Carly Rae Jepsen - Tug Of War (4/5)
ศิลปินหน้าใหม่ไม่ค่อยดังอีกรายที่หยิบมารีวิวกันในวันนี้เป็นศิลปินที่มาจากตระกูล Idol ซึ่งเมื่อพูดถึงในกลุ่มคนทีฟังเพลงกว้างเอาเป็นเอาตายมักจะอคติและกลัวที่จะฟังผลงานแรกจากศิลปินที่มาจากตระกูลนี้เนื่องจากความฉาบฉวยทางด้านการขายที่รีบๆทำออกมาขายให้ไ้ด้ทันกระแสชื่อเสียงที่ยังมือก่อนที่จะซา แต่อย่างน้อยมั่นใจได้เลยว่าสาวน้อยนางนี้ผู้ไ้อันับสามจากเวที Canadian Idol ไม่ทำให้คุณผิหวังแน่นอนหากคุณเป็นคอเพลงป๊อปสบายๆสไตล์ Easy Listening แล้วละก็
งานชิ้นแรกของสาวน้อยคารลี่ดึงเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาอย่างหมสูบชนิดที่กล้าท้าประกันว่าน้อยคนที่จะใส่ได้เยอะขนาดนี้ ฟังแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย เขาอินไปกับเพลงจริงๆ" ไม่ใช่ศิลปินหน้าใหม่อื่นๆบางคนที่สักแต่ร้องออกมาให้มีพลัง(ประเทศไทยก็มีเช่นกัน อย่าว่าเขาไป)
แนวเพลงที่ยืนพื้นในอัลบั้มนี้เป็นป๊อปโฟล์คอดัลท์คอนเทมโปลารี่ ซึ่งเรียกง่ายๆบ้านเราที่มักจะเรียกรวมๆว่า "อีซี่ ลิสซึนนิ่ง" ด้วยเนื้อเสียงที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์แต่ก็ค่อนข้างจำกัดเนื่องจากไม่สามารถขึ้นสูงเสียดฟ้าหรือต่ำติดดินไ้ด้มากนัก การเลือกดำเนินเพลงในแนวนี้ไปด้วยคีย์ธรรมาๆถ้าทำออกมาได้น่าเบื่อมันก็จะน่าเบื่อไปเลย ดีที่ว่าสิ่งที่ช่วยคือความเป็นตัวตนของนักร้องอย่างที่กล่าวไปในช่วงต้นช่วยได้มากๆ อีกทั้งภาษาที่ใช้ก็ง่ายๆแต่กลับออกมาเพลินมากๆ
ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยมาให้ได้ฟังกันคือ Sunshine On My Shoulders (3/5) ที่หยิบผลงานของ จอห์น เดนเฟอร์ มาคัฟเวอร์ใหม่ในสไตล์ของตัวเอง แม้ว่าจะดูล่องลอยไปบ้าง แต่ก็ล่องลอยไปในทางเดียว ไม่ได้ฟุ้งไปทั่ว เป็นชิ้นงานที่ฟังได้อารมณ์ล่องลอยที่สุดในอัลบั้ม ในขณะที่ซิงเกิ้ลที่สอง Bucket (3.5/5) ก็ได้ขยับจังหวะมากขึ้นนิดนึง ออกติดกลิ่นเรกเก้ชายหาดมาย่อมๆ ฟังสบายไม่แพ้กัน ยิ่งบวกเนื้อหาเข้าไปแล้ว มันเกิดมาเพื่อทะเลโดยแท้
หนึ่งเพลงที่ชอบที่สุดในอัลบั้มหนีไม่พ้นซิงเกิ้ลที่สามที่เป็นไตเติ้ลแทร็คตัวเพลงเป็นป๊อปโฟล์คอดัลท์คอนเทมโปลารี่ เจือกลิ่นอัลเทอร์เนทีฟร็อคบางๆ เหยาะลูกเล่นบอซซ่าลงอีกนิด กับ Tug Of War (4.5/5) ที่ได้โชว์เสียงลมที่น่ารักไม่หยอก ในเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องรักๆใคร่ๆออกมาได้น่ารักมากๆ เลิศ มาที่ Sour Candy (4.5/5) ที่ได้นักร้องนำวง Mariana Trench มาช่วยฟีทให้ ติดกลิ่นความเป็นอัลเทอร์เนทีฟร็อคมากขึ้นอีกนิดนึง ตัวเพลงก็ฟังสบายๆดี สวนกับภาคเนื้อหาที่ฟังผ่านๆอาจจน่ารักแต่กลับซ่อนปมอะไรไว้เนียนมากๆ
ในขณะที่เพลงอื่นๆก้ดีและมีอะไรแอบซ่อนไว้ไม่แพ้กัน เช่น Money And The Ego (4/5) ที่แอบเสียดสีสังคมแบบน่ารักประมาณว่า "ที่รัก มองตาชั้นนะ เรารักกันด้วยใจภายใต้อ้อมแขนวงนี้ ส่วนคนอื่นที่ผ่านไปผ่านมาก็แค่คิดถึงแต่เรีองเงินและก็อีโก้" เป็นการจิกสังคมตั้งแต่ระดับเล็กๆไปถึงระดับโลกที่ไม่อาจปฏิเสธไปได้เลยว่ามันเป็นเรื่องจริง
วกกลับมาที่เรื่องรักๆใคร่ๆอีกครั้ง Tell Me (3.5/5) กับอารมณ์แอบรักเขาไปทั้งหมดหัวใจไปเคาะประตูใจเขาก็แล้ว เลยอยากรู้ว่า คุณต้องการอะไรไหม คุณต้องการให้ฉันทำอะไร และคุณจะตอบรับรักฉันไหม แหม่ น่ารักซะไม่มี ต่อด้วย Heavy Lifting (3.5/5) ที่เหมือนเป็นมุมกลับกับเพลงเมื่อกี้ที่ฝ่ายตรงข้ามกับรุ้อะไรเกี่ยวกับเรา ชอบในสิ่งที่เราเป็น แต่เรากลับยังไม่รู้ตัวเองเลย กลายเป็นว่าเขาไ้ด้รู้ได้ทำทุกสิ่งที่เหมือนกับการยกสิ่งที่หนักอึ้งออกไปได้อย่างงง่ายดาย
Worldy Matters (4.5/5) อีกหนึ่งเพลงที่เตือนใจคนเราได้เป็นอย่างดีว่า "คิดจะทำอไรก็ทำ ก่อนที่จะไม่ได้ทำ" โดนไปเต็มๆกับชีวิตมนุษย์เราที่บางสิ่งเราอยากทำแต่มักจะคิดว่า "จะทำวันไหนก้ได้" ไปเต็มๆ เนื้อเพลงสุโค่ยมากๆ น่ารักแบบผิวเผิน แต่เตือนสติซะเลิศเชียว แต่ก็อย่างว่า ขนาดกวียังมีจิตหลุด ทำไมสาวน้อยคนนี้จะหลุดจากการเตือนสติไม่ได้บ้าง Sweet Talker (4/5) ที่สื่อนัยนะได้เปรี้ยวเกินเนื้อเสียงและดนตรีมากๆ "ฉันจะทำให้คุณมีฝันที่หวานที่สุดเท่าที่เคยมี แล้วค่อนตื่นมาตอนเช้าๆก้ไม่เป็นไร" เปรี้ยวมาก! สุดท้ายเพลงกัดผู้ชายได้แสบจี๊ดมากๆ Hotel Shampoos (4/5) ว่า "ผู้ชายน่ะ ไม่มีเงินมันก็ไม่เห็นหัวเราแล้วก็จากไป รอให้ฉันมีตังมีทองก่อนเถอะ แม้แต่จานขงฉันฉันก็จะไม่ล้าง" แต่สุดท้ายฉันก้ได้แต่ฝันๆๆๆๆ เชอะ นั่นแหละ สุดท้ายไม่มีอะไรจะแดกจริงๆ จากที่เคยสนับสนุนฉันก็หายไปหมดอยู่ดีละวะ" เจ็บมาก
เอาเป็นว่าใครอยากฟังเพลงสบายๆริมหาดพร้อมทั้งเตือนสติตัวเองไปในตัว อัลบั้มนี้ดี (ตอนปกติก้ดีอยู่แล้วด้วย) ใครว่าตระกูลไอดอลทำเพลงไม่ดี อย่าได้เหมารวมหมดเชียวครับผม!!!
_________________
April fighting! + angel Sojin�








