˹���á Forward Magazine

ตอบ

NuRii3_Review : Lana Del Rey - Chemtrails Over The Country
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ NuRii3_Review : Lana Del Rey - Chemtrails Over The Country 
Lana Del Rey - Chemtrails Over The Country Club



NuRii3 MUSIC REVIEW





Chemtrails Over The Country Club: B+

ด้วยความที่กำลังมีโปรเจ็คต์รีวิวใหม่ ที่จะเขียนถึงงานแกรมมี่2019 ความพิเศษที่เลือกงานแกรมมี่ปีนั้นมาเขียน เนื่องจากต้องถือว่าเป็นอีกปี ที่บรรดาพอพสตาร์ฝั่งชะนีที่เป็นnominationsในงานปีนั้น มีผลงานที่แข็งแกร่งมากๆ โดยเฉพาะ อีแคระ อีล้านนา และอีบิลหรี่

ซึ่งอีแคระกับอัลบั้มty nextเอง ส่วนตัวค่อนข้างเขียนถึงนาง เรียกว่ามากประมาณนึงก็ว่าได้ โดยเฉพาะไตเติ้ลแทร็ค แต่ในตัวโปรเจ็คท์รีวิวที่กำลังจะเขียนถึงในอนาคตข้างหน้านี้ อาจจะพูดถึงภาพรวมที่ไม่เคยพูดถึงมาก่อน สำหรับอีบิลหรี่ อาจจะพูดถึงนางในฐานะ'เด็กดัน'คนใหม่ ซึ่งก็ต้องมาดูกันอีกที ว่าต้องเจาะประเด็นอะไรบ้าง

สุดท้าย ในส่วนของอีล้านนา ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดในโปรเจ็คท์รีวิว ด้วยความที่งานของอีนี่จะเรียกว่ามีความก้ำกึ่งมากที่สุดก็ยังได้ จะดีระดับมาสเตอร์พีซก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น แบบภาคดนตรีดีมากก็จริง แต่พอมาเจอภาคเนื้อหาแล้วก็แบบ... น่ารำคาญฉิบหาย แต่ดีที่ไม่อุบาทว์เท่าอีอัลบั้มแรกๆ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เอนี่เวย์ ข้างบนนี้ ถือเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะลั้นช์โปรเจ็คต์รีวิวใหม่อย่างเป็นทางการก็แล้วกัน อดใจรอกันอีกหน่อย คาดว่าคงใช้เวลาเขียนเสร็จในอีกไม่นานนี้

แต่... ที่เกิดเป็นรีวิวนี้ขึ้นมา เพราะมันมีชุดข้อมูลบางส่วน ที่overlapและใช้ร่วมกันกับโปรเจ็คต์รีวิวใหม่ที่กำลังเขียนอยู่ กระนั้น มันก็มีบางส่วนที่ไม่สัมพันธ์กัน (เนื่องจากเขียนเลยเถิดนั้นเอง) จึงขอแยกมาเป็นอีกรีวิวต่างหากดีกว่า

พูดถึงอัลบั้มล่าสุดของอีล้านนา จริงๆเคยตั้งกระทู้ชมไปบ้างแล้วบางส่วนในกระทู้discussion ตั้งแต่วันแรกๆที่รีลีสออกมา โดยเฉพาะในส่วนของภาคเนื้อหา ที่ส่วนตัวยกให้อัลบั้มนี้ เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของอีล้านนา ในด้านcomposeเลย คือไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้จากอีนี่ในชาตินี้จริงๆนะ

โอเค ถ้าตัดความself-centric เนื้อหาคลั่งรัก เพ้อควยจนเป็นละครโศก ของอีนี้ ที่มีมาทุกยุคทุกสมัย (ย้ำอีกที ว่ามีอยู่ในทุกอัลบั้ม) ออกไป อัลบั้มนี้ถือว่านางพัฒนาในส่วนของภาคเนื้อหา มาได้ค่อนข้างไกลกว่าที่เคยคิด/คาดหวังไว้มาก

โดยเฉพาะธีม'escapism' ที่เป็นแกนหลักของอัลบั้มนี้ ทำให้มูดแอนด์โทนของอัลบั้มดูลึก และชัดเจนยิ่งขึ้น คือต่อให้แต่ละเพลงจะยังโฟกัสที่เนื้อหาเฉพาะ อย่าง love heartbreak fame sex or whatever (ช่างแม่ง) แต่พอแกนหลักของอัลบั้มมันแข็งแรงมากพอ ก็ส่งผลให้แต่ละเพลงน่าฟังยิ่งขึ้นตามไปด้วยนั้นเอง

โอเค ว่าตั้งแต่อีlust for lifeเป็นต้นมา ภาคเนื้อหาของเพลงอีล้านนาเอง ก็ไม่ได้ดูขี้เหร่อะไร อย่างน้อยที่สุด ก็ดูดีกว่าสมัยอัลบั้มแรกๆ ชนิดหน้ามือกับหลังตีน แต่ก็นั้นอีก อีลุคbimboไร้สมอง เหมือนที่กะเทยเคยสาปว่า ตกลงอีนี่เป็นอีทรัมป์supporterปลอมตัวมาหรือเปล่า ก็ยังตามสิงสถิตย์ร่างของอีนี้ แบบดิ้นไม่หลุดอยู่ดี

แม้แต่ในอัลบั้มที่นักวิจารณ์อวยแรงสุดลิ่มทิ่มประตู อย่างNFR เอาจริงๆ นี่คือโครตจะรำคาญความเพ้อควยของอีดอกนี่มากๆ แบบเกิร์ล สต็อป กูจะอ้วก ขนาดว่าพยายามมองในแง่ดี ว่าอย่างน้อยๆ lyricsในอัลบั้มหลังๆของอีนี้ก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นแล้วก็ตาม

อีกทั้งยังพยายามที่จะcomprehendว่าธีมของอัลบั้มนั้นคือ theme of nostalgia: missing someone so bitterly that you wish you could just forget them แต่คือมึงจะคร่ำครวญแบบนี้ ตั้ง4-5อัลบั้มติดกันไม่ได้ค่ะ อีดอก แล้วธีมก็บั่บบบ ธีมเพ้อควยงี้ มันควรจะเป็นแค่เพลงๆนึงไหม ไม่ใช่มึงดึงมาใช้เป็นแกนหรือมูดแอนด์โทนของอัลบั้ม อีห่า

สำหรับภาพรวมของอัลบั้มนี้ นอกจากอีลีดซิงเกิ้ล Let Me Love You Like A Woman ที่อยากเอาตีนยันหน้าอีดอกนี่ซัก30รอบ บรรดาแทร็คที่เหลือ คือดีงามมากๆ ทั้งๆที่อีอัลบั้มนี้เอง ก็ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบบอีล้านนาไว้จนครบหมด ทั้งเนื้อหาประเภทself-centric คลั่งรัก เพ้อควย คร่ำครวญ พูดง่ายๆ เรียกว่าเป็นอัลบั้มที่โครตจะชะนี้ชะนี ถ้าผู้ชายคนไหนฟังคือเป็นกะเทยแน่นอน

แล้วก็น่าจะเป็นอัลบั้มแรกของนางด้วยมั้ง ที่ช้านฟังจบทั้งอัลบั้มแล้ว พอฟังซ้ำอีก กลับไม่มีแทร็คไหนที่ต้องกดข้ามเลย ขนาดอีNFRที่นักวิจารณ์อวยฉิบหายโหง ก็ยังมีแทร็คให้ข้าม แล้วอีแทร็คที่ข้ามส่วนใหญ่ ก็ดันเป็นเพลงที่อีดอกนี่ เลือกตัดเป็นซิงเกิ้ลเกือบทั้งสิ้น

โอเค ถ้าวัดกันเฉพาะภาคดนตรี ช้านก็ยังยกให้อีNFRเหนือกว่า โดยเฉพาะบรรยากาศคลาสสิกร็อคยุค70 ที่อีล้านนากับอีแจ็คแอนโทน็อฟทำออกมาได้เพอร์เฟ็คท์ พอดิบพอดี สมูธ มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ดนตรี และภาษา ฟังแล้วรู้สึกอิ่มเอมมากๆ

เทียบกับอัลบั้มที่มาในโทนร็อคและpsychedelicใกล้เคียงกัน อย่างอีultraviolenceที่ทำกับthe black keys กลายเป็นอีอัลบั้มนั้นดูสะเหล่อไปเลย (แต่เอาเข้าจริง จะโทษฝั่งproductionอย่างเดียว ก็ดูจะไม่เป็นธรรมเท่าไหร่ เพราะก็มีบางแทร็คที่ช้านว่าเจ๋งดี แต่ที่พังจริงๆ คือภาคเนื้อหาที่เข้าขั้นเหี้ยนรกแตกเกินเบอร์ไปมาก)

แต่พอมาเป็นแนวดั้งขอรูท (americana) พวกโฟล์ค คันทรี่ bluegrass blue-eyed soul คือโครตจะsuitกับคาแรคเตอร์ของอีดอกนี่มากๆ แม้ว่าอาจจะสูญเสียความรู้สึกที่overwhelmingหรือemotional แบบในNFRไป แต่เราก็ได้ความเป็นorganic, state of being entirely freeเข้ามาทดแทน

เมื่อพอมารวมกับภาคเนื้อหาที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น มีธีมที่แข็งแรง และมีมูดแอนด์โทนที่ชัดเจน แม้เนื้อหาที่อีล้านนาถ่ายทอดออกมา จะเป็นเรื่องเดิมๆก็ตาม แต่มันชวนฟังมากขึ้น ไม่น่ารำคาญ มิติของแต่ละเพลงเอง ก็ดูซับซ้อนยิ่งขึ้น ที่สำคัญ คือเรารู้ว่าจุดสิ้นสุดของแต่ละเพลงมันอยู่ตรงไหน ไม่ใช่แบบเมื่อไหร่มึงจะร้องจบซักที กูรำคาญ

แทร็คที่ชอบ เอาจริงๆ คือชอบเกือบทั้งอัลบั้ม หรือถ้าให้พูดตามตรง คือชอบมากกว่าevermoreของอีเทย์อีก (ติ่งอีเทย์เห็นข้อความตรงนี้ คงนึกอยากมารุมฉีกหีดิช้าน เป็นไงล่ะอีดอก สาปอีแจ็คดีนัก ทีงี้มาบอกชอบอัลบั้มอีล้านนามากกว่า อีดอกทอง กรั่กๆๆ)

ไตเติ้ลแทร็คอย่างอี Chemtrails Over The Country Club นี่ก็ชอบนะ มันดูเป็นเพลงที่โครตจะซิกเนเจอร์ของอีล้านนามากๆ ดูbimbo ดูกลวงๆ self-centricดี ฮาฮ่า ซึ่งเอาจริง มันเป็นเรื่องของเสน่ห์นะ นักร้องคนไหนก็ทำแบบนี้ไม่ได้อ่ะ พูดเลย อารมณ์ดูชีแพร and her fellow bimbos @ปาร์ตี้ริมสระอ่ะ กะเทยเก็ตใช่ม่ะ กรั่กๆๆ

ส่วนไฮไลต์อย่าง Wild At Heart คือดีมากๆ เป็นเพลงที่ฟังแล้วให้รสสัมผัสที่มีมิติซับซ้อน มีความหลากหลายทางอารมณ์ ทั้งความคิดถึงคะนึงหา ความเป็นอิสระจากทุกสรรพสิ่ง ในส่วนของภาคดนตรี ก็ชูความorganicของกีตาร์โฟล์ค และความหวานของเพียโน ตัดกับลาสท์ฮุคที่เป็นchoir ทุกอย่างทำได้ลงตัว และไพรเราะมากๆ

หรือเพลงเก่าเหลือเก็บสมัยพระเจ้าเหาอย่าง Yosemite ก็เหมาะสมทุกประการทั้งปวงที่จะได้กลับมาบรรจุลงในอัลบั้มนี้ ยังไม่นับรวมอีกหนึ่งไฮไลต์ กับเพลงแนวคันทรี่อย่าง Breaking Up Slowly ที่เนื้อหาโครตจะอีล้านนา แต่ทำออกมาได้ดิบ บาดลึก แล้วก็คร่ำครวญอยู่ในระดับที่พอดิบพอดี ไม่เวิ่นเว้อ น่ารำคาญ เป็นชะนีหมดเมนส์เกินไปนัก

ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว เพราะอีนี้เกิดคิดได้จริงๆ หรือเพราะpandemicกันแน่อะนะ จริงๆนี่ก็ถือว่าตัวเอง ค่อนข้างปล่อยวางกับอะไรแบบนี้ได้เยอะมากๆแล้วนะ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน เพลงเพ้อควย คลั่งควย คือถีบกลับลงหลุมอย่างเดียว เดี๋ยวนี้คืออะลุ่มอล่วยจนไม่รู้จะถอยยังไงล่ะ

คือขอให้แค่มีธีมอัลบั้มที่มันชัดเจนบ้าง ที่เหลือมึงอยากจะทำระยําตำบอนอะไรก็ทำไปเหอะ ขอแค่ไม่เขียนเพลงสะเหล่อๆไร้แก่นสานแบบอี2-3อัลบั้มแรกก็พอ แต่เอาเข้าจริง จะเพ้อควยทุกอัลบั้ม บางทีก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ ก็ได้แต่หวังว่า ถ้าครั้งหน้ายังได้ร่วมงานกับอีแจ็คต่อ วิงวอนอีแจ็คช่วยโปรดอีนี่ที ให้เขียนเพลงได้อย่างน้อย ทัดเทียมกับอีอัลบั้มนี้ก็ยังดี ได้แต่ภาวนา เอเมน



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขอพูดในด้านของตัวเองแล้วกัน เพราะดิชั้นไม่ได้ฟังเพลงอีล้านนาแบบทุกบั้มทุกเพลง จะเลือกเป็นแทร็คๆไป
บางอย่างชั้นว่านางก็แต่งเพลงมาได้ดีแต่มันก็หยาบคายไปหน่อย คือแบบ ไม่ได้หยาบโลนอุบาทว์ แบบอีห่านหรือพวกอีคาดิอะไรงเงี้ย แต่เดี๋ยวชิท เดี๋ยวฟัก มันมากไปอ่ะ ถึงคอนเท้นอีนี่เคลมว่า explicit ก็เหอะ

แบบบางเพลง พอมันมีละมันก็ดึงมู้ดดึงโทนเพลงได้อ่ะนะ อารมณ์แบบดิบๆเรียลๆ เออแซบดี แต่ขนาดชั้นไม่ใช่เจ้าของภาษายังรู้สึกกระดากหูเลย อยากให้เพลาๆลงบ้าง จะบอกมาโลกสวยอะไรตอนนี้ คือบั่บ ลองนึกดูเพลงที่คอมโพสมาดี เอเลเม้น lyrics อะไรก็ดูมีสมอง แต่มีควย มีหี ไอ้สัส อีร่าน อีตัว ควายเอ้ย มาเตอฟัคเกอ ไรเงี้ย

ถ้าเพลงเพลงชั้นต่ำอย่างของอีนิกกี้ อีห่านชั้นจะไม่ว่าเลย

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พอกะเทยเปิดประเด็นนี้มา เลยไปลองส่องดู สรุปอัลบั้มนี้มีexplicitเพลงเดียวเอง ไม่จริง เป็นไปได้ยังไง ฮาฮ่า

สำหรับเพลงของอีล้านนา ตั้งแต่ช่วงlust for lifeเป็นต้นมา นี่ชอบการใช้ภาษา การวางคำ อะไรพวกนี้นะ

ช้านว่านางใช้ภาษาได้สละสลวยดี การเลือกคำก็ดี แต่การใช้คำหยาบที่มากเกิน ทำให้ลดทอนคุณค่าหรือสุนทรีในการฟังเพลงไหม อืมมม ก็แล้วแต่เพลงนะ

บางเพลงก็เห็นด้วยกับกะเทยว่านางใช้คำหยาบฟุ่มเฟือยมากจนเกินความจำเป็น แต่สำหรับบางเพลงใช้แล้วมันได้อารมณ์ในการถ่ายทอดมากกว่า

แต่รวมๆก็เห็นด้วยว่าถ้าลดได้ก็ดี เพราะบางเพลงก็explicitแบบไม่จำเป็น แบบนิดๆหน่อยๆจะใส่เข้ามาทำไม

คือ ก็ไม่ได้ถึงขนาดตะขิดตะขวงใจอะไรนะ เพราะถ้าไม่หยาบคายระดับเพลงอีนิกหรืออีบือ ก็ยังพอจะรับได้อยู่ แต่เสียดายโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังได้หลากหลายมากกว่า

แต่ที่ส่วนตัวกลับไม่ชอบจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของภาคเนื้อหาซะมากกว่า ด้วยความที่ส่วนตัวไม่ได้ชอบแนวโรแมนติกขนาดนั้นอยู่แล้วด้วย อีกทั้งเพลงอีล้านนา ก็ดันเนื้อหาชะนีจ๋าอีก

อีพวกเพลงมานั่งครวญครางเพ้อพกถึงดุ้นนี่ ถ้าไม่หนักหนาจริงๆก็ยังพอทนฟังจนจบได้นะ แต่นี่เล่นยัดมาทุกอัลบั้ม แทร็คเว้นแทร็ค แทร็คนึงล่อไปเกือบ10นาที อะไรแบบนี้ ฟังแล้วจะอ้วก

แต่ต้องยอมรับทักษะการใช้ภาษาในเพลงของอีนี่คือเจ๋งจริง สวยงาม แต่เก๋ มีสไตล์เฉพาะตัว สมกับที่นางมั่นว่านางเขียนเพลงได้ดี

ทุกอย่างที่นางใส่เข้ามา เช่น references ที่เป็นสถานที่ หรือบุคคล ล้วนแต่do on purposeทั้งสิ้น เสียเปล่าน้อยมาก

ถ้านางรักษามาตรฐาน การเขียนเพลงได้ในระดับเดียวกับอัลบั้มนี้ กล่าวคือ มีธีมที่ชัดเจน ไม่ใช้คำหยาบคายฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และเนื้อหาไม่วนเวียนอยู่แต่กับอะไรเดิมๆ

ช้านว่า ผลงานนางน่าจะไปได้ไกลกว่าบรรดาพอพสตาร์ในรุ่น เพราะอย่างอีเทย์ที่กะเทยพากันยกให้เป็นเบอร์หนึ่งด้านคอมโพสในรุ่น การเลือกใช้คำ หรือความสละสลวยทางภาษา โดยรวมก็ยังสู้อีล้านนาไม่ได้

ที่เค้าเรียกว่า'flourishing' อีเทย์ยังไม่สามารถพาเพลงส่วนใหญ่ของตัวเอง ไปถึงระดับนั้นได้ (คือถามว่ามีไหม มี แต่ไม่ใช่ทั้งหมด)

แต่เราสามารสัมผัสถึง'ความรุ่มรวย' ทางภาษา ทางดนตรี และทางวัฒนธรรม จากเพลงของอีล้านนาได้เกือบตลอด

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่นักร้องเมนสตรีม จะมีลักษณะเช่นนี้ เหมือนนักร้องระดับพอพสตาร์คนสุดท้ายที่นึกออก ก็คงนู้น อีเอมี่เลยล่ะมั้ง

(ส่วนจุดแข็งของอีเทย์ คือมิติและความซับซ้อนของภาคเนื้อหา ที่ฟังแล้วรู้เลย ว่ากลั่นกรองความคิดจนตกผลึกมาแล้ว ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆจากบรรดานักร้องพอพสตาร์เช่นกัน)


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
พูดถึงเรื่องdo on purpose แล้วมีอีกตัวอย่างนึง เป็นความเหี้ยของล้านามาให้กะเทยดู ฮาฮ่า คืออีhope is a dangerous thing for a woman like me to have, but i have itในบั้มที่แล้ว

จากภาพรวม เป็นเพลงโทนหม่นเศร้าๆ บาดลึก ตัดพ้อชีวิต มีfeminist message อยากเป็นsylvia plathพอหอมปากหอมคอ แต่พอเข้าเวิร์สสองเท่านั้นล่ะ ก็ออกลายอีทรัมป์supporter เหยียดอีมืดหิวแสง อย่างอีazealia banks ซะงั้น อีดอกทอง ฮาฮ่า

(แต่เอาเข้าจริง ด่าคนอย่างอีดอกazealia banks นี่คือเปลืองตัวมากๆนะ ก็ไม่รู้คนอย่างอีล้านนา จะต้องลดตัวไปต่อความยาวสาวความยืดกับคนอย่างอีนี่ทำไม ขนาดพวกไอ้มืด/อีมืดในcommunityเดียวกัน ก็ยังเกลียดอ่ะ คิดดู เป็นอีมืดแท้ๆ หาแสงกับใครเสือกไม่หา มาหาแสงกับคนอย่างอีบี อีดอก เงาหัวยังเหลืออยู่หรือเปล่านั้น ฆ่าตัวตายทางสังคมชัดๆ เป็นอีมืดแล้วยังโง่อีก สมแล้วที่ต้องไปหาแดกกับcontentวิปริต แดกหมาแดกแมว)

นึกสภาพถ้าเป็นอีพวกแร็ปเปอร์ปากหี ก็แต่งเพลงด่ากันโต้งๆใช่ม่ะ แต่อีดอกนี่ ฉากหน้าใช้ภาษาดูสวย ดูผู้ดี พยายามrepresentภาพลักษณ์ของชะนีeliteผิวเผือกดั้งขอ ในแวดวงhigh society แต่กลับแฝงไปด้วยทัศนคติในการเหยียดตลอดเวลา

เหมือนกับสานส์ที่นางเคยเขียนในIG ที่ทำออกมาเป็นตัดพ้อ แต่intentionจริงๆคือต้องการจะแซะพวกอีมืดในอุตสาหกรรมเพลง เป็นhot issueที่เราเคยคุยกันในห้องนั่งเล่นเมื่อปีที่แล้วนั้นล่ะ

คือนางไม่ต้องต้องออกมาเหยียดโต้งๆหรอก แต่ดูจากดาวอังคารก็ยังรู้ เพราะนักร้องที่นางยกตัวอย่างขึ้นมา ก็มีแต่อีมืดทั้งนั้น ทั้งอีบีงี้ อีแคระงี้ บอกทำแต่แนวขายหีถึงดัง ไม่ได้make a contributionอะไรให้แก่วงการ

ซึ่งมันสอดคล้องกับแนวคิดของพวกอีพวกดั้งขอ แม้กระทั่งตัวชะนีผิวเผือกเอง ที่มีมุมมองต่อบรรดาอีมืดที่เป็นชะนีด้วยกัน เช่น MV hard out hereของอีลิลหรี่ ที่ตัวเพลงเรียกร้องสิทธิสตรีแท้ๆ แต่อีกด้านนึง ก็แฝงไปด้วยทัศนคติเหยียดชะนีผิวสี categorizeและโจมตีว่าเพราะพวกอีมืด ทำให้ภาพลักษณ์ของชะนีด้วยกันดูแย่ เป็นได้แค่sex objectของผู้ชาย

anyway แต่ที่ช้านชอบอีล้านนา เพราะคาแรคเตอร์จัญไรแบบนี้ล่ะ 555 ซึ่งมันไม่ใช่แค่คาแรคเตอร์ส่วนตัว แต่มันยังส่งผล/ปรากฏในผลงานเพลงของนางอีกด้วย ก็อย่างว่า ผลงานมันก็คือกระจกสะท้อนทัศนคติ/มุมมองของอีตัวนักร้องนั้นล่ะ

ซึ่งคาแรคเตอร์แบบนี้เค้าเรียกว่าอะไรนะ ปากว่าตาขยิบป่ะ 555 ในโลกที่ทุกวันนี้ อุดมไปด้วยสังคมดัดจริต อ่อนไหวกับทุกสิ่งอย่าง คาแรคเตอร์แบบอีล้านนาคืออะไรที่โครตจะเรียลมากๆ

คือตัวเองก็โครตจะwhite supremacy แต่ต้องใช้ชีวิตในสังคมดัดจริตแบบนี้ให้ได้ ซึ่งพอความคิดหรือการกระทำ มันไม่ได้มาจากเนื้อแท้จริงๆ กะเทยเลยได้ขำขันและสาปในความโป๊ะ หรือความย้อนแย่งในตัวอีนี่ตลอด


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไหนๆกะเทย เปิดประเด็นเรื่องคำหยาบในเพลงสากลยุคนี้ล่ะ พอมานั่งใคร่ครวญจริงๆ ก็แอบรู้สึกคล้ายๆกัน เอาตรงๆ ส่วนตัวรับคำหยาบคายได้อยู่ล่ะ ในกรณีที่มันจำเป็นต้องมี ก็คือต้องมี ไม่ได้ติดใจอะไร หรือพวกคำหยาบคายเล็กๆน้อยๆ ก็ไม่ได้มายด์อะไรเช่นกัน

อาจจะเพราะอายุด้วยมั้ง เลยไม่ได้อะไรกับเรื่องแบบนี้มาก ถ้าไม่ถึงขั้นใช้จนฟุ่มเฟือย ประเจิดประเจ้อเกิน แบบwet-ass pussy, nut on my butt ที่เข้าขั้นระยำจัญไรมากเกินเบอร์ไปมาก จนกลายเป็นหนังเย็ดหนังกะหรี่ ที่จะใช้คำ ใช้ภาษาอะไรแบบนี้ได้

ถึงส่วนตัวจะรับได้ก็ตาม แต่ช้านก็ว่าเพลงเป็นสื่อมีเดียที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายที่สุด ดังนั้น การที่censorshipของอีกัน ปล่อยปละละเลยให้เพลงใช้คำหยาบคายจนเลยเถิด มันแสดงถึงความหละหลวมและมักง่ายของตัวองค์กร

รวมทั้งในส่วนของอีพวกศิลปิน/นักร้องเองก็เช่นกัน คือจะมาอ้าง ติดexplicit แล้วทำเพลงเนื้อหาแบบไหนยังไงก็ได้เหรอ มันดูเห็นแก่ตัว และปัดความรับผิดชอบต่อสังคมไปหรือเปล่า

อย่างที่บอก เพลงมันเป็นสื่อมีเดียที่เข้าถึงผู้คนง่าย ดังนั้นการจำกัดการเข้าถึงมันก็ยิ่งยากตาม โดยเฉพาะในส่วนของเด็กเล็ก คือจะให้ทางผู้ปกครองต้องมารับผิดชอบ คอยกรองให้ลูกหลานฝ่ายเดียว มันก็ดูจะเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้เกิน ควรมีความรับผิดชอบ และตระหนักถึงผลกระทบต่อสังคมมากกว่านี้

แต่ก็อย่างว่า เมื่อก่อนจะฟังเพลงที ก็ต้องผ่านทีวีอย่างMTV VH1 ผ่านสถานีวิทยุ นิดๆหน่อยๆก็โดนสถานีแบน แต่สมัยนี้ ช่องทางการฟังเพลง/การเข้าถึงเพลง มันง่ายกว่าเมื่อก่อน ระบบcensorshipของบรรดาแอพฯสตรีมมิ่งเอง นี่ก็ไม่รู้ว่ามีประสิทธิภาพมากขนาดไหน เพราะก็ไม่เคยกดcheckออก

ก็ไม่รู้ต่อไปในอนาคต ทุกเพลงต้องมีexplicitกำกับไว้ไหม ต่อไปพ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องมานั่งสแกนดูเอาเอง ว่าลูกหลานกำลังฟังเพลงอะไร เพราะอีพวกศิลปิน/นักร้องบอกช้านหงายการ์ดexplicitไว้แล้ว ที่เหลือไม่ใช่ความรับผิดชอบของช้าน จบ


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com