95%
เริ่มต้นปี2011 มา ก็มีศิลปินที่ต่างออกอัลบัม ออกซิงเกิ้ล ออกห่าออกเหวมาให้ฟังกันมากมาย แน่นอน กระแสที่แรงที่สุดคงมาจากผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Princess Of Pop มานานแสนนาน(แต่ในใจเดี๊ยนยกให้ชีเป็น GOD OF POP ไปนานแล้วล่ะ กรั่กๆๆ) ผู้หญิงที่เดี๊ยนว่าคนมากกว่าครึ่งค่อนโลกต้องรู้จักอย่างแน่นอน ผู้หญิงที่มีชื่อว่า Britney Spears....
จากเด็กสาวที่ชื่นชอบการร้องเพลง การเต้น มาสู่การเป็นดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุดดวงหนึ่งของวงการที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงอย่าง Hollywood นั้น นางได้ผ่านพบทั้งจุดสูงสุดในวงการ จนถึงจุดที่ตกต่ำที่สุด ต่างก็เจอมาหมดแล้ว ตอนนี้นางก็แค่รักษาสถานะของตัวเองเอาไว้ไม่ได้ต้องการไปไต่เต้าแข่งขันกับใครเลยล่ะค่ะ แต่วันนี้ประเด็นที่ Hot ที่สุด คงจะเป็นประเด็นการกำเนิดของอัลบัมใหม่ Come Back สู่วงการอีกครั้ง(Come Back คือการบอกว่ากลับมาอยู่ในวงการอีกครั้ง ไม่จำเป็นว่าต้องห่างหายไปนาน แค่ออกอัลบัมใหม่ก็คือการ Come Backค่ะ) กับอัลบัมใหม่ที่มีชื่อแสนจะเก๋ไก๋อย่าง Femme Fatale และนางได้เฟิร์มกับนิตยสารฉบับหนึ่งว่า The Bich Is Back And Better Than Ever ซึ่งดิชั้นก็ "เห็นด้วย" มากๆ ค่ะ
(การรีวิวเพลงที่ 1 และ 2 จะขอก๊อปมาจากรีวิวอันเก่านะคะ)
เปิดอัลบัมนี้มากับเพลง Till The Ends World(4/5) เริ่มต้นเพลงมากับ เสียงที่ชวนให้เราโยกตามได้อย่างไม่ขัดเขิน เสียงนังบริทขึ้นมาเหมือนชั้นเพิ่งตื่น โอ๊ย ว๊ายย ชั้นพร้อมละ ชั้นแต่งตัว สวยๆ เริ่สๆ แล้วตัดเข้าท่อนฮุคแบบซะงั้นไปเลยค่ะ ฟังมาถึงตอนนี้ ว๊าย เริ่ด ภาคดนตรีที่ได้รับอิทธิพลมาแบบตรงๆ จากเคชช่า กอปรกับเสียงบริทที่ชวนออกมาแด๊นสนั่นฟลอว์กันไปเลยค่ะ แล้วก็ถึงท่อนเด็ดของเพลงที่ร้องว่า "OH oh oh Ho Ho Ho Ho Ho Oh Wo Wo Wooo..." ว๊ายย มันเริ่ดมากค่ะ เหมือนชั้นจะแด๊นร้องให้กระจาย ฟลอว์แตกระเบิดกันไปเลยค่ะ แอร๊ยยยยยย จนถึงฮุค 2 ชีมาพร้อมกับ เนื้อฮุคใหม่ มีการเล่นกับการหยุดเพลง เบาเพลง กระตุกเสียงร้องให้ดูมีสเน่ห์ขึ้นไปอีก อ๊ายยยยยยยย ท่อนหลังๆ แด๊นมันส์มากค่ะ คิดภาพดูสิ ชั้นเต้นอยู่กลางฟลอว์ แล้วโยกแบบงามๆ สวยๆ ไม่ใช่เต้นแร้งเต้นกามั่วนะคะ อิชั้นเต้นแบบมีคลาสค่ะ มันแทบจะเรียกได้ว่าเพอร์เฟคสำหรับชั้นแล้วละคะ แต่จะอะไรก็ไมได้นะคะ ขอหักคะแนนไป 0.5 เพราะเสือกไปรับอิทธิพลของอีเคชช่ามากเกินไปค่ะ แต่โดนรวมถือว่าเป็นเพลงแด๊นที่โชว์ความเก๋ได้เริ่ดอีกเพลงนึงเลยค่ะ
ต่อมากับซิงเกิ้ลที่ 2 อย่าง Hold It Against Me (5/5) ซิงเกิ้ลแรกที่เลือก วันปล่อย ณ อเมริกา ในวันที่ 11/1/11 อย่าง Hold It Against Me นั้น ก่อนหน้านี้ก็มีคลิป Demo หลุดมา หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า มันห่วยมาก! แต่หลังจากซิงเกิ้ลจริงได้ออกมาให้เราได้สดับรับฟังกันแล้วนั้น ดิชั้นไม่มีอะไรจะพูด นอกจากคำว่า "เริ่ด" ค่ะ เพลงเปิดด้วยเสียงดนตรีว่า กูมาแล้วค่ะ บีทหนักๆ ตึบๆๆๆ ไปเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงร้องที่นิ่งๆ เอื่อยๆ อ่อยๆ ตามสไตล์อีบริทค่ะ มันช่างเข้ากันมากๆ เพลงช่วงแรกออกมาแนวๆ นิ่งๆ ไปเรื่อยๆ แต่หลังจากนั้นสิคะหมัดเด็ดอีบริทค่ะ เพราะชีมาพร้อมกับเสียงดนตรีที่เพิ่มพลังแบบเต็มขั้นไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงโซโล่ของเพลง ให้อารมณ์แบบเต้นแรงๆ สะบัดแรดๆ เดินร่านๆ อยู่ในผับมากๆ ค่ะ แอรียยย เริ่ดมากๆๆๆ แล้วดนตรีก็ดับไป พร้อมเสียงสังเคราะห์มา แล้วก็เสียงอีบริทที่บอกว่า "If I said my heart was beating loud
If we could escape the crowd somehow" แล้วก็กลับมาพร้อมเสียงขั้นจังหวะ แล้วก็เริ่มแด๊นแบบแรงๆ แรดๆ ไปได้เลย่คะ กรี๊สสสสสสสสส มันช่างเว่อและแรดมากกกกกกกกก ขอโทษนะคะ เพลงนี้ตบปากอีพวกบอกว่าเพลง 3 ง่อยๆ เพลง Womanizer เน่าๆ ท่อนฮุคห่วยๆ ร้องไปร้องมา ตายห่าหมดค่ะ เพราะพวกมึงจับท่อนฮุคเพลงนี้ไม่ได้ค่ะ อย่างว่านะคะ เฮตเตอร์ยังไงก็เป็นเฮตเตอร์วันยันค่ำ แล้วคิดหรอคะว่าแฟนคลับอย่างพวกดิชั้นจะแคร์ โฮ๊ะๆๆๆๆๆๆๆ ว๊าย นอกเรื่องค่ะ
เพลงที่ 3 ที่เคยหลุดมาเป็นพวกคลิปเสียงเล็กๆ ก่อนมาแบบเต็มเพลงอย่าง Inside Out(5/5) เริ่มต้นด้วยเสียงเกลากีต้าร์สุดคลาสสิค และขึ้นต้นมากับเสียงบริทที่รัวๆๆๆ ร้องมาว๊ายยๆ เก๋มากกกกก แต่พอขึ้นท่อนฮุคเท่านั้นแหละ คุณพระ มันเริ่ดจริงอะไรจริงค่ะ So Come Onnnnnnnnnnnnnn แอร๊ยยยยยยยย แบบว่าเรียกได้ดุดันและเริ่ดมาก เพลงเหมือนบ่นไปเรื่อยๆ แต่พอขึ้นท่อนฮุคสามารถดึงความเป็นตัวบริทและตัวคอนเส็ปอัลบัมที่บอกว่ามันแรงและดุดันออกมาได้อย่างแตกทลายค่ะ เป็นอีกหนึ่งแทรคเด็ดประจำอัลบัมนี้ หลายๆ คนอยากให้ชีตัดเป็นซิงเกิ้ลที่ 3 มากๆ ค่ะ ส่วนตัวชอบมาก เสียงสังเคราะห์หรือไม่ ฉันไม่สน แต่รู้ว่ามันเริ่ดจริงๆ ค่ะ
ต่อกับเพลงที่ 4 นั่นก็คือ I Wanna Go (5/5) เริ่มต้นกับเสียงห่าเหวไรไม่รู้ แต่มันเริ่ดมากกกกกกก เสียงชบริทใช้ได้ เซ็กซี่ แล้วพอถึงท่อน Shame On Me ก็ใส่ความแรด จริตจกร้านความแรด ความร่านเข้าไปอีก 38 ริกเตอร์เลยค่ะ เพลงนี้เหมือนว่า วันนี้ชั้นจะไปแรด ไปร่าน ไปแรดตลอด แล้วท่อนเพลง III Wanna Go OO เนี่ย มันเริ่ดจริงอะไรจริงค่ะ แต่แน่อีกอย่างหนึ่งคือ พอเพลงจริงออกมาเต็มเพลงแบบนี้ก็เหมือนเป็นการเหยียบหน้าแบบแรงๆ ใช้ส้นสูงตบหน้าไปหลายๆ ฉาดกับพวกที่บอกว่าเหมือน Hung Up เจ๊แม่ ให้ตายคาที่ได้เลยค่ะ อื้มมม..บริท หร่อนแน่มากค่ะ ส่วนตัวชอบมากกกกกกกก แทรคเด็ดสุดๆ ฟังได้บ่อยๆ เรื่อยๆ ค่ะ เปิดเวลาไปเปิดสยามหรือเดินสวยๆ ในบ้านก็ได้ แรดได้ไม่แพ้กันค่ะ อ้อ ชอบท่อนดนตรีเพลงนี้มาก ตีโจทย์คลับแด๊นห่าเหวคอนเส็ปอัลบัมได้แตกกระจายเช่นเคยค่ะ
เพลงที่หลายคนชอบชื่นชมอีกเพลงกับ How I Roll (3.5/5) ต้องขอชมว่าดนตรีเพลงนี้น่ารักมากกกกกกกก เสียงเหมือนเกมส์ยิงลูกโป่งด้วยอะ ความฉลาดของชีที่หยิบเพลงนี้มาทำให้เข้าเสียงแบบน่ารักๆ ของบริทเองด้วย่คะ แต่ขอบอกว่าฟังแล้วนึกถึงเพลง Mmm Papi ของอัลบัมที่แล้ว แต่อันนี้ดูมีชั้นเชิง มีความเก๋ไก๋ที่แตกต่างไปมากค่ะ เสียงผู้ชายแอบน่ารำคาญบ้าง แต่ก็เข้าได้ดีค่ะ ตอนจบชอบเหมือนมีเสียงเปียโนเข้ามาด้วยอะ เก๋ดีค่ะ แต่โดยรวมยังไม่ประทับใจเท่าซิงเกิ้ลก่อนหน้าค่ะ
(Drop Dead) Beautiful featuring Sabi(4/5) เพลงนี้ตอนแรกเหมือนเสียงอะไรที่ดูล้ำๆ แล้วตามด้วยบีทที่มาพรอ้มกับเสียงอีบริท เสียงแบบฉันไม่แคร์มากค่ะ แอร๊ยยยยยยยยย แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก็โอเคกว่าเพลงที่แล้วเพราะบีทหนักกว่า ติดหูกว่าค่ะ พอมาถึงท่อนใย Sabi นี่แรดดีนะ เสียงชีดูเก๋ดี แร๊พได้เริ่ดและแรดมากดีค่ะ ชอบนะคะ แต่ยังไม่สุดอะ แอร๊ยยยยยยยยยยยยย
ต่อกับอีกเพลงที่เดี๊ยนชอบตอนที่เป็นคลิปออกมามาก Seal It With A Kiss(4.5/5) เริ่มต้นกับเสียง Woo Hoo Hoo Hoo แรดดีค่ะ ต่อกับเพลงที่แบบไปเรื่อยๆ เพลงนี้ดูเรื่อยๆ ดีค่ะ แต่แฝงไปด้วยความหนักหน่วงของบีทที่เริ่ดดี แล้วพอถึงท่อนฮุคนี่เก๋อะ เพิ่มจังหวะมา เสียงบริทก็แรดดี เจ๋งดีค่ะ
เพลงต่อไปทีได้ตาวิลมาร่วมอย่าง Big Fat Bass(4.5/5) ตอนแรกไม่ชอบเลยอะ เสียงอีวิลอะ น่ารำคาญมาก แต่พอมีเสียงเปียโนขึ้นมาอะ แอร๊ยยย ชอบมากกกกกกกก เสียงบริทก็ดูแต่งดีนะ ไม่ค่อยเหมือนสีชี แต่พอบอกว่า You can The Bass มา มันเก๋อะ พอขึ้นท่อนจริงๆ เข้ามาแอร๊ยยย เสียงบริทเก๋มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แอร๊ยย แบบไม่ไหวแล้วอะคะ ชอบจริงอะไรจริง ฟังไปแล้วกระดิกขาตามแบบสวยๆ ได้สบายอารมณ์มากค่ะ ถึงจะรำคาญเสียงตาวิลบ้าง แต่ดนตรีกับเสียงบริทเริ่ดมากกกกกกกก ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ
Trouble For Me(4.5/5) เพลงนี้เริ่มต้นแบบธรรมไปหน่อย แต่เสียงบริทน่ารัก และดูเป็นบริทนี่ย์ดีค่ะ ชอบท่อนฮุคของเพลงนี้ง่ะ ดูสวยใส เก๋มากกกกกกกกกกกกกก ชอบค่ะ แบบว่า คุณน่ะเป็นปัญของชั้นนะย้ะ ชิส์ อะไรงี้ สะบับบ็อบใส่ผู้ชายเก๋ๆ สวยๆ โดยรวมชอบเพลงนี้นะ ไม่รู้ทำไมหลายคนไม่ชอบ แต่เดี๊ยนชอบค่ะ แอร๊ยยย เริ่ดๆๆๆๆ
Trip To Your Heart(5/5) บัลลาดแบบสวยๆ มีเสายงบีทเข้ามาแซมเพิ่มจังหวะการโยกได้เริ่ดๆ ดูเป็นความชาญฉลาดของเพลงนี้จังเลยค่ะ ใช้เสียงบีทแรงๆ กับเสียงบริทที่น่ารักๆ ท่อนฮุคก็เก๋มากๆ ชอบสุดๆ ค่ะ ฟังไปยิ้มไป น่ารักอะ I'll fly away on a trip to your heart ท่อนนี้เก๋อะ ชอบๆ แล้วต่อด้วยท่อนแบบ Trip To ur... อารมณ์เหมือน Heaven On Earth เลยอะ ชอบมากกกกกกกกกกกก ดูเป็นบัลลาดที่มีสมองดีค่ะ ลูกเล่นอื่นๆ ชอบหมดเลย
Gasoline(6/5) แอร๊ยยยยยยยยยย เริ่มต้นได้เริ่ดมาก แล้วอัพเสียงเริ่ดแรงๆ แต่เด็ดสุดคงเป็นท่อนฮุคที่บอกว่า Yeah! Spark and it's like Gasoline. I start pumping like a machine... เนี่ยแหละค่ะ แอร๊ยยย ชอบอะ เริ่ดมาก พอจบท่อนฮุคก็อัพเสียงดนตรีให้ดูมีอะไรเยอะขึ้น ดูแรดขึ้น มีท่อนโซโล่ตอนหลังเสียงอีบริทก็กระเส่า พูดได้แรดมากกกกกกก เสียงดนตรี เสียงบริท เนื้อร้อง เข้ากันได้อย่างลงตัวมากๆ ค่ะ อีกแทรคเด็ดประจำอัลบัมเลยค่ะ เพลงนี้เด็ดดวงมากกกกกกกกก
ปิดอัลบัมแบบสแตนดาดด้วยเพลง Criminal (6/5) เริ่มด้นกับเสียงเศร้าของไวโอลิน(??) ต๊ายยยย เหมือนหนังจีนเลยค่ะ เสียงบริทก็แบบมาเต็มมากกับความเป็นบริท เข้ากับารมณ์ของเพลงที่สื่อถึงความเป็น Criminal ได้อย่างดีค่ะ จบอัลบัมได้เก๋มาก เหมือนแบบในหนังที่นางเอกตายตอนจบ ปิดอัลบัมได้ลงตัวมาก ท่อนบริจตอนสุดท้ายก็เก๋มากๆๆ สุดยอดจริงเพลงนี้ เริ่ดมากกกกกกกกกกกกก มันดูเข้ากันมากๆ ค่ะ
สรุป: อัลบัมนี้คงต้องบอกว่ามันคืออัลบัมที่เจ๋งที่สุดในความคิดของเดี๊ยน ตั้งแต่ต้นๆ กลางๆ เดือน มกราคม ที่ซิงเกิ้ลแรกออก เดี๊ยนคิดแล้วว่ามันคือส่วนผสมของความหนังหน่วงในแบบของ Blackout และความติดหูติดตลาดอย่าง Circus มันเป็นส่วนผสมที่ออกมาได้อย่างลงตัวจริงๆ ค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด อย่างที่เจ๊ไนน์บอกคือ บริทตีโจทย์ควาเมป็นคลับแด๊นที๋โยกได้สบายๆ แบบแตกกระจายค่ะ ทุกเพลงในอัลบัมหยิบมาตัดซิงเกิ้ลได้ทุกเพลงเลยจริงๆ ความเป็นหลาดและความหนักหน่วง ความเก๋ไก๋จากเสียงของบริททำให้ทุกเพลงมีมนต์ขลังแบบพิเศษในแบบที่เดี๊ยนรู้สึกได้ค่ะ ชีสามารถหยิบเอาความเริ่ดของ Blackout กับความง่ายๆ ของ Circusม าใช้อย่างลงตัวค่ะ เสียงของชีเล่นได้แบบน่ารัก สวย เริ่ด หรูหรา ไปจนถึงตวาดใส่ได้หมดค่ะ
หลายคนบอกว่าบริทอยู่ได้เพราะแฟนคลับ เดี๊ยนก็คงไม่เถียงหรอกค่ะ เพราะมันก็เรื่องจริง ศิลปินทุกคนมีแนวทางมีอะไรที่คล้ายกัน บริทไไม่ทำจเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทำแนวอื่นหรืออะไรทั้งสิ้น ชีอาศัยความรักและความศรัทธาในเพลงป๊อปของจิตวิญญาณแห่งควาเมป็น Pop Icon ของตัวเอง ใส่ของไปในผลที่สร้างสรรค์ออกมา อัลบัมนี้ชีใช้เวลากว่า 2 ปีในการสร้างสรรค์มันออกมา เลือกเพลงเข้า เลือกเพลงออกอัลบัมเป็นว่าเล่น เพื่อต้องการความลงตัวที่สุดสำหรับอัลบัมที่ 7 ที่ชีคอนเฟิร์มว่าเป็นการทำงานที่ดีที่สุดของตัวเอง ในความคิดว่าชีคงมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากๆ ค่ะ แล้วการทำงานของชีพัฒนาไปตามอายุของชีมากขึ้นด้วย เดี๊ยนคงไม่แคร์ถ้าใครจะบอกอัลบัมนี้เป็นการพัฒนาลงหรือยิ่งทำยิ่งเน่า เพราะเดี๊ยนเคารพในการตัดสินใจของบริทและเคารพในผลงานที่ชีทำมาเพื่อแฟนๆ ของชี ดิชั้นรักและพร้อมจะอยู่เคยงข้างชีเสมอค่ะ และถึงตอนนี้ ดิชั้นคงกล้าเรียกได้อย่างเต็มปากว่าชีคือ GOD OF POP จรีงๆ ค่ะ เพราะชีทุ่มจิตวิญญาณของชีที่มีต่อเพลงป๊อปที่ชีรักและศรัทธาใส่ไว้ในอัลบัมนี้หมดแล้วละคะ
LONG LIVE GODNEY LEGEND SPEARS

_________________
CLICK








