˹���á Forward Magazine

ตอบ

Damon Albarn : Dr Dee (Myspace#98)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Damon Albarn : Dr Dee (Myspace#98) 


Damon Albarn : Dr Dee : FOLK/OPERA/CLASSICAL/GOSPEL/BROADWAY (97% = 5/5)


ก่อนหน้านี้เขียนถึงงานคันทรีย์บลูส์ร็อคอเมริกาโน่จ๋าจากโซ่โล่อัลบั้มชุดแรกของคุณพี่แจ็ค ไวท์จอมมารจากวงTHE WHITE STRIPESไป มาคราวนี้ลองสลับไปที่งานอังกฤษจ๋าจากอีกหนึ่งศิลปินคนโปรดอย่างคุณเดม่อน อัลบาร์นอดีตนักร้องนำวงBLURและหัวหอกคนสำคัญของGORILLAZ


โดยพื้นฐานตั้งแต่สมัยเป็น BLUR ก็แสดงวิสัยทัศน์ทางการดนตรีออกมาอย่างเด่นชัดอยู่แล้วว่ารอบจัดขนาดไหนเพราะวงนี้เขาก็กวาดหมดเกือบทุกรสชาติไม่ว่าจะเป็นอัลเทอเนทีฟร็อค พ็อพ เต้นรำ พั้งค์ยันแจ๊ซซ์ - - สิริรวมเรียกว่า "บริทพ็อพ" - - ไปจนถึงตอนที่ทางวงกลายพันธุ์ไปทำดนตรีประเภททดลองในสองอัลบั้มหลังที่ออกแนวอิเล็คโทรนิคและเอ็กซ์เพอริเมนทัลสุดโต่ง ข้ามมาตอนสลายวงแล้วมาก่อตั้งGORILLAZคุณป๋าก็กลายมาเป็นอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพเต็มตัวชนิดที่ทำเอาแฟนๆอึ้งกิมกี่ไปตามๆกัน ล่าสุดในงานชุด DR DEE ก็เป็นการย้ำกันอีกคำรบว่าชายชื่อเดม่อน อัลบาร์นคนนี้เป็นอีกหนึ่งบุรุษศิลปินที่มักจะรังสรรค์อะไรเหนือการคาดเดาและมีจินตนาการในการทำดนตรีบรรเจิดเหนือมนุษย์โดยที่กาลเวลาไม่สามารถเข้ามาเป็นอุปสรรคแทรกแซงไฟและความบ้าระห่ำในการรังสรรค์ผลงานของเขาได้เลยจริงๆเพราะครั้งนี้พ่อคุณมั่นถึงขนาดทำอัลบั้ม "โอเปร่า" ชนิดที่ไม่ปรึกษาใครหน้าไหนทั้งสิ้น...เอากับป๋าแกสิ!!!


ตอนแรกก็งงเต๊กว่าอะไรไปเข้าฝันหรือทานของผิดสำแดงใดมาท่านถึงได้ลุกขึ้นมาทำดนตรีจำกัดแนวผู้ฟังขนาดนี้(จะรอดเหรอคะ?) ที่ไหนได้DR DEEชุดนี้เป็นอัลบั้มซาวนด์แทร็คประกอบละครโอเปร่าเรื่อง DR DEE : AN ENGLISH OPERA ที่ป๋าแกจับมือเกี่ยวก้อยกับคุณรูฟัส นอร์ริสที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้กำกับเนรมิตเรื่องราวอ้างอิงจากอัตชีวประวัติของJOHN DEEที่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นแพทย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบ็ธที่1ขึ้นมาเป็นละครโอเปร่าแบบอังกฤษจ๋าซะเลย


ฟังครั้งแรกก็อดงงไม่ได้จั่วหัวว่าเป็นแนว "โอเปร่า" แต่โอเปร่าก็เหมือนกับเป็นแค่สับเซ็ตในอัลบั้มนี้ที่อาจจะมีน้ำหนักมากหน่อยผสมปนเปไปกับภาคดนตรีโฟล์ค บาโร๊คพ็อพ กอสเพล คลาสสิคคัล ดนตรียุคเรอเนสซอง(ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ)ไปจนถึงการนำเสนอแบบบรอดเวย์มิวสิคคัล(ท้ายที่สุดก็งานทดลองจนได้) จากที่ฟังแล้วรู้สึกช็อคว่าทำไมมันฟังยากจังพอมารอบที่สองเท่านั้นแหละประดุจพบเจอแสงแห่งธรรมมะคือฟังๆไปมันก็น่ารักดีนะคะงานอังกฤษจ๋าแบบนี้แต่คนที่ภูมิต้านทานทางดนตรีไม่แข็งแรงเจองานที่นิ่งและเชิ่ดศิลปะสูงส่งขนาดนี้เข้าไปอาจจะถึงขั้นน็อคได้ - - แต่(อีกแหละ)เชื่อว่าระดับแฟนเพลงของป๋าเดม่อน อัลบาร์นทั้งทีนี่ของแค่นี้ไม่ระคายหูหรอก ส่วนมากมีแต่พวกเขี้ยวลากดินพอๆกับนักร้องนั่นแหละ


เพลงใดที่ควรฟัง? จริงแล้วก็น่าจะฟังให้ครบทั้งอัลบั้มเพราะจะได้ประติดประต่อเรื่องราวผ่านตัวเพลงถูกแต่ถ้าจะให้แนะส่วนตัวชอบ THE GOLDEN DAWN ที่คล้ายๆจะเป็นอินเทอลูดเปิดอัลบั้มมีทั้งเสียงเซ็งแซ่ของนกน้อย ซาวนด์สังเคราะห์แบบเอ็กซ์เพอริเมนทัลจางๆและเสียงออร์แกนแบบโรงละครโอเปร่าผสานระฆังเหง่งหง่างชวนขนลุก APPLE CARTS เป็นโฟล์คหม่นๆสีเทาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง O SPIRIT,ANIMATE USนี่ขึ้นต้นมาออกแนวคลาสสิคคัลกอสเพลที่สลับเป็บโอเปร่าในช่วงท้ายเชื่อมต่อกับ THE MOON EXALTED ที่คอโอเปร่าน่าจะชอบมีกลายร่างไปทางพวกบรอดเวย์มิวสิคคัลในช่วงครึ่งหลังฟังดูเป็นศิลปะละครเวทีที่แสนทรงค่า THE MARVELOUS DREAM อีกหนึ่งบรอดเวย์ที่เล่นบนดนตรีโฟล์คและการร้องสไตล์มิวสิคคัล TREE OF BEAUTY เป็นเพลงสวดสรรเสริญสไตล์CHANTสุดขลังและปิดท้ายด้วย THE DANCING KING ที่จะว่าไปก็เหมือนกับบทสรุปของซาวนด์แทร็คชุดนี้ตัวเพลงสะท้อนภาคดนตรีที่เป็นศูนย์กลางของตัวงานทั้งหมดจนกระทั่งวนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นในแทร็คแรก


สำหรับแฟนจ๋านับว่าเป็นงานที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆอันน่าภูมิใจแท้ๆ แถบจะไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คืองานเพลงจากคนที่เคยร้องGIRLS&BOYSมาก่อน


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขอฝาก Hysteria นิตยสารสำหรับคนเซี่ยนๆที่ดิฉันเป็นบ.ก.เองไว้ด้วยนะคะ ^ ^

http://www.facebook.com/HysteriaCulture

Smile Smile Smile

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com