˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Review 5 ชิ้นของตัวเองที่คิดว่าดีที่สุด ++
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Review 5 ชิ้นของตัวเองที่คิดว่าดีที่สุด ++ 
ไม่ต้องตกใจว่าจะมารีวิวอีก 5 ชิ้นให้อ่านกัน อิอิ ขอยืมมุขของแนสที่เอารีวิวเก่า ๆ ที่เคยเขียนมาให้อ่านกันใหม่ มาขายบ้างละกัน แหะ ๆ แนสหรือทุกคนคงไม่คิดว่า พี่หมดมุขนะ เพราะว่ารีวิวที่เขียนอยู่ตอนนี้มันยังไม่เสร็จเลย ....แต่ก้อจะเร่งให้เสร็จละกันคับ ยิ่งช่วงนี้กระแส 5 อันดับสุดท้ายเพลงไคลี่ที่ดีที่สุของมิสนาโอ ดีว่าร่างใหญ่ ของเราแรงมาก ของดักกระแสเอาไว้มั้งละกัน อุอุ

และนี่คือ 5 อันดับรีวิวที่ดีที่สุดของผม

อันดับ 5 Johnny Review - Justin Timberlake - Futuresex/Loveshow




Justin Timberlake …… คงจะเป็นหนึ่งในศิลปินอันดับต้น ๆ ของวงการเพลงสมัยนี้ที่ถูกกล่าวขานในเรื่องความสำเร็จ ความมีชื่อเสียง มาคราวนี้ม่อนและทีมงาน (มีกะเค้าด้วยหรอ 55) ขอเสนอรีวิวเด็ด ๆ จากใจคับกับคอนเสิร์ตเจ๋งที่สุดของไอ้หยอยชิ้นหนึ่งที่สามารถ บอกได้คำเดียวว่า คอนเสิร์ตนี้ของมันถือว่าลงตัวที่สุดแล้วคับ

Futuresex/Loveshow เป็นการทัวร์คอนเสิร์ตของอัลบั้ม Futuresex/Lovesounds อัลบั้มที่ 2 ของ Prince of Pops นาม Justin Timberleake จากงานเพลงที่โตขึ้น คอนเสิร์ตมันก้อพัฒนามากขึ้นจากทัวร์ครั้งแรกในอัลบั้ม Justified (Justin Timberlake Live from London … ชื่อคอนเสิร์ตเผื่อใครจะไปหามาดูนะคับ) เห็นได้อย่างชัดเจนก้อคงเป็นเรื่องของการจัดโชว์ซึ่งมีมากกว่าเดิม แต่เอาจริงคอนเสิร์ตมันก้อไม่ได้หรูเริ่ด อลังการงานสร้างเหมือน Beyonce’ Madonna หรอกคับทุกคน ก้อประมาณร้อง ๆ เต้นแบบเทพ ๆ ไม่มีใครเหมือน แบบฉบับของมันเอง แต่ไอ้หยอยซะอย่าง ถึงจะไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรมากมาย แต่ทุกดีเทลทุกอย่าง มันสามารถเก็บอย่างอยู่หมัดมาก เกือบทุกอย่างจริง ๆ อาจมีตกหล่นนิด ๆ แต่รับรองว่าถ้าใครที่ชอบไอ้หยอย คอนเสิร์ตนี้จะเป็นอะไรที่มันส์สุด ซึ้งสุด ติดเรทสุด ... อันนี้ขอย้ำนะ เพราะเป็นไอ้หยอยซะอย่างไม่มีได้ไง และคอนเสิร์ตนี้ได้มีการถ่ายทอดออกทางเคเบิลทีวีช่อง HBO ด้วยคับ

มาเข้าเนื้อกันเลยดีกว่า เกริ่นกันนานแล้ว 55 จะขอพูดถึงเพลงเป็นชุด ๆ ไปนะคับเพราะเวลาไอ้หยอยแสดงมันชอบมิกซ์เพลงแบบต่อ ๆ กันซึ่งทำให้คอนเสิร์ตลื่นไหลได้ดีทีเดียว

Opening Conversation ก่อนเข้าคอนเสิร์ตแบบเปิดแผ่นมาก้อจะเจอว่ามันมานั่งสุมหัวคุยกันซึ่งเกี่ยวกับการทำงาน การทำคอนเสิร์ตนี้ เป็นอย่างไรประมาณนี้ และก้อตัดไปมา กับภาพรถวิ่งเข้ามาที่ Madison Square Garden ซึ่งก้อดีนะ เก๋ไปอีกแบบ มันก้อเหมือนการจิบน้ำชารอเพื่อเข้าสู่คอนเสิร์ตจริง แต่มีอันนึงที่ประทับใจดีของไอ้หยอย ก้อคือ ก่อนจะขึ้นเล่นคอนเสิร์ตไอ้หยอยจะเรียกทีมงานไม่รู้ทุกคนรึเปล่า มาเตรียมความพร้อมโดยการจัดเป็นวงกลม เหมือนกับการตบตามเสต็ปไปเรื่อย ๆ โดยไอ้หยอยอยู่กลางวงคอยดูคนตบผิด ซึ่งมีคนเดียว (ละดูเหมือนมันจะแกล้งเค้าด้วย) ก้อเหมือนเปนการเรียกกำลังใจ เตรียมความพร้อมอะไรประมาณนี้ ซึ่งดีนะ อิอิ





Futuresex/Lovesounds – Like I Love U – My Love 3 แทร็ครวดเป็นการเปิดคอนเสิร์ต เออ ลืมยังไม่ได้พูเวที เวทีครั้งนี้มันเจ๋งมาก ๆๆๆ ... คืออยู่กลางฮอลล์ เหนได้รอบทิศทางโดยผ้าใบเหมือนจะเป็นโปรเจ๊กเตอร์ให้คนไกล ๆ ได้เห็นมันชัด ๆ ละก้อเอาไว้โชว์ในหลายเพลงหลังจากนี้ คือเวทีก้อเจ๋ง แล้วละดูต่อไป





เปิดตัวคอนเสิร์ตด้วยเพลงที่บอกทุกอย่างของอัลบั้มนี้คือ Futuresex/Lovesounds ไอ้หยอยโผล่ขึ้นมากลางเวทีด้วยไฮโดรลิคกับขาไมค์คู่ใจและท่วงท่าที่เป็น Prince of Pops อย่างชัดเจน โดยเพลงนี้ก้อไม่มีอะไรมากก้อคือมันเป็นเพลงเปิดตัวที่ดีมาก และไอ้หยอยก้อมาพร้อมกับสูทสีดำแบบฟูสตรีมทั้งในและนอก .. เหนแล้วอยากจะไปเปน CEO จะได้มีสิทธิ์ใส่ชุดแบบนั้นกะเค้าบ้าง 55 คือดูเท่ห์ มีคลาส ทำให้มันดูเด่นสะดุดตามากเมื่อขึ้นมาบนเวทีแล้ว ละพอหลังจากร้องไปแป็บนึง บรรดาแดนซ์เซอร์ของมันก้อออกโยกย้ายส่ายสะโพกตามเพลงที่มีบีทหนัก ๆ ทำถูกมากที่เลือกเพลงนี้เป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ต ละพอจบไฟปิด เสียงกีตาร์ที่คุ้นหู ดังขึ้น นั้นคือเพลง Like I Love U มันทำเท่ห์ด้วยการเล่นกีตาร์โซโล่ท่อนแรกด้วยตัวเอง ....ก่อนที่จะออกมาเต้นตามเสต็ปเหมือนเดิม แต่ไม่แค่นั้น เหมือนจงแบบเตี้ยมกันมา ช่วงจังหวะและกล้องที่สาดมาให้เห็นว่า ท่าไอ้หยอยสแคลสไข่ ให้ทุกคนในฮอลล์ดู ซึ่งก้อเรียกเสียงกรี๊ดได้ตามระเบียบ (ถ้าใครจำได้ม่อนเคยเอามาเปนอวาตาร์อยู่พักนึง อิอิ)



และต่อจากนั้นคือโชว์เจ๋งที่สุดช่วงหนึ่งของคอนเสิร์ตก้อคือเพลง My Love ทำเท่ห์ด้วยการขึ้นต้นเพลงด้วย Intro my love hey my love hey my love hey … ละต่อด้วยมิกซ์แบบเดียวกับแสดงที่งานแฟชั่น Victoria’s Secret
ผสมออกแนวร็อค ๆ ขึ้นเพลงมาบรรดาแดนเซอร์ก้อออกมาวาดลวดลายเสต็ปที่เคยโชว์ใน VMA 2006 แต่มันเลือกที่จะย้าย โซโล่เสต็ปของมันเองไปไว้หลังเพลง (ตอนแรกดูนึกว่าจะไม่มี) ซึ่งถือว่าทำได้เยี่ยมมาก คือมันสามารถสะกดคนดูได้ และสเต็ปของมันดีมากกว่าที่อื่นที่เคยโชว์เพลงนี้ (แอบมีท่าเหมือนเรนด้วยนะ) ทำได้เยี่ยมมากไอ้หยอย

ใครอยากดู ตามลิ้งค์ไป >> http://www.youtube.com/watch?v=5TfRQEYD4js



Senorita – Sexy Ladies พอจบช่วงแรก คนเรามันแก่แล้ว ก้อต้องพักบ้างอะไรบ้าง แต่มันไม่พักอย่างเดียว มันทำเนียนกล่าวสวัสดีและบอกตื่นเต้นมาก ๆๆ ที่ได้มาเล่นที่นี้ และขอฉลองด้วยการขอดื่มร่วมกันกับคนดู ซึ่งมันคงดื่มพวกวอดกง วอดก้าประมาณนั้น เพื่อเป้นใบเบิกทางเวลาแดนซ์กะสาว ๆ จะได้ถึงพริกถึงขิงมากกว่าเก่า 55 เนียนไม่ละ พอมันกินเสร็จก้อพูดกับคนดู “Alright I feel good you feel good” ละก้อเรื่มเพลง Senorita เพลงนี้ก้อไม่มีอะไรมากมาย มันลงทุนเดี่ยวเปียโนแบบเคย ๆ ละแบ่งรับแบ่งร้องกับคนดู คนดูมันก้อชั่งมีอารมณ์ร่วมเหลือเกิน แทบจะร้องตามแม่งทั้งเพลง ก้อถือว่าเปนเพลงสนุกเพลงหนึ่งในคอนเสิร์ตเพราะดูจากคนดูแล้ว ... ถึง Sexy Ladies นึกว่าเพลงนี้จะมีแดนเซอร์งาม ๆ ออกมาวาดลวดลาย แต่มันก้อเต้นชิว ๆ กับนักร้อง Back up แล้วก้อดวลอิเล็คโทนกับนักดนตรีตามระเบียบไป แต่ชอบโชว์เพลงนี้นะ เพราะว่าเพลงนี้เวลาเล่นสดแล้วดูดนตรีมันเยี่ยมดี ต้องลองหามาดูกันคับ

อยากดูก้อจิ้มเลย

Senorita >> http://www.youtube.com/watch?v=JXPEUvmxwfk&feature=related
Sexy Ladies >> http://www.youtube.com/watch?v=1WixARzN2RU&feature=related





Until the End of Time – What Goes Around Come Around บอกก่อนเลยว่าเวทีช่วงนี้สวยมากกที่สุด เพลง Until the End of Time นั้นจากที่เคยฟังแล้วเฉย ๆ พอเห็นมันเล่นสด เพราะจับจิตมาก เวทีก้อสวย เอาคะแนนไปเลย พอจบเพลงนี้ ไอหยอยมีการ Introg เดี่ยวเปียโนเพื่อเข้าเพลงขายของมันเพลงก้อคือ What Goes Around Come Around ซึ่งทั้งฮอลล์ก้อร้องตามได้เรื่อย ๆ พอท่อนจะจบเพลงไอหยอยมีการเอาหน้ามาแนบกับกล้อง และร้องท่อนขายเพื่อให้คนดูเหนหน้ามันชัด ๆ แล้วเหมือนทำอะไรกับกล้องซักอย่าง ละก้อเอากล้องไล่ลงไปตามตัวเรื่อย ๆๆ ......... หึหึ ละพอจบแล้วก้อยกนิ้วกลางให้ซะงั้น ขอย้ำเวทีตอนนี้สวยมาก เป็นโชว์ที่น่าประทับใจมากอีกช่วงหนึ่ง

ใครอยากดูตามลิ้งค์ไป เพลงก้อซึ้ง โชว์ก้อเจ๋ง เวทีก้อสวย เอาคะแนนไปเลย

Until the End of Time >> http://www.youtube.com/watch?v=y1bCv95NcY0
What Goes Around Come Around >> http://www.youtube.com/watch?v=ZB0CmEtmGEo&feature=related




Chop Me Up – Intermission JT & Timbaland มันนับ วัน ทู ทรี คอนม้อน เพลง Chop Me Up ก้อเริ่มขึ้นร้องคนเดียวและพยายามจะเดินไปมาเพื่อเข้าหาคนดูมาก ๆ แต่มือหนะเค้ายื่นมาจับหน่อยก้อได้มั้ย เค้าเสียเงินมาดูเมิงนะเนี่ย ทำอยุ่พักนึง โปรดิวเซอร์คนดังก้อมา .... Timbaland ก้อออกมาแร็พท่อนตัวเองก้อร้องกันต่อไปเรื่อย ๆ จนจบเพลง ไอ้หยอยก้อขอตัวลงเวทีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทิ้งตาทิวให้รับฟีวจากคนดูไปก่อน จากนั้นภาพก้อตัดมาที่ ไอ้หยอยกับตาทิม ยืนพูดกับกล้องถึงการทำงานร่วมกันในอัลบั้มนี้ มันต่างพูดชมกันไปมา ๆ ละก้อจบไปภาพก้อตัดเค้าเพลงที่น่าด่าที่สุดของคอนเสิร์ตนี้

Chop Me Up >> http://www.youtube.com/watch?v=2tOh0YCshDA



Rock Your Body – Gone – Take it From Here – Last Night เข้าคอนเสิร์ตช่วงที่ 2 ดนตรีขึ้นก้อรู้เลยว่าต้องเพลงนี้ แล้วเวทีก้อสวยมากอีกเช่นกัน คือทำฉากเหมือนในเอ็มวี ไอ้หยอยก้อโผล่มาจากข้างล่างพร้อมกลุ่มแดนเซอร์ที่แต่งตัวกันได้เศี้ยวมาก ส่วนไอ้หยอยก้อมากับชุดสูทสีเทาแบบไม่ใส่เสื้อคลุมพร้อมหมวก (อยากได้หมวกมันสวยมาก) ร้องเสร็จมันก้อหลบลงไปข้างล่างอีกเพื่อเตรียมเพลงต่อไป ... จากนั้นมันก้อโผล่ขึ้นมาพร้อมกับเปียโนอันเดิม intro เพลง Until ขึ้นแตว่าเป็นการเตรียมเพลงช้าที่เยี่ยมที่สุดของคอนเสิร์ตนี้ก้อคือ Gone ฟังแล้วอินตามมากกว่าเดิมมาก เหมือนเราไม่ได้ฟังนานแล้ว (เพลงนี้ในคอมแม่งหายไปไหนไม่รู้) เลยรู้สึกอินตามไปกับเพลง คนดูก้อร้องตามเรื่อย ๆ (สรุปมันก้อร้องกันได้หมด) จากนั้นก้อต่อด้วยเพลงชิว ๆ คือ Take it From Here และ Last Night เหมือนช่วงนี้เป็นการมิกซ์เพลงของอัลบั้มเก่า ๆ รวมด้วยกัน ก้อลงตัวดีนะคับ

Rock Your Body >> http://www.youtube.com/watch?v=FwF7Urr0FjU&feature=related
Gone / Take it From Here >> http://www.youtube.com/watch?v=40jFBaH0324&feature=related
Last Night >> http://www.youtube.com/watch?v=EBkf5pySZMc&feature=related



Damn Girl – Summer Love ในที่สุดการรอคอยก้อมาถึง เพลงที่ระดับ เรเวลต่ำที่สุดของอัลบั้มกลับทำโชว์ออกมาเจ๋งมากที่สุด แรกก้อคือเพลง Damn Girl โชว์นี้ทำเก๋ตามชื่อเพลงคือ มีแดนเซอร์สาวแสนสวยหุ่นดี 4 คน
ออกมาโยกย้ายส่ายเอวเพิ่อรอจะได้เต้นฟีตกับไอ้หยอย มีรึไอ้หยอยจะไปไม่ทั่วถึง หึหึ แต่ละนางไอ้หยอยก้อจะพยายามเหลือเกิน ลูบไล้ ไซร้คอ เกือบจะคิสกันอยู่แล้ว ต้องดูเองคับตรงนี้ แบบแดนเซอร์แต่ละคนแทบจะได้กับไอ้หยอยกันอยู่ 555 ..... พอถึงเพลง Summer Love อ้าวทำไมเวลาเล่นสดละเพลงนี้มันดูครึกครื้นจังเลย แบบเจ๋งอะ ไอ้หยอยก้อเข้าคู่กับแดนเซอร์สาวคนนึงเทียวไล่เทียวอยู่นั้น จนสาวยอม .... ไปก้นโก่งหยุดอยุ่หน้าไอ้หยอย ?? ...... แค่นั้นแหละ เยี่ยม ต้องดูความเยี่ยมกันเอานะคับ 5555

Damn Girl >> http://www.youtube.com/watch?v=Km9vaYFJ4Bc&feature=related
Summer Love >> http://www.youtube.com/watch?v=bkA1tBafdIg&feature=related

Losing My Way – Cry Me A River 2 เพลงนี้ทำไมมันเข้ากันจัง 55 Losing My Way เลือกทำนอกที่นำเสนอในแบบเพลงที่ร้องในโบสถ์ ซึ่งก้อมีภาพพวกที่ชอบร้องเพลงในโบสถ์แบบประสานเสียงขึ้นให้ดูเป็นช่วง ๆ แล้วพอ Cry Me A River …. เริ่มขึ้นแอบคิดคนเดียวว่า Intro ขึ้นเพลงเหมือนเป็นขึ้นบทสวดอะไรซักอย่าง 5555 แต่เพลงนี้ก้อร้อง ๆ เต้น ๆ ธรรมดาแหละคับ ไม่มีไรมากแต่งมิกซ์เพลงเพิ่มนิดหน่อย ก้อผ่านไป แต่เพลงมันดูขลังดี มีการโชว์เป่าปากก่อนจบเพลงอีก เยี่ยม

Losing My Way >> http://www.youtube.com/watch?v=LU07fB1wxmE&feature=related
Cry Me A River >> http://www.youtube.com/watch?v=USCctqaPO80&feature=related

Lovestoned – Sexyback ซึ่งเกือบเป็น 2 เพลงสุดท้ายแล้ว Lovestoned รูปแบบเหมือนโชว์เดียวกับหลาย ๆ ที่ที่เคยโชว์มา ไม่มีอะไรมากมายกว่านั้น เอามันส์อย่างเดียว เต้นสเต็ปชิว ๆ ไปเรื่อย แต่ดูแล้วเหมือนคิดได้เลยว่าทำไมเค้าดีไซน์เสื้อผ้าให้ใส่เยอะ ๆ เค้าไว้ด้วยตัวมันหนาล้ำมาก ๆ เวลาเต้นแล้วไม่ค่อยได้ใส่อะไรเหมือน กอริล่า ออกมาแดนซ์อะไรซักอย่างนึง 55 ก้อเท่ห์ดี แต่ตอนใส่ชุดสูทแบบเต็มจะดูดีกว่า อีกทั้ง ตอนนี้ก้อแบบแสดงมาเยอะแล้ว ทั้งเสื้อทั้งกางเกงเต็มไปด้วยเหงื่อพี่แกเยอะมากกก หึหึ ดีที่ยังใส่เสื้อไว้ข้างในอีกตัวและมาถึงเพลงสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด Sexyback ซึ่งเพลงนี้ก้อไม่ต้อไปดูอะไรเลย ดนตรีมันส์ เต้นมันส์เข้าไว้ของมันเอง มีตาทิม ขึ้นมาร่วมฟีตอีก แค่นั้นก้อพอแล้วคับ

Lovestoned >> http://www.youtube.com/watch?v=zMD4p8eanvY&feature=related
Sexyback >> http://www.youtube.com/watch?v=YOTyztoSPr8&feature=related

(Another Song) All Over Again เพลสุดท้ายที่ไอ้หยอยเตรียมไว้ขอบคุณแฟน ๆ ที่ตอบรับคอนเสิร์ตของมันดีเหลือเกินทั้งร้องตาม มันให้ทำอะไรก้อทำ ช่างดีเหลือเกินคนดูจ๋า 555 มันออกก้อกล่าวขอบคุณมาก แบบไม่ทันได้พูดอะไรมาก คนดูก้อกรี๊ดดดดดกันลั่นฮอลล์ และสุดท้ายก้อบอกว่าขอมอบเพลงนี้แดแฟนเพลงที่น่ารักของมันทุกคน .... มันร้องไปก้อตัดมาให้เห็นหน้าแฟนเพลงที่ทำหน้าซึ้งไปตามเพลง ก้อเพราะเพลงนี้ไอหยอยถ่ายทอดได้ออกมาดีจริง ๆ เป็นไม้เด็ดอีกอย่างที่มันเก็บเอาไว้เผื่อเป็นของขวัญสำหรับคนที่เสียตังค์เข้ามาดูมันและคนที่ดูมันอยู่ทางช่อง HBO เพื่อที่เมื่อกลับออกไปจากคอนเสิร์ตที่มันส์สุด เจ๋งสุด ของมันยังมีเพลงซึ้ง ๆ ที่เวลาออกไปแล้วมันยังกล้องอยู่ในหูไม่ว่า เวลานอน เวลาตื่น เวลาอยุ่ช่วงหนึ่งที่นึกถึงไอหยอย เพลงนี้น่าจะดังอยุ่ในใจของทุกคนทีเฝ้าติดตามมันตลอดมาคับผม

(Another Song) All Over Again - http://www.youtube.com/watch?v=U0WdoKY_YNA&feature=related
Ending Concert ดูแล้วรู้สึกดีมาก - http://www.youtube.com/watch?v=BzUPZdpdcaM&feature=related

Good bye & Credit มาถึงตอนนี้ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจคอนเสิร์ตนี้มากก้อคือ โทนสีบนเวที คือมันทำเป็นสีเดียวไปเลยแล้วก้อเปลียนโทนสีตามเพลงไป ซึ้งออกมาสวยมาก ทำให้เวทีดูมีเอกภาพดี และดนตรีเองก้อเล่นกันสด ๆ ซึ่งมันลื่นหูมาก ๆ เวลาได้ฟังแล้ว

ถ้ารีวิวนี้มันทำให้ใครหลายคนที่ประทับใจคอนเสิร์ตไอ้หยอยอยุ่แล้ว มันเพิ่มขึ้น หรือว่าคนที่ยังไม่ได้ดู อยากจะไปหามาดูมาชม แค่นั้นก้อทำให้คนเขียนรีวิวคนนี้ดีใจมากที่สุดแล้วคับผม ขอบคุณเสียงเพลง ขอบคุณเนื้อที่เว็บดี ๆ ที่ให้ได้มาแบ่งปันความรู้สึกเยี่ยม ๆ แบบนี้ เหนือสิ่งอื่นใด

ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่อ่านมาถึง บรรทัดนี้ นะคับ ขอบคุณมาก ๆๆ ++

ติดตามผลงานกันต่อไปนะคับ



_________________
I can make the bad guy good for a weekend.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อันดับ 4 Johnny Review - Janet Jackson / Discipline



Artist ; Janet Jackson
Album : Discipline
Year : 2008
Grade : B


Open Conversation : เปิดการสนทนากันก่อนคับ หากจะพูดถึงศิลปินฝ่ายหญิงที่เคยสร้างปรากฏการณ์ในอดีตที่ผ่านและสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการนี้ได้ตลอดมา ยกตัวอย่างเช่น Madonna, Mariah Carey, Kylie Minogue และยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังคงเป็นที่พูดถึง กล่าวขานถึงความยอดเยี่ยมและมีแฟนที่คอยติดตามเสียงเพลงที่ได้จากเธอคนนี้ Janet Jackson กับอัลบั้มล่าสุดของเธอ Discipline ที่สามารถบ่งบอกความเป็นศิลปินชื่อว่าเจเน็ตได้เป็นอย่างดี

From Author : จากใจผู้เขียน ขอพูดตามจริงว่า ผู้เขียนเองนั้นก้อไม่ได้เป็นแฟนเพลงพันธุ์แท้ถูกต้องนะคร้าบของเจ๊ดำเจ็เน็ตมากมายอะไร เพลงที่เคยฟังมาก่อนอัลบั้มนี้ก้อช่วงหลังเพลง Togerther Again ที่ดังเปนพลุแตกแล้วคับ แต่ก้อไม่ได้ฟังทุกเพลงอยู่ดี (เพราะช่วงนั้นแบบไม่ไหวแล้วบริทน่ารักเหลือเกินนนนน) เพลงที่ฟังต่อ ๆ จาก Togerther Again ก้อพวกเพลงดัง ๆ แหละคับ ประมาณ All 4 U, That the Way You Love Goes, If, Doesn’t Really Matter, All Nite [Don’t Stop] ประมาณเพลงยุคนี้ เออเพลงดัง ๆ ทั้งนั้นเลยเนาะ อิอิ แต่ว่ามาสะดุดกับการแสดงบนเวทีหรือว่า Performance ทั้งหลายของน้าเจ็เน็ตเข้าอย่างจังที่ดูแล้ว โอ้วแบบสุดยอดเลยคนนี้ เต้นเจ๋ง เสต็ปเป๊ะ แถมยังเป็นสาวผิวดำที่แดนซ์ได้ในหลาย ๆ แนวด้วย เพลงก้อเก๋ เต้นก้อดี นั้นแหละก้อเลยติดตามกันมาประปรายบ้าง ไม่ได้จิงจัง ช่วงนั้นก้อเอ๊าะ ๆ เนาะไม่ได้ฟังเพลงอะไรมากมายเหมือนตอนนี้ อิอิ ขอบอกไว้ตอนนี้คับเพราะว่า รีวิวอัลบั้มอาจจะไม่มีข้อมูลอะไรมากจากที่กล่าวทั้งหมด อยากจะบอกแค่นั้น แป่ว คนอ่านแบบหมดศรัทธากันเลยทีเดียว 55 แหมอ่าน ๆ กันก่อนสิ บางคนที่ไม่เคยคิดจะฟังทั้งอัลบั้มหลังจากไม่ปลื้มกับ Feedback ที่ตีบิลบอร์ดไม่แตก (อีกแล้ว) นะแต่ผู้เขียนขอรับรองว่าอัลบั้ม Disclipline ถ้าชอบเพลงแนวลูกผสม Urban ล้ำ ๆ หรือว่า R&B เกาะถนนนิดนึงจะชอบนะ ขอบอก

Intro : การรีวิวจะไล่กันไปตามแทร็คที่วางเอาไว้เหมือนกันในอัลบั้มนะคับ มาเริ่มกันเลย และเนื่องจากอัลบั้มนี้มีช่วง Intro เยอะจะขอพูดถึงบางอันที่เยี่ยม ๆ เท่านั้นคับ แหะ ๆ เริ่มขี้เกียจซะงั้น

Track by Track

I.D / Feedback : เปิดอินโทรมาก้ออวกาศจ๋ามาเลยแต่มันก้อดูเข้ากับเพลงนี้เลยการปล่อยอินโทรก่อนเพลงสำคัญตรงนี้นะ เพราะว่ามันจะต้องดูกลืนเข้าไปกับเพลงที่จะเล่นตามมา ละอย่าง Feedback นี่แหละ ใช่เลย จัดเป็นแทร็คเด่นที่สุดของอัลบั้ม และถูกแล้วที่เอามาเป็นเพลงแรกสุดและใช้เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัว เพราะเพลงนี้สามารถบอกถึงอารมณ์และภาพรวมทั้งหมดของอัลบั้มได้เป็นอย่างดี ดนตรีเป็นออกแนวล้ำ ๆ เจือความเป็น R&B ผสม Urban แบบอวกาศที่มีอยู่ให้ฟังทั้งเพลงเลย เยี่ยมนะเพลงนี้ เยี่ยมซะจนหลายคนบอกว่า Janet จะ Comeback ได้เพราะเพลงนี้เพราะมันเก๋ซะจนจะต้องบอกว่า เธอดังแน่ ๆ .. หึหึ แต่มันก้อไม่ได้เป็นแบบนั้น อย่าไปพูดถึงมันเลยนะ เพลงเค้าเจ๋งก้อพอละ ตอนนี้ยังฟังอยู่เลยเพลงนี้

Luv : ฟังครั้งแรก กลับรู้สึกว่าหลงรักเพลงนี้เข้าอย่างจังเลย ชอบเกือบมากที่สุดในอัลบั้มแล้ว ดนตรีแบบโทนเทมโพ่เยอะ ๆ ออกแนวฉึกฉัก ๆ ละก้อผสมแดนซ์แบบจังหวะหนัก ๆ คือมันลงตัวจังเวลาฟังไปและเสียงเจเน็ตก้อดูเข้ากับเพลงแบบนี้ น่าจะทำแบบนี้แหละถูกแล้ว ละตอนนั้นก้อเชียร์เพลงนี้ให้เป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ด้วยแต่ก้อปิ๋วไป อุอุ ความลงตัวที่สุดของเพลงในอัลบั้มอยุ่ที่เพลงนี้คับ แต่แอบไม่ชอบตอนแรกที่มีเสียงโหวกเหวก เพื่ออะไร แบบเอามันส์หรอ อืมก้อหยวนไป

Rollercoaster : Intro ก่อนเข้าเพลงล้ำและเก๋ดีทำให้เพลงที่ตามมานั้นที่มันยังดูเหมือนขาด ๆ อะไรอยู่ เพราะจัวหวะที่ซ้ำไปซ้ำมาแต่ก้อโอเคคับ เวลาฟังไปเรื่อยเปื่อย ๆ แบบไม่ได้ตั้งใจฟังอะไร เพลงนี้ก้อเออเรื่อย ๆ ดี ละก้อมีเสียงโหวกเหวกอีกในเพลงนี้ เอ้อถ้าทางเจ๊จะชอบนะ หรือว่ามันเป็นเทรนด์ใหม่นะ แต่มันไม่ค่อยเก๋นะเจ๊ ควรเปลี่ยนเหอะ .. จะทำให้เพลงรื่นกูว่านี้ ด้วยตัวเพลงที่ดูเป็นเพลง urban เหมาะกับเดินไปถนนละก้อใส่หูฟังแล้วดูข้างทางอะไรไปเรื่อยแบบนี้นะคับ

Bathroom Break / Rock With U : Intro นี้ก้อประมาณว่า สาว ๆ บ่นเรื่องหนุ่มที่เจอในตามที่ต่าง ๆ ว่าทำไมทำอะไรซ้ำกันจังเลย ทั้งถามชื่อ ทั้งขอเบอร์ บางทีฉันถูกใจนะ แต่ทำอะไรแบบนี้ มันก้อเหมือนกันเลย ประมาณนี้ (แปลถูกป่าววะ) อินโทรนี้เหมือนเป็นการพักหูจากเพลงที่ดูหนัก ๆ เพื่อรอต้อนรับโซนต่อไปที่ดูซอฟต์ลงและเก๋ล้ำผิดจาก 3 แทร็คแรก

และเมื่อดนตรี Rock with U เริ่ม มันทำให้เราสามารถหลุดออกจากไปภาษาเพลงเดิม ๆ ได้เลย เพลงนี้อยากจะบอกน่าจะเป็นเพลงที่แข็งที่สุดในอัลบั้มและผู้เขียนชอบมากที่สุดในบรรดาเพลงอื่นแล้ว เมื่อฟังครั้งแรกเราจะสามารถรู้สึกด้วยดนตรีที่ดูล่องลอยออกจากกรอบต่าง ๆ ของทุกสิ่งได้ 55 เวอร์ไปนั้น ชอบคับเพลงนี้ ฟังดูแล้วป้าน่าจะทำให้เพลงนี้ออกมาร่วมสมัย เพราะดนตรีทีใส่เข้าไปนั้นออกเป็นดนตรีสมัยยุคป้าสาว ๆ บวกกับซาวน์ล่องลอย ๆ แบบยูโรแดนซ์ในแบบที่ไคลี่ทำประสบความสำเร็จมาแล้ว ... (ก๊อปกันมั้ย ก้อไม่รู้สิ ฟังกันเอาเอง แต่ผู้เขียนว่าน่าจะเป็นแบบแรงบันดาลใจมากกว่า อิอิ) และตัดกับเส้นบีทที่เป็นบีทยุค 80 ที่คั้นอารมณ์ได้อย่างจังและชัดเจนมากทำให้เพลงออกมาเก๋ เป็นเพลง Slow Dance ที่เยี่ยมที่เดียวเลยขอชม

ปล.ผู้เขียนอยากจะบอกว่า เอ็มวีที่ทำออกมาได้เข้ากับตัวเพลงมาก ทึ่งและเร้าอารมณ์มากเมื่อได้ดู โอ้ยย จะเยี่ยมไปไหน มาเพลงอื่นต่อเลยละกัน

2 Nite : เพลงนี้มาพร้อมกับเส้นบีทที่ดูหนักตลอดเพลงแต่เพลงกับดูฟังได้เรื่อย ๆ ไม่กระชากใจเกินไป และเพลงนี้เป็นฟลอร์แดนซ์ที่เยี่ยมเพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้ ด้วยเส้นบีทที่คงที่และซาวน์ดนตรีที่อัพเทมโพ่ออกได้อย่างยอดเยี่ยมคับ เหมาะมากที่จะเอาไปเปิดเต้นแนบชิดกัน มีช่วงหนักช่วงเบา (อ้าวไม่ใช่แอรอบิค) นั้นแหละ ลองฟังกันดู

Can’t B Good : เพลงบีทช้า ๆ ชิว ๆ แบบเมื่อกี้แดนซ์กันหมดหยด เพลงนี้กลับตัดบทกลับมาชิวแดนซ์ ซะงั้น ก้อเต้นต่อได้กับเพลงนี้ผสมผสานซาวน์ยุคแดนซ์เก่า ๆ ไว้โชยมาเชียวแบบเพลงเกือบจะเป็นเรทโทแล้วแต่ว่าก้อกลับมาได้เพราะเพลงมันทำออกมาออกจะไป R&B จ๋าซะขนาดนั้นเจือไปกับเสียงสังเคราะห์สวย ๆ เต็มเพลงประมาณว่านั่งดริ้งหรือว่าเต้นกันหมันหยดเมื่อเจอเพลงนี้ก้อพร้อมที่จะแดนซ์ชิว ๆ ไปด้วยกันได้

4 Word / Never Letchu Go : Intro เสียงสวยพร้อมเข้าเพลงที่แอบเป็นบัลลาดนิด ๆ เริ่มด้วยเสียงกีตาร์เสียงสูงแต่เนิบ ๆ ไปมั้ง ต่อด้วยเสียงแหบแห้งทันทีเมื่อป้าร้องเพลงออกบัลลาดแบบนี้ ดีนะที่มีเสียงดนตรีเยี่ยม ๆ เข้าช่วยและคอรัสกู้ชีวิตเอาไว้ได้ เราก้อเลย Never Letchu Go ป้าไปไหน 55 เพลงนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่แบบนี้ก้อมีให้ฟังกันเกลื่อนตลาดอยู่แล้ว ประมาณว่าพอจะมีอารมณ์ท่าจะกดข้ามกันได้เลยทีเดียว

Greatest X : นี่จะเป็นการย้ำเกินไปมั้ยป้า .... ต่อด้วยเพลงนี้ เอ้าถือว่าเป็นการเรียงแทร็คเยี่ยมแบบต่ออารมณ์มาก แต่เพลงทำไมมันง่อยจังนิ คือฟังแล้วเฉย ๆ มากแบบทำให้คิดได้เลย Janet ทำเพลงช้าไม่ขึ้นแล้วหรอ อะไรยังงัย แก้ตัวใหม่ได้อัลบั้มหน้าอย่าลืม กดข้ามกันเลยทีเดียว

Good Morning Janet / So Much Better : Intro และเพลงที่เข้ากันที่สุดในอัลบั้ม !! ขอบอกว่าเพลงเจ๋งมากกกกก ด้วยดนตรีออกแนว Urban Dance บวม ๆ และบีทที่หนัก ๆ (ผู้เขียนท่าจะชอบเป็นส่วนตัวนะ 55) เก๋ที่เดียวและเพลงมีช่วงที่เหมือนเป็นเจ็เน็ตหลาย ๆ คนประสานเสียง เออแบบไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกันเจ๋งดี เป็นแทร็คเด่นอีกแทร็คของอัลบั้มได้เลย

The One [Featuring Missy Elliot] : โอ้โหเปิดเพลงมากลิ่นของมิสสี้มาเลย เจ๊โดนครอบงำซะแล้ว ทำไมไม่ออกมาเยี่ยมเหมือนกับ Son of Gun ละค้าบ เหนลิสต์ครั้งแรกนึกว่าจะเป็นแบบนั้น แบบพอเลยไม่พูดถึงแล้วเพลงนี้ เฉยมาก ยี๋จัง

What’s Ur Name : Breakdance ผสม R&B เจือกลิ่นของซาวน์ล้ำเข้ากันได้อย่างลงตัวเลยเพลงนี้ทำให้เพลงดูมีราคามากขึ้น แต่เพลงนี้ก้อเป็นได้แค่เพลงในอัลบั้มเหมือนกับเพลงเยี่ยม ๆ ของคนอื่นที่มีไว้เสริมบารมีอัลบั้มแต่ไม่ควรเอาออกขายเพราะเพลงมันไม่ตลาดเลย แต่เพลงเก๋นะ ลองฟัง ๆ กันคับ

Discipline : นี่เส้ ๆ เพลง Slow Jam ของจริงในอัลบั้มทำไมทำออกมาดีขนาดนั้น เหมือนเป็นแนวและซาวน์ของเจเน็ตจับมาเล่นใหม่มั้งนะ แบบซาวน์เก๋ดีและเพิ่มพูนไปด้วยเสียงสังเคราะห์เยี่ยม ๆ ที่มีอยู่ในเพลงทั้งหมดล้วนแล้วจัดให้เป็นเพลงเก๋และเด่นมากหนึ่งของอัลบั้ม

Curtains : เพลงต่ออารมณ์จากเพลงที่แล้ว และเหมาะสมมากที่เป็นเพลงปิดอัลบั้มเจ๋ง ๆ แบบนี้คับ ซาวน์ออกล้ำยุคและเสียงเจเน็ตที่ร้องเพลงนี้แบบดูแตกต่างไปจากเพลงอื่น คือดูเสียงสูงและแน่นกว่าเพลงอื่น ไม่แหบแห้งเหมือนบางเพลง อืมดี ๆ ทำไมไม่ทำเสียงแบบนี้ทุกเพลงละน้า แหมเสียงก้อออกจะดีนะคับ เอ้าเยี่ยมละกันเพลงนี้

จากแต่ละแทร็คนะคับ โดยรวมจะออกแนวเออบั้นซ์แดนซ์ผสมบีทอาร์แอนด์บีได้อย่างดีและน่าเชื่อถือเลยทีเดียว เพลงดีเพลงเด่นเพลงแย่คละเคล้ากันไป ทำให้อัลบั้มอาจดูไม่ค่อยสมน้ามสมเนื้อกับดีกรีแดนซ์ดิว่าที่ชื่อ เจเน็ต แจ็คสันมากนัก แต่อัลบั้มกล้าพูดเลยว่าซาวน์ในแต่ละเพลงนั้นเป็นงานของเจ้ที่ดูล้ำมากกว่างานที่เจือความเป็นตลาดมากกว่าอย่างในอัลบั้มที่ผ่านมานะคับ นับว่าเป็นอัลบั้มหนึ่งที่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากมายอะไรแต่ก้อคงไม่ทำให้พวกแฟนเพลงที่ติดตามงานมาตลอดผิดหวังกัน แต่มีอย่างหนึ่งที่เด่นมากในอัลบั้มนี้ ก้อคือ การเรียงแทร็คที่ต่ออารมณ์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว ทำให้ภาพรวมของอัลบั้มดูดีและชัดเจนยิ่งการแบ่งโซนของแต่ละแทร็คด้วยทำให้อารมณ์ของคนฟังน่าจะแบ่งแยกได้อย่างชัดเจนเช่นกันคับผม

นั้นแหละคือทั้งหมดที่อยากจะเขียนรีวิวนี่ขึ้นมา เพราะว่าชอบอัลบั้มนี้มากกว่าอัลบั้มก่อนหลังจาก All 4 You ของเจ๊มา อัลบั้มนี้แหละทำออกมาดีกว่าทั้งหมดหลังจากนั้นเลยทีเดียว นับว่าถ้าเจ๊จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่น่าจะขยันมากกว่านี้และจับจุดตลาดกับความเป็นศิลปินของตัวเองและแนวเพลงที่เยี่ยม ๆ ยังงัยก้อจะเป็นดาวค้างฟ้าอยู่เรื่อยไปแหละคับ อิอิ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงประโยคนี้คับ ขอบคุณมากคับ ++

5 อันดับเพลงที่ชอบมากที่สุด

1 Rock With U
2 Feedback
3 Luv
4 So Much Better
5 What's Ur Name



_________________
I can make the bad guy good for a weekend.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อันดับ 3 Best Dance Recording ++

Best Dance Recording เพลงแดนซ์ที่ดีที่สุดของศิลปิน

คำแนะในการอ่าน - เวลาอ่านเพลงไหน ให้เปิดเพลงนั้นไปด้วยจะได้ feel มากคับ รีวิวอันนี้เป็นการพูดถึงเพลงแดนซ์ที่ดีที่สุดของศิลปินเท่าที่ม่อนเคยได้ยินได้ฟังมานะคับผม ลองอ่านดูกันนะคับ


Madonna - Hung up

ช่วงอินโทรแรก ๆ ของเพลงโดดเด่นมาก แดนซ์กันได้ตั้งแต่ต้นเพลงเลย ถือว่าเป็นเพลงแดนซ์ที่ดีสุดเพลงหนึ่งของวงการเพลงได้เลย ด้วยการโปรแกรมมิ่งเสียงดนตรี และซาวน์สังเคราะห์ที่ใส่ลงมา ถูกผสมลงตัวกันด้วยการมิกซ์เสียงหนัก ๆ ของจังหวะบีท บีทที่เป็นจังหวะตัน ๆ คิดว่าใส่ลงให้หนัก ๆ จะเห็นได้ในช่วงแรกที่ไม่มีจเสียงร้องของแมด จังหวะออกมา บีทแบบเต็มสตรีมเลย แต่ก้อไม่ทำให้เพลงดูหนักไปเลย เยี่ยมสุดยอด และเสียงแหลม ๆ ของเจ๊แม้ ถือว่าดูดีมากกับเพลงนี้ ยิ่งนำคำร้องของวงรุ่นป้าอย่าง Abba มาใส่ เก๋กู้ดมากคับ เจ๋งไม่เจ๋ง ได้โชว์เป็นอันแรกของแกรมมี่ 2005 นะคับ หุหุ

เป็นเพลงของมาดอนน่าที่ชอบมากที่สุดในตอนนี้ จากที่ เจ๊แกทำมาแล้วหลายแนวมาก ๆ แต่ก้อไม่ทิ้ง Disco Dance ซาวน์จังหวะแดนซ์ที่เคยทำมา ไม่เหมื่อนกับเพลงนี้เลย เพลงนี้ค่อนข้างไปทางดิสโก้ + สตรีทแดนซ์ มาก ๆ (ซึ่งสื่ออกมาทางเอ็มวี ได้เจ๋งมาก) ซึ่งเพลงนี้เป็นแทร็คที่เด่นที่สุดแล้วของอัลบั้ม คำสารภาพบนลานเต้น [Confession on a Dancefloor]ของแมดเอง

นับว่าเพลงโดดเด่น ในหลาย ๆ ด้าน จากการตั้งใจของแมดเอง ที่จะให้เพลงนี้ครองตลาดได้ แล้วแมดก้อทำได้จริง ๆ เพลงนี้ต่างพาเหรดกันขึ้นชาร์ตอันดับ 1 หลายประเทศมาก ทั้งช่วงเพลงบูม ๆ ถ้าได้มีโอกาสเที่ยวผับ เพลงนี้นดีเจคงจะเอาไปมิกซ์กันหลายอยู่คับ หึหึ

ราชินีเพลงป็อปของโลกนี้และโลกหน้า คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Madonna คนเดียว


Kylie Minogue - Can’t Get You Out of My Head

ทั้งการร้องและดนตรี เพลงนี้ถือได้ว่า ทำออกมาล้ำสมัยมาก ๆ ฟังทีไรก้อเหมือนกับเพลงนี้ได้นำออกมาโปรโมตใหม่ เคที่ เดนนิส (คนเดียวกับที่แต่งเพลง Toxic ให้บริทนี่ย์) นักประพันธ์เพลงคนนี้ได้สร้างสรรค์เพลงนี้ให้กับเจ๊ไคลี่ เป็นการตอกย้ำที่สามารถกลับมาท็อปฟอร์มได้อีกครั้ง หลังจากอัลบั้มปีแห่งแสง Light year ปี 2000 ได้แนะนำเธอในด้านเจ้าแม่เพลงแดนซ์ Europop คนแรกและคนเดียวได้อีกครั้งนึง

จะว่าเพลงนี้ฟังได้เรื่อย ๆ ก้อได้เป็นเพราะเสียงบีทแบบอัด ๆ มาเต็มเพลง ไม่มีว่างเว้น เป็นอะไรที่ชอบมาก ๆ เป็นเพลงแรก ๆ ในช่วงยุคหลังที่สามารถไต่ขึ้น Top 10 บิลบอร์ด Hot 100 ได้ ก่อนที่ ชาร์ตนี้จะโดนยึดด้วยแนว Hip Hop R&B ไป หึหึ อันนี้ไม่ว่ากัน

ทั้งเอ็มวีและตัวเพลง ทำออกมาเหมือนกับรู้ว่านี้จะต้องดัง และเป็นที่จดจำมาก ๆ เพราะเพลงนี้ถือกำเนิดขึ้นปี 2001 ป่านนี้ เยาวชนรุ่นหลัง เพิ่งจะได้ฟังกันตอนนี้เอง แล้วก้อหาตัวเอ็มวีมาดู และต่างพูดกันว่า เพลงนี้ถ้าเอามาโปรโมตใหม่ ก้อคงจะเหมือนเดิมและอาจจะดังกว่าก้อได้ เพราะเอ็มวีทำออกมาได้ล้ำยุคมาก และ Dance Performance ต่าง ๆ ในวีดิโอ ฉีกแนวออกไปเยอะมาก คือจะหาดูที่ไหนไม่ได้เลย นอกจากเพลงนี้และวีดิโอตัวนี้อย่างเดียว การเต้นที่ดูเหมือนเป็น Breakdance ผสม การเทียบกับจังหวะของดนตรีในเพลง ขอบอก หาดูที่อื่นไม่ได้จริง นะคับ ไปหาดูกันซะ


The Pussycat Dolls - Buttons

นี่ก้ออีก ส่วนมากแล้ว เพลงแดนซ์เจ๋ง ๆ จะต้องมีมาตรฐานของจังหวะและอาจจะต้องแหวกแนวนิด ด้วยซึ่งเพลงนี้ตีโจทย์แตกเอามาก กับการใส่ดนตรีแขก ๆ เข้ามาบวกกับบีทแรง ๆ ของคนฝั่งอเมริกาที่ดูบวม ๆ กลับทำให้เพลงเป็นแทร็คที่โดนเด่นที่สุดในอัลบั้ม (เอาเป็นไม่ดังเท่าเพลง ไม่ชา Don’t Cha แต่ว่าดนตรีดีกว่านะคับ) ซึ่งมาตรฐานของวงจิ๊แมวแล้ว การเต้นไม่ต้องพูดถึง ณ เวลานี้ ไม่มีใครจะดีกว่า วงนี้เป็นแน่ถ้าพูดถึงการเต้น ๆ แล้ว

เพลงแบ่งจังหวะ ช่องหนักและเบาได้เก่ง ชื่นชมคนโปรดิวซ์มาก ๆ เยี่ยมจิง ถ้าอยากลองซึ้งเข้าถึงเพลงให้มากกว่านี้ ลองเต้นกับเพลงนี้ดู จะคิดว่าเพลงมันเจ๋งทีเดียว จังหวะที่ไม่ใช่แดนซ์จ๋า แต่เหมาะกับการ Performance มาก ๆ มันแหวกแนวจากเพลงแดนซ์อื่น ๆ เลยที่เคยมีมา ตัววิดิโอเหมือนกัน แต่ละนางสามารถสะกดสายตาคนดูเอาไว้ได้อยู่หมัดกับการโชว์ในแบบ Dolls Coyote ในแบบฉบับของตัวเองเลย จนทำให้เพลงนี้ถ้ามีรางวัล Best Dance ที่ไหนแจกเมื่อไหร่ หึหึ เพลงนี้ไม่ฟันมาหมดก้อได้เข้าชิงแน่ เยี่ยมยอด !!

นับว่า วงนี้จับงานแต่ละอย่างได้ถูกทางที่ถูกทางของตัวเอง โดยเฉพาะเพลงนี้ถ้าไม่ใช่วงนี้ก้อนึกไม่ออกว่าใครจะสามารถถ่ายทอดออกมาได้เยี่ยมขนาดนี้ดี ... เจ๋ง ๆ


Beyonce’ - Crazy in Love

อันนี้ไม่เขียน คงไม่ได้ 555 ตอนแรก เห็นบีบอกจะบอกมาทำเดี่ยว ไม่นึกว่า บีจะก้าวเข้ามาสู่ Dance R&B ได้ขนาดนี้ จนตอนนี้กลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการ R&B ไปแล้ว รู้สึกชอบเพลงนี้ตั้งแต่ฟังครั้งแรก ย้ำ ครั้งแรก เชื่อเลยเพลงนี้ต้องทำให้บีดังเป็นพลุแตกแน่ ๆ เพลงไม่เน้นจังหวะบีทเลย ไม่มีจังหวะบีทซักนิด แปลกมาก กแต่กลับเน้นจังหวะดนตรีเสียงเหมือนกะลังจะออกวงโยธวาทิตมาก มีทั้ง แตร คาริเน็ต กลอง หึหึ เจ๋งเอามาผสมได้ ก้อเจ๋งแล้ว ทำให้เสียงกลองโดดเด่นมากในเพลง

ทำให้เพลงออกแนวมันส์ ๆ บ้า ๆ ได้เยอะเลย ตัวมิวสิควีดิโอ ยิ่งต้องพูดถึงเลย เด่นมากในการเต้นที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งดูไม่ออกเลยว่าไหน แต่ขอบอกว่า คงเป็น บีที่ทำได้คนเดียว ไม่รู้คิดท่าเองป่าว แต่ท่าโยกก้นแบบพลิ้วไหวได้ นับว่ายอดเยี่ยมมาก ซึ่งทำให้ท่านี้ฮิตกันไปเลย 555

เพลงนี้ของเขียนแค่นี้ เพราะว่ามันชอบมาก มันอธิบายไม่ถูกเลย 55


Justin Timberlake - My Love

แหะ ๆ มีม่อนก้อต้องมีจัสตินดิคับ มันเป็นโลโก้ไปแล้ว กับเจ้าพ่อเพลงแดนซ์คนนี้ ในตอนนี้นะ ที่ไม่เลือก Sexyback เพราะจังหวะมันจงใจให้ไม่ใช่แดนซ์มาก คือไปในบีทแบบ R&B ไปเลยเพลง ซึ่งก้อคนละแนวเลยเพลงนั้น แต่เพลงนี้ชวนโยกตั้งแต่ เสียงแรกที่ขึ้น ตัวเพลงถูกโปรดิวซ์ ตามการคิดมาจากการอันเดอร์กราวน์แดนซ์ เพราะการเปลี่ยนบีทของเพลง นั้นมีจังหวะมากขึ้น ตัดกับเสียงร้องที่ดูแหลมมาก ๆ ในเพลงนี้ของหยอย มันจงใจทำอะเสะเนี่ยดูแล้วอะ

กับเพลงนี้ท่าเต้นทุกอย่างมันเป็นคนโปรดิวซ์ Dance Performance เองทั้งหมดเลยได้เห็นท่าเต้น เทพ ๆ ของมันเยอะมาก (ใครอยากดู แนะนำ วีดิโอเพลงนี้มันเอาแสดงที่ Vma 2006 นะเจ๋งมาก การเต้นก่อนเข้าเพลงอะ แต่ละท่าเทพโคตร) ฟังแล้วแนวน่าจะอยู่ประมาณ Housemix ได้อยู่ แล้วก้อยังมีเสียงเหมือนเป็นเสียงของมิกกี้เม้าส์ หรืออะไรซักอย่างมาร้อง อิ้อิ้อิ้อิ้อิ้อิ้อิ้อิ้อิ้ 55 เพิ่มรสชาติในการฟังมาก


Britney Spears - I’m A Slave 4 U

ด้วยความที่เธอพยายามแล้วพยายามอีกในการจะเปลี่ยนลุคจากวัยรุ่นสู่วัยสาวด้วยวัย 20 ต้น ๆ หึหึ จนมาถึงเพลงนี้ ช่วงเพลงออกมาโปรโมตทั้งเนื้อหาและตัววีดิโอเอง เป็นที่ครหามากในลุคของเธอ แต่มันทำให้คนทั้งโลกมอง บริทเปลี่ยนได้จริง ๆ การสื่อออกมาในเพลงที่ดูจะจิกกัดมากมายเหลือเกิน ว่าถึงฉันจะเด็กอยู่แต่ฉันก้ออยากจะทำตามความรู้สึกของฉันอย่ามาปิดกั้น อะไรทำนองนี้ เพลงเป็นฝีมือด้วยการโปรดิวซ์ดนตรีและเนื้อร้องของใครไม่ได้นอกจากพี่ฟาเรล ของเรานั่นเองที่สามารถฉีกแนวคำว่าเด็กสาวออกห่างจากบริทได้ ผลจากเพลงนี้โดนถ้วน เลย

แล้วเพลงนี้มีเด่นก้อตรงที่เป็นบีท บีท บีท เสียงหนัก ๆ ทั้งนั้นออกแนวเอ็กซ์ในดนตรีที่ทำออกมาได้อย่างเฉลียดฉลาด (ถ้าใครได้ฟังเพลง Right for me ของหยอยจะเหมือนกันเพลงนี้ในจังหวะบีทและซาวน์เทสต์ แต่เพลงนี้ทิมเบอแลนด์ เป็นคนทำให้หยอยมันไม่ใช่ฟาเรล )

เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ทำให้ม่อนได้รู้จักกับผู้สาวคนนี้ เธอสวย เธอเซ็กส์ เธอเอ็กซ์แตกมากกับเพลงนี้ 55 ชอบมากเลย ชอบมากที่สุดในบรรดาเพลงอื่น 55 ใครจะว่า Toxic เจ๋งกว่าไม่ว่ากัน แต่สำหรับม่อน เพลงนี้เยี่ยมยอดมากคับ


Jamelia – Superstar

ฟังแล้วกับเพลงนี้ แต่เฮ้ ๆ ขึ้นอินโทรเจ๋งมาก เป็นการผสมเสียงกีตาร์ + ดนตรีสังเคระห์ที่ชวนสงสัยอยากฟังต่อแล้วก้อต่อด้วยเสียงสปินแผ่นตามมา โอ้ เจ๋งมัก ๆ แค่นี้ก้อเจ๋งแล้ว มีความเป็นเอกลักษณ์มาก คือถ้าได้ยินยังงี้ต้องเพลงนี้อย่างเดียวเลย ดนตรีก้อทำออกมาไม่ใช่ กิ้งก่องแก้วมากนัก แต่หนักไปให้เสียงร้องของหนูจา เด่นกว่าทั้งเพลงเลย

แต่เสียงสปินแผ่นบน Turntable ที่ใส่เข้ามา เพิ่มจังหวะของกลองที่ตีแบบฟังค์ โอ้วสุดยอดแล้วคราบ


Jennifer Lopez – Lets get loud

ลาตินจ๋าเลยกับเพลงนี้ แต่เพลงนี้ฟังทีไรก้อมันส์อยู่ดี ยังงั้ย ก้อมันส์ระเบิดททุ่งแน่ ถ้าเปิดเพลงนี้ขึ้นมา เพลงจังหวะครึ้กครื้นมาก การผสมแนวดนตรีลาตินโซนบ้านตัวเองกับแถวบราซิลมั้งนะ ถ้าจำไม่ผิดเพราะมันออกไปแนว แซมบ้าเลย ดูดีมากเมื่อ เจโลออกแสดงเพลงนี้ ซึ่งก้อมีที่เดียวคืองานพักครึ่งของอเมริกันฟุตบอลปี 2001 ตอนนั้นรู้เลยว่าเพลงต้องหาโหลดมาแน่ ๆ แล้วเพราะเพิ่งเป็นโชว์ต่อหน้าประชาชีครั้งแรกของเจโลด้วย เจ๊ทำออกมาดีมาก เต้นพร้อมโยกสะโพกสลาตัน เห็นแล้วอยากจะไปขอจับซักที 555 มันทำให้ชวนฝันได้เลยเมื่อเวลาเจโลออกมาเต้นกับเพลง ... พูดแล้วน้ำลายจะหก

ใครเถียงว่างานเพลงเหนือชั้นกว่าอย่าง I’m Glad หรือ I’m Real ไรงี้ ดีกว่า แต่ลองเปิดเพลงนี้บนฟลอร์ดิเพลงนี้จะทำให้คนรุกฮือขึ้นเต้นไม่ก้อโยกตามแน่อนอน


Shakira – Objection

อะ อย่าเพิ่งด่า Hip don’t lie มันก้อเจ๋งอยู่แต่ว่าเพลงนี้ มันสื่อออกมาที่เป็นแบบฉบับดีมาก อีกแนวเพลงยังครึ่งกลางระหว่างเพลงแทงโก้ + ร็อคของพวกสาว ๆ ที่อยากจะร๊อคบ้างเลยมีเสียงของวงดนตรีร็อคเข้ามาเสริม ลงตัวบอกได้คำเดียว อีกทั้ง ชาเป็นคนเต้นสวยอยู่ไม่ว่าจะแนวไหน โชว์ที่ Vma 2002 ทำไว้เจ๋งมาก ดูกันยั้ง หื้อ ...

ได้อารมณ์ตามเพลงเลยเพลงนี้ 555 แนวเพลงออกจะเป็นไม่ลาตินมิวสิคจ๋าเหมือนเพลง ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าเหมือนไหร่ (Wherever Whenever) สามารถเข้าถึงแดนซ์ฟลอร์ได้ทั่วโลกได้มากกว่า กะเพลงนี้ เจ๋ง ๆ ยิ่งมีช่วงที่ชาทำท่าหุ่นยนต์ โอ้ เยี่ยมยอด ... จากที่ไม่ชอบฟังแนวนี้ กลายเป็นหางานแนวนี้มากฟังเยอะมาก 55

บอกได้เลยว่าลาติน มีแนวแดนซ์แปลกให้ฟังเยอะมาก แค่งานเก่า ๆ ของชาเองก้อถทอได้ว่า เยี่ยมแล้ว


Sean Paul – Get Busy

เพลงนี้ของเจ้าพ่อแร็กเก้ที่รับช่วงต่อจากสติง ทำให้เราได้รู้จักแนว Rap-Reggae ที่มันดูขลึงขลัง ชวนโยกตัวไป ๆ มา ๆ ตามเพลง ดนตรีถือว่าทำใช้ได้เลยในระดับหนึ่ง แต่เด่นในการแร็บของพี่ชอนเอง เจ๋งจิง ๆ ได้ยินครั้งแรกตอนที่ไปเที่ยวผับแห่งหนึ่ง มันรู้สึกโดน เพราะตอนนั้นไม่เคยได้ยินเพลงยังงี้เลย ไม่เชิงเรกเก้จ๋า เพราะพี่ชอนนั้นออกมาแร็บแบบลืมหายใจไปเลย ทำให้คนฟังก้อเต้นลืมหายไปได้เหมือนกัน แล้วตอนนั้นดีเจ มิกซ์เพลงนี้ต่อจากเพลง Toxic อีกหือ ลองไปฟังสองเพลงนี้ต่อกันดิ อิอิ


Usher – Yeah

เย้ เย้ เย้ เย้ .... เพลงแดนซ์ที่เจ๋งสุดเพลงหนึ่งของศตวรรษนี้ โหวมันดีมากเลย ที่อัชเชอร์ที่ทำออกมาแนวนี้ รออัชทำแนวนี้มานานแล้ว (หลังจากนี้ก้อ R&B จ๋าตามเดิม) ไม่ต้องสงสัยว่าอัชจะส่งเพลงนี้ขึ้น อันดับ 1 บิลบอร์ดได้เมื่อเปิดตัวเลย คูล ๆๆๆๆ คับผม สุดยอด

เพลงออกแนว Techno dance มาก ๆ ชอบมาก ๆ มันส์อย่างบอกไม่ถูก เมื่อถึงช่วงที่ต้องพูด เย้ เย้ เย้ ไปตามเพลงโคตรเจ๋ง ต้องใช้คำนี้ 5555 เพลงนี้ได้ใช้บริการเสียงสังเคราะห์ในการเพิ่มเสียงเหมือนเป่า ๆ ที่มันดังอยู่ในเพลง ลูกผสมดีมาก การสร้างเสียงของดนตรีเป็นเอกลักษณ์ทำให้เพลงสามารถสะกดคนฟังได้ ให้เต้นตามเพลงไม่ก้อโยกหัวตามได้เลย แค่นี้ก้อเป็นเพลงแดนซ์เจ๋งเพลงนึงแล้ว

ไม่แปลกใจว่าทำไมเมืองมะกันมันชอบเพลงนี้กันเป็นบ้าเป็นหลัง เพลงเหมือนเป็นการปลดปล่อยของอะไรสักอย่างหนึ่งนะ ทำได้สุด ๆ ไปเลยกับงานตัวนี้ของพี่อั้ด ได้ใจมากคับ อิอิ


Destiny’s Child – Bootylicious

ใครว่า Survivor เจ๋งกว่า ต้องลองฟังให้ถี่ถ้วนกับเพลงนี้ เพลงผู้รอดชีวิต เหมือนจงใจเป็นแนวบลูแดนซ์ด้วยใช้เครื่องสายกับเพลงมากไป เลยไม่เหมาะที่อยู่ในเพลงแดนซ์มากนัก เพลงนี้ให้อารมณ์เหมือนกับการได้ลองลิ้มรสชาติของสามสาวอย่างแท้จริง เพราะตัวเพลงเวลาฟังแล้วอยากจะฟังให้จบ ๆ ซะทีทำไมได้เร้าอารมร์หยั่งงี้ด้วย หึหึ กับการย้ำท่อนฮุคของเพลงที่ดูน่ากินมาก ๆ 555 ลองไปฟังกันดูดิ


Hillary Duff – With love

ทำไมฮิลถึงติดโผด้วยนะเหรอ เพลงที่ดีที่สุดในใจคงยังเป็น So Yesterday เหมือนเดิมแต่เพลงนี้ มัน มัน มัน ... โดนดีอะ ตอนแรกที่คิดว่าเพลงนี้ น่าจะออกมาประมาณเพลง Beat of My Heart นะ แต่ฮิลเลือกที่จะทำเพลงออกมาจากแนวถนัด แล้วก้อทำได้ดีซะด้วย เพราะต้องระวังกับเสียงร้องที่ตัวไม่เคยจะระวังเลย

การมิกซ์ตอนอินโทรขึ้นเพลง ทำได้เจ๋งมาก โดยใช้เสียงอิเล็คโทนแบบเบสต่ำเข้าไปคู่กับกลองชุดและการเล่นกีตาร์แบบลากยาวที่ดูแล้ว การผสมอาจจะไม่เจ๋งพอนัก แต่เป็นซาวน์ที่ไม่ค่อยได้ยินในเพลงแนวนี้นัก แต่ชอบมากกับเสียง ตื้ด ๆ ๆ ๆ ๆ เจ๋ง ๆ คำว่าพัฒนาการวิ่งเข้าในหัวเลย ว่าฮิลได้ก้าวไปอีกก้าวแล้ว เย้ ๆ เชียร์คับ


Gwen Stefani - Hollaback Girl

เพลงตีโจทย์ถูกมาทั้งตัวเพลงและวีดิโอที่ทำออกมา คือโคตรรจะเข้ากันแล้ว จัวหวะที่เป็นจังหวะจะโคนมาก ที่สามารถนำไปเล่นในวงดุริยางค์ได้เลย แล้วก้อเป็นหยั่งงั้นจิง ๆ ทั้งในเอ็มวีและโชว์เพลงนี้ที่ไหนของเจ๊เกวนเอง ก้อจะนำความคิดที่ว่า มีวงดุริยางค์เล่นเพลงไป แล้วตัวเองก้อไปแฝงตัว ร้องนำอยู่ในการเต้นแบบลีดปอม ๆ 555 ของแดนเซอร์ ตอนแรกที่ฟังก้อคิดไว้ว่ามันต้องออกมาอย่างนี้แน่นอนเลย ด้วยจังหวะเพลง และทั้งเพลงจะหนักไปทางการตีกลองใหญ่ของวงเอง 555 กล้าที่จะเอามาเล่น นับถือคราบ


Christina Aguileara – Candyman

ถึงจะ Cover มา ถึงจะมีใครบอกว่าเพลงอื่นโดนเด่นกว่าเห็น ๆ (อย่าง Dirrty หรือ Come on over )แต่ที่เลือกเพลงนี้เพราะว่า มันดูสมควรแล้วที่เพลงนี้จะคู่ควรกับติ๊เอง ติ๊ถ่ายทอดออกมาดีมาก ในอารมณ์ที่สนุกสนานเอามาก ๆ ซึ่งไม่ได้เน้นในเรื่องอะไรเลยคือสนุกกับการแดนซ์อย่างเดียว ไม่มีเรื่องอื่นมาข้องเกี่ยว ตัววีดิโอดูน่ารักมาก มาดคุณนายยังงี้แหละเหมาะกับ Young Diva คนนี้เลย ไม่ต้องไปมัวเป็นอย่างอื่นให้มันเลอะเทอะเปอะเปื้อน

ชอบมาก ๆ ฟังมาสองแผ่น มีเพลงนี้จะชวนโยกได้มั้ง เพราะจังหวะเน้นดนตรีเครื่องสมัยเก่า ๆ ดนตรีเก่าเข้ากับ concept ของชุดนี้ หืม จับงานถูกทางอีกรายแล้ว


Tata Young – Dhoom Dhoom

เพลงที่ดีสุดของทาทา ในใจ ยังเป็นเพลง SNB อยู่อย่างแน่นอน แต่ ดูม ดูม ขอรับประกันความมันส์ชัวร์ เมื่อเปิดที่ไหน ก้อมันส์ได้ทั้งนั้น จำได้ว่าเพลงนี้มันออกมาประมาณสงกรานต์ปี 2004 ไปที่ไหน แม่งก้อโหมกระหน่ำเปิดกันซ้า เกือบเอียนเลย 55 จังหวะหรือแนวที่ออกมา ก้อคนอินเดียวทำทั้งหมดมันจึงออกมา Bollywood จ๋าขนาดนี้แต่มันดูเข้ากับเสียงของทาทามาก เหมือนมันแต่งออกมาเพื่อทาทาโดยเฉพาะ เลย 555 อันนี่คุย ....

เพลงนี้เจ๋งมาก ออกมาเพื่อเป็นการตอกย้ำความดังของงานชุด I believe ม่อนว่าที่ทาทาเป็นที่รู้จักทั่วเอเชียได้เป็นผลพวงที่มาจากเพลงนี้ด้วยเหมือนกัน ทั้งเพลงและวีดิโอทำออกมาดีมาก วีดิโอตัวนีเข้าขั้นดีที่สุดในบรรดาวีดิโอของทาทาเลย มันดูไม่ไร้สาระจนเกินไป แล้วทาทาเมื่อ ณ ตอนนั้นเหมือนกับเป็นนางพญาอะไรซักอย่างหนึ่ง ขอแนะนำให้กลับไปที่อินเดียแล้วให้คนที่ทำเพลงนี้ขึ้นมา ทำขึ้นมาอีกเพลงหนึ่งก่อนไปโปรโมตที่อเมริกา จะดีมาก ทั่วโลกจะได้รู้ซะที ว่า ทาทา สามารถ .....


Teriyaki Boyz – Tokyo Drift

ถึงแม้จะดับอนาถไป แต่ซาวน์ของหนังทำได้ดีทั้งเรื่อง มาโดดเด่นมากกับเพลงนี้ ที่โผล่มาให้ได้เป็นที่จดจำว่าเป็นซาวน์แทร็คจากหนังเรื่องนี้ซะงั้น เพลงนี้ถูกแต่งจากทีมเทอริยากิบอยโดยเป็นผลงานของเด็กญี่ปุ่นโดยล้วน หึหึ นาน ๆ ทีจะมีของแนว ๆ อย่างงี้เข้ามาในสมองมาก ยอมรับคับว่าเพลงมันเจ๋งจิง ไม่งั้นมันไม่ระบาดไปตาม RCA หรือผับทั้วโลกขนาดนี้ .... ขนาดเพื่อนม่อนอยู่ที่อเมริกา แม่งบอกว่ายังเอียนเพลงนี้เลย ไปที่ไหนก้อเปิด ..... 55 เพลงมันเจ๋งจิง ๆ ยิ่งตอนอินโทรขึ้นเพลง โหว ...... สุดยอดคิดได้ไง แนวมากกกกก


Greenday – American Idiot

มาถึงกับงานชั้นดีที่สุดของวงนี้คับ เจ๋งมากกับภาษาที่เสียดสีบ้านตัวเอง ..... ดนตรีเหรอไม่ต้องโยกอะไร ไม่ต้องมีจังหวะอะไร เต้นมันส์กันตายไปค้างได้เลย 555 แบบกระโดดตามไปเลย แล้วก้อร้องตามเพลง ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย มันจะได้อารมณ์มากกกกกกก เพลงนี้มันส์มาก ๆ ดนตรีเหรอ ก้อร็อคเพียวเลยไง ทั้งกีตาร์ กลอง เบส แค่ 3 กับการโปรแกรมมิ่งเสียงที่ไม่ดับแต่เจ๋ง ๆ อย่างงี้ เพลงนี้ขึ้น มาสเตอร์พีซเลยคับ


Lindsay Lohan - Rumors [อันนี้เฉพาะกิจ เพื่อน้อง ดูมเกิร์ล คับ]

ก่อนอื่นที่ไม่ได้เขียนเพลงนี้ ทั้งเป็นเพลงเด่นของของลินเอง เพราะนึกไปเขียนไปคับ แหะเลยพลาดไปนิด มาเติมทีหลังให้นะ

เริ่มต้นเพลงได้สวยมากคับ ด้วยความพยายามที่ลินนั้นอยากจะทำเพลงออกมาในแนวที่ดูคับคล้ายกับฮิลเอง ในตอนนั้น ทั้งที่ลินทำอยู่ตอนนั้น มันเข้าทางของลินเองเลย นับว่าแค่เพลงแรกก้อโดนไปหลายเลย ด้วยการโปรแกรมมิ่งเสียงของลินให้ดูเบรคลงกว่าเสียงตอนเล่นหนังมาก อันนี้จะแต่งเสียงกันไม่ว่า ออกมาเจ๋งก้อพอ ดนตรีและจังหวะของเพลงก้อพอได้ แต่ยังไม่ดีเท่าเพลง Over ซิงเกิ้ลที่สองที่ตายสนิท (ทำไมไม่เห็นคุณค่ากัน เพลงมันน้ำเน่าอะดิ แต่ดนตรีนี้เจ๋งเลยนะ ขอบอก)

เพลงนี้เปิดตัวให้ทุกคนรู้จักกับอีกด้านนึงของนักแสดงสาวผู้โด่งดังที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า ฉันก้อทำได้ในสื่งที่ทุกคนคิดว่าฉันจะทำได้แย่ เพลงนี้ไม่ขี้เหร่นักขึ้นถึงอันดับ 19 บิลบอร์ดเลยในสัปดาห์แรกตัวอัลบั้มเองก้อเฉิดฉายอยู่บน Top 10 ซะนานอยู่ ก้อบอกได้เลย เพลงนี้เจ๋ง ๆ ถ้าคิดจะก้าวหน้ากับอัลบั้มที่สามที่จะออกกลางเดือน พค. นี้ น่าจะหาที่ปรึกษาแนวเพลงดี ๆ อย่าง ปารีส ฮิลตัน นะอันนั้นงานเค้าเจ๋งเลย หรือปรึกษาคนทำเพลงให้นู่ปาดี อิอิ

ปล. เอ็มวีลินอันนี้ ขอบอก แทบคลั่งเลย จะหกอยู่แล้ววววว ..... ++

ที่เขียนมาทั้งหมดมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมองเท่านั้นนะคับ ไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าทั้งหมด ชาตินี้ก้อคงเขียนไม่จบ 55 เพราะเยอะมาก นึกได้ก้อเขียนเพลงที่ยังฟังอยู่ตอนนี้ไปเลย ไม่ได้เรียงลำดับความเจ๋ง เพราะเพลงที่เขียนไป ความเจ๋งอยู่ในอันดับต้น ๆ อยู่แล้ววววววว .... ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องดนตรีอะไรมากมายนัก ฟังจากที่นู้น คนนี้เล่าให้ฟังบ้างนะคับ ขอบคุณที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้คับ อาจจะยาวหน่อย แต่อยากเขียนกับการมาเฉพาะกิจอย่างงี้คับ ผม ....... วิจารณ์ได้เต็มที่ รับฟังทุก comment คับ ++



_________________
I can make the bad guy good for a weekend.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อันดับ 2 เพลงที่โดนที่สุดของผมกับ Justin Timberlake ++



Justin Timberlake ชื่อนี้แจ้งเกิดตัวเองได้ตั้งแต่อยู่วงบอยแบนด์ชื่อดัง N*Sync ด้วยจากภาพลักษณ์และเสียงที่ไม่เหมือนใคร ทำให้แจ้งเกิดจัสตินได้ในฐานะนักร้องชื่อดังแต่ไร้ซึ่งคุณภาพของงานตามประสาบอยแบนด์ที่นำเสนอแต่โดนปิดกั้นจินตนาการในสมัยก่อน ...

คือในตอนนั้นหาคนที่เสียงเหมือนจัสตินไม่ได้เลย จนตอนนี่หาได้คือ Adam Levine ที่คีย์เสียงใกล้กับไอ้หยอยมาก ๆ ... แปลกมากที่สื่อออกมาวิจารณ์เสียงจัสตินมากที่สุด ในเรื่องความแหลมและคีย์เสียงที่สูงเกินไป ซึ่งทำให้โดนด่ามากที่สุดในกลุ่มเพราะว่าเป็นผู้ชายตัวใหญ่แต่เสียงแหลมมาก ๆ เมื่อเวลาร้องเพลงที่ต้องใช้เสียงเยอะ ๆ แต่เพลงเกือบทุกเพลงในอัลบั้มของ N*Sync มันจะแทบจะร้องเองทั้งหมดทุกเพลง ... ถ้าไม่มีคู่หูอย่าง JC Chase ที่มีเสียงโทนต่ำเหมือนเป็นตัวเบรกกันและกันได้เป็นอย่างดี คนในสมัยนั้นจึงดูถูกมันกันไว้เยอะ ... เมื่อเวลาว่าจัสตินจะออก solo album เดี่ยวเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังอายุน้อยและไม่แก่ประสบการณ์เอามาก ๆ

จัสตินถือได้ว่าเป็นศิลปินคนแรก ๆ ในช่วงยุคหลังที่ดังกว่าคนอื่นแล้วแยกวงออกมาทำเพลงเอง หรืออะไรก้อตาม Justified อัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของจัสตินได้ออกมาในปี 2002 และสามารถกู้หน้าลบคำสบประมาทของทุกคนได้เป็นอย่างดี .... ด้วยแนวเพลงที่แตกต่างไปจากงานบอยแบนด์ที่เคยทำมา ดนตรี R&B ที่ดูแปลกหูในทุกแทร็ค จนได้ Best Pop Male และ Best Pop Album จาก Grammy 2003 ไปนอนกอดเฉย ๆ แต่ก้อยังมีคนให้ความสนใจในเนื้องานของอัลบั้มน้อยกว่าภาพลักษณ์และคนในข่าวของจัสตินเพราะ อะไรน่าจะรู้ ด้วยการปรับลุคของตัวเองที่ก้าวกระโดจากคำว่าบอยแบนด์มาเป็น แบดบอยของวงการคนล่าสุด นั้นจัสตินฉีกแนวออกจากลุคเดิม ๆ ได้อย่างน่าทึ่งหรือเหมือนเป็นการเปิดความเป็นจริงของตัวเองให้สาธารณชนได้รู้แจ้งเห็นจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่การใช้ชีวิตหน้ากล้องที่ไม่มีการเฟคอีกต่อไป ....

และ Futuresex/Lovesounds อัลบั้มที่ 2 ต่อยอกจากความสำเร็จในระดับหนึ่งของ Justified ซึ่งบอกได้เลยว่างเป็นงานที่ต่อยอดได้เยี่ยมยอดจริง ๆ ด้วยเนื้องานที่ดูโต พัฒนาการทางดนตรีของจัสตินได้ก้าวล้ำไปไกลจากคำว่าบอยแบนด์ได้แล้ว ... โดยที่งานเพลงของชุดนี้อาจเอนไปทางอาร์ตมิวสิคที่ดูฟังยากตลอดทั้งอัลบั้มแต่ความเป็น R&B ที่ถือเป็นความชอบโดยส่วนตัวของมันมาตั้งนานแล้วดนตรีจึงออกมาแนวโทนยุดก่อน ๆ ที่ดูแปลกจนหายุคลงไม่ได้ จะว่าเป็นแนวของ พ.ศ. นี้ก้อน่าจะได้อยู่ เพราะอย่าง Sexyback ที่ดูเป็นแนวแดนซ์เต้นนิด ๆ ไม่ก้อไม่ได้ต่างจากเพลงเทคโนดาด ๆ เลยแต่ลูกผสมของงานโดยรวมแล้ว ถือว่ามันตั้งใจทำมากกว่าอัลบั้มแรกมาก ๆ ทั้งเสียงร้องที่เคยโดนด่าจากชุดแรก มาชุดนี้สามารถคุมคีย์เสียงตัวเองได้ในหลาย ๆ เพลง จึงทำให้ Futuresex/Lovesounds ได้แปรเปลี่ยนนักร้องที่ชื่อ จัสติน ทิมเบอร์เลค จากนักร้องนำวงบอยแบนด์สู่ศิลปินคุณภาพทางดนตรีในแบบท๊อปฟอร์มได้เลยทีเดียว

และต่อไปคือ อันดับเพลงที่โดนใจมากที่สุดของผมคับ ++
ปล.ขอรีวิวแค่ 10 อันดับแรกนะ ให้รีวิวหมด ตายเลย อิอิ และการจัดอันดับขอนับแค่เพลงใน 2 อัลบั้มของมันเท่านั้นไม่รวมงานฟีตเจอริ่งเลย ... นะคับ เพราะงานฟีตนี่มันไม่ได้โชว์อะไรโดดเด่นเท่างานของมันเลย ...

อันดับ 27 [Another Song] All Over Again - เอาไว้ฟังตอนไม่หลับ .. ดีมาก เพลงน่าหลับมาก ๆ
อันดับ 26 Chop Me Up - เพลงมันเหมือนกำลังออกไปประท้วงอะไรซักอย่าง มะค่อยโดนเท่าไหร่
อันดับ 25 Losing My Way - เพลงอะไรคับท่านผู้ชม ไม่โดนแล้วยังไม่เพราะอีก
อันดับ 24 Still On My Brain - บัลลาดเนิฟฟังดูดี แต่งาน Bian Mcknight ไม่เพราะเท่าที่คิดไว้
อันดับ 23 Take Me Now - งานแบ้ว ๆ เสียงแบ้ว ๆ แหล้มแหลม ไปหาฟังดิ ไม่ควบคุมเลย
อันดับ 22 Take it From Here - หยุดฟัง จบ. 555
อันดับ 21 Until the End of Time - ดนตรีเก๋อยู่ ... แต่ไม่เพราะอย่างแรง กับการร้องของมันเหมือนคนเพิ่งตื่น
อันดับ 20 Sexy Ladies - งานดนตรีเซ็กส์ซี่ ดีกรีดี แต่ฟัง ๆ ไป อะไรของมานเนี่ย
อันดับ 19 I’m Lovin’ it - ที่ไม่ชอบเพราะว่า ได้ยินจนเบื่อ ...
อันดับ 18 Worthy of - งานนี้แม่งด่าบริทเต็ม ๆ กว่าเพลงร้องไห้อีก ไม่ชอบ ++
อันดับ 17 Never Again - อารมณ์เดียวกับเพลงก่อน Gone ที่ไม่มีอะไรแตกต่างเลย
อันดับ 16 Nothin’ Else - ว้าวดนตรีเจ๋ง เข้ากันมาก ๆ แล้วทำไมไม่ตัดเป็นซิงเกิ้ลรู้มะ ไปอ่านเนื้อเพลงเสะ
อันดับ 15 Last Night - เพลงนี้เปิดตอนนี้ขับรถจะอารมณ์ดีมาก ๆ
อันดับ 14 Let’s Take A Ride - ซึ้ง ๆในแบบไอ้หยอยนาน ๆ มันจะทำเพลงยังงี้ขึ้นมา
อันดับ 13 Summer Love - แค่เริ่มก้อบอยแบนด์จ๋ามาเชียว จะกลับไปกินของเก่ารึงาย
อันดับ 12 Damn Girl - มันจะโดนสาปอะไรนักหนาพูดยอู่ แดมเกอ ๆๆๆๆๆๆๆๆ อ้าวววว ด้วย เหอะ ๆ
อันดับ 11 What Goes Around Comes Around - ภาษาที่ใช้เจ๋งมาก ๆ แต่เหมือนร้องไปแล้วมันด่าตัวเองยังงัยไม่รู้ ดนตรีป่วง ๆ พร้อม

และมาถึง 10 อันดับเพลงของไอ้หยอยที่ม่อนชอบมากที่สุดคับผม


+
+
+
+
+
+
+


อันดับ 10 What You Got [Oh no]

การใส่ดนตรีบอลลี่วู้ดที่ตัวเองไม่เคยทำเข้าไปในเพลงนี้ทำให้เกิดเป็นความแปลกใหม่ขึ้นมา อีกทั้งม่อนชอบเพลงแนวนี้อยู่ ก้อเลยฟังดูเพลิน ๆ มากกว่าเพลงอื่นที่เคยกล่าวไป เพลงนี้เข้าขั้นระดับเจ๋ง แต่ไม่เยอะมากนักเพราะสเปซของเนื้อร้องกับอารมณ์ของเพลงมันดูขัด ๆ กันยังไม่รู้อะ แต่ก้อชอบ ชอบดนตรีมัน

อันดับ 9 Right For Me

ดนตรีแนว ๆ ยังงี้โดนเลย ร้องแบบจะรีบไปไหนเหรอ ร้องทีเดียวรวดเดียวม้อวนเดียวจบ ขนาดนั้นเชียวจังหวะมันดูเร่ง ๆแต่ก้อโอเค ... งานนี้ทิมเบอแลนด์เน้น ๆ จังหวะการใส่เสียงมิกซ์สดด้วยปากหรือตบมือ เข้ากับจังหวะหรือแม้กระทั่งเอามาทำเนแทนจังหวะเลย โอ่ยแต่เพลงนี้ก้อยังไม่เทพเท่าไหร่นะ

อันดับ 8 Like I Love U



อย่าสงสัยรับรองอ่านแล้วเข้าใจ Like I Love U ถ้าเป็นคนอื่นร้องไม่ใช่ไอ้หยอยรับรอง ไม่ดังจนที่ 3 บิลบอร์ดหรอกเพลงนี้เป็นงานของฟาเรลที่แต่งให้ ถือได้ว่าเทียบกับงานที่เคยทำมาไม่ได้เลย [I’m A Slve 4 U ยังเจ๋งกว่า] ... แต่มันแปลก ก้อคือ การนำเสนอที่จัสตินทำออกมาต่างจากเพลงคือ เพลงมันน่าจะเป็นแดนซ์มัน ๆ แต่ไอ้หยอยมันเต้นเก่งจับเข้ากับ เบรคแดนซ์ เอ้าเลยเข้าไปอยู่ทำเนียบเพลงดีที่สุดของสตรีทแดนซ์ หรือพวกบีบอยเอาดนตรีไปมิกซ๋ทำใหม่กันเยอะมาก (ม่อนสังเกตจากไปดูโชว์บีบอยบ่อย ๆ จนตอนนี้เพลงนี้ยังเอามากมิกซ์อยู่เลย) เหมือนเป็นงานเเจ้งเกิดของมันที่ทำให้คนมองมันอีกด้านหนึงไปเลย เจ๋ง ๆๆๆ ++

อันดับ 7 Senorita



เคยดูสดเพลงนี้มั้ย ได้อารมณ์มาก ๆ เจ๋งจริง ๆ และเพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงจากอัลบั้ม Justified ที่จัสตินสามารถคุมเสียงตัวเองได้มากที่สุด เพราะ ดนตรีของฟาเรลที่โปรดิวซ์ให้เพลงนี้ดนตรีเล่นสดเลย คือโชว์เสียงของจัสตินเต็ม ๆ มันไม่มีอะไรมาก คือพอฟังเพลิน ๆ ถ้าไม่มองเนื้อหาที่เห็นแก่ตัวโคตร ๆ ของเพลง ... เพลงนี้จัสตินเสียงดีสุดคับ ++

อันดับ 6 Futuresex/Lovesounds

เพลงบีทที่ดูดีที่สุดของทุกเพลง จังหวะกำหนดให้เสียงมันตกไป ดนตรีเลยเด่นติดหูมาก ๆ และการใช้ดนตรีสังเคาระห์ในแบบกังวาน ๆ ทำให้เสียงมันดูบวม ๆ ไม่เคยได้ยินมาก่อน เอ้าเจ๋งอยู่นะ แค่นี้แหละ ..

อันดับ 5 My Love



ไม่ต้องพูดถึงความดังของเพลงนี้ที่ไปได้ดีในเกือบทุกชาร์ต .... เกือบทุกประเทศ ความเจ๋งและความแย่มีอยู่ในนี้เกือบทั้งหมด คือ ถ้าชอบก้อฟังไม่ชอบก้อไม่ฟังอีกเลย เพราะเสียงมันนะ ... อะไรจะแหลมเล็กได้ขนาดนั้น ยังดีที่ดนตรีกับท่าเต้นมันช่วยไว้เยอะ ทำให้เพลงออกมาเต้นระดับเทพมาก ๆ กับเพลงนี้ บวกกับการแร็บของ T.I (มีคนมาช่วยชีวิตมัน) ที่เหมือนเป้นการพักหูจากฟังเสียงมันไปเกือบครึ่งเพลง ... รอดตัวไปไอ้หยอยเหมือนรู้นะเมิง

อันดับ 4 Cry Me A River



อะ อันนี้เทพของเจง งานชึ้นเอกที่เป็นหน้าเป็นตากล้าพูดได้เลยว่า ข้าคือหนึ่งในไต้หล้าในสหัสวรรษได้ ที่ไปกวาดรางวัลได้เกือบทุกสถาบันเอเชียยันแกรมมี่เลยว่าไปนั้น ดนตรี Pop R&B เวลาฟังมันทำให้เพลงดูมีคลาสควบคู่ไปกับการร้องแบบประชดประชันกับเนื้อหาที่กัดกันได้ใจ ... มาก (กัดใครก้อรู้อยู่) ถือว่าหยอยมันกล้าที่จะล๊อคตัวเองเอาไว้กับงาน R&B แล้วเมื่อเพลงนี้ออนแอร์ไปทุกที่ เจ๋งคับ จนบัดนี้ยังหาเพลงดนตรีป๊อป R&B มาโค่นเพลงไม่ได้เลยเนี่ย ++

อันดับ 3 Sexyback



ไม่อยากจะบอกว่าฟังแรก ๆ .............. ไม่ชอบมาก ๆ ไม่ชอบอย่างแรง เพลงอะไร บ่นอะไร พึมพำ ของมาน ทำไมต้องแต่งเสียงตัวเองด้วย พยายามคิดว่ามันอาจจะลองของใหม่ พอฟัง ๆ ไปเรื่อย เอ้าเก๋นะ เพลงเนี่ย แปลก แหวกเด็กแนวที่ทำเพลงออกมาในสมัยนี้ได้เยอะมาก ๆ เพราะการจับจังหวะที่โดดเด่นใน R&B ของมัน + กับ จังหวะคล้าย ๆ Retro แดนซ์ ๆ ได้ทำให้ผสมลงตัวอยู่พอตัวอยู่เหมือนกัน ไม่งั้นไม่เปิดตัวอัลบั้มได้แรงขนาด 9 แสนกว่าในบิลบอร์ดได้หรอกเนี่ย แต่ก้อยังไม่เทพขนาด 1 ในใจอยู่ดีแหละ

อันดับ 2 Lovestoned ++ Latest Single ++



เพลงรักหินเข้าแล้วววว โดนมาก ดนตรีก้อโดน จังหวะก้อโดน โดนทุกสิ่งอย่าง ของเพลงนี้ ชอบมาก จังหวะดูขัด ๆ จากแนวที่ทำ ๆ ความรู้สึกมันได้หลายแนวมาก ๆ ทั้ง Pop Dance R&B ถูกผสมลงตัวเหมือนเป็นการยำลงในการแต่งดนตรีเข้ามาอย่างละเอียด แต่มันเป็นเพลงเร็วนะ อะไรจะละเอียดได้ขนาดนี้ แล้วก้ออีกอย่างไม่มีเสียงแหลม ๆ ของไอ้หยอยให้รำคาญหูเลยยย 555 นี่แหละที่หวัง แต่ขัดใจอย่าง ตัดเป็นซิงเกิ้ลลำดับที่ 5 ของอัลบั้ม ไม้รู้มันมัวคิดอะไรอยู่ ถ้าตัดเป็น 2 หรือ 3 นะ รับรองสื่อจะพูดถึงมันมากกว่าเรื่องส่วนตัวของมันอีก ... เพลงเค้าดีจริง ๆ

Ps. เอ็มวีทำแนวแปลก มะค่อยเจ๋งแต่ก้อมีคุณภาพ ++

และที่ 1 ในใจ ก้อคือ ....

+
+
+
+
+
+
+
+
+
+


อันดับ 1 Rock Your Body



การจัดลำดับเสียงร้องของเพลงนี้ จัดอยู่ถือดีที่สุดของมัน จุดด้อยของมันแย่อยู่อย่างคือ เสียงของมันเองที่พาลให้เพลงที่ทำออกมาอย่างดี ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น แต่เพลงนี้เสียงของจัสตินถือว่าลำดับเสียงสูงต่ำได้เยี่ยมทีเดียว และอีกอย่างที่ทำให้เพลงดูดียิ่งขึ้น คือ การไม่ใช่เสียงสังเคราะห์อะไรเลย นอกจากเสียงดนตรีจากปากสด ๆ ที่ทำเข้ามาในเพลงได้เยี่ยมมาก ๆ ในช่วงหลังเพลง ชอบ มันเจ๋งดี คือคนอื่นทำได้ไม่เท่ามันทำแล้วในตอนนี้นะ .... อีกอย่างเหมือนมันเป็นคนนำเทรนด์อันนี้ด้วย นี่แหละงานที่แหวกแนว กล้าที่จะแสดงออก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเต้น เอ็มวีมันก้อเก๋ และเจ๋ง เป็นเอ็มวีที่ชอบมากที่สุดด้วย .... ทั้งเพลง ทั้งเอ็มวีก้อชอบมากที่สุดจะให้มันไม่เป็น ที่ 1 เพลงที่ชอบมากที่สุดของไอ้หยอยได้ไงคับผม ++

เป็นงัย ... ส่วนมากอันดับต้น ๆ จะชอบงานอัลบั้มที่แล้วมันมากกว่า คือ 6 ใน 10 เป็นเพลงจากอัลบั้ม Justified เลยคับ เพราะ Futuresex/Lovesounds ดูเป็นงานที่ฟังยากอยู่หลายเพลง จนป่านนี้ยังตีไม่ค่อยออกเลย อีกทั้งแนวมันเปลี่ยนไปจากงานเดิม ๆ ที่แนว Pop R&B ที่ม่อนชอบ ๆ มานานแล้ว ก้อถือว่าทั้งงานเก่างานใหม่คละเคล้ากันไปคับผม

The End … ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้คับ แต้งกิ้วหลาย ++



_________________
I can make the bad guy good for a weekend.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
และดีที่สุดที่เคยเขียนก้อคงเป็นอันนี้

.... Titanic ขอตัดตอนเกี่ยวกับหนังอย่างเดียวมาให้อ่านนะคับ เพราะมันยาวมาก ๆ สำหรับใครอยากอ่านแบบเต็ม เชิฐได้ที่กระทู้นี้

>> http://www.forwardmag.com/webboard/topic-26373.html

TITANIC ในปี 1997 คับผม ++



ไททานิก ในปี 1997

หมายเหตุ : จะไม่พูดถึงเนื้อเรื่องอันแสนประทับใจนะคับ เพราะว่าหลาย ๆ คนคงผ่านตากันมาเยอะแล้ว


เจมส์ คาเมรอน

ประกาศสร้าง

จากประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลือให้ติดตามจากอดีต จนในปี 1997 ผู้กำกับมือดีอย่าง James Cameron ได้ประกาศว่าจะจับประวัติศาสตร์เรื่องนี้ให้มาโลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม โดยอยู่ในการควบคุมและลงทุนในการสร้างระหว่าง 2 สตูดิโอยักษ์ใหญ่คือ 20 Century Fox และ Paramount Picture โดยสรุปแล้วทุนสร้างที่สร้างสรรค์อภิมหาโปรเจ็กต์ชั้นเยี่ยมยอดเรื่องนี้หมดไปประมาณ 200 กว่าล้านเหรียญ

ซึ่งในตอนนั้นหนังจัดว่าเป็นหนังที่มีการลงทุนสร้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอลลีวู้ด นี่ยังไม่รวมที่สตูดิโอต้องลงงบการสร้างข่าวและงบโปรโมตที่ต้องโหมกระน่ำมาก ๆ ถึงจะทำให้หนังเป็นประวัติการณ์ขึ้นมาได้ จนทำให้เกิดข่าวหนาหูว่าหนังจะต้องเป็นความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่ของฮอลลี้วู้ดแน่ ๆ บรรดานักวิจารณ์หลาย ๆ สถาบันมองเลยว่าจะต้องเป็นความอัปยศอดสูครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของคาเมรอนเลยทีเดียวหลังจากสร้างหนังฮิตให้ตัวเองในอดีตก้อมี Aliens Terminator 2 : Judgement Day และTrue Liesล้วนแล้วแต่ก้อเป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยไซไฟ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอดีตที่ผ่านมา ไททานิกจึงถือเป็นงานหินมาก ๆ สำหรับคาเมรอนในตอนนั้น

เริ่มการถ่ายทำ

ด้วยความที่คาเมรอนนั้นวิสันทัศน์ที่กว้างไกล ผกก. คนนี้จึงต้องรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกียวกับไททานิกให้มากที่สุดเสียก่อน ก่อนการถ่าย จึงเกิดโปรเจ็กต์ย่อยขึ้น คือ การสำรวจซากที่เหลืออยู่ของไททานิกก่อนเป็นขั้นแรกเพื่อให้เข้าใจในองค์ประกอบของเรือและประวัติศาสตร์ของยุดสมัยต้นศตวรรษที่ 20 อย่างถ่องแท้เพื่อมาใช้ในการถ่ายทำ (ภายหลังจากไททานิกประสบความสำเร็จนั้น คาเมรอนจึงทำส่วนนี้มาเป็นหนังสารคดีที่ชื่อ Ghost of the Abyss ที่ฉายตามโรง IMAX แล้วประสบความสำเร็จเช่นกัน)









เริ่มการถ่ายทำนั้น ตอนนั้นคาเมรอนเองอยากได้นักแสดงที่มีฝีมือที่โดดเด่น ที่น่าจับตามอง ที่เป็นขวัญนักวิจารณ์ และอายุน้อย และเป็นที่ นักแสดงมากความสามารถอย่าง Leonado Dicaprio วัย 23 ปี (เข้าชิงรางวัลออสการ์สมทบชายยอดเยี่ยมตอน 19 ปี จาก What’s Eating Gilbert Grape ในปี 1993) และสาวสวยฝีมือดีจากเมืองผู้ดีอย่าง Kate Winslet (เข้าชิงรางวัลออสการ์สมทบหญิงตอน 20 ปี จาก Sense and Sensibility ในปี 1995) เข้ามารับบทพระนาง Jack & Rose ที่จะเล่าความรักอันอมตะคู่ไปบโศกนาฏกรรมเรือล่มครั้งนี้ แต่การเลือกนักแสดงของคาเมรอนในครั้งนี้เกิดเสียงครหาหนาหูจากนักวิจารณ์ไปทางไม่ดีว่า ทั้งคู่นั้นถึงจะมีการเข้าชิงรางวัลออสการ์การันตีฝีมือแล้วแต่นักแสดงอย่าง ลีโอ และ เคตยังไม่สามารถที่จะเจาะคนดูได้ในกลุ่มกว้าง ๆ ได้ถ้าหนังนั้นยังอยากที่จะสร้างปรากฏการณ์ในตอนเปิดฉาย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถืออยู่เหมือนกัน เพราะว่าสองคนนี้ในช่วงยุค 90s ถือว่าเป็นนักแสดงที่ยังไม่โด่งดังอะไร เป็นที่ลีโอนั้นมีฐานแฟนวัยรุ่นที่ติดตามอยู่มากเท่านั้นเอง ซึ่งนับในตอนนี้ถือว่าได้ว่านักวิจารณ์บางทีก้อเชื่ออะไรไม่ได้เหมือนกัน เราต้องไปพิสูจน์เอง


ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ


เคต วินสเลต





พอองค์ประกอบครบ คาเมรอนจึงสั่งเดินกล้องการถ่ายทำที่ลากยาวเกือบขวบปี เพราะจากรายละเอียดและองค์ของหนังที่คาเมรอนใส่ไปในบทหนังนั้นมีเยอะมาก และงานโปรดักชั่นที่ใหญ่ที่สุดก้อคือ คาเมรอนต้องการสร้างเรือจำลองที่มีแบบและขนาดที่เท่ากับลำจริงของไททานิก ที่จะใช้ในการถ่ายทำ โดยทางสตูดิโอในตอนแรกต่างลงความเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดนสิ้นเปลือง เพราะเราสามารถถ่ายฉากในเรือในส่วนต่าง ๆ ในสตูดิโอถ่ายทำและใช้ CG ปรับแต่งให้เหมือนจริงได้ แต่คาเมรอนปฏิเสธคำแนะนำละใช้งบสร้างไปกว่าครึ่งในการสร้างเรือไททานิกจำลองขึ้นที่อ่านเม็กซิโกชายฝั่งอเมริกาที่มีขนาดเท่าลำจริง เพื่อใช้ในการถ่ายทั้งหมดของเรือและนาทีมรณะของหนังซึ่งจะต้องทำออกมาให้สมจริงสมจังมากที่สุด จนในที่สุดขั้นตอนการถ่ายทำผ่านกล้อง Panavision ซึ่งเป็นกล้องที่คาเมรอนและเพื่อนร่วมกันพัฒนานั้นเป็นกล้องที่นำมาลองใช้ในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ( และต่อมากฮอลลี้วู้ดก้อใช้บริการกล้องนี้ถ่ายทำหนังเรื่อยมา ) โดยในขั้นตอนการถ่ายทำถือว่าผ่านไปด้วยดีภายใต้การกำกับด้วยสายตาที่เฉียบคมของคาเมรอนเอง





งานโพสโปรดักชั่นเหมือนกัน ซึ่งถือได้ว่า เป็นขั้นตอนที่หินและเกิดปัญหามากที่สุดของไททานิกเลย เพราะหนังจะต้องใช้ CG จำนวนมากในการสร้างความสมจริงของตัวเรือและนาทีมรณะของหนังที่จะต้องเจาะถึงความละเอียดมากมาย ขั้นตอนนี้จึงใช้เวลานานมาก ๆ กว่าจะเสร็จนั้นหนังก้อใกล้วันเปิดตัวเต็มที แบบว่าเสร็จหวุดหวิดก่อนส่งฟิล์มออกสู่โรงภาพยนต์ทั่วโลกเลยคับ และพร้อมที่จะฉายสุ่สายตาบรรดาแฟนหนังและนักวิจารณ์ให้พิสูจน์ถึงความอลังการงานสร้างของคาเมรอน



พรีเมียร์ 19 ธค. 1997

ซึ่งสร้างความฉงนให้นักวิจารณ์หลายสถาบันว่า งานสร้างออกยิ่งใหญ่ขนาดนี้และทำไมสตูดิโอถึงเลือกที่จะเปิดท้ายปีอย่างงี้ ตามธรรมดาแล้วหนังที่สร้างปรากฎการณ์จากอดีตและปัจจุบันจะเลือกเปิดตัวหนังช่วงซัมเมอร์ซึ่งเป็นช่วงที่น่าจะได้กำไรให้กับหนังมากที่สุดแล้ว แต่สตูดิโอและคาเมรอนไม่คิดที่จะโกยเงินอย่างเดียว หนังยังหวังที่จะเป็นเจ้าของควาสำเร็จในสถาบันรางวัลที่จะมอบแด่ภาพยนตร์ด้วยรวมไปถึงรางวัลที่ Academy Award หรือ รางวัลออสการ์ ซึ่งถือว่าสุดยอดที่สุดของวงการภาพยนตร์แล้ว หนังจึงเลือกเปิดตัวในช่วงที่ปลายปีเพื่อความหวังในการเข้าชิงรางวัลต่างของทุกสถาบันต่าง ๆ และความสำเร็จนั้นได้ถ่าโถมเข้ามานับตั้งแต่หนังได้ผ่านสายตาผู้ชมทั่วโลกไป

หนังเป็นความสำเร็จระดับตำนานหน้าใหม่ของฮอลลีวู้ดทันทีเมื่อหนังขึ้นด้วย เรต PG-13 (คือหนังที่เด็กอายุต่ำกว่า 13 ไปดูต้องผู้ปกครองไปดูด้วยเพราะมีฉากรุนแรงหรือฉากอย่างว่าเกินวุฒิภาวะของเด็กจะรับได้) ในปี 1997 หนังสามารถลบคำปรามาสของทุกคนที่คิดว่าหนังจะต้องล้มเหลวแน่ ๆ หนังได่ถูกกล่าวถึงว่า ไททานิกจะต้องเป็นความสำเร็จระดับตำนานต่อไปมหากาพย์หนังรักเรื่อง Gone with the Wind ในปี 1939 แน่นอนคือได้ทั้งเงินและรางวัลกลับไปแบบถล่มทลาย (โดยเรื่องนี้หนังประสบความสำเร็จโกยเงินสูงถึง 193 ล้านเหรียญในปี 1939 โดยคิดเป็นค่าเงินตอนนี้ประมาณ 1.32 พันล้านเหรียญรวมทั้งเข้าชิงรางวัลออสการ์ 14 รางวัลและกวาดเรียบไป 11 รางวัลรวมถึง รางวัลใหญ่คือภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย)



ย้อนกลับไปเมื่อ 58 ปี ก็ถ้า Gone with the Wind จะเคยเป็นตำนานในค่ำคืนของการเปิดตัวที่คุณภาพในตัวปิดปากผู้ที่เคยดูถูกหนังว่าจะต้องเป็นที่สุดของความล้มเหลวตลอดกาลยังงัย การเปิดตัวในวันที่ 19 ธค.1997 ของไททานิกนั้น ก้อได้อารมณ์แบบเดียวกันนั้น ไททานิก มาพร้อมตำแหน่งหนังที่ใช้ทุนสร้างมากที่สุดในระวัติศาสตร์ในตอนนั้นและ 200 ล้านที่ใช้หนังไปก็ปรากฎอยู่บนจอโดยไม่มีตกหล่น คาเมรอนกลายเป็นขวัญใจนักวิจารณฺ (อีพวกกลับลิ้นโคตรจะเบื่อ) และแฟนหนังโดยทันที ในฐานะผู้กำกับหนังสามชั่วโมงครึ่งไม่เพียงแต่จะถึงคุณภาพตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว แต่หนังยังมีครบทุกอรรถรส ทั้งความเป็น ดราม่า ตื่นเต้น แอ๊กชั่น และความรักที่เบ่งบานระหว่างคนต่างชนชั้นที่กีดกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งประการหลัง ได้สุดยอดฝีมือทั้งสองอย่าง ลีโอ และ เคต ได้ฝากบทบาท เป็นที่มาของรักอมตะ และ ความทรงจำอันเยี่ยมยอดกับคนดูอย่างน่าประทับใจ และทำให้ ลีโอ และเคต เป็นที่จับตามองและดังเป็นพลุแตกจากหนังเรื่องนี้เป็นต้นมาของฮอลลีลู้ดเลยทีเดียว

ไม่เพียงแต่จะถูกใจผู้ชมทั่วไปเท่านั้น หนังยังสามารถเรียกผู้ชมวัยรุ่นโดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบลีโอ อยู่เป็นทุนอยู่แล้วเข้ามาให้การอุดหนุนมากกว่า 1 รอบ และนี่เป็นสาเหตุที่ไททานิกสามารถเจาะกลุ่มคนดูได้กว้างมากที่สุด จนทำให้ ไททานิก ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในอเมริกา (600 ล้านเหรียญ) และทั่วโลกด้วย (รวมแล้วหนังโกยมโหฬารไปได้ถึง 1,800 ล้านเหรียญทั่วโลก) ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีหนังเรื่องที่จะมีวี่แววที่จะมาล่มเรือนี่ให้ออกจากตำแหน่งสุดยอดขนาดนี้ได้เลย

อีกทั้งจากการประสบความสำเร็จในการฉายอย่างมโหฬารขนาดนั้น ออสการ์ยังมอบรางวัลแด่คุณภาพของภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมเรื่องนี้ไปถึง 11 รางวัล จากการเข้าชิงทั้งหมด 14 รางวัล ซึ่งถือเป็ประวัติศาสตร์มากที่สุดของยุค 90s ที่หนังเรื่องนึงจะสามารถโกยรางวัลออสการแบบเหมาหมดไปได้ถึง 11 รางวัล ( สถิติเท่ากับ Gone with the Wind ) ก้อถ้า Gone with the Wind ยังคลาสสิคเหนือกาลเวลาขนาดนั้น ในปีที่ ไททานิกเปิดตัวนั้น ต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้ จะคลาสสิคเข้าตาผู้ชมรุ่นใหญ่ ต่อจากนี้ได้ดีแค่ไหนในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็อย่างที่เอ่ยถึงในตอนนั้น มาถึงตอนนี้ตำนานของไททานิกนั้น เพื่งจะผ่านไปได้เพียง 10 ปีเท่านั้นเอง


-----

สถิติของ TITANIC

Summary

Domestic : $600,788,188 32.6%
Foreign : $1,244,246,000 67.4%
--------------------------------------------------------------------------------
Worldwide: $1,845,034,188 คือหนังที่ทำรายได้ทั่วโลกมากที่สุดในขณะนี้

สถิติอันดับ 1 ในหลาย ๆ ชาร์ตในขณะนี้

- หนังมันตภัยโลกที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดการ ที่ 2 คือ Independence Day 306.1 ล้านเหรียญ

- หนังโรแมนติกดราม่าทำรายได้มากที่สุดตลอดกาล ที่ 2 คือ Ghost 217.6 ล้านเหรียญ

- ผลงานที่ทำรายได้สูงที่สุดในอเมริกาขณะนี้ด้วยยอดรางรับสูงถึง 600.8 ล้านเหรียญ ที่ 2 คือ Star Wars 460.8 ล้านเหรียญ

- ผลงานทำเงินทั่วโลกสูงสุดตลอดกาล ด้วยยอด 1.8 พัน้ลานเหรียญ ที่ 2 คือ The Lord of the Rings: The Return of the King 1.12 พันล้านเหรียญ


- หนังปี 1997 ทำเงินสูงสุดตลอดกาล ที่ 2 คือ Men in Black 250.7 ล้านเหรียญ

- ผลงานเรต PG-13 ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาล ที่ 2 คือ Star Wars 460.8 ล้านเหรียญ

- ผลงานที่อยู่อันดับ 1 นานที่สุดตลอดกาล ถึง 15 สัปดาห์ (3 เดือนกว่า) ที่ 2 คือ Baverly Hill Cops ในปี 1984 ที่ทำได้ 13 อาทิตย์

- หนังที่ทำรายได้อาทิตย์ที่ 4 และ 5 และ 6 และ 7 และ 8 และ 9 ได้มากที่สุดตลอดกาล คือ 28.7 ล้านเหรียญ 30.0 ล้านเหรียญ 25.2 ล้านเหรียญ 25.9 ล้านเหรียญ 23.2 ล้านเหรียญ 28.1 ล้านเหรียญ ตามลำดับ ซึ่งในอาทิตย์เปิดตัว หนังไปได้ 28.2 ล้านเหรียญเท่านั้นเอง

รางวัล

The Academy Award 14 Nominationed ออสการ์เช้าชิง 14 รางวัล สามารถกวาดเรียบกลับไปได้สูงถึง 11 รางวัล ซึ่งในขณะนี้มีเพียง 3 เรื่องที่ทำได้ขนาดนี้คือ Gone with the Wind ในปี 1939 และ The Lord of the Ring : The Returns of the King ในปี 2003 ซึ่งเข้าชิง 11 รางวัลและรับกลับบ้านทุกรางวัลที่เข้าชิงเลย

TITANIC

Studio: Paramount
Release Date: December 19, 1997
Domestic Gross: $600,788,188
Prod. Budget: $200 million
Mktng. Budget: $40 million - ที่เจงข่าวออกมาว่าใช้งบการตลาดและโปรดมตไปถึง 85 - 90 ล้านเหลยทีเดียว
Running Time: 194 mins.
Genre: Romance
MPAA: PG-13 (disaster related peril and violence, nudity, sensuality and brief language)

ACADEMY AWARDS NOMINATIONS

Picture (WIN) - ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
Director (WIN) : James Cameron ผู้กำกับยอดเยี่ยม
Actress: Kate Winslet
Supporting Actress: Gloria Stuart
Editing (WIN) - ตัดต่อยอดเยี่ยม
Cinematography (WIN) - กำกับภาพยอดเยี่ยม
Art Direction (WIN) - กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม
Costume Design (WIN) - ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
Makeup
Visual Effects (WIN) - วิชวลเอ็ฟเฟกต์ยอดเยี่ยม
Sound (WIN) - บันทึกเสียงยอดเยี่ยม
Sound Editing (WIN) - ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม
Original Dramatic Score (WIN) : James Horner - เสียงประกอบยอดเยี่ยม
Original Song (WIN) : "My Heart Will Go On" - เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

Total Nominations: 14
Total Wins: 11

คลิกตรงนี้เพื่อดูรายชื่อผู้เข้าชิงทั้งหมด >> Click ++


-----

Ending Credit :

Google
Imageshack
Boxofficemojo.com
Titanic.com

ร้านหนังสือแถวบ้าน
คอมพิวเตอร์และคียบอร์ดคู่ใจ
บอร์ดคนรักหนัง/Thai DVD.com
และเหนือสิ่งอื่นใด ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้คับผม ++



_________________
I can make the bad guy good for a weekend.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไว้อ่านจบทั้งหมดแล้วจะรีบมารีพลายเลยค่ะว่าชอบอันไหนที่สุด

ป.ล พี่ม่อนหนูอยากอ่าน10อันดับบุคคลที่แรงที่สุดแห่งบอร์ดประจำปี2008น่ะค่ะ อ่านรีวิวประมาณนี้ทีไรแล้วขำทุกที พี่ม่อนเนี่ยแหละเหมาะที่สุดแล้วในการรีวิวแห่งปีชุดนี้



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อ่านจบกันแล้วก้อมาฟังเพลงซึ้งจากงานรีวิวที่เยี่ยมที่สุดละกัน เพราะทั้งเพลงธีมของหนังและเพลงดังอย่าง My Heart Will Go On โดยซีลีน ดิออน ช่างสร้างความประทับใจที่ตอกย้ำกันอีกนอกจากหนังจะเยี่ยมเพลงก้อสามารถสร้างความประทับใจอีกรูปแบบหนึ่ง ช่างเป็นภาพยนตร์ที่สร้างความประทับใจและความสุขโดยที่น่าจะไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดต่อจากนี้ทำได้ขนาดนี้อีกแล้ว ขนาดเอามาดูกี่รอบ ๆ ก้อยังเหมือนกับเพิ่งดูผ่านไปได้ไม่นานนี่เอง อิอิ ของเค้าดีจริง มอบโล่ห์กันไปเลย

My Heart Will Go On




Titanic theme ++



ติดตามงานกันต่อไปคับ ++


_________________
I can make the bad guy good for a weekend.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Da Nastina พิมพ์ว่า:
ไว้อ่านจบทั้งหมดแล้วจะรีบมารีพลายเลยค่ะว่าชอบอันไหนที่สุด

ป.ล พี่ม่อนหนูอยากอ่าน10อันดับบุคคลที่แรงที่สุดแห่งบอร์ดประจำปี2008น่ะค่ะ อ่านรีวิวประมาณนี้ทีไรแล้วขำทุกที พี่ม่อนเนี่ยแหละเหมาะที่สุดแล้วในการรีวิวแห่งปีชุดนี้


อ่า จะบอกว่าพี่อยู่มานานแล้วว่างั้นเหอ้อะ อุอุ ++

อย่าลืมฟังเพลงธีมด้วย แบบเยี่ยมโคตร ได้อารมณ์มาก ++



_________________
I can make the bad guy good for a weekend.
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบรีวิวพี่ม่อนนะ แต่ถ้าชอบสุดๆต้องไททานิคจริงๆครับผม!!!

ป.ล.ส่วนตัวคิดว่าอันดับที่ 5 4 ดีกว่า 2 อ่ะ -*-


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com