ตอบกะเทยกระทุ้ที่แล้วเลยละกันนะเคอะ
อันนี้ความเห็นคร่าวๆ
บาร์บี๋
อีกใจก็แบบ ขอสัก 2-3 วันได้ไหม ทีอีฮอลลีวู้ดจะไม่ยัดเยียดอีมืดหรืออีเจ้กเข้ามาแล้วเน้นขายเรื่อง diversity โต้งๆ
บางทีก็ต้องการจะดูหนังที่ light-hearted บ้างอะไรบ้าง แต่ก็นะ จุดขายของอีบาบี๋2023นี่คือไม่ใช่หนังเบาสมองหนังจัญไรแบบพวกแกรี่มุฟวี่
จะบอกว่าชอบ ก็คือ ชอบตรงใส่เรื่องเฟมินิสซึ่มเข้ามาเลย แบบโต้งๆ พร้อมตีตราเสร็จสรรพ์ว่าสังคมชายเป็นใหญ่มันไม่ดียังโง้นอย่างงี้
สารภาพว่าในตอนต้นของเรื่องคือแบบ แม่งมาอีกละ อีแนวคิดเฟมินิซึ่มชะนีครองโลง ชะนีดีเลิศผู้ชายเฮงซวย ชะนี=victim ผู้หญิงต้องเด่นกว่าผู้ชายบลาๆ
จนกระทั่งในช่วงท้ายค่อยมีความบาลานซ์ในแง่คุณค่าของอีเคนหมวยหน่อยนึง ก็แบบ เออปล่อยจอย ไม่ถือสาอะไร คิดซะว่ามันก็ช่างทำดี
แม้นอีแนวคิด barbie ผมบลอนด์นมโต คือ stereotype ของชะนีในเชิงลดคุณค่าและถูกจับใส่กรอบ จะถูกเอามาทำหนังเป็นสิบๆรอบแล้วก็ตาม
แต่ที่คิดเหมือนกะเทยทุกอย่างคือ มันไม่สนุกอ่ะ คือแบบ มันแค่ไม่สนุกอ่ะ เส้นเรื่องมันง่อยมาก คือประเด็นระดับนี้ ทำให้ดราม่าสุด หรือจัญไรสุดไปเลยไหม
นี่ว่าถ้ากล้าหยาบ กล้าจัญไรกว่านี้จะดีมาก เอาจริงๆขนาดอี disney Zootoopia ยังถ่ายทอดการจิกกัดสังคมได้ดีกว่านี้มาก แถมดูละสนุกด้วย นี่แบบ ไม่สุดอ่ะ แต่แย่ไหมก็ไม่แย่
แล้วยิ่งฉากท้ายๆ ที่อียายมาจับมืออีมาโก้ ให้เลือกไปเป็นคน คือ งง ดราม่าทำไม ดิชั้นได้อะไรจากสิ่งนี้ กูไม่ใช่ตุ๊กตาบลายไหม
หรือถ้าจะพูดให้ถุกคืองงตั้งแต่แรกว่าตรรกกะบาบี้มาโลกมนุษย์เพราะอีเม็กซิกันหนีเข้าเมืองมันมีจินตนาการวิปริตผิดมนุษย์มนา มันคืออีหยังวะ อะไรคือคอนเสป
ถ้าเป็นแบบอีมาบี้ทะลุประตูมิติมาอีกโลก แบบหนังบาบี้ที่อีไทร่าแบงค์แสดงยังจะ make sense กว่าอีก
เออละอีไรอั้น คือแย่งซีนอีมาโก้จริง ทุกฉากที่ออกคือแย่งซีนหมด กล้ามคือน่าแดกมาก ไม่ใช่กล้ามแห้งๆแต่มันพอดี ถ้าไม่เจอหน้าปลาไหนฉาบกับผมสีบลอนด์ปลอมๆคงดีกว่านี้
อีเจ้กเคนก็ไม่รู้เอามาทำไม คือบทก็ดีนะ อีนี่ก็แสดงพอได้ แต่ติดตรงหน้าเหี้ย อะไรๆก็เลยเฟลไปหมด นางแก่ด้วยแหละ แทนที่จะหาหนุ่มๆ (เอาจริงอีมาโก้ก็แอบบแก่เกินบทนะ 555 เอาอี Gal Gadot มาใส่วิกผมทองดีกว่าไหม)
แล้วววววว แคสนักแสดงประกอบแต่ละตัว เอาบิ้กเนมมา อีดอก ไม่ได้เรื่องสักตัวคร่ะะะะ ไม่รุ้ทำกันอีท่าไหน จมมากก แทนที่จะช่วยกันตบมุ๊กโบ๊ะบ้ะกลายเป็นอืมๆ อ่าๆ เคจ้า
อี weird barbie นี่คือควรเป็นบท side kick ที่ตราตรึงที่สุด แต่นี่ ...... ไม่ต้องพูดถึงอีแม่ลูกลาวเซิงเม้กซิกันนะคะ ไหนคะพลังนักแสดง ไหนคะ
ต่อที่ Oppenheimer
คือขึ้นชื่อว่าอีโนแลนอ่ะเนาะ ก็ไม่ต้องกลัวว่าหนังจะเหี้ย เรื่องนี้ก็ตามมาตรฐาน แต่ มันไม่เหมือนหนังเรื่องอื่นของอีโนแลนเพราะ หนังเรื่องนี้ จบแล้ว จบเลยค่ะ
ปฏิกริยาลูกโซ่ที่คนต้องเอมา discuss ต่อหลังหนังจบ บลาๆ เถียงกันวิเคราะห์บทพูด คือไม่มี จบแล้วคือจบ เข้าใจ
ซึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันเป็นหนังชีวประวัติ จะทำอะไรได้มากกว่านี้ แล้วก็เป็นชีวประวัติแนวดราม่าอีก อีดอก ดราม่า after prime time เหมือนดูจูดี้ตอนที่แก่เป็นป้าหนังเหี่ยวแล้ว
ดูแจ้กกี้ตอนที่ผัวโดนยิงตายแล้ว มันก็ไม่มีอะไรน่าสนใจป่ะ เชื่อว่าคนเห็นชื่อโนแลนคือคาดหวังความเป็นวิทยาศาสตร์ ฟาดทฤษฎีกันผัวะๆ ตบท้ายที่ visual อลังกาล
แต่เรื่องนี้ ทุกอย่างมันจบ ตั้งแต่ฉากทดลองระเบิดที่อาลามอสแล้วค่ะ คือหลังจากนั้นมันก็แบบ แล้วไงอ่ะ ตอนทำการบ้านก่อนดูหนัง ทุกคนก็น่าจะได้เห็นแล้วว่าหลังจากนี้ อะไรจะเกิดขึ้น
ซึ่งก็ไม่มีความจำเป็นต้องเสียเพิ่มหนึ่งชั่วโมง เพื่อดูฉากอิโรเบิตโดนอิเรมี่กรามอูมแหกหี แล้วคือคาดหวังจะได้เห็นฉากตอนบู้มฮิโรชิม่า คือ ปิดกระทู้
นักแสดงทุกคนก็โอเค อีเอมิลี่จึ้งจริง ทุกฉากที่ออกคือสปอต์ไลท์ส่อง แต่พลาดตรงที่อีจีน อีฟลอเรนซ์ไม่มีพลังนักแสดงเลย ทั้งๆที่ทุกเรื่องอีนี่แย่งซีนชาวบ้านรัวๆนะ
แต่บทนี่คือตุ้บ แอ้ก ภาพจำคือเป็นกะหรี่เหวี่ยงๆร้ายๆ แบนๆ ละจบ ลองนึกสิว่าถ้าบทนี้แสดงโดยอีมารีย้ง(ตอนยังไม่แก่ขนาดนี้) คนคงลืมว่ามีอีคิตตี้ในเรื่องด้วย
ละที่ไม่ให้ไม่ได้เลยคือ บทพี่แมทค่ะ ทุกฉากที่พี่แมทออก คือน้ำหีไหลยาวไปถึงตาตุ่ม คือยิ่งแก่ยิ่งเซ็กซี่มากๆ เหมือนป๋า แด๊ดดี้ ตัวหน้าๆ โอ้ย คันกี
สรุปแล้วก็คือ มันก็เป็นหนังที่โอเคเรื่องนึง แต่ถามว่า จำเป็นจริงๆหรอที่ต้องให้โนแลนทำ แบบนี้ให้ผกก.น้ำดี(สักคน)ทำก็ได้ มันไม่ได้ดึงจุดเด่นของโนแลนออกมาเลย



