เกริ่นก่อนเลยว่ารีวิวครั้งนี้เป็นโจทย์ที่ ยากที่สุด ถึงขั้นลังเลว่าจะเขียนดีไหม? แต่ด้วยกระแส 55th Annual GRAMMY Awards Nominees ออกมา ความรู้สึกแรกนี้ ถึงขั้นตบเข่าฉาด แล้วบอกว่าคิดไว้อยู่แล้วไม่มีผิด แต่ก็กล้าๆกลัวๆไม่กล้าเขียน จนสุดท้ายเลยกลั้นใจเขียนขึ้นมา แบบรู้สึกว่า เอาว่ะ ตายเป็นตาย ขอเขียนไปก่อนก็แล้วกัน
ผู้อ่านหลายท่านอาจจะงง เอ๊ะ!! ทำไมเหรอ? หรือคนที่ตามงานเขียนมานานหน่อย มาตั้งแต่ช่วงยังเขียนไม่เป็นสับปะรด ว่าอีนี้จะเขียนอะไรพิเรนทร์อีก แค่งานอีแขก็เรียกติ่งสยองมาดราม่า2-3หน้า รอบนี้จะเอากี่หน้าดี บอกเลยว่ารอบนี้โนดราม่าแน่นอนค่ะ แต่ที่บอกถึงตายนี้ คือการเขียนงานที่เรียกว่าเป็นงานอัจฉริยภาพทางดนตรีงานหนึ่งที่สมบูรณ์ที่สุดอัลบั้มหนึ่งในปีนี้เลยทีเดียว ขณะที่เขียนไปก็ขนลุกไป พาลนึกไปถึง ฝีมือเขียนรีวิวของตัวเองที่ประสบการณ์เท่าหางอึ่งแบบฉันมาเขียนงานประเภทนี้มันดีแล้วเหรอ? แต่งานประเภทนี้เราต้องกล้าไว้ค่ะ ผิดเป็นครูแล้วประสบการณ์จะสอนเราเอง
เกริ่นมาซะยาวตกลงหร่อนจะเขียนถึง Nominees คนไหนกันแน่ คงไม่ใช่ Taylor Swift หรือ Carly Rae Jepsen หรอกนะ? ไม่ใช่แน่นอนค่ะ แต่เป็นนักร้องผิวหมึก Frank Ocean กับสตูดิโอเดบิ้วชิ้นแรกในชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำ Mixtape ใต้ดิน แล้วบังเอิญไปเตะตา Jay-Z เข้าเลยดึงมาร่วมงานกันในอัลบั้ม Watch the Throne อัลบั้มซึ่งได้แกรมมี่ไปด้วยถึง 2 รางวัลด้วยกัน โดยแต่เดิมในงาน Mixtape นั้น แฟรงค์ โอเชี่ยนได้ทำเพลงแนว Hipster R&B หรืองานอาร์แอนด์บีร่วมสมัย แต่อัลบั้มนี้จะเป็น เออบันเข้มข้นคลักเหมือนกัน แต่จะมีมุมสมูธของนีโอโซลผสมผสารให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มขึ้น แต่ไม่ต้องห่วงเลยว่ามันจะอ่อนหรือซอล์ฟมากไปเพราะ เป็นงานเออบันแท้ๆกรุยกรายปกคลุมทั้งอัลบั้มเลยค่ะ
channel ORANGE : 100%
งานเขียนคะแนนเต็ม100%งานแรกในการเขียนรีวิวมาเลย ซึ่งปกติก็ไม่เคยให้ใครแม้แต่งานไอดอลของตัวเองก็ตาม ก่อนจะเข้ารีวิวจริงๆขอเล่าไปช่วงก่อนจะได้มาสดับฟังอัลบั้มนี้ ก็ลองอ่านงานรีวิวของทุกสำนักรีวิวมาเหมือนกัน ผลสรุปคือ ไม่มีสำนักไหนให้ต่ำกว่า4ดาวเลย ส่วนตัวก็เป็นพวกขวางโลกอะนะ อัลบั้มไหนใครว่าเพราะจะอคติไว้ก่อน เพราะกลัวเป็นพวกประเภท เกินจริง แต่พอมานั่งฟังเองแล้วถึงกลับเคลิ้มเพ้อพกไปยันสวรรค์ชั้นแปดเลยทีเดียว แทร็คที่นำด้วยงานโซลก็นุ่มละมุนล่องลอยมาก พอแทร็คไหนกระชากมาเป็นงานฮิฟฮอฟอาร์แอนด์เข้มๆก็ข้นคลักเหมือนดื่ม Espresso 2แก้วรวดติดเลยทีเดียว ให้อารมณ์ดาร์คแบบเบลอๆทีเดียว พูดยกยอมาขนาดนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่างานมันดีขนาดนั้นเชียวเหรอ? งานนี้รีขอการันตีให้เลยค่ะ หลังฟังเต็มๆมาเกือบ2เดือน เป็นอัลบั้มที่ละเมียดละไม โดยเฉพาะภาคดนตรี ส่วนภาคเนื้อหา ธีมหลักๆจะพูดเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไปอย่าง ความรักที่ไม่สมหวัง เซ็กซ์ หรือ การดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่กลับแฝงไปด้วยปรัชญา และสะท้อนถึงความความคิดของคนผิวดำ การถูกกระทำจากคนผิวขาว ที่เรียกว่าเป็นอเมริกันชนที่แท้จริง ความเสื่อมโทรมของสังคม วัฒนธรรม กับดักความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น การพึ่งพายาเสพติด และความตึงเครียดระหว่างจิตวิญญาณและโลกความเป็นจริง ผ่านการพรรณนาราวกับบทกวีบทหนึ่งด้วยงานดนตรีชั้นสูงอย่าง โซลเข้มข้นที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ
พูดถึงแนวทางอัลบั้มนี้ดีกว่า ตัวงานเป็นนีโอโซลที่ผสมงานโมเดิร์ดอาร์แอนด์บี ที่เน้นความเป็นเออบันเข้มๆ ภาพรวมในอัลบั้มจะมีอยู่3แนว คือ งานโซลผสมบลู แจ๊ส หรืออกไปงานโมทาวน์ไปเลย ส่วนงานประเภทอาร์แอนด์ก็จะเป็นอาร์แอนด์บีแบบผิวดำ มืดๆ ดาร์คๆ เป็นอาร์แอนด์บีร่วมสมัยผสมฮิฟฮอฟ เทคโน ส่วนประเภทสุดท้ายคืองานผสมระหว่างอาร์แอนด์บีและโซล เป็นงานฟิวชั่นแบบแข็งนอกนุ่มใน ประมาณนั้น พูดถึงความรู้บ้างดีกว่า ฟังรอบแรกๆแล้วไม่ถูกหูเลย ขนาดว่าช่วงๆหลังผ่านงานโซลและเออบันเยอะมาก (แม้ช่วงหลังๆจะไปจมปลักกับงานโฟล์ค อินดี้ร็อคซะเยอะ) จะบอกว่าเป็นงานที่ฟังยากก็ได้ เพราะอารมณ์แต่ละเพลงเป็นเอกภาพมากค่ะ ฟังแทร็คแรก ต่อแทร็คสอง สามสบายๆเลย เพราะอารมณ์ฟีลเดียวกันหมด ถ้าฟังไปเรื่อยๆก็เอียนเหมือนกัน ต้องลองฟังแบบพินิจพิเคราะห์กันแบบแทร็คต่อแทร็คแล้วถึงจะเก็ทว่า อ๋อ ต้องการสื่ออะไร ใครยังไม่ชินงานโซลและเออบันมากพอ อาจจะไม่ชอบไปเลย เป็นอัลบั้มที่ต้องทำความเข้าใจกับธีมอัลบั้มและแต่ละเพลงพอสมควร
จุดเด่นและจุดด้อย
จุดเด่นเยอะมาก แค่ความละเมียดละไมของการทำเพลงก็กินขาดแล้ว แต่จุดด้อยคือฟังยากนั้นแหล่ะ แต่ใครชินกับงาน FutureSex/LoveSounds ของหยอยหรือซาวด์แบบทิมเบอแลนด์บวกงานนีโอโซลมาบ้างแล้วก็คิดว่าไม่น่าจะฟังยากเกินไปนะ
Singles of channel ORANGE
Thinkin Bout You : 5/5
นิยามคำว่า เลิศ เป็นอะไรที่พูดได้ง่าย และกระชับที่สุด งานนีโอโซลผสมกับอาร์แอนด์บี พร้อมเพอร์คัสชั่นสังเคราะห์ กับแอมเบี้ยนต์เย็นๆ โชยกลิ่นงานชิลเอาท์โรยบางๆ โดยเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรก และแต่เดิมเพลงนี้แต่งให้ผู้หญิงที่มีองค์ประกอบ2เพศในตัวเอง แต่ก็มีนักวิจารณ์ส่วนหนึ่ง บอกว่าฮีแต่งเพลงนี้ให้ตัวเองหรือเปล่า? เพราะไหนๆฮีก็เป็นเกย์อยู่แล้ว อาจอ้างนู้นนี้แต่เขียนเพลงที่เกี่ยวกับความรักไม่สมหวังของตนเอง เพราะเป็นพวกชายรักชาย!! อะนะ ก็ว่ากันไป แต่จะอย่างไรก็ตาม การคิดถึงใครสักคนที่ไม่มีทางคิดถึงเรากลับ มันช่างทรมานเหลือเกิน
Pyramids : 5/5
กรี๊ดดดดดดด ใครยังอารมณ์ค้างอยู่กับซิงเกิ้ลแรก รีบเปลี่ยนอารมณ์เลยค่ะ เพราะ9นาทีกว่าๆต่อไปนี้ เหมือนเราได้ปลดปล่อยอยู่ในห้วงอวกาศ กับงานอิเล็กโทรนิคอาร์แอนด์บี แบบงานของทิมเบอร์แลนด์ ตัวซาวด์เพลงนี้ครอบคลุมงานเทคโนเออบันและงานคลับบีทแทบทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นโสวแจมอาร์แอนด์บี ฮิฟฮอฟคลับแบงเกอร์ ติดบีทดาวน์เทมโพ อิเล็กโทรเฮาส์ ฟังกี้ แอมเบี้ยน และซินธ์พ็อพ ที่ถูกยัดเข้ามาในช่วงเวลาเกือบ10นาที เป็นแทร็คไฮไลต์ที่ไม่ต้องข้ามไปหาแทร็คไหนอีกต่อไป ส่วนภาคเนื้อก็พูดถึงเรื่อง เซ็กส์นั้นแหล่ะ ว่าคืนนี้เรามา..กันนะ แต่เจ้าคุณท่านอุปมาอุปมัยไปเปรียบเจ้าโลกกับพีระมิด แหมแค่จะล่อกันไม่ต้องทำซะยิ่งใหญ่ขนาดนั้นก็ได้ แต่เลิศนะ อารมณ์งานไอ้หยอยผสมป๋าไมค์เบาๆ สยิวแต่แลดูมีคลาสชะมัด
Sweet Life : 4.5/5
ซิงเกิ้ลที่3 เป็นนีโอโซลที่ทำออกมาในลักษณะบลูอายด์โซลผสมโมเดิร์นแจ๊ซฟังค์สวยๆ โดยมีเสียงคีย์บอร์ดสังเคราะห์เพิ่มความเป็นงานโซลอาร์แอนด์บีสมัยนิยม เพิ่มมิติในส่วนของการร้องด้วยคอรัสอแคพเพลลา เป็นงานที่หวานและละมุนละไมไม่แพ้ชื่อเพลงเลยค่ะ
Lost : 5/5
พึ่งรู้ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลลำดับที่4และกำลังจะตัดเร็วๆนี้ ทำให้ดีใจมาก เพราะส่วนตัวชอบมากที่สุดในอัลบั้ม งานฟังค์ร็อคเบาๆสไตล์งาน70s ผสมงานบลูโซลและอัพบีทอาร์แอนด์บีร่วมสมัย ส่วนที่ทำให้ชอบเพลงนี้มากที่สุดในอัลบั้ม คือกลิ่นหอมหวนของซาวด์แบบดนตรีฝั่งตะวันออก กับท่อนริฟกีต้าร์และเสียงคีย์บอร์ดแบบงานร็อคแอนด์โรลสมัยก่อน
_________________








