˹���á Forward Magazine

ตอบ

Beyonce : Beyonce
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Beyonce : Beyonce 


http://www.facebook.com/hysteriaculture

http://hysteriaculture.wordpress.com/2013/12/16/beyonce-beyonce-popelectro-rbneo-soulhip-hopexperimental-75-3-55/

Beyonce : Beyonce : Pop/Electro R&B/Neo Soul/Hip-Hop/Experimental (75% = 3.5/5)

เพราะความที่จู่ๆสาว”บียอนเซ่”ก็ปล่อยอัลบั้มออกมาเขย่าช่วงปลายปีชนิดที่ไม่ทันให้ทั้งแฟนคลับ สื่อมวลชน นักวิจารณ์และคอดนตรีท่านใดๆตั้งตัวหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีบางเพลงหลุดมาให้ตื่นเต้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันพอหอมปากหอมคอแต่เอาจริงๆก็ไม่มีใครที่จะสามารถให้คำตอบหรือแม้แต่คาดคะเนวันวางขายอัลบั้มที่แน่นอนได้แถมช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้การแข่งขันบนชาร์ตเพลงของบรรดาศิลปินหญิงก็นับว่าอยู่ในระดับที่สูงเสียดฟ้ามันส์หยดสนั่นวงการกันไปเลยทีเดียวส่วนตัวก็เลยคิดเหมือนกับหลายๆคนว่าบียอนเซ่คงจะกระเถิบไปออกอัลบั้มเอาปีหน้าที่ไหนได้ล่ะคะคุณเธอเล่นปล่อยอัลบั้มมาเงียบๆชนิดปราศจากการโปรโมตและกระแสใดๆทั้งสิ้นเช่นเดียวกับที่อิฉันและก็เชื่อว่าผู้ฟังอีกหลายท่านเช่นกันที่ก็คงยังไม่ทันได้ตั้งตัวมานั่งคาดหวังเดาสุ่มอะไรกับผลงานของเธอที่สำคัญที่สุดมาแบบเงียบๆไม่พอแต่นางบียังทำเก๋ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตItunesทั่วโลกไปถึง100ประเทศโดยพร้อมเพรียงกันชนิดที่เรียกได้ว่ากลับมาแบบสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการโดยแท้จริง

บียอนเซ่เลือกที่จะให้สตูดิโออัลบั้มชุดที่5นี้เป็นงาน Self-titled อัลบั้มภายใต้ชื่อจริงของตัวเองว่า “Beyonce” โดยคอนเส็ปท์ของอัลบั้มนี้เธอตั้งใจที่จะนำเสนอผลงานชุดนี้ออกมาในรูปแบบของVisual Albumซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของอัลบั้มพร้อมกันผ่านทั้งทางภาพและเสียงว่าแล้วนอกจากเพลงเพราะๆทั้ง14เพลงในอัลบั้มงานนี้บียอนเซ่ทุ่มทุนสร้างทำมิวสิควิดีโอมาฝากแฟนๆกันถึง17ตัวเลยทีเดียวซึ่งก็นับว่าสำหรับแฟนๆของสาวบีแล้วนี่ก็เปรียบเสมือนของขวัญคริสมาสต์ย่อมๆที่เธอตั้งใจมอบให้แฟนๆล่วงหน้าเลยก็ว่าได้นะ นับว่าเป็นการส่งท้ายปีที่คุ้มแสนคุ้มสำหรับคอดนตรีโดยแท้

ในเรื่องของแนวดนตรีหลังจากที่มาสายคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีดิบดำปิ๊ดปี๋ไปแล้วใน Dangerously In Love ผลงานชุดแรกก่อนที่จะขยับมาเป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีที่พุ่งเข้าหาเมนทสตรีมเต็มที่ใน B’Day ยันขยับมาแบ่งเป็นสองฝั่งสองฝ่ายชัดเจนกับงานพ็อพโซลและอาร์แอนด์บีบัลาดเพราะๆฉีกกับอีกครึ่งชิ้นที่เป็นงานจำพวกโอลด์สคูล ฮิพฮอพ ฟั้งค์ โซลและดิสโก้ใน I Am…Sasha Fierce และก่อนหน้านี้กับงานชุด 4 ที่ไม่ถูกใจดิฉันเป็นการส่วนตัวเอาเสียเลยมาที่ “Beyonce” ชุดนี้นับว่าเป็นย่างก้าวใหม่ที่นับว่าแปลกใหม่พอตัวถ้าวัดจากมาตรฐานการทำดนตรีของบียอนเซ่ถึงแม้ว่างานประมาณนี้เราอาจจะได้ยินมาบ้างแล้วจาก Janelle Monae,จัสติน ทิมเบอร์เลค,พริ๊นซ์ยันพวกศิลปินสายนีโอโซลทั้งหลายที่เด่นๆเลยก็ “New Amerykah” ของเอริคา บาดูที่นำเสนอในสายนี้เช่นกัน โฟกัสที่บียอนเซ่ตอนแรกรู้สึกแปลกๆที่หลายสื่อนิยามผลงานชุดนี้ว่าเป็นงาน เอ่อ Electro-R&B แต่พอได้มาอ่านข้อมูลจากหลายๆสำนักแล้วก็พอจะเข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อว่าอยากทำดนตรี “Futuristic R&B” กล่าวง่ายๆตามที่เข้าใจคือเป็นงานดนตรีอาร์แอนด์บีในยุคอนาคตที่ฟิวชั่นเข้ากับดนตรีอิเล็คโทรนิคและงานสายทดลองต่างๆจำพวกเอ็กซ์เพอริเมนทัลแต้มกลิ่นพวกทริพฮอพ ดาวน์เทมโพ ซินธิ์พ็อพ แอมเบี้ยนท์และนิวเอจสอดประสานร่วมกับดนตรีแบบคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีแท้ๆอันตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นอายเออร์บันทั้งฮิพฮอพ ฟั้งค์ โซลไปยันพวกงานจำพวกอาร์แอนด์บีสายโอลด์สคูลทั้งหลายเป็นอาทิ

ถ้าให้ถามความรู้สึก ณ วินาทีนี้นี่ก็ต้องเรียนตามตรงเลยว่า “ประทับใจ” กับอัลบั้มชุดนี้มากเลยทีเดียวคือในเรื่องความรู้สึกที่ฟังแล้วพีคของตัวงานนี่อาจจะไม่เท่ากับความรู้สึกตอนที่ดิฉันได้ฟังDangerous In LoveกับB’Dayสองอัลบั้มมาสเตอร์พีซของบียอนเซ่นะคะแต่จุดๆนี้นี่ความชอบยกให้พอๆกับอัลบั้ม I Am…Sasha Fierce เลยทีเดียวแม้ว่าอัลบั้มนี้อาจจะเข้าถึงยากกว่ามากด้วยความที่เนื้องานเสี่ยงตายและแลดูไม่แยแสตลาดแบบก่อนๆซึ่งนั่นก็หมายถึงในส่วนของเมโลดี้ที่ไพเราะอย่างที่เคยสัมผัสมาก็ได้ถูกลดทอนลงไปด้วยแต่ก็แทนที่ด้วยชั้นเชิงและความเก๋ที่แสดงให้เห็นเด่นชัดถึงพัฒนาการทางดนตรีของสาวบีเธอเลยทีเดียว (เอาจริงๆก็ทำได้ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้อย่างที่หลายคนปรามาสเพียงแต่ขอขายของก่อนสินะ!) ยิ่งความรู้สึกจากอัลบั้มชุดที่แล้วอย่าง “4″ นี่เล่นเอาดิฉันศรัทธาถดถอยถึงขั้นติดลบแต่พอมาเจองานเปรี้ยวๆแบบนี้นี่วิ่งเข้ากลับสแตนด์เชียร์แทบไม่ทัน…ความเนิบเหรอ? ไม่ใช่ปัญหา…พูดเลย!!!

เปิดอัลบั้มขึ้นมาด้วย Pretty Hurts (4/5) งานพ็อพโซลบัลลาดอารมณ์ขาวสะอาดนุ่มละมุนบริสุทธิ์แบบที่เราๆเคยได้ยินกันในHaloที่ขอสารภาพว่าในรอบแรกที่ฟังรู้สึกเนือยๆเฉยๆแต่พอผ่านเข้ารอบที่สองที่สามกลายเป็นติดหนึบติดแหง็กจนเปลี่ยนเพลงไม่ได้ด้วยความที่เสียงของบียอนเซ่ในเพลงนี้เพราะมากๆส่วนตัวชอบงานบัลลาดอารมณ์สว่างๆเจิดจ้าแบบHaloเป็นทุนอยู่แล้วยิ่งมาเจอการใช้เสียงของบียอนเซ่ในเพลงนี้ที่ตีคู่มากับโพรแกรมมิ่งการใช้ซินธิ์ที่โดดเด่นตลอดจนการนำเสนอเชิงกอสเพลชวนขนลุกทำให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ส่วนตัวประทับใจที่สุดของอัลบั้มนี้ไปในบัดดล Ghost/Haunted (4.5/5) คิดว่าแค่อินเทอลูดขึ้นมาก็แลดูมีมิติแล้วนะคะเรียกได้ว่ารอบแรกที่ฟังเล่นเอาสะดุ้งโหยงเพราะไม่คิดว่าเธอจะขยับมาเล่นกับงานทดลองสุดโต่งแบบนี้ส่วนตัวชอบการเรียบเรียงที่เปิดมาเป็นSpoken Wordsจำพวกบทพูดปะทะแร็พบนบีททริพฮอพหลอนๆสลับไปเป็นงานจำพวกนิวเอจ แอมเบี้ยนท์ประสานกับความเป็นอิเล็คโทรอาร์แอนด์บีอย่างที่สำนักวิจารณ์ต่างๆได้นิยามอย่างลงตัว อาจจะแปลกหูไปนิดสำหรับมาตรฐานบียอนเซ่แต่ก็นับว่าเธอทำเอ็กซ์เพอริเมนทัลขึ้นชนิดไม่น่าเชื่อ แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดถึงJustify My Loveของมาดอนน่าแบบดิฉันรึเปล่านะคะ! มาที่ Blow (5/5) แทร็คที่ส่วนตัวโปรดปรานที่สุดในอัลบั้มกับงานโอลด์สคูลพ็อพอาร์แอนด์บีเต้นรำเจือกลิ่นอายหอมหวนทั้งกลิ่นของความเป็นโซลและฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้แบบยุค70s-80sจับมาปรุงแต่งกับซาวนด์ทดลองอิเล็คโทรนิคได้เด็ดดวงยิ่งแลดูคุณนาย กรีดกรายและเลอค่าชนิดเจิดจรัสเป็นหนึ่งเดียวคนนี้ของอัลบั้ม ฟังแล้วหลายคนอาจจะเทียบกับพวกพริ๊นซ์ไม่ก็จัสติน ทิมเบอร์เลคแต่ดิฉันดันคิดไปถึงงานของพวกไมเคิลและเจเน็ต แจ็คสัน,Tahiti80และงานของศิลปินจำพวกสายนีโอโซลทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งแองจี้ สโทนนี่ใช่เลย สำหรับคนที่ชอบงานคอมเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีบัลลาดแบบในอัลบั้มชุด Dangerously In Love แนะนำให้ฟัง No Angel (4/5) กับ Rocket (4/5) ที่เป็นงานจำพวกโซลฟูลอาร์แอนด์บีไควเอ็ทสตอร์มบัลลาดลอยๆอาจจะแตกต่างตรงที่ซินธิ์ในเพลงแรกฟาดแรงเกินธรรมเนียมแต่ก็นับว่าเป็นการจับเอ็กซ์เพอริเมนทัลมาวาดเป็นคอนเทมโพรารี่ย์อาร์แอนด์บีบัลลาดได้ดีส่วนแทร็คหลังนี่คอโมทาวน์ช่วง70sน่าจะปลื้มปริ่มแน่นอน Partition (4/5) ฟังแล้วนึกถึงโอลด์สคูลฮิพฮอพยุค80sเท่ห์ๆไลน์การนำเสนอเปรี้ยวปราดชนิดที่ฟังไปแล้วโยกไปอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าก่อนที่ช่วงกลางจะสลับไปกระเดียดเป็นแนวอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพพวกอันเดอร์กราวนด์แร็พและอิเล็คโทรนิคแบบที่M.I.A.ชอบทำแต่โอเคกว่าตรงที่บียอนเซ่ได้เปรียบในเรื่องของการใช้เสียงไปๆมาๆกลายร่างไปเป็นงานอาร์แอนด์บีแบบDestiny’s Childสมัย90sที่ติ๊สท์กว่า ดูงงๆแต่ลงตัวเลยให้4ดาวแบบงงๆเพราะว่ามันเปรี้ยวได้ใจจริงๆ อีกแทร็คที่ประทับใจมากๆเห็นทีจะหนีไม่พ้น Mine Ft. Drake (4.5/5) ที่ขึ้นต้นมาหลอกให้ตายใจนึกว่าเป็นงานพวกโซลอาร์แอนด์บีบัลาดเพราะๆนวลเนียนแบบที่เธอชอบทำแต่พอเข้าเพลงจริงๆดันสลับไปเป็นงานเร็กเก้ฟิวชั่นเจือกลิ่นแด๊นซ์ฮอลล์เล่นกับสโลวแจมดาวน์เทมโพอาร์แอนด์บีพริ้งๆเก๋ดี ปิดอัลบั้มด้วย Blue Ft.Blue Ivy (4/5) เปิดม่านมาเป็นงานแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดเข้มๆประสานเพียโนแจ๊ซซ์พลิ้วๆก่อนจะขยับไปเล่นกับซาวนด์ทดลองจำพวกอิเล็คโทรนิคมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็นับว่ายังประคับประคองภาพรวมได้ไม่มีหลุดกรอบ เป็นแทร็คที่สวยงามและไพเราะทีเดียว

โดยปกติแล้วดิฉันมักจะเคยชินกับบียอนเซ่ในแบบฉบับที่ “เยอะ” และบ้าพลังจนหาจุดที่พอดีไม่ค่อยเจอแต่อัลบั้มนี้ประทับใจตรงที่แม้จะเป็นงานทดลองแต่เธอกลับสามารถนำเสนอออกมาได้ลงตัวและพอดีคือไม่ซับซ้อน ยุ่บยั่บและเน้นความเยอะนำแบบที่เราๆได้ยินจากจัสติน ทิมเบอร์เลคในอัลบั้มล่าสุดที่แม้งานดีแต่การนำเสนอเมโลดี้ยังไม่ค่อยกระชับและดูเลื่อนลอยจนหาจุดพีคไม่เจอ เอาเป็นว่าสำหรับการกลับมาชนิดสายฟ้าแล่บใน “Beyonce” สตูดิโอชุดที่5นี้ดิฉันให้เธอสอบผ่านชนิดฉลุย…มาช้าไปนิดแต่ก็เป็นงานที่ดีที่สุดชุดหนึ่งของปีที่หยิบมาส่งท้ายปี2013ได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว

ป.ล. ล่าสุดอัลบั้มชุดนี้ขึ้นชาร์ตอัลบั้มแห่งปีของเพจHysteriaในอันดับที่3หลังจากที่บ.ก.เพจปิดรับพิจารณาอัลบั้มอื่นๆหลังเดือนธันวาคมไปเป็นที่เรียบร้อยแต่ไปไงมาไงไม่รู้จู่ๆงานนางบีโดดเข้าอันดับมากับเขาได้เฉย…ไม่ใช่ควีนบีก็ทำไม่ได้นะคะเนี่ย หึหึหึ


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com