˹���á Forward Magazine

ตอบ

Suspyre - When Time Fades...
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Suspyre - When Time Fades... 
Dream Theater กับ Symphony X คงจะต้องเจอศึกหนักอีกครั้งเมื่อมีวงรุ่นน้องเพื่อนร่วมชาติส่งผลงานเข้าประกวดด้วยอีกหนึ่งวงต่อจาก Zero Hour (ซึ่งเป็นวงเพื่อนร่วมค่ายกับวงนี้ด้วย) พวกเขาคือ Suspyre ที่ก่อตั้งกันเมื่อปี 2001 ณ นิวเจอร์ซี่ย์ ซึ่งตอนนี้ไม่มีมือกลองประจำวง (ในขณะที่วงอื่นมีอยู่แล้ว) ทำให้การทำอัลบั้มลำบากขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็สำเร็จจนได้ เนื่องจากมีมือกลองหัวกะทิคนหนึ่งมาช่วย และมีข้อมูลจากน้อง Lilium เข้ามาว่า มือกลองคนเก่าของวงได้ย้ายไปอยู่ Abigail Williams เรียบร้อยแล้ว สมาชิกของวงในตอนนี้มีอยู่ห้าคน ประกอบไปด้วย

Clay Barton – Vocals
Gregg Rossetti – Guitars, Sax
Rich Skibinsky – Guitars
Andrew Distabile – Bass
April Sese – Keyboards

วงนี้ก็ดูจะเป็นวงหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกกันไม่ขาดทีเดียว ดูจากอัลบั้มก่อนๆแล้ว ไลน์อัพจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ เบส กลอง และคีย์บอร์ด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในริทึ่มเซ็คชั่น ซึ่งถ้าสมาชิกเปลี่ยนเมื่อใด ภาคดนตรีก็จะเกิดจุดเปลี่ยนแปลงขึ้นทันทีไม่มากก็น้อย สำหรับมือคีย์บอร์ดของชุดล่าสุดนี้ก็เป็นมือคีย์บอร์ดรับเชิญเช่นเดียวกับมือกลอง แล้วยังมีนักร้องสาวเสียงดีจาก Amaran’s Plight มาช่วยร้องให้ด้วยหนึ่งเพลง รายละเอียดในอัลบั้มจะเป็นอย่างไรนั้นลองติดตามกันในบรรทัดต่อๆไป



1. Possession
2. Evolutions
3. Lighted Endrhyme
4. Maniac Main Point Check
5. Siren (One Last Breath)
6. Reign
7. Fallen Stars
8. A World with No Measures
9. The Light of Fires
10. Apparitions
11.Let Freedom Ring (The Heart of All)

งานในชุดนี้คงจะจำกัดความได้อย่างง่ายๆว่าเป็นโปรเกรสสีฟเมทัลที่ครบทุกกระบวนท่า ทั้งเสียงร้องที่ดุดัน ภาคบรรเลงที่ซับซ้อน แล้วจะมียังจะมีการผสมผสานของดนตรีซิมโฟนิก พาวเวอร์เมทัล (กลิ่น Symphony X) และฟิวชั่นแจ๊สบางๆ ซึ่งคนที่ทำหน้าที่เติมเต็มในส่วนของกลองก็คือ Charlie Zeleny มือกลองร้อยแนว(ร็อค)จาก Behold… The Arctopus นั่นเอง ซึ่งในการฟังครั้งแรก ผมก็ไม่ได้เอะใจหรอกครับว่านายคนนี้จะมาเล่นให้กับวงนี้ด้วย แต่พอมาดูไลน์อัพในชุดนี้ก็ถึงกับต้องอึ้งในทันที กับแนวดนตรีที่แสนจะแตกต่างกับวงหลักของเขาโดยสิ้นเชิง จุดเด่นที่ไม่ธรรมดาอีกอย่างของวงก็คือ “แซกโซโฟน” ที่ Gregg หนึ่งในกีต้าร์คู่หยิบมาเป่าเป็นสีสันให้กับภาคดนตรี และก็ยังมีเครื่องดนตรีปลีกย่อยคอยเสริมอีกนิดหน่อยอย่าง แมนโดลิน วิโอลาดาแกมบา (ที่ Colleen เล่นนั่นแล) เอาไว้ปรุงแต่งเล็กๆน้อยๆแต่พองาม

ภาคดนตรีที่จัดจ้านในอัลบั้มนี้คงต้องยกความดีให้กับคุณ Gregg เขาละ เมโลดิกริฟกีต้าร์คู่ประสานงานกันอย่างไพเราะแต่เต็มไปด้วยความดุดัน ส่วนกลองของ Charlie นั้นดูจะเข้าขากับริฟที่ซับซอนและหนักหน่วงของกีต้าร์คู่กับซิมโฟนิกคีย์บอร์ดได้อย่างดีทีเดียว การรัวกระเดื่องของเขาในชุดนี้มีความหนักแน่นชัดเจนในทุกเม็ดที่ได้ยิน และก็เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเขาตีกลองสไตล์โปรเกรสสีฟกึ่งพาวเวอร์เมทัลที่ดุดันเช่นนี้ และเพลงที่เป็นบัลลาดเขาก็ตีได้ไพเราะดีเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ อิทธิพลความเป็นแจ๊สในตัวมันจะมาสำแดงเดชเอาในงานชุดนี้ด้วย ลองคิดดูได้เลยครับว่า ถ้าหากเอา To-Mera กับ Symphony X มารวมกัน มันจะเป็นเช่นไร แต่ในวงนี้จะมีความหนักแน่นยิ่งกว่าเป็นเท่าตัว ส่วนคีย์บอร์ด ถึงแม้จะเป็นแค่นักดนตรีรับเชิญ แต่ก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่ากีต้าร์เลย เป็นเสียงตัวรองพื้น สอดประสาน และก็ทำนองหลัก (ในบางช่วง) ส่วนเสียงร้องของ Clay นี้ก็ไพเราะดี แต่ฟังแล้วคงรู้เลยว่าได้รับอิทธิพลมาจาก Russel Allen มาด้วยแน่นอน แต่เนื้อเสียงของเขาดูหนากว่ารายหลังพอสมควร ส่วน Trisha O’Keefe (Amaran’s Plight) นั้นแม้จะได้ร้องแค่นิดเดียวแต่ก็มีพลังและความดุดันในตัว

เพลงเด่นที่เป็น First Impression สำหรับผมเพลงแรกก็คือ Lighted Endrhyme ที่มีอินโทรชวนเคลิ้ม แต่พอขึ้นเพลงมาเท่านั้นละ ประโคมกันขึ้นมาเชียว ทั้งเสียงออร์เคสตร้า(สังเคราะห์) กีต้าร์-เบส และกลอง เพลงนี้มีความโดดเด่นในเรื่องการประสานริฟและลีดเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อนและดุเดือด รวมถึงเทคนิคกลองอันเป็นเฉพาะตัวของ Charlie ด้วย เสียงร้องของ Clay ก็มีความดุดันพอสำหรับเพลงแบบนี้อยู่แล้ว เสียงซินเคสตร้าดูเหมือนจะใช้บ่อยเป็นพิเศษ (ซินเคสตร้า = Synthesizer + Orchestra ซึ่งมันดันไปคล้องชื่อกับอัลบั้มของนายเถิก เดวิน ทาวน์เซนด์ อีก) และมีอยู่เพลงหนึ่งที่มีจุดเด่นในการใช้เจ้าออร์เคสตร้าสังเคราะห์นี่ก็เห็นจะเป็น Siren นี่แล แต่เพลงนี้แลดูจะเป็นบัลลาดกลางๆซึ่งใกล้ๆกลางเพลงก็เริ่มจะมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น และเสียงร้องในเพลงนี้ก็ฟังลื่นหูดีด้วย แถมมีโซโลเทเนอร์แซกโซโฟนโดยนาย Gregg คนเก่งนำมาเป่าสร้างสีสันด้วยเสียงอันน่ารักและสุภาพซึ่งดูจะขัดกับแนวเพลงของวงไปเล็กน้อย แถมเสียงร้องของสาวรับเชิญก็ดุดันใช่ย่อย ส่วนอีกเพลงที่ครบเครื่องเรื่องดนตรีหน่อยก็น่าจะเป็น Reign นี่แล ซึ่งเพลงนี้คุณ Gregg ได้ปล่อยของ(อีกแล้ว)เป็นโซโลอัลโต้แซกโซโฟนที่แหลมสูงใช่ย่อย (แต่คงไม่บ้าคลั่งขนาดพี่ซอร์นหรอกฮะ) ส่วนเรื่องริฟคมๆ โซโลแบบเปตรุชชี่หรือโรมิโอ หรือองค์ประกอบอื่นๆนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะมันมีในเพลงนี้หมดแล้ว

ผมขอสรุปให้กับอัลบั้มนี้ว่า เป็นหนึ่งในงานโปรเกรสสีฟเมทัลที่ดีที่สุดในรอบปี 2008 เลยก็คงจะได้ละกระมัง เพราะอะไรคงไม่ต้องบอกให้ยากเย็น มันอยู่ในองค์ประกอบดนตรีที่พวกเขาได้สร้างสรรค์ออกมาหมดแล้ว อีกอย่างก้คือ งานดนตรีชุดนี้อาจจะเป็นงานที่ดีที่สุดของวงก็เป็นได้ พวกเขาคือ “ความดุดัน ความซับซ้อน และความสวยงาม ในหนึ่งเดียว”

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com