและเขียนได้ เยี่ยงฝรั่งดีๆนี่เอง
ฮิกกี้บอกว่าบ้านเกิดของเธอมี2ที่ คือญี่ปุ่น และนิวยอร์ค สั่งสมให้เธอเป็นนักร้องได้ทุกวันนี้)
และเพลงเกือบทั้งหมดได้ถูกเรียบแรงและมิกซ์โดย Terunaze Utada พ่อของฮิกกี้นั่นเอง
เรียกได้ว่าParents Management กันเลยทีเดียว
ด้านTimbaland ดูจะติดใจเสน่ห์สาวญี่ปุ่นอย่างฮิกกี้ไม่น้อย หลายๆครั้งเขาพยายาม
ที่จะช่วยเหลือเธอที่สุด แต่ก็ได้แค่เพียงเท่านี้ Timbalandรักในเสียงและความสามารถของฮิกกี้คร่ะ อัลบั้มนี้เธอและเขาได้ร่วมกันสรรสร้างงานเพลงในแนวร่วมสมัย (คล้ายBjork
ซึ่งตาทิมก็ได้เคยร่วมงานกับเธอด้วย คงบ้าพอกัน)
ที่ใช้จังหวะตามแบบฉบับของR&B Hip-Hop อเมริกา แบบTimbaland
แต่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นและเอเชีย ตามแบบฉบับของฮิกกี้
ซึ่งเพลงทั้งหมดนี้ฮิกกี้สรรสร้างและตั้งใจสื่อให้ทุกคนได้ฟังว่า เธอผู้หญิงญี่ปุ่นที่เติบโตมา
ในสังคมของคนยุโรปคร่ะ เห็นได้จากเพลงEasy Breezyเพลงที่มีเนื้อความประชดประชัน
เสียดสีความเป็นเอเชียของคนยุโรปคร่ะ
Track List
01. Opening
เสียงโพรแกรมมิ่งสังเคราะห์เบาๆคลอเคียเป็นแบรคการ์วข้างหลัง
เริ่มจากดนตรีเบาๆ และเริ่มเพิ่มเครื่องดนตรีอีกประมาณ4ชิ้น ตอนท้ายลดเสียงแบรคการ์น
สุดท้ายเหลือเพียงแค่เสียงบีทประกอบ และจบลงไป
ด้านเนื้อเพลงนั้นเกี่ยวกับบอกเล่าเพลงที่เธอทำคร่ะ
คะแนน 3.5/5
02. Devil Inside
ฝีมือการเขียนและโปรดิวซ์บายฮิกกี้เองคร่ะ เริ่มด้วยบีทหนักๆ เหมือนจะรัวกลอง
และใส่เสียงโพรแกรมมิ่งชวนให้คิดถึงเสียงหวอ ขึ้นลงตามจังหวะเพลง
ตามด้วยเสียงโพรแกรมมิ่งที่เป็นสไตล์ทำนองแบบเอเชีย
แต่อูทาดะได้เริ่มแรกร้องเบาๆ ไม่ได้ตามบีทของเพลง
ท่อนก่อนฮุคเสียงคลอรัสซ้อนและใส่บีทเพลงให้หนักขึ้นไปอีก ด้วยการใส่เครื่องดนตรีอีก2ชิ้น
ท่อนฮุคมีเสียงเครื่องดนตรีญี่ปุ่นคลอเคลียตลอด ทั้งพิณและกลอง
มีเสียงสังเคราะห์เล่นกับคนฟังด้วย ท่อนVerseก็กลับมาที่ทำนองบีทเหมือนตอนแรก
ด้านเนื้อเพลงให้ความหมายถึงคนญี่ปุ่นที่ดูเหมือนจะอินโนเซนต์และน่าปกป้อง
แต่ใครจะหารู้ไหมว่าจริงๆแล้วทุกๆคนก็ต้องมีส่วนที่เป็นเดวิลอยู่ในตัวเอง
ท่อนBrideก่อนจะเข้าฮุคสุดท้าย มีความเป็นร็อคอยู่ ซึ่งประจวบกับช่วงหนึ่งที่ฮิกกี้ทำเพลงแนวนี้อยู่ (แนวสับสนทางเพศบ้าบออะไม่รู้)
ตอนจบโดดเด่นด้วยเครื่องดนตรีของญี่ปุ่น และเสียงโพรแกรมมิ่งเป็นเบสคร่ะ
ถ้าคอมแพร์เรื่องอารมณ์คงเหมือนพริกไทยที่พอกัดเข้าไปแล้วเหมือน
พริกขี้หนูอ่ะคร่ะ มันจะเผ็ดร้อนขนาดนั้นเชียว
คะแนน 5/5
03.Exodus '04
เริ่มด้วยเครื่องดนตรีของญี่ปุ่น เพลงนี้ค่อนข้างโชว์เสียงของอูทาดะคร่ะ
โดดเด่นด้วยท่อนฮุคที่ติดหู Through mountains high and valleys low
เพลงนี้อูทาดะใส่เทคนิคการร้องเหมือนตอนที่ร้องเพลงJPOPเลยคร่ะ
ท่อนฮุคนั้นใส่เสียงเพียโน และเพียโนสังเคราะห์
ท่อนบริดจ์นั้นมีเสียงครอรัสสังเคราะห์อยู่ขับให้เสียงฮิกกี้เด่น
ในท่อนฮุคหลายๆท่อนนั้นมีการเล่นเสียงดนตรีสลับไปมา เอาเพลงเริ่มต้นมารวมกับอันแรก
เอาอันแรกมารวมอันที่สอง ฮุคสุดท้ายก่อนจบลดเสียงเปียโนลง ปรับเสียงอูทาดะให้สูงขึ้น
เพลงที่เน้นติดหูอย่างนี้เป็นฝีมือใครไปไม่ได้นอกจากTimbalandคร่ะ
ด้านเนื้อเพลงความหมายเกี่ยวการอพยพย้ายที่
ด้านเสียงร้องของฮิกกี้นั้นร้องแนวJPOPคร่ะ แต่มีR&Bและความเป็นโซลนิดนึง
สังเกตเสียงดนตรีนั้นบีทนั้นจะให้อารมณ์ความโศกเศร้าซึ่งบีลองกันกับเสียงของฮิกกี้
แต่จังหวะหลักที่อยู่เป็นเบสหลังเสียงเพียโนนั้น เป็นเสียงที่ให้อารมณ์สนุกสนาน
ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างกับการสื่อของเพลงคร่ะ
คะแนน 4/5
04.The Workout
อยากจะบอกว่าเป็นเพลงที่น้องจอยชอบที่สุดในอัลบั้ม
เนื่องจากเสียงโพรแกรมมิ่งในแต่ละVerseไม่เหมือนกันเลย แต่ให้อารมณ์เดียวกัน
คือ ความสนุกสนาน และรู้สึกอเวกเคนตลอดเวลา
เริ่มมาด้วยเสียงซี้ดซ้าด และดนตรีแบบผับเฮ้าส์ ซึ่งค่อนข้างที่ปรับอารมณ์ยาก(มาก)
จากเพลงที่แล้ว น้องจอยขอแบ่งเป็นVerse เพื่อเจาะพ้อยต์ (เพราะดนตรีเยอะมาก)
Verse1
เสียงโพรแกรมมิ่งสาดไปสาดมาตลอดในVerseแรก
ซักพักก่อนเข้าท่อนก่อนฮุคเสียงก็เบาไปดื้อๆ
ก่อนเข้าฮุค(1,2)
เสียงดนตรีกลางเล่นนำจังหวะร้อง ส่วนบีทปกตินั้นเล่นเป็นจังหวะให้ไปเรื่อยๆ
และมีเสียงโพรแกรมมิ่งสาดไปมา และมีเสียงโพรแกรมมิ่งคนร้องเป็นแบ็คอัพ
Hook 1
บีทเนือยๆกว่าท่อนก่อนๆ เพื่อส่งให้เพลงเน้นไปที่จังหวะก่อน
มีเสียงไฟฟ้าช็อตเป็นเบส และ
Verse2
เริ่มด้วยเสียงเครื่องดนตรีญี่ปุ่น พร้อมกับความเงียบเหมือนให้คนฟังหยุดพัก
และเริ่มหยอกล้อด้วยเสียงโพรแกรมมิ่งที่มีเพิ่มขึ้นมาอีกสองเสียง
คือเสียงกลุ่มผู้คนมากมายคุยกัน และเสียงมือถือมาอเด็พเป็นเสียงดีดอิเล็กโทรน
ก่อนเข้าท่อนฮุคเล่นกับคนฟังด้วยเสียงบีทเร่งจังหวะไปเรื่อยๆจนเข้าท่อนฮุค
Hook 2
ปรับเสียงอูทาดะให้ดูกลวงขึ้นและปรับโวลุ่มขึ้นก่อนฮุคที่แล้ว
และเร่งเสียงดนตรีแบ็คอัพขึ้น ดนตรีเหมือนฮุคแรก
แต่เล่นเสียงดนตรียาวขึ้น ก่อนกลับมาฮุคใหม่อีกรอบ พร้อมเสียงโพรแกรมมิ่งเกมส์กด
ทั้งเสียงจิ้มเกมส์ เสียงคลิก มีเสียงยิงปืนด้วย
Hook3
ก่อนเข้าฮุคสุดท้าย เสียงโพรแกรมมิ่งสาดหางเสียงมีความกลมมากขึ้น
เสียงดนตรีคลาสสิคเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เท่าที่ฟังมีทัมเป็ต และเครื่องดนตรีเป่าอีกชิ้นสองชิ้น
ดนตรีก่อนจบเพลงสาดมันมั่วไปเรื่อยเลย
เอาท่อนแรกมามิกซ์กะท่อนหลัง เอาท่อนหลังผสมกับอันกลาง
สุดท้ายปล่อยเสียงสลับหูฟังไปมา แล้วก้อจบด้วยเสียงบีทเร่งจังหวะ
ด้านเนื้อเพลงนั้น ก็ตรงๆตัวเลยคร่ะ แรงมาก เกี่ยวกับฝรั่งเซ็กส์หมู่ในแทกแซน(ชื่อออริจอล
ของแทกซัส) แถมเนื้อหาก็ตรงๆตัวเลยคร่ะ
เพลงนี้ฮิกกี้ใช้พลังเสียงแหกปากเป็นอันดับต้นๆในอัลบั้มนี้
คะแนน 3.5/5
นี่คือคะแนนส่วนรวมคร่ะ แต่เพอร์โซนอลแล้วให้4/5 อิอิ
05.Easy Breezy
เพลงนี้สบายๆหลังจากฟังเพลงเครียดมาเยอะ และต่อจากนี้ก็จะเครียดไปตลอด 555
เรียกได้ว่าเป็นเพลงพักเบรคก็เป็นได้ ดนตรีใสๆ และความที่มันใสฝรั่งก็Bye Bye
เริ่มด้วยเสียงโพรแกรมมิ่งน่ารักๆ เหมือนเสียงเกมส์มาริโอ้
มีเสียงโพรแกรมเหมือนเสียงกดมือถือ แล้วก็เสียงโพรแกรมมิ่งแหลมๆเล็กๆ
ขึ้นตามจังหวะเพลงไปมา ส่วนเครื่องดนตรีก็มาจากชิ้นขึ้นเรื่อยๆ
โดยรวมแล้วเพลงนี้มีเสียงโพรแกรมมิ่งของเกมส์เยอะ
ทั้งเสียงปุ่มกดมือถือ เสียงเกมส์ เสียงลำโพงหลี่เสียงลง
ทั้งเสียงโพรแกรมมิ่งบีบเหล็ก บีบให้ใหญ่ หรือทำให้เรทกว้าง
แต่น่าตกใจตอนหลังๆน่าตกใจมีการใส่เสียงกีตาร์อคูสติคลงไปด้วย
และเครื่องดนตรีเครื่องสายของญี่ปุ่น
สุดท้ายก่อนเพลงจบมีเสียงลมพัดด้วย
ด้านเสียงร้องของฮิคกี้ ท่อนหลังๆเริ่มมีการใส่เทคนิคการร้องสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะตัวของฮิคกี้(เห็นได้จากซิงเกิลของเธอหลายๆเพลงเช่น First Love, Flavor Of Live
พวกเพลงUltra Blue)
ในเรื่องของเนื้อเพลงกล่าวถึงการเสียดสีเชื้อชาติเอเชียของตนคร่ะ
คะแนน 3.5/5
06.Tippy Toe
ตั้งแต่เพลงนี้เริ่มเข้าสู่บรรยากาศในป่าดงพงไพรของญี่ปุ่นคร่ะ
เพลงนี้โดดเด่นมากกกที่ทำนองของเพลงที่แปลกและน่าสนใจ
มีการใช้นิ้งหน่องในก่อนเข้าท่อนฮุค เพลงนี้ไม่ค่อยโดดเด่นที่บีทแบคกราวน์
แต่จะเล่นกับคนฟังที่เสียงเบสแทรกซอดที่เปลี่ยนไปเรื่อยคร่ะ
ทั้งเสียงเหมือนน้ำตกไหล ท่อนบริดจ์นี้สาดนิ้งหน่องมาเลยจนแทบหนวกหู
ตอนท่อนบริดจ์จบอยู่ดีๆก็เปลี่ยนอารมณ์เป็นเหมือนอารมณ์โกรธคร่ะ
ท่อนฮุคสุดท้ายมีการใส่เพียโนออกแนวบอสซ่าเข้าไป และเสียงฮิคกี้สะท้อนไปมาคร่ะ
และมีเสียงกลองบอสซ่าออกแนวชายทะเลใส่ปิดท้าย(จริงๆมีอยู่แล้วทั้งเพลง แต่เร่งให้ดังตอนปิดท้าย เพราะว่าเอาเสียงบีทที่เหลือออก) งงมากเอารวมกันได้ยังไง
แต่เก๋มากๆ และฟังดูเย็นๆดีคร่ะ ทั้งที่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ สุดยอดคร่ะ
ด้านเสียงของฮิกกี้ เพลงนี้ต้องอึดมากๆคร่ะ แทบจะหาท่อนหายใจไม่ได้
และต้องแม่นโน้ตและจังหวะมากๆคร่ะ เพลงนี้เรียกได้ว่าฮิกกี้ถอดความเป็นJPOPออกไปเลยคร่ะ
ความหมายน่าตบมากๆเลยอ่ะ อารมณ์อรอินทร์ ณ เมียหลวง 5555
ฉันรักเขา แม้เขาจะมีเมียและลูกแล้ว
Every time I think about you heaven needs a prayer,
'Cuz you're married and ya even got a family too.
Pray that they don't hear you,
และยังสนุกสนานกับการได้เอาเขากกไว้ที่บ้านด้วย นังนี่มันโรคจิต !!
คะแนน 4.5/5
07 Hotel Lobby
เพลงที่ชอบรองลงจากThe Workout คร่ะ
ขอเริ่มที่ความหมายของเนื้อเพลงก่อนคร่ะ สู้ชีวิตมากคร่ะ
เกี่ยวกับโสเภณีขายตัวคร่ะ เธอต้องการเงิน เงิน และก้อเงิน
โดยไม่คิดถึงอะไรทั้งนั้น แฉชีวิตดีๆนี่เอง
ทางด้านเสียงร้องของฮิคกี้นั้นสลัดความเป็นJPOPออกไปเลยคร่ะ
เพลงนี้เล่นเทคนิคมากๆ สุดยอดมากๆคร่ะฮิคกี้
ด้านตัวเพลงชวนให้นึกถึงวันสบายๆในญี่ปุ่น ถ้าไม่ดูเนื้อเพลงนึกว่าเพลงค้นหาความรัก
เสียงกลองกลวงๆดังอยู่ตลอดเป็นบีท และมีเครื่องสายของญี่ปุ่นเล่นปิดท้ายประโยค
โดยรวมเพลงนี้น้องจอยชอบมากตรงที่ มันมีความเป็นญี่ปุ่นแต่ร่วมสมัยมาก
และลงตัวที่สุด ด้วยอะไรที่มันไม่ลงตัวอย่างท่อนฮุคที่เร่งจังหวะเร็วมาก
แต่กลับมาที่ท่อนVerseด้วยดนตรีที่ยืดเยื้อแต่ไม่ทำให้แอนนอย
ทั้งที่ฮิคกี้ร้องเพลงเหมือนจะรีบร้อนมาก แต่กลับไม่ทำให้น้องจอยรู้สึกว่าเพลงนี้
เราปรับฟีลลิ่งไม่ได้คร่ะ
โดยรวมแล้วเครื่องดนตรีของเพลงนี้ไม่มีอะไร
เป็นเครื่องสายญี่ปุ่น เครื่องเป่าญี่ปุ่น กลอง
เสียงโพรแกรมมิ่งซู่ซ่านิดหน่อย แบบเบาๆไม่ดังคร่ะ และครอรัสเนือยๆ
แต่น้องจอยแอบตลกตรงเครื่องสายญี่ปุ่นให้อารมณ์พวกขี้เมามากเลยอ่ะ ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า
คะแนน 5/5
08.Animoto
ให้อารมณ์Bjorkที่สุดในอัลบั้มแล้วคร่ะ เหมือนBjorkอัลบั้มVolta ที่ทำกับTimbalandอ่ะคร่ะ
ดนตรีเป็นไม่ค่อยมีอะไร ลอยๆ ล่องลอย และมีเสียงโพรแกรมมิ่ง ติ๊ดๆๆตลอด
มีเสียงพวกคณะดุริยางค์เบาๆด้วย ส่วนใหญ่เล่นกับเสียงโพรแกรมมิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ
แล้วเอาเสียงโพรแกรมมิ่งอันเก่าออก และตามด้วยอันใหม่ใส่เข้าไป
อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายนำมารวมกันคร่ะ แต่ที่เห็นจะน่ารักจริงๆก็คือ
จุดเด่นคือเสียงโพรแกรมมิ่งน่ารักๆ เหมือนอยู่ในสวนสนุกอ่ะคร่ะ
เพลงนี้ก็ตามชื่อมีความเป็นJPOPสูง
เพราะเพลงนี้ฮิคกี้แต่งและโปรดิวซ์เป็นเพลงแรกในอัลบั้มคร่ะ
แต่ถ้าใครที่ได้ฟังคงชอบกัน แต่สำหรับน้องจอยเฉยๆคร่ะ มันเนือยๆเกินไป
และเนือยที่สุดในอัลบั้มคร่ะ มันอาจจะไม่ใช่แนวน้องจอยคร่ะ
น้องจอยชอบเพลงที่มีความเข้มข้นในตัวสูงคร่ะ
เนื้อหาก้อบ่นๆถึงว่า กุอยากมีความรัก อยากมีอย่างโง้น อย่างงี้ ประมาณนี้อ่ะคร่ะ
อารมณ์เพ้อเจอ ล่องลอย ตามดนตรีเลยคร่ะ
คะแนน 3/5
09.Crossover Interlude
เพลงนี้ก็คือเพลงคั่น เพลงเดียวกับOpeningคร่ะ ปรับดนตรีใหม่
เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ทีนี้มันมาทั้งคลาสสิค ทั้งบอสซ่า อิเล็คโทรนิคแดนซ์ ทั้งผับเฮาส์
ทั้งR&Bเนิ่บๆ ทั้งHip-HopเบาๆเหมือนAkon อคูสติค Easy-Listening ร็อคนิดๆ JPOPก็มีคร่ะ
ก่อนจะเข้าสู่เพลงที่เครียดที่สุดในอัลบั้ม Kremlin Dusk คร่ะ
คะแนน 4/5
10.Kremlin Dusk
มาละคร่ะเพลงนี้ฟังไปเครียดไป แต่สนุกดี เหอๆๆ
เนื้อเพลงเริ่มเก๋ๆด้วยบทกวีของMr. Edgar Allen Poe
เพลงนี้ความหมายเศร้า Blueดีคร่ะ ประมาณคุณจากไปแล้ว ฉันนั่งมองคุณจากริมหน้าต่าง
โอ๊ยยย อะไรมันจะเศร้าขนาดเน้ๆๆๆ ทั้งรอการกลับมาของคุณ ตอนแรกเจ็บปวด
แต่ตอนนี้มันก็สวยงาม แต่ก็ยังอยากให้คุณกลับมา เออ...จะบ้าแล้วรึเปล่าหนอออ
เริ่มมาด้วยอารมณ์Ballad Blue Soul Pop และเสียงเครื่องสายญี่ปุ่นบรรเลงอยู่ตลอด
มีบีทเสียงโพรแกรมมิ่งด้วย แถมๆอยู่ดีตกใจมากคร่ะ มันไม่ใช่แล้วววว
มันเฉลยมาแล้วกลายเป็นMetal Rock Alternativeด้วย ดีไม่ว๊ากแบบเรโทรสเป็คคร่ะ
ยิ่งเห็นในLiveของฮิกกี้แล้วรู้เลยว่ามันร็อคมากกก มันส์มาก 55555
หลังๆมันมาแล้วคร่ะเสียงกลองจริงๆคร่ะ กลองแบบไม่โพรแกรมมิ่ง
และเสียงคลอรัสแบบอัสนี วสันต์ สุดท้ายจบด้วยอคูสติค โฟลคซองนิดๆและคลาสสิคคร่ะ
เรื่องเสียงของฮิกกี้ เพลงนี้ขอชมมากที่สุดในอัลบั้ม
เห็นในLiveแล้วเหนื่อยมาก ทั้งต้องแหกเสียงแข่งกับกลองและโพรแกรมมิ่งเป่าหู
และท่อนแทบที่จะไม่สามารถหายใจทัน และสูงขึ้นเรื่อยๆคร่ะ นมแทบแตก 55555
หลังๆมาเป็นท่อนฮิคกี้คร่ำควรญบ้าบอเกี่ยวกับความรักคร่ะ
คะแนน 5/5
11.You Make Me Want To Be A Man
อารมณ์ If I Were A Boy แต่อันนี้แนวเก็บกดยิ่งกว่าคร่ะ 5555
เพลงนี้ส่วนตัวแล้วชอบเสียงฮิกกี้ในเพลงนี้ สูงได้ใจดี
สิ่งที่โดดเด่นคือ ท่อนบริดจ์ เพราะคร่ะ และเสียงคลอรัสได้ใจดีเพลงนี้
แต่เพลงเป็นอะไรที่วนไปวนมา แต่ก็เพราะดี
เพลงนี้คล้ายๆกับเพลงTippy Toe ผสม Hotel Lobby ไม่มีอะไรคร่ะ
แต่หน้าตกใจมากๆตอนท้าย กลายเป็นวงออเครสตร้าเป็นชุดเลยคร่ะมาจากไหนไม่รู้
แต่ถ้าพูดถึงความลงตัวเพลงนี้ให้อันดับต้นๆคร่ะ แต่เพลงนี้แอบใช้บีทคล้ายThe Workout
คะแนน 3.5/5
12.Wonder 'Bout
เพลงนี้แหละที่ตาทิมโปรดิวซ์ ต้นแบบของGet Naked (I Got A Plan)ของแม่บริท
แต่เอาโครงสร้างและรูปแบบจากเพลงBoys ของแม่บริทมา
สงสัยตาทิมคงติดใจเลยหยิบเอาอินโทรมาอแด็พ แต่แบบไม่น่าเกลียด เหอๆ
ถ้าตอนนี้ถามว่าR&B แบบคนดำจ๋าขนาดนี้ มีไหมในญี่ปุ่น
คิดว่ามีอยู่เยอะในอีเจ๊Koda Kumiคร่ะ แนวนั้นเลย
เพลงนี้ไม่มีอะไรแต่เหมาะกับปาร์ตี้ดริงค์นิดๆหน่อยๆ พอหรูหราแล้วไปต่อดินเนอร์หรูๆ
ในโรงแรม5ดาวอะไรประมาณนี้ แบบไม่เมาเละเทะ แต่แนวเมาแล้วสวย 5555
คะแนน 2.5/5
13.Let Me Give You My Love
อีกเพลงหนึ่งที่ตาทิมโปรดิวซ์ จริงเหรอ?? ทำไมมันบ้านๆแบบนี้
เหมือนไม่มีไอเดียละ เลยหยิบของเก่ามาปรุงใหม่ เหอๆ
แต่ก็โอเคคร่ะ คือว่าเหมือนกับฟังเครียดๆมาเยอะ ขออะไรที่มันแสตนดาร์ดบ้าง
ด้านเนื้อเพลงก็เกี่ยวกับการmakeloveอะไรนี่แหละ
แต่เพลงนี้ที่โดดเด่นได้เพราะฮิคกี้ เสียงตลกดี ใหญ่ๆเล็กๆ
คะแนน 2/5
14.About Me
ด้านเนื้อเพลงประมาณเจ้าหญิงในนิยาย ของโบสุนิตา
เพลงช่วงแรงให้อารมณ์อคูสติคเนือยๆที่ค่ายเพลงไทยชอบทำ
แต่หน้าสนใจอยู่ตอนหลังที่อยู่ดีเปลี่ยนฟีลลิ่งเป็นR&B Pubhouse แถมให้อารมณ์ดำปี๋ด้วย
สนุกดี แต่รวมๆแล้วไม่ค่อยประทับใจเพราะน่าเบื่อคร่ะ
เหมาะกับวันสบายๆที่ต้องการรีแลกซ์ แต่ไม่ชอบเพลงอคูสติคเบื่อๆที่มีแค่เสียงกีตาร์โปร่ง
อะไรประมาณนั้น
คะแนน 2.5/5
สรุป
โดยรวมมีการเอาดนตรีหลายGenreมามิกซ์รวมกันได้อย่างสร้างสรรค์
และยังติดหู และเข้าใจได้ง่าย (มากกว่าของBjork) ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่
และร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลาสำหรับคนชอบดนตรีแนวนี้จะไม่มีวันเบื่อได้เลยคร่ะ
บางเพลงค่อนข้างที่จะฟังยาก
ทุกๆเพลงสอดแทรกความเป็นเอเชียเข้าไปทุกเพลง ไม่มากก็น้อย
แต่ในด้านอัลบั้มโกอินเตอร์ชุดที่2 This is the one (2009)
มีความเป็นยุโรปค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องการตีตลาดฝั่งนู้น
และโดยส่วนตัวก็ยังชอบอัลบั้ม Exodus '04 (2004) มากกว่าอยู่ดี
แต่สิ่งที่อูทาดะ ฮิคารุพัฒนาขึ้น 6 ปี นั่นคือภาษา และเทคนิคการร้องที่เข้าถึงคนฟังได้ง่ายขึ้น
ไม่บ้าบออารมณ์ศิลปิน(มากเกินไป)อะไรไม่รู้น่ะคร่ะ
ตามที่น้องจอยคิดอัลบั้มนี้ฮิกกี้พาเราโลดแล่นไปตามชีวิตคร่ะ
เริ่มแรกเริ่มด้วยอารมณ์ร้อนรุนแรง โศกเศร้า สนุกสนาน ดีใจ และเข้าสู่โหมดธรรมดา
** edit : อัลบั้มนี้มีจุดบอดอยู่นิดนึงตรงที่ อูทาดะและทิมบาแลนด์ไม่ได้ใส่
ความเป็นแนวRetro หรือแนวเพลงสมัยก่อน อันได้เห็นดังเช่น Frank Sinatra
Nat King Cole Julie London Aretha Franklin เป็นต้น
ซึ่งน้องจอยอาจตีความได้ว่าอัลบั้มนี้ได้มองไปข้างหน้าถึง
ความเป็นแนวเพลงล้ำสมัยและร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลาคร่ะ
แต่อยากสารภาพว่าเป็นคนชอบเพลงแนวนี้มากกก แล้วก็อยากเห็นอูทาดะทำมากๆด้วย
เพราะไม่เคยเห็นอูทาดะทำมาก่อน เหอๆ อย่างน้อยทำแบบพวก
It's Oh So Quiet เหมือนป้าBjorkก็พอแล้ว เหอๆๆ
สรุปอัลบั้มนี้น้องจอยให้ 5/5 คร่ะ น้องจอยชื่นชมกับอัลบั้มนี้มากๆคร่ะ (ก็ฟังทุกวันอ่ะเหอๆ)
นะคร่ะ
_________________
คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดสักแห่ง...








