กรี๊ดดดด ออกตัวก่อน ไม่เคยรีวิวเลยอ่าส์ ขออันนี้อัลบั้มแรกละกัน
Femme Fatale อัลบั้มสตูชุดที่ 7 ของศิลปินสาวแม่ลูก 2 วัย 29 ปีนามว่า Britney Spears หลงัจากหายไป 2 ปี กับสตูอัลบั้ม แต่ยังแบบทิ้งเพลงฮิตอย่าง "3" ให้หายคิดถึง กับการกลับมาครั้งนี้มันจะไม่มีคำว่าได้บารมี Comeback ต่อไป ขอเรียกการกลับมาครั้งนี้ว่าเป็นการ Return Femme Fatale อัลบั้มนี้คุมบังเหียกการผลิดโดย Dr.Luke โปรดิวเซอร์มือดีคนนึงของวงการที่ทำเพลงฮิตให้กับหลากหลายศิลปินขึ้น BB Chart กันเป็นว่าเล่น ซึ่งก็เคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้กับ บริทมาแล้วในอัลบั้ม Circus ก่อนที่จะมาร่วมงานกับนิวเจนรุ่นใหม่ๆอย่าง เคสช่า เคที่ ไมลี่ เป็นตัน และอีกคนที่ถือว่าเป็นโปรดิวหลักของอัลบั้มนี้ Max Martin โปรดิวเซอร์คุ่บุญที่ปลุกปั้นทำให้บริทดังระเบิดโลกมาตั้งแต่อัลบั้มแรก ยันอัลบั้ม 3 และพึ่งเรียกมาใช้บริกาอีกทีก้เมื่อตอนอัลบั้ม Circus และยังพี่งทำเพลงฮิตอันดับ 1 ล่าสุดก็คือ”3”
จุดเด่น: การกลับมาครั้งนี้ Britney ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้จาก V Mag ว่าอัลบั้มนี้ทิศทางของซาวค์ชีต้องการให้เป็นอัลบั้มที่เหมาะกับปาร์ตี้ในคลับ ทุกๆคนเมื่อได้ฟังจะต้องขยับแข้งขยับขาโยกตัวไปกับเพลงในทุกๆ แทรคในอัลบั้ม ซึ่งแน่นอน 12 เพลง มันตอบโจทย์ทุกอย่างที่ Britney วางไว้อย่างไม่หลุดคอนเสร็ป "ด้วยการนำความเป็นตัวบริท+กับซาค์ดนตรีแดนส์คลับในปัจจุบัน" อัลบั้มนี้ชีฉีกออกจากวัฐจักรเดิมๆที่แฟนฐานเดิมที่ยังเฝ้าแนวเพลงที่ออกเสต็ปจ๋า คงต้องเสียใจ เพราะชีฉีกออกไปทำแนวแดนส์เรียกได้ว่าเต็มตัวแล้ว หลังจากชิมลางปูทางไว้ตั้งแต่อัลบั้ม INZ ตัวอย่างเช่นแทรคโบนัสหรือแทรคที่ชีไม่เคยพรีเซ้นอย่าง Boy And Girl,Over To U Now, Trouble, heaven on earth, freakshow, Body And Soul ถ้าใครเป็นแฟนคลับบริทจิงๆ และฟังเพลงของนางยันโบนัสแทรคจะสัมผัสได้เลยว่า ในซาวค์ของแต่ละเพลงทุกเมโลดี้ที่ร้อง มันมีความเป้นบริทนี่ย์ที่ผสมผสานแนวคลับแดนส์ปัจจุบันได้อย่างลงตัว กับแนวกระแสดนตรีปัจจุบันได้อย่างลงตัว และแน่นอนความพิเศษมันคงจะไม่ได้เพลงแดนส์เกลื่อนๆ RCA รีมิกซื เสี่ยวๆ แน่นอน อัลบั้มนี้ยังยืนพื้นหลักด้วยดนตรี Dubstep ที่เหล่าโปรดิวชีประกาศมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้วว่าอัลบั้มนี้จะยืนพิ้นด้วยแนวนี้ ซึ่งแนวนี้ชีก็ลองทำมาแล้วละใน BO ถ้าชัดเจนก็ freakshow กับ toy soldiers เพียงแต่ไม่ได้พรีเซ้นในวงกว้างนัก ผสมผลสานกับ อิเลคโทรนิคป็อบที่บริทเริ่มทำมาตั้งแต่ ITZ ซึ่งนั้นมันจึงเพิ่มความพิเศษให้เพลงในอัลบั้มนี้มีชั้นเชิงกว่าเพลงตลาดเกลื่อนๆ ในปัจจุบัน ด้วยซาวด์ และ ความเป็น Britney นั่นละที่ทำให้อัลบั้มนี้ดูมีอะไรมากขึ้น การจัดเรียงเพลงแต่ละแทรคถือว่าทำได้ดีเพราะมันไม่ทำปวดหัวมีพักอารมณ์บ้าง แต่ไม่กระชากเสียจนเปลี่ยนฟิวจนอารมร์เสียเรียกได้ว่าฟังได้เรื่อยๆ แบบจน 12 แทรค แล้ววนมาอีกรอบก็ไม่เบื่อ
จุดด้อย ว่ากันด้วยเรื่องจุดด้วย ส่วนตัวคิดว่าบางเพลงยัด ออโต้ทูน หนักไปหน่อยจนบางครั้งจำแทบไม่ได้ว่าเสียงบริททำให้เสน่ห์ เสียงที่มีความเป็นบริทนี่ย์เอกลักษณ์บางเพลงน้อยลงอาทิพวกเสียงหลบ กระเซ้า อ้อนๆ แบบ Toxic หรือเพลง 3 เราแทบหาไม่เจอเลยในอัลบั้มนี้ อีกเรื่องก็คงเป็นซาวค์บีทหนักๆ นั่นละ ถ้าใครยังคงติดกับซาวค์เดิมๆที่มีความเป้นบริทนี่ย์แบบก่อนอาจจะรับไม่ได้กับหลายๆ แทรคในอัลบั้มนี้ เพราะแทบจะไม่มีเพลงไหนเป็นแนวออกเสต็ปได้เลยซักเพลง ส่วนมากจะเป็นแนวแดนส์ซะส่วนใหญ่ อีกอย่างภาพลักษณ์มันไม่ได้ซัพพอทอัลบั้มงะ ถ้าปรับลุคให้แรงและเปรี้ยงสมกับซาวค์ในอัลบั้มมันคงจะทำให้ส่งเสริมเพลงมากขึ้น แหมม อัลบั้มออกจะเปรี้ยวจัดจ้าน แต่แบบชูตแค่ปกนี่ก็เอิ่มม จืดไปไหมค่ะ และอีกหลายๆ ชูตที่ตามมา ถ้าไม่บอกอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแดนส์ จะนึกว่าเป็นนักร้องคันทรี่ มันก็สวยนะ แต่มันไม่เหมาะกับอัลบั้มงะ
Till The World Ends 4.5/5 แม้เห็นชื่อคนแต่ แม่ เคสช่าเจ้าาแม่คลับแดนส์ปัจจุบัน จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไม๊ทำไม เพลงนี้จึงเห็นหน้าชีลอยไปลอยมาทั้งเพลงเรียกได้ว่าไม่ฟิทก็เหมือนมาฟิทละว้า แต่เดี๋ยวก่อนจะว่ามันกลืนความเป็นบริทได้ไม่หมดซะทีเดียว ช่วงท่อนเมทก่อนถึงฮุค เรายังสัมผัสสไตล์ของบริทได้อยู่นะพล่านให้นึกถึง piece of me+Unusual You ของบริทและท่อนฮุคที่มีความเป็นเคช่าอยู่ในเพลง แบบ We R Who We R ไว้ในเพลงได้อย่างลงตัว เหมาะแล้วที่เอาไว้แทรคแรกเพราะมันเหมือนเพลงเปิดงานเหมือนเป็นการบอกว่าเอาละได้เวลาปาร์ตี้แล้วทุกคน พร้อมจะแดนส์ให้สุดเหวี่ยงไปจนกว่าโลกจะแตกหรือยังจ๊ะ
Hold It Against Me 4/5 ซิงเกิ้ลเปิดตัว เสียงบีทตึ้มๆ มันช่างเด่นและน่าจนจำกว่าเสียงร้องนัก แต่ทว่าเพลงนี้เราได้ฟังเนื้อเสียงบริทแบบเต็มๆ เรียกได้ว่าการเปิดตัวเพลงนี้ถือว่าฉีกจากอัลบั้มก่อนๆ พอสมควรที่ไม่ได้เน้นฮุค แต่นั้นบีทสไตล์ยูโรแดนส์ ผสานกับซาวค์แบบ Dubstep อย่างนัวและเบรคเอี้ยงง ด้วยเบรกดาวห์ ที่จะพูดได้ว่าเป็นซิงเนอร์เจอร์ของบริทอีกอย่างนึง ทำให้เพลงดูมีอะไรที่มากว่าเพลงแดนส์เกลื่อนๆดาษๆ ทั่วไป ส่วนตัวคิดว่าคิดดีแล้วที่เลือกเพลงนี้ ติดหูและทรงพลังเรียกกระแสได้ดีพอตัว
Inside Out 3.5/5 เบรกอารมณ์ด้วยบีทเบาลงมาหน่อยแต่ไม่เสียงฟิวถือเป็นการพักเหนื่อพักหูกับซาวค์ หนักๆ 2 เพลงแรก เพลงนี้มีส่วนผสม R&B, hip hop เนิ่มๆสไตล์ My Love ของ Justin Timberlake ชอบการใช้เสียงบริทนะ ดูดุดันมีพลังดีท่อนฮุคนี่ถือเป็นหมัดเด็ดของเพลงนี้ที่แผดเสียงแหลมจี๊ดด เข้าไปแสร้งซึมทุกโซนประสานเรียกได้ว่าจำได้ก็เพราะอีกท่อนเนี่ยะละ เนื้อหาดอกมาก มีท่อนเพลงจาก BOMT มาใส่ซะด้วย "Hit me one more time”, it’s so amazing" เนื้อหาประมาณว่า บริทต้องการจะเฉคหัวแฟน {“เอาละเราเลิกกันสักที พอกันที ออกไปให้พ้นจากชีวิตช้านน ได้ละ (แต่ พล่ามไล่มาซะนาน) พอเห็นเธอคุกเข่าจับแขนวิงวอนขอร้องก็ฉันเองก็ใจอ่อนทนไม่ไหว เลยจัดไปสักที (คงไม่ต้องบอกว่าทำอะไรฮ่าๆ)}
I I I Wanna Go 5/5 อ่าส์นางเอกอีกเพลงของอัลบั้มนี้ เพลงนี้ความพิเศษมันอยู่ที่ซาวค์ยูโรแดนส์+อิเลคโทรนิคแดนส์ เฮ้าส์ + กับท่อนฮุคที่ฟังแล้วติดหูมากๆ มันให้อารมณ์แบบ อยากจะแดนส์กับเพื่อนสาวเต้นไปชายตาเหล่ผู้ชายแบบสวยๆ มีเสียงผิวปากเพิ่มความเก๋ให้เพลงดูเพราะมากยิ่งขึ้นฟังไม่น่าเบื่อดี ซึ่งถามว่าแปลกไหม ก็คงไม่แปลกอะไรหรอ เพราะน้าไข่ชีก็ทำแนวนี้ออกมาบ่อยๆ แต่ความพิเศษมันอยู่ที่ว่า Britney ร้องไงละ มันถึงพิเศษเพราะมันแปลกสำหรับชีที่ไม่เคยทำแบบเต็มรูปแบบขนาดนี้ ซึ่งจะวางไปขีก็วางแนวยูโรแดนส์มาตั้งแต่ Breathe on Me, heaven on earth แล้วละ
How I Roll 4.5/5 น่ารักนะเพลงนี้ฟังได้เรื่อยๆแต่ไม่น่าเบื่อเสียงเป่าน้ำบุ๋มๆ มันดูใสๆ แต่ไม่แบ๊วแบบป็อบโง่ๆ ส่วนตัวฟังเพลงนี้ชวนให้นึกถึงเพลง "Soda Pop" ในอัลบั้มแรก เพียงแต่ว่าเพลงนี้มันมีชั้นเชิงในภาคดนตรีมากกว่า ฟังแล้วมันนึกถึงอารมณ์ยุค 60 งะ เสียงกรับๆ นี่มันเครื่องดนตรีอะไรไม่รู้จักแต่มันความเก๋แบบแปลกที่หาฟังไม่ค่อยได้ในยุคนี้ มีเสียงผู้ชายเพิ่มเสน่ห์ให้เพลงนี้ (บางคนว่าน่ารำคาญแต่เรากลับคิดว่าถ้าไม่มีเสียงผู้ชายเพลงนี้จะจืดลงไปเลยงะ) ชอบสไตล์การร้องเพลงนี้นะกึ่งร้องกึ่งแรฟ แบบกระซิบกระซาบดูแรดๆดี เพิ่มความพิเศษด้วยแซมด้วยท่อนเบรกเบาพอเก๋ เล่นกับสำบัดสำนวนพอสมควรเพลงนี้เหมือนกับว่า {ถ้าอยู่ในงานปาร์ตี้เพลงนี้ก็เหมือนวิ่งออกมาจู่จี้กับชายหนุ่ม 2 ต่อ 2 ในมุมอับแล้วก็มานั่งจีบหยอดคำหวานเปรียบเปรย นู้น นี่ นั่น เธอเปรียบเหมือนอย่างงั้นอย่างงี้ สุดท้ายแล้วก้ลงเอย ด้วยขอมีเซ็กส์ตามระเบียบ}ฮ่าๆ ฟังแล้วอยากจะเปิด glamorous ของเฟอร์กี้ต่อเลยเข้าฟิลกันได้สุดริด
Beautiful (drop dead) 3/5 เพิ่มบีทขึ้นมานิดหลังจากแนวน่ารักๆ แต่ไม่ถึงขนาดแดนส์กระจายพอขยับโยกแบบอาร์แอนบีฮิฟฮอฟมีจังหวะ ต๊ายย ถือว่ากล้าพอตัวที่ดึงนักร้องหน้าใหม่ Sadi เป็นเจ๊ดัน ฉันรักเธอ มากๆ สวนกระแสนักร้องหลายๆนางที่ จะเลือกยัย นิกกี้ ตามกระแสตลาดเพื่อดึงเพลงให้ฮิต แต่บริทกล้าเชิดใส่เอานักร้องหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักแม้แต่หน้ามาก่อน ถามว่ารู้สึกยังไง ต้องบอกว่าเฉยๆ ไม่ได้ดี แต่ก็ไม่ได้แย่ มันอารมณ์แบบ Botton ของ PCD ไม่ได้บอกว่าเหมือนนะ แต่อารมร์เดียวกัน
Seal It With A Kiss 2.5/5 ป็อบจ๋ามากส่วนตัวคิดว่าเพลงนี้ละ บริทนี่ย บริทนี่ย์ ที่สุดของอัลบั้มละ ป็อบจ๋ามากๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดสะอินสะเอียนเพลงยังมีบีทอิเลคโทรนิคพองาม เพียงแต่คิดว่ามันไม่น่าอยู่ในอัลบั้มนี้ที่ภาครวมบีทหนักๆ เล้ยยย ถ้าเอาไว้ในอัลบั้ม CC เพลงนี้จะเป้นเพลงที่แข็งแรงเพลงนึงของอัลบั้มเลยละแต่พอมาอยู่อัลบั้มนี้มันคือแทรคที่อ่อนที่สุด จะว่าเอาไว้พักหูก่อนที่จะไปฟังบีทหนักๆ แทรคต่อไปก็ได้
Big Fat Bass 4.5/5 เอาละได้เวลาเร่งบีทอีกครั้งเพลงนี้ ส่วนตัวคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วละถ้าได้ตาวิลมาทำมันจะต้องเป้น BEP แน่ๆ เหอๆ เพราะเท่าที่ฟังจากงานที่ไปทำให้คนอื่นก้เป้นแบบนั้นแทบทุกคน เพลงนี้จึงทำให้จิตนาการบริทเป็นยัย เฟอร์กี้ในบันดล ว่าไปซาวค์เพลงนี้หลายช่วงของเพลงมีหลากหลายอยู่นะ อัดมาทั้ง เบส กลอง เปียโน อิเลคโทรนิคแดนส์โปรแกรมมิ่งหนักๆ ตึ้มๆอัดนัวเป้นยำรวมมิตรเผ็ดร้อน จัดจ้าน แปลกจังที่แฟนคลับบริทหลายคนผิดหวัง แต่ฉันกับรู้สึกว่าเพลงนี้เจ๋งดี และเป้นแทรคนึงที่แข็งแรงที่สุดในอัลบั้ม
Trouble For Me 3/5 ท่อนเริ่มชวนให้นึกถึง freakshow พอสมควร จะบอกว่าเพลงนี้แต่งเสียงบริทซะแถบจะจำไม่ได้ว่าเอิ่มม เสียงบริทนี่ย์หรอวะ เสียงไม่น่าแต่งออโต้ทูนมากขนาดนี้เลย เหมือนกับว่าถูกเอาตีนเหยียบคอแล้วร้อง มันร้องเหมือนคนหายใจไม่ออกงะ ถ้าร้องเสียงธรรมดาเพลงจะน่าฟังกว่านี้นะ ส่วนภาคดนตรีก็โอเคไม่ได้ดีมาก แต่ก็ ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินงาม
Trip To Your Heart 4.5/5 ต้องบอกเลยว่าแทรคนี้เหมือนเป็นการผสมเอาเพลงTrouble+Phonography ใน CC มายำรวมกันแต่เพิ่มความพิเศษด้วยซาวค์ล่องลอยสไตล์แดนส์เฮ้าส์เบาๆ เพลงน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่แฝงด้วยเสน่ห์จากเสียงร้องที่เซ็กส์ซี่ เหมือนกระซิบของบริททำให้เพลงนี้น่าฟังขึ้นเยอะเลย
Gasoline 3/5 อีกแทรคที่เฉยๆแต่ทำไมแฟนคลับนอกชอบจัง ถึงขนาดเชียร์ให้เป้น ซิงเกิ้ล ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆ ไม่มีอะไรให้รุ้สึกพิเศษกับเพลง ฟังได้เรื่อยๆ พอโยกๆ หรือเป็นเพราะเนื้อหาที่ {เปรียบเทียบเมื่อผู้ชายเป็นไฟ แล้วผู้หญิงเป็นน้ำมัน เมื่อสัมผัสร่างกายชีแล้วจะทำให้ตัวฉันเร้าร้อนไปทั่วร่าง}
Criminal 5/5 ต๊ายย แทรคปิดประนึงเป็นการบอกว่าปาร์ตี้จบแล้วจ้า ส่วนคิดว่าเพลงนี้เป็นบัลลาดที่ดีที่สุดเพลงนึงของบริทนะ มันไม่ใช่บัลลาดสูตรสำเร็จแบบตลาด จะจำกัดแนวดนตรียังไงดีละแบบเอาซาวค์หนังคาวบอยมา+กับR&B แล้วใส่สไตล์การร้องป็อบแบบฉบับบริท เอาจิงๆ ถ้าไม่ได้สนใจเนื้อหาเพลงฉันจะนึงถึงบริทนี่ย์ใส่ชุดกิมโมโน ยืนกางร่มรอสามีท่ามกลางหิมะตก อะไรเทือกนั่นฮ่าๆ แต่ความหมายนี่แบบ น่ารักเชี่ยะ ประมาณว่า {ผู้ชายคนนี้ไม่มีอะไรดีเลย น่าที่การงาน ชีวิต นิสัย ฐานะ เรียกได้ว่าห่วยสุดๆ แต่แม่จ๋าหนูรักเขาค่ะ ฉะนั้นแม่ไม่ต้องห่วงหนูนะ ถึงเขาจะเลวไม่ใช่คนเพอร์เฟค แค่ไหนหนูก็ยังรักเขา เขาสักชื่อหนูไว้บนแขนด้วยนะคะ หนูไม่สนใครจะว่าว่าไง เพราะหนูรักเขา} ฮ่าๆ “คำสารภาพบาปของเด็กแว้น”
รออีก 5 เพลง
บทสรุป
ต้องบอกเลยอัลบั้มทำให้รู้สึกกลับมาภูมิใจในตัวบริทอีกครั้งหลังจากมันลดลงจาก Circus ที่ไร้พลัง กลับมาคร่าวนี้มันทำให้สัมผัสถึงพลังในเพลงบริทอีกครั้ง เรียกได้ว่า Hold It Against Me ว่าดีแล้ว พอฟังทั้งอัลบั้ม ทำให้รู้เลยว่ายังมีแทรคดีๆน่าสนใจอยู่ในอัลบั้มอีกเยอะ
อัลบั้มนี้เหมือนเป็นการนำเอาซาวค์เก่าๆที่บริทนี่ย์ปูทางมาแล้วมาอัดผสมกับซาวค์กระแสของตลาดหลักในปัจจุบันได้อย่างที่เรียกว่าก็เป็นตัวบริทในยุคนี้ แต่ชีฉีกจากการเป็นแดนส์เสต็ปมาเป็น แดสน์เต็มขั้น ด้วยรูปแบบดนตรีคลับแดนส์ในปัจจุบัน มีทิศทางที่แน่นอน และเนื้อหาที่โตขึ้นกับสโลแกนที่วางไว้ Sexy and Strong,Dangerous yet mysterious,Cool yet confident! จะเรียกได้ว่าอัลบั้มนี้คือส่วนผสมระหว่างมันมีความดิบ แบบ BO แต่ไม่มากเกินไป+ฟังง่าย แบบ CC แต่มันมีความหนักแน่นมากว่า +กับมีความหลายหลายในอัลบั้มแต่ละแทรคแบบ ITZ แน่นแนว่าบารมีเก่ากับชื่อ Britney Spears ก็ช่วยให้อัลบั้มนี้ดูโดดเด่นน่าสนใจในระดับนึง แต่ชีก้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าชีไม่ได้ต้องการย้ำอยู่กับที่ บริทพยายามเอาความเป็นตัวเองสอดแทรกเข้ากับกระแสดนตรีเมนสตรีได้เสมอ ไม่ได้แต่จะหวังเพียงบารมี เจ้า ญ เพลง ป็อบที่บรรดาสื่อตั้งให้ ชีทดลองสิ่งใหม่ๆ และนำเอามารวมกับความเป็นบริทได้อย่างลงตัว
ส่วนตัวแล้วไม่ห่วงเรื่องคุณภาพของเพลงอัลบั้มนี้เท่าไหร่เพราะมันดีในระดับที่เรียกว่างานคุณภาพได้ แต่เป็นห่วงเรื่อง ค่าย ทีมงาน และก็ตัวบริทเองแล้วละว่าจะดันและพรีเซ็นต์ อัลบั้มดีๆ แบบนี้ให้ไปได้ไกลแค่ไหน เพราะเท่าที่ดูแบบง่อยมากกับแผนโปรโมท แอบปวดใจเล็กๆ หุหุ ส่วนตัวก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันต้องประสบความสำเร็จมากถล่มสถิติ รางวงวัลมากมาย ถ้าได้ก็ยินดีดีใจด้วย ไม่ได้ก็เฉยๆ แต่ฉันแค่หวังที่จะเห็นจิตวิญญาญ ของบริทคนเดิม เรียกกลับมาสัก 50% ก็ยังดี ส่วนแผนโปรโมท เกือบจะ 3 เดือน ต้องของบอกไว้ ณ ตรงนี้ว่า ท่าดีทีเหลว ห่วยแตก ขนาดอัลบั้มหลุด ทีมงานมันยังไม่ทำอะไรเหมือนไม่สน ไม่รู้ อู้ยย พูดแล้ว เดี่ยวยาว
เอาเป็นว่าอัลบั้มนี้เป้นอัลบั้มที่จะทำให้คุณสัมผัสบริทในรูปแบบใหม่ๆ ที่ก็ยังแอบมีแซมความเป็นบริทแต่จะจัดจ้านขึ้น Femme Fatale จะเป้นอัลบั้มแดนส์ชั้นดีอีกอัลบั้มนึง ที่ 12 แทรค เปิดไปฟังไม่น่าเบื่อ ฟังแล้วแล้วจะอยากจะกลับมาฟังแทรค วนไปวนมาได้แบบไม่น่าเบื่อ และทำให้คุณฟังแล้วสนุกเพลิดเพลินซาวค์ดนตรีที่บริทนำเสนอผ่านตัวโน๊ตและเมโลดี้ที่จับต้องได้สัมผัสได้ถึงพลังของผู้ ญ ที่ถือว่าเป็นมีอิทธิพลในวงการเพลง ป็อป และเป้นไอค่อนคนนึงที่เราเฝ้าติดตามผมงานมาตลาด 13 ปี อัลบั้มนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ถ้ากำลังมองหาอัลบั้มแดนส์คุณภาพ ภาครวมอัลบั้ม ให้ 4/5 (หัก 1 โทษฐานสะเพร่าให้อัลบั้มหลุด และแผนโปรโมทที่ง่อยๆ)
ในฐานนะแฟนคลับบอกตรงว่า ภูมิใจในบริทนี่ย์กับอัลบั้มนี้มากๆ ค่ะ และคิดว่าอัลบั้มนี้เป้นอัลบั้มที่ดีที่สุดรองจาก ITZ
และขอทิ้งท้ายรีวิวด้วยประโยคที่ Britney เคยทวิตก่อนอัลบั้มจะออกเมื่อช่วงปลายเดือน ธันวาคมปีที่แล้ว
"I've poured my heart and soul into this album over the last 2 years. I've put everything I have into it."
ฉันทุ่มเททั้งหัวใจและจิญวิญญาญลงในอัลบั้มนี้มากกว่า 2 ปี ฉันใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมีลงไป
"This album is for you, my fans, who have always supported me and have stuck by me every step of the way! I love you all!."
อัลบั้มนี้สำหรับคุณ แฟนเพลงของฉัน ที่คอยสนับสนุนฉันเสมอมาและคอยติดตามฉันในทุกๆทาง ฉันรักพวกคุณทุกคน

แก้ไขล่าสุดโดย ninespears เมื่อ Mon Mar 14, 2011 5:30 pm, ทั้งหมด 15 ครั้ง
_________________














