ต่อด้วยอันดับ49.เป็นสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุดจาก บียอนเซ่ อัลบั้ม I Am...Sasha Fierce ที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวที่งดงามพอตัวสำหรับศิลปินสาวท่านนี้จากการก้าวข้ามตลาดเออร์บันจำพวกคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีและฮิพฮอพสู่การแผ่ขยายอิทธิพลในตลาดกระแสหลักอีกหนึ่งอัลบั้ม ตัวอัลบั้มแม้ส่วนตัวดิฉันจะคิดว่า ลวก และออกมา ไม่ถึง ไปนิด(โดยเฉพาะแผ่นเพลงเร็ว) แต่อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ลงว่าแทร็คที่เธอทำออกมาโดนใจก็เล่นเอาขนลุกไปเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นบัลลาดสุดทรงพลังอย่าง If I Were A Boy/Halo/Broken-Hearted Girl หรือ Ave Maria โอเคแม้จะโดนครหาว่าฉกเพลงชาวบ้านมาเยอะรวม น่าเบื่อรวมถึงบียอนเซ่ขายจิตวิญญาณความเป็นศิลปินทรงคุณภาพของตัวเองให้กับการเป็นทาสทำเพลงเอาใจตลาดกระแสหลักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตามแต่บทสรุปที่มันออกมาดีและถูกรสนิยมส่วนตัว มันก็ต้องนับได้ว่าโอเคเป็นอีกครั้งที่เธอผ่านสำหรับเดี๊ยนโดยไร้ข้อกังขา ในแทร็คเพลงเร็วแม้ว่าส่วนมากจะออกมาผิดหวังแต่ก็ยังแอบถูกใจเพลงเทคโนเก๋ๆใน Radio กับ Sweet Dreams แม้จะออกมาปวกเปียกเบามือเกินความเป็นบียอนเซ่ที่คาดหวังไปนิดแต่ก็มีเสน่ห์ติดหูดีไม่น้อยรวมถึงดิฉันดันผ่าเหล่าผ่ากอไปชอบ Diva เพลงที่โดนด่ามากที่สุดของงานชุดนี้อีก สรุปแล้วสำหรับเดี๊ยน I Am...Sasha Fierce เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มสุดประทับใจและฟังบ่อยที่สุดชุดหนึ่งในปี2009ที่กำลังจะผ่านไปโดยปริยาย
41. The Killers : Day&Age : Alternative Rock/Synth-Rock/Post-Punk/New Wave
แม้ว่าส่วนตัวจะเพิ่งคิดมากรอกใบสมัครเป็นแฟนจ๋าของวงนี้จริงๆจังๆเอาอีตอนอัลบั้มนี้ก็ตาม แต่ก็อย่างที่บอกนะคะว่าทุกครั้งที่ฟังผลงานของวงนี้นี่ ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ แม้ว่าใน Day&Age ส่วนตัวคิดว่าความบ้าระห่ำจะสู้ Hot Fuss สมัยแบรนดอนดอกไม้เปิดตัวให้มานั่งกรี๊ดกร๊าดกันเล่นๆไม่ได้ก็ตามแต่สิ่งที่ได้ตามมาคือพัฒนาการทางการนำเสนอที่มีชั้นเชิงสูงเสียดฟ้าและเท่ห์ขาดใจขึ้นมากชนิดที่ดิฉันนั่งฟังรอบแรกแล้วถึงขั้นตบอกผางสยายผมตีปีกพั่บๆไปกับความสะสาแก่ใจในอุรา ยิ่งไปกว่านั้นเสน่ห์ความเปรี้ยวเก๋ ล้ำสมัยและทรงพลังของอัลเทอเนทีฟซินธิ์ร็อคที่ผสานแดนซ์ โพสท์พั้งค์ นิวเวฟและดิสโก้อันเป็นเอกลักษณ์สุดเฟี้ยวจากทางวงไม่ได้ลดลงแต่อย่างใดเลย ส่วนตัวขอยกให้งานชุดนี้ของ The Killers ลอยลำขึ้นหื้งหนึ่งในอัลบั้มที่ประทับใจและฟังบ่อยมากที่สุดประจำปีนี้เลยทีเดียว
40. The Pipettes : We Are The Pipettes : Indie Pop/Retro/Pop-Rock
ถึงแม้ว่างานชุดนี้ของ The Pipettes วงสุดน่ารักจากไบร์ททัน ประเทศอังกฤษจะวางขายไปนานร่วมชาติตั้งแต่ปี2006แล้วก็ตามแต่ด้วยความน่ารักสดใสของดนตรีอินดี้พ็อพร็อคน่ารักๆที่ติดกลิ่นอายเรโทรย้อนยุคของลูกเล่นจากร็อคยุค60ติดโลไฟอ่อนๆและทัศนคติการนำเสนอแบบโพสท์โมเดิร์นนิซึ่มจ๋าๆในงานชุดนี้ที่ทั้งน่ารักซาบซ่า หวานใสและเปรี้ยวแสบทรวงโดนใจอยู่ในที ทำให้ We Are The Pipettes เป็นอีกหนึ่งในอัลบั้มที่ส่วนตัวฟังได้ไม่เคยเบื่อมาตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนที่ได้ฟังมาจวบจนวินาทีนี้ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ
38.The Agonist : Lullabies For The Dormant Mind : Melodic Death Metal/Deathcore/Gothic/Black Metal
ในอันดับที่38เป็นงานจากวง The Agonist เมโลดิคเดธเมทัลจากแคนาดากับสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด Lullabies For The Dormant Mind ที่วางขายในปีนี้ ส่วนตัวไม่ได้เป็นคอเพลงเมทัลแต่อย่างใดมีฟังบ้างตามโอกาสเอื้ออำนวยให้รู้ว่าอ๋อเมทัลมันเป็นอย่างนี้ และก็ต้องขอบคุณโอกาสที่เอื้อำนวยให้มารู้จักกับงานของวงนี้ที่เป็นเมโลดิคเดธเมทัลทรงเสน่ห์ที่ผสานการยืนพื้นโดยแบล็คเมทัลเข้ากับท่วงทำนองโกธิคอะไรทำนองนั้นตามที่เข้าใจน่ะค่ะ (อาจจะเข้าใจผิดนะไม่โปรแนวนี้) แต่ส่วนตัวฟังแล้ว แหม มันโดนใจอะไรงี้น้า
27. Powerman 5000 : Somewhere on the Other Side of Nowhere : Rock/Punk/Heavy Metal
อันดับที่27ต่อจากอินดัสเทรียลเมทัลหลอนๆด้วยร็อคอเมริกันกระชากๆหยาบกระด้งหากแต่หนักหน่วงและทรงพลังกับ Somewhere on the Other Side of Nowhere งานอัลบั้มล่าสุดของ Powerman 5000 นะคะ ก็ทั้งอัลบั้มเป็นร็อคผสานเฮฟวี่เมทัลติดพั้งค์ชนิดหนักหน่วงหากแต่ไม่หยาบโลนหนักกระด้างรูหูจนเกินไปและมีเมโลดี้และสรรพสำเนียงการร้องที่ค่อนข้างทรงเสน่ห์ซึ่งตัดปัญหาเรื่องฟังแล้วปวดหัวหรือฟังแล้วไม่รู้เรื่องเลยว่ากำลังร้องว่าอะไรออกไปได้เลยทีเดียว ฟังเพลินจนนึกว่าฟังอัลบั้มทีนพ็อพยุค90อยู่ หึหึหึ
26.VNV Nation : Of Faith, Power and Glory : Electronica/Techno
สลับจากเพลงจำพวกร็อคกระแทกกระทั้นมาสู่มนตร์เสน่ห์ของดนตรีอิเล็คโทรนิคเปรี้ยวล้ำตะลุยอนาคตและเทคโนตึ๊บๆหนักหน่วงกันบ้าง หนึ่งในงานจากฝากอิเล็คโทรนิคที่ส่วนตัวแอบถูกใจเงียบๆในปีนี้ขอยกให้กับงานชุด Of Faith, Power and Glory จาก VNV Nation วงอิเล็คโทรนิคจากไอริชที่งานชุดนี้แม้จะเรียบง่ายหวานหูผิดแผกจากเดิมไปนิดแต่ก็ยังไว้ลายซึ่งเสน่ห์ของควมเป็นอิเล็คโทรพ็อพแบบFuturisticที่เสริมทัพด้วยลูกเล่นเก๋ๆจากแทรนซ์ เทคโนและซินธิ์พ็อพได้อย่างมีมิติเช่นเคย (บางเพลงแอบเป็นดีพเฮ้าส์ลอยๆ) หรูหรา เก๋ไก๋และเปรี้ยวล้ำมากๆฟังได้เพลินสุดในรอบปีอีกชุดสำหรับดิฉันเลยทีเดียว เสียดายที่ทำไมงานดีๆแบบนี้มันไม่ดังสักที เฮ้อ
25. Jack Johnson : Sleep Through The Static : Pop/Folk/Acoustic Rock
อันดับที่25เป็นของคุณพี่แจ็คจ๋าของดิฉันเองนะคะกับอัลบั้มชุดล่าอย่าง Sleep Through The Static ที่เป็นงานพ็อพโฟล์คอคูสติคเพราะๆฝันๆลอยละล่องละเมียดละไมติดร็อคอ่อนๆตามสไตล์ที่คุณพี่ถนัด เป็นอีกงานที่ส่วนตัวขอบอกว่าเพราะทุกแทร็คและฟังได้จนจำชนิดดื่มด่ำเปี่ยมสุขและละเมอเพ้อพกได้ทั้งชุดจริงๆ คุ้มมากๆสำหรับคนที่ชอบงานเพราะๆสบายๆแต่ทรงคุณภาพและเลือกจิ้มได้สนุกสนานเพลิดเพลินตามใจชอบทั้งอัลบั้ม หึหึหึ ว่าแล้วจิ้ม
20. Cafe Del Mar : Cafe Del Mar Volume 14. : Chill Out/Lougne/Experimental/Electronic
ต๊ายยย ถึงท็อป20เร็วกว่าที่คิดนะคะอันดับนี้เราข้ามมาฝั่งเล้านจ์กันบ้างกันอัลบั้มลำดับที่14จาก Cafe Del Mar ซึ่งเป็นงานแนวชิลล์เอ๊าท์ เล้านจ์ อิเล็คโทรนิค เอ็กซ์เพอริเมนทัลอะไรพวกนี้น่ะค่ะ ส่วนตัวก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะสนใจเพลงแนวๆนี้เท่าไรแต่ช่วงปีนี้เป็นอะไรที่หันมาฟังเพลงแนวๆนี้ค่อนข้างเยอะพอสมควรจนกลายเป็นถูกสะกดอยู่ในภวังค์ของดนตรีเล้านจ์สวยๆลอยละล่องที่ฟังแล้วผ่อนคลายสบายใจชนิดถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว จริงๆแล้วงานเล้าจน์ที่ดีกว่างานชุดนี้มีเยอะนะคะแต่ส่วนตัวจำชื่อไม่ได้และดันถูกใจหลายเพลงในงานชุดนี้มากๆโดยเฉพาะเพลง Wonderland จาก Alejandro de Pinedo ดีเจชาวสเปนที่เคยรีวิวไปแล้วน่ะค่ะ เป้นอะไรที่สุดๆจริงๆ
19. Julian Casablancas : Phrazes for the Young : Alternative Rock/Electronic/New Wave/Synth-Pop
อันดับที่19เป็นโซโล่อัลบั้มชุดแรกจาก Julian Casablancas ทายาทของ Elite Model และ อดีตสมาชิกวง The Strokes ซึ่งภาพรวมก็ฉีกจากงานโพสท์พั้งค์สมัยที่เคยได้ยินตอนทำงานกลุ่มไปโขนะคะสู่การทำดนตรีเต้นรำแบบอิเล็คโทรนิคผสานซินธิ์พ็อพ นิวเวฟ พั้งค์ ดิสโก้ตลอดจนอัลเทอเนทีฟร็อคได้เปรี้ยวปราดขาดใจมากๆ แม้ส่วนตัวคิดว่างานจะออกมาติ๊สท์ไปนิดแต่เก่และแปลกประหลาดมากมายสมค่าที่รอคอยทีเดียว เจิดดดดดดฮ่ะ ทาทาขอบอก!!!!
อันดับที่15เป็นงานอัลบั้มนีโอโซลจากแองจี้ สโทนที่วางขายช่วงปี2001นะคะ จุดเริ่มต้นมาจากประมาณปีสองปีที่แล้วได้ฟังวิทยุเปิดเพลง Wish I Didn't Miss You แล้วเกิดอาการถูกใจจัดๆจนไปตามหามาฟังและก็นั่งฟังมาตลอดจนทุกวันนี้นั่นแหละ ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะคะสำหรับคนที่อยากจะฟังนีโอโซลเพราะเป็นงานโซลที่ค่อนข้างพ็อพมากๆมีทั้งคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บี แจ๊ซซ์ตลอดจนบีทฮิพฮอพร่วมสมัยเนียนๆค่อนข้างถูกหูง่ายกว่างานของจิล สก็อทหรือเอริคา บาดูที่ออกแนวดิบจนต้องปีนกะไดฟังไปนิด แม้ว่าจะดีน้อยกว่าแต่คอพ็อพอย่างเดี๊ยนภักดีและถูกใจงานของเจ๊หินใหญ่มากกว่าจึงติดอันดับที่15ดังนี้แล
14.Yeah Yeah Yeahs : It's Blitz! : Alternative Rock/Indie/Dream Pop
13.Cradle Of Filth : Godspeed On The Devil Thunder : Extreme Metal/Symphonic Black Metal
อันดับ13เป็นงานชุดล่าสุดจากวงเมทัลสุดโรปดแห่งเกาะอังกฤษอย่าง Cradle Of Filth กับงานชุด Godspeed On The Devil Thunder การกลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มเอ็กซ์ทรีมเมทัลที่เน้นท่วงทำนองเกรี้ยวกราดหนักหน่วงหากแต่งดงามอลังการในแบบซิมโฟนิคแบล็คเมทัลหลอนๆแต่งดงามจับจิต รวมถึงเป็นการกลับมานำเสนอเนื้องานที่มีคอนเส็ปท์น่าติดตามที่สุดในรอบหลายปีจากทางวงทีเดียวด้วยการหยิบยกแรงบันดาลใจในด้านเนื้อหามาจาก Gilles de Rais ฆาตกรสุดโฉดในยุคของโจนส์ ออฟ อาร์คที่สามารถสะท้อนความบรรเจิดแห่งจินตนาการผ่านทางเนื้อเพลงได้อย่างทรงพลังสุดวาทะศิลป์ถึงในเรื่องของความรักความอาลัย ด้านมืดใจจิตตใจ ความอาฆาตแค้นพยายาท ทัศนคติในการดำรงชีวิตเชิงอมนุษย์แบบแวมไพร์ตลอดจนการฆาตกรรมสุดวิปริตพิสดารของ Gilles de Rais ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ออกมาเป้นภาษาเมทัลได้อย่างมีชั้นเชิง ขอยกให้เป็นงานเมทัลที่ชอบที่สุดในรอบ5ปีทีเดียว
ป.ล. Gilles de Rais ได้ตื่นมาฟังคงจะภูมิใจไม่น้อย หึหึหึ
12.Black Rebel Motorcycle Club : Take Them On,On Your Own : Garage Rock/Post-Punk/Alternative Rock/Shoegaze
ต่อด้วยงานร็อคจากปี2003กับอัลบั้ม Take Them On,On Your Own จาก Black Rebel Motorcycle Club ซึ่งเป็นหนึ่งในงานร็อคที่ส่วนตัวขอออกปากว่าทรงพลังที่สุดอัลบั้มหนึ่งเท่าที่ฟังในทศวรรษนี้เลยทีเดียวกับงานอัลเทอเนทีฟอินดี้ร็อคผสานความหนักหน่วงของการาจ โลไฟ โพสท์-พั้งค์และภาคการนำเสนอเท่ห์ๆแบบชูเกสซิ่งจากฝั่งอังกฤษที่โขลกขยำตำออกมาได้ถูกใจคอร็อคไม่ว่าจะร็อคมากร็อคน้อยได้อย่างสะใจสุดพระเดชพระคุณแน่นอน
11.Smashing Pumpkins : Mellon Collie And The Infinite Sadness : Alternative Rock
สำหรับอันดับ11ตกเป็นของ Mellon Collie And The Infinite Sadness จากวง Smashing Pumpkins ที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นหนึ่งในงานและวงระดับตำนานตลอดกาลจากแวดวงอัลเทอเนทีฟร็อคเลยทีเดียว ถามว่าประทับใจอะไรจากงานชุดนี้คงต้องบอกว่าประทับใจกับเสน่ห์ของการนำเสนออัลเทอเนทีฟร็อคที่เก๋ไก๋และเหนือระดับไม่เหมือนใครด้วยสำนวนภาษาที่แม้ว่าจะเกรี้ยวกราดหากแต่สวยงามประหนึ่งบทกวี การระเบิดความมืดหม่นอนธกาลในจิตใจออกมาได้อย่างกรีดไปยันเบื้องลึกถึงแก่นของจิตวิญญาณผู้ฟังอย่างสุดแสนโหดร้ายหากแต่สะใจตลอดจนการสร้างอาจักรทางดนตรีที่ทรงเสน่ห์ไม่เหมือนใครให้ผู้ฟังได้เข้าไปเยือนทุกครั้งที่เสพย์ผลงานก่อนจะกลับมาส่โลกนอกเสียงเพลงอย่างเปี่ยมสุขไปกับการนำเสนอสุดโต่งและวิปริตจากพวกเขา
8.James Morrison : Songs For You,Truths For Me : Pop/Soul/Folk/Rock
อันดับ8เป็นของ Songs For You,Truths For Me สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองจากศิลปินพ็อพโซลสุดหล่อจากเกาะอังกฤษอย่างนายเจมส์ มอริสัน ที่ถึงแม้ว่าจะดนหลายฝ่ายค่อนขอดว่าไม่หนีจากงานชุดแรกเท่าไรแต่ส่วนตัวฟังแล้วขอบอกว่าถูกใจนะคะชัดเจน ไพเราะและหวานหยดกว่า Undiscovered เยอะแม้เนื้องานอาจจะดูไม่พีคเท่าแต่ก็ถือว่ายังทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานงานคุณภาพอยู่ดี แหมมมมม ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแบบเจมส์ บลันท์ไปเสียแล้วเสมอต้นเสมอปลายขนาดนี้นี่รักตายเลย หึหึหึ
7.The Rapture : Piece Of The People We Love : Dace-Punk/Funk/Disco
Piece Of The People We Love อันดับที่7ของ The Rapture สี่สิงห์จากนิวยอร์คนี่ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่ฟังได้นานและทนทานทรงค่าความประทับใจชนิดระยะยาวมากๆ ต้องบอกว่าเป็นนหึ่งในงานที่ถูกใจถึงขั้นต้องแหย่เข้าแหย่ออกเครื่องเล่นชนิด4วันต่อสัปดาห์ แดนซ์-พั้งค์เปรี้ยวล้ำที่จับมาชนกับความเฟี้ยวฟ้าวของฟั้งค์ร็อคก่อนจะตบด้วยความครื้นเครงสนานใจในแบบฉบับดิสโก้ย้อนยุคเปรี้ยวปราดได้ชนิดอยู่หมัด แอร๊ยยยยยย มันเป็นอะไรที่แบบหยุดฟังไม่ได้จริงๆสำหรับเดี๊ยนเก๋ไก๋บรรเจิดเลิสหล้ามากมายเจ้าค่า หยุดแค่นี้ดีกว่าเดี๋ยวชมยาวเป็นหน้า เอิง เอย
มาที่ Celebration ของมหาราชินีแห่งอุตสาหกรรมพ็อพอย่างมาดอนน่าโดยส่วนตัวต้องขอบอกว่าเป็นงานที่ค่อนข้างคุ้มค่าและค่อนข้างภูมิใจที่มีอัลบั้มรวมฮิตชิ้นนี้อยู่ในมือเนื่องจากมันเหมือนกับว่าเราได้ถือย่างก้าวแห่งการพิสูจน์ตัวเองในระยะยาวตลอดเวลาสามทศวรรษของมหาราชินีท่านนี้ซึ่งเราติดตามมาโดยตลอดอยู่ในกำมือ เช่นเดียวกันกับในส่วนของ Keeps Gettin' Better: A Decade of Hits ของคริสทิน่า อากิเลร่าศิลปินและแรงบันดาลใจอันดับหนึ่งจากเจเนอเรชั่นเดียวกันซึ่งมันทำให้เดี๊ยนมองย้อนกลับไปถึงวันแรกของจุดเริ่มต้นทางแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากเธอและเป็นความรู้สึกที่พิเศษไม่น้อยที่ได้หวนระลึกถึงการเติบโตทางวัยวุฒิ ทางดนตรีตลอดจนทางจิตวิญญาณร่วมกันตลอดระยะเวลาร่วม10ปี
รวมฮิตทั้งสองชุดนี้ไม่ได้มีความสำคัญกับเดี๊ยนเพียงเพราะเป็นแค่งานรวมฮิตจากสองศิลปินหญิงอันดับหนึ่งในดวงใจ หากแต่สำคัญอย่างยิ่งในแง่ของ ภาพสะท้อนทางจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทั้งสองเสี้ยวที่เมื่อนำมาต่อกันแล้วมันให้ภาพที่สมบูรณ์แบบของคำว่า Da Nastina
4. Anthony Hamilton : The Point Of It All : R&B/Soul/Jazz
2. Bessie Smith/James Brown : The Essential Bessie Smith/Star Time : Blues (Bessie) : Soul/R&B/Funk/Blues
อันดับสองเป็นงานจากจักรพรรดินีแห่งวงการดนตรีบลูส์อย่างเจ้าป้า Bessie Smith กับงานอัลบั้ม The Essential Bessie Smith สองแผ่นสุดคุ้มที่รวมงานบลูส์เข้มๆหม่นๆสุดทรงเสน่ห์ หอมหวานและคลาสสิคจากเจ้าป้าให้ได้ฟังกัน ใครอยากรู้ว่ามนตร์เสน่ห์ของดนตรีบลูส์ช่วงยุค1930เป็นอย่างไรขอท้าให้พิสูจน์ ส่วนอีกงานเป็นอัลบั้มรวมผลงานของราชาแห่งเพลงโซลสุดอมตะอย่างปู่เจมส์ บราวน์กับแพ็คเก็จ4แผ่นสวยหรูคุ้มค่า Star Time เป็นสองงานที่ทรงคุณค่าที่กล้าการันตีว่าคอนดนตรีมีเก็บไว้ประดับหิ้งแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน