˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Da Nastina : Alicia Keys : The Element Of Freedom
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Da Nastina : Alicia Keys : The Element Of Freedom 
อ้างอิงจาก:


Alicia Keys : The Element Of Freedom : 79%

หลังจากที่ได้จัดท็อป50อัลบั้มประจำปีเป็นครั้งแรกดินก็ได้รับอีเมลล์จากท่านผู้อ่านที่น่ารักส่งคำถามมาชนิดละลานตาทีเดียวว่า "ทำไมงานชุดนี้ของอลิช่า คียส์ถึงไม่ติด? มันไม่ดีอย่างไร?" ก็ขอตอบคำถามทุกท่านที่ถามมา ณ ที่นี้นะคะว่า "ที่ไม่ติดเพราะว่ายังไม่ได้ฟังค่ะ" รวมถึงไม่อยากจะจัดอันดับแบบส่งๆไป ดังนั้นงานชุดนี้ของอลิช่านี่เท่าที่ฟังแล้วคิดว่าต้องได้อยู่ในลิสต์ของท็อป50ปีหน้าแน่นอนเหนือสิ่งอื่นใดต้องขอมอบรีวิวชิ้นนี้ไว้โอ๋ผู้อ่านบางท่านที่เขียนมาแหกตัดพ้อต่อว้าดิฉันเนื่องจากน้อยใจที่อัลบั้มของศิลปินสุดที่รักนางนี้ไม่มีชื่อโผล่อยู่ใน50อันดับประจำปีที่ผ่านมา "ก็เพิ่งจะได้ฟังเจ้าค่ะ" หึหึหึ


รูปแบบดนตรี

สังเกตจากทิศทางการนำเสนอของอลิช่าจากงาน3ชุดก่อนหน้านี้แล้วส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เห็นได้ชัดเจนนะคะว่า "เธอตั้งใจที่จะแทรกงานดนตรีของเธอเข้าสู่พื้นที่ของตลาดและวัฒนธรรมดนตรีกระแสหลักมากขึ้น" จากงานบลูส์โซลอารืแอนด์บีติ๊สท์ๆดิบ หม่นและสวยสดสง่างามประดุจศิลปะใน Song In A Minor สู่ The Diary Of Alicia Keys ที่หยอดความนุ่มละมุนและหวานหูในแบบพ็อพมากขึ้นเข้ากับจิตวิญญาณของความเป็นโอลด์สคูลจากดนตรีโซลยุค60จัดๆก่อนจะขยับเข้าสู่งานที่มีความเป็นร็อคมากขึ้นมีกลิ่นอายของคันทรีย์จางๆในบางแทร็คตลอดจนภาพรวมที่ออกมาฟังง่ายขึ้นจนน่าตกใจใน As I Am มาถึงสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด The Element Of Freedom ในส่วนของภาคดนตรีก็ยังคงไม่ถอยหนีจากการยื้นพพื้นที่พ็อพโซลอาร์แอนด์บีผสานบลูส์ ฟั้งค์ แจ๊ซซ์ คลาสสิคและกอสเพลแบบเออร์บันครบรสตามแบบฉบับอลิช่าที่เราๆคุ้นเคยรวมถึง "ความพ็อพ" ที่ยังคงติดตามมามากขึ้นชนิดที่ฟังจบครั้งแรกแล้วต้องสบถว่า "แม่งพ็อพฉิบหาย!" เลยทีเดียว คืออยากจะเรียนตามตรงว่าถ้าไม่สนลวดลายดนตรีตลอดจนสสรรพสำเนียงการร้องของเอแล้วส่วนตัวไม่คิดว่ามันเป็นงานในหมวด "โซลอาร์แอนด์บี" แต่อย่างใดด้วยความที่มันเป็นอะไรที่ไหลลื่นผิดวิสัย ฟังง่าย ฟังเพลิน ฟังแล้วไม่ต้องปีนกะไดประหนึ่งว่านั่งฟังงานจากฝาก "พ็อพ" ที่มีความเป็นคอนเทมโพลารีย์ในตัวสูงมากก็แค่นั้น รวมถึงความเป็นโอลด์สคูลในแอบบที่คุ้นเคยก่อนหน้านี้คิดว่าถูกแทนที่เข้ามาด้วยภาคก่ารนำเสนอที่ร่วมสมัยขึ้นค่อนข้างมากทีเดียวส่วนตัวฟังแล้วนึกถึงงานพวกโมเดิร์นอาร์แอนด์บี นีโอโซลตลอดจนคลาสสิคแจ๊ซซ์ร่วมสมัยมากกว่าที่จะเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีดิบๆหม่นๆหรืองานพ็อพโซลกลิ่นอายโมทาวน์ยุค60จ๋าๆอย่างที่เคยชิน อย่างไรก็ตามส่วนตัวชอบนะคิดว่าฟังง่ายและได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่ไม่ซ้ำซากดี หาได้ไม่งายนักจากศิลปินประเภทอนุรักษ์นิยมจัดๆแบบเธอ

จุดด้อย

ถ้าไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวของดิฉันล่ะก็คงต้องขอบอกว่า "เป็นงานที่ดีมากๆ" ทีเดียวคือครบรสสมบูรณ์แบบอ่ะค่ะ ไพเราะ ละเมียดละไม จรรโลงโลก จับจิตวิญญาณและทรงคุณภาพในแบบฉบับที่งานดนตรีดีๆงานหนึ่งจะทำได้ แต่ถ้าเอาความรู้สึกส่วนตัวใส่ลงไปล่ะก็อยากจะบอกว่า "เฉยๆมาก" กับงานชุดนี้คือไม่เถียงอ่ะนะว่าไพเราะทรงคุณภาพเพียงแต่ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกดาดดื่นประทับใจอะไรมากมายก็แค่นั้นด้วยความที่ดิฉันอาจจะ "เรื่อง มากขึ้น","ฟังเพลงมากขึ้น" ตลอดจนอลิช่าทุกครั้ง "ก็มาแบบนี้อ่ะค่ะ" คือรักษามาตรฐานัวเองมาได้ดีตลอดแบบไม่ขยับหลีกหนีไปไหนถึงแม้ว่าศักยภาพที่ออกมาให้เห็นจะสูงเสียดฟ้าทุกครั้งแต่ เอ่อ อืมม อ่า โอเคคงต้องใช้คำว่าค่อนข้าง "ซ้ำซาก" ขนาดนี้ จากที่เคยดื่มด่ำมาตลอดมันกลับกลายเป็นไม่มีอะไรพิเศษเสียแล้วก็เท่านั้น

แทร็คเด็ด

เอาจริงๆอัลบั้มชุดนี้ของอลิช่าเป็นอะไรที่หลับตาจิ้มได้ทีเดียวนะคะแต่ถ้าจะให้เลือกแทร็คที่ฟังแล้ว "โดน" จริงๆก็ขอเลือก Doesn't Mean Anything (3.5/5) ซิงเกิ้ลเปิดตัวมาอุทิศถึงเป็นแทร็คแรกด้วยภาคการนำเสนอเป็นพ็อพโซลอาร์แอนด์บีพรมด้วยเพียโนคลาสสิคและแจ๊ซซ์จางๆในแบบฉบับที่ไม่หนีจาก No One ของงานชุดที่แล้วสักนิดแต่ถูกใจในความงดงามที่ไม่มีตกระดับไปจริงๆค่ะ เป็นปลื้มกันต่อกับ Try Sleeping With Broken Heart (4/5) ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างฉีกและแหวกแนวไปจากการนำเสนอธรรมเนียมเดิมๆของอลิช่านะคะ พ็อพโซลอาร์แอนด์บีบัลลาดที่โด่นด้วยการหยอดเสียงสังเคราะห์และซินธิ์แบบสโลวแจมดาวน์เทมโพลอยละล่องเก๋ๆเข้ากับความดิบสดของฟั้งค์ ร็อคและบลูส์จางๆก่อนจะปิดท้ายด้วยเพียโนคลาสสิคตามแบบฉบับของอลิช่าได้ในชนิดที่สุดแสนจะลงตัว สลับมาฟังเพลงคึกคักๆกันบ้างใน This Bed (3.5/5) อีกหนึ่งแทร็คที่ฉีกตัวออกจากความอนุรักษ์นิยมของอลิช่าในงานก่อนหน้านี้ด้วยโอลด์สคูลพ็อพเต้นรำฉาบด้วยความกรีดกายในแบบฉบับของฟังค์กีย์ดิสโก้ยุค70ตบด้วยซลหวานๆและอาร์แอนด์บีหรูๆได้อย่างเก๋ไ ฟังแล้วนึกถึงงานของวิทนีย์ ฮุสทันไม่ก็เจเน็ท แจ็คสันทีเดียว

ข้ามฝากมาที่ฝั่งคอนเทมโพลารีย์จัดๆในแบบที่แฟนๆอลิช่าฟังแล้วต้องชอบเริ่มที่ That's How Strong My Love Is (4.5/5) บลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดติดคลาสสิคแจ๊ซซ์ตลอดจนการนำเสนอที่ร่วมสมัยในแบบโมเดิร์นอาร์แอนด์บีแลดูเรียงง่ายหากแต่ไพเราะและนุ่มละมุนชนะเลิศ ที่สำคัญเพลงแบบนี้แหละที่คิดว่าแฟนๆของอลิช่าต้องการแน่ๆ เช่นเดียวกันกับ Distance And Time (4/5) ที่หยอดความเป็นพ็อพเข้าไปสูงโด่จนเข้าขั้นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์เป็นอีกหนึ่งแทร็คพ็อพโซลอาร์แอนด์บีที่เพราะและเข้มข้นในระดับแนวหน้าของานชุดนี้เลยทีเดียว เชื่อว่าผู้ฟังไม่ว่าจะขาประจำหรือขาจรคงจะตกหลุมรักแทร็คนี้กันได้ไม่ยาก มาที่ How It Feels To Fly (5) หนึ่งในแทร็คที่เประทับใจที่สุดของงานชุดนี้ คอนเทมโพลารีย์บลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดผสานแจซซ์ คลาสสิคและกอสเพลสุดอลังการในแบบฉบับภาคดนตรีเอกลักษณ์อันโดเด่นของอลิช่าที่เราๆคุ้นเคยและรักกันดี ปิดท้ายด้วย Empire State Of Mind (Part II) (5) แค่อ่านชื่อก็รู้แล้วว่าเพลงนี้ต้องไม่ธรรมดาและแน่นอนไม่มีผิดหวังจริงๆ ภาคดนตรีเป็นคอนเทมโพลารีย์พ็อพโซลอาร์แอนด์บีบัลลาดติดกอสเพลและสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ที่ไพเราะทรงพลังจนขนลุกนับว่าเป็นอีกครั้งที่แรกแทรคมาปิดม่านมหากาพย์ทางดนตรีได้อย่างเหนือชั้น (คัฟเวอรืจย์ซีมาเหรอคะ?)

สรุป

The Element Of Freedom นับว่าเป็นอีกหนึ่งย้างก้าวที่ดีสำหรับความตั้งใจของอลิช่าที่จะนำดนตรีโซลอาร์แอนด์บีเข้าสู่ตลาดกระแสหลักตลอดจนเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ศักยภาพ ความสามารถและกึ๋นของอัจฉริยะในการเป้นศิลปินทรงคุณภาพของเธอได้อย่างดีทีเดียว ต๊ายยย ไม่อยากให้พลาดจริงๆค่ะ







แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Mon Dec 21, 2009 2:14 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เจ๊เล่นมุกนี้อีกแล้ว ฮ่าๆ ส่วนตัวชอบ ESOM II , Doesn't Mean Anything , Try Sleeping With A Broken Heart เป็นหลักเลย เพลงอื่นๆก็เพลินมาก แต่ไม่ชอบ Put It In A Love Song ยิ่งตอนโย่เอโย่บีนี่มันเป็นอะไรที่แปลกกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มและส่วนตัวรำคาญเอาซะมากๆ แถมเสียงคีย์เพลงนี้ดำน้ำมากๆ

ปล.งานของอลิช่าส์ยังเป็นงานที่ดีเสมอ แต่เสียงแหบไปแล้ว พักสักนิดก่อนออกอัลบั้มที่ห้านะครับผม!!!


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
paradizer พิมพ์ว่า:
เจ๊เล่นมุกนี้อีกแล้ว ฮ่าๆ ส่วนตัวชอบ ESOM II , Doesn't Mean Anything , Try Sleeping With A Broken Heart เป็นหลักเลย เพลงอื่นๆก็เพลินมาก แต่ไม่ชอบ Put It In A Love Song ยิ่งตอนโย่เอโย่บีนี่มันเป็นอะไรที่แปลกกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มและส่วนตัวรำคาญเอาซะมากๆ แถมเสียงคีย์เพลงนี้ดำน้ำมากๆ

ปล.งานของอลิช่าส์ยังเป็นงานที่ดีเสมอ แต่เสียงแหบไปแล้ว พักสักนิดก่อนออกอัลบั้มที่ห้านะครับผม!!!


แหม หนูขามุขนี้มันคลาสสิคนะคะเล่นมา7ปีแล้วเจ๊ยังไม่เบื่อเลย 5555 Smile เพลงที่หนูพูดมานี่ชอบหมดเลยอ่ะยกเว้น Put Ii In A Love Song เช่นกันไพร่และเสร่อมาก คิดจะทำเป็นSingle Ladies ภาคสอง ไม่ได้เข้ากันเลย

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
paradizer พิมพ์ว่า:
เจ๊เล่นมุกนี้อีกแล้ว ฮ่าๆ ส่วนตัวชอบ ESOM II , Doesn't Mean Anything , Try Sleeping With A Broken Heart เป็นหลักเลย เพลงอื่นๆก็เพลินมาก แต่ไม่ชอบ Put It In A Love Song ยิ่งตอนโย่เอโย่บีนี่มันเป็นอะไรที่แปลกกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มและส่วนตัวรำคาญเอาซะมากๆ แถมเสียงคีย์เพลงนี้ดำน้ำมากๆ

ปล.งานของอลิช่าส์ยังเป็นงานที่ดีเสมอ แต่เสียงแหบไปแล้ว พักสักนิดก่อนออกอัลบั้มที่ห้านะครับผม!!!


แหม หนูขามุขนี้มันคลาสสิคนะคะเล่นมา7ปีแล้วเจ๊ยังไม่เบื่อเลย 5555 Smile เพลงที่หนูพูดมานี่ชอบหมดเลยอ่ะยกเว้น Put Ii In A Love Song เช่นกันไพร่และเสร่อมาก คิดจะทำเป็นSingle Ladies ภาคสอง ไม่ได้เข้ากันเลย


555+ แทร็คที่ชอบเหมือนกันหมดเลยจริงๆอ่ะเจ๊ ส่วน ESOM II นี่รู้สึกว่า อลิช่าส์ไปแต่งภาคหนึ่งให้เจย์ซีด้วยแล้วมาทำภาคสองต่อ(มั้ง)

เข้าเรื่องดีกว่าเจ๊ งานชึดนี้ฟังแล้วตอนแรกตกใจว่า "เฮ้ย เอางี้จริงอ่ะ" คือด้วยความที่กระแสดนตรีป๊อปมันมากขึ้นเรื่อยๆ คือก็ยอมรับนะว่าแนวหลักที่เคยๆฟังกันมามันคือป๊อปแต่พอได้ฟังผลงานของศิลปินท่านอื่นๆ ทั้ง แครี่ย์ อิลช่าส์ และอื่นๆ ก็พบว่าก็มีจุดดีในแต่ละแนวเพลง แล้วพอดีสองท่านที่ว่ามาดันเอาป๊อปมากลับแนวดนตรีหลักของตนเองซะกลิ่นดนตรีเดิมจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คุณภาพก็ยังคงมาตรฐานเหมือนเดิมเมื่อพิสูจน์ในระยะต่อมา

ส่วนเพลงที่ชอบและไม่ได้ชอบก็กล่าวไปในตอนต้นแล้ว Put It In A Love Song นี่เพลียจริงๆนะครับผม!!!


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อ้างอิงจาก:
ฟังเพลงมากขึ้น" ตลอดจนอลิช่าทุกครั้ง "ก็มาแบบนี้อ่ะค่ะ" คือรักษามาตรฐานัวเองมาได้ดีตลอดแบบไม่ขยับหลีกหนีไปไหนถึงแม้ว่าศักยภาพที่ออกมาให้เห็นจะสูงเสียดฟ้าทุกครั้งแต่ เอ่อ อืมม อ่า โอเคคงต้องใช้คำว่าค่อนข้าง "ซ้ำซาก" ขนาดนี้ จากที่เคยดื่มด่ำมาตลอดมันกลับกลายเป็นไม่มีอะไรพิเศษเสียแล้วก็เท่านั้น


ชอบประโยคนี้มาก คิดเหมือนกัน ว่างานชี ทำได้มาตรฐาน มาก

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็น่าเบื่อมากเพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป

อะไรอะไรที่มันเคยดูว่ามันเริ่ดมันเก๋แบบ

Song In A Minor (เป็นอัลบั้มเดียวของคีย์ ที่ฟังได้ทั้งอัลบั้ม)

พอเสนอความซ้ำซากเดิมๆ มันก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากมาย แต่ก็นะลูกรักแกรมมี่

ส่วนตัวไม่ได้ฟังเพลงชีทั้งอัลบั้มเหลือฟังเฉพาะที่ตัดขาย

และเพลงที่ปลื้มที่สุดในอัลบั้มนี้ ก็ Empire State Of Mind (Part II) เพราะจิงๆขอบกว่าที่ฟิทกับเจย์ซีอีก เหอๆ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชุดนี้ดูหวานและซอฟอ่า ดูไม่เข้มข้น


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ผู้รู้ IT AGAIN พิมพ์ว่า:
ชุดนี้ดูหวานและซอฟอ่า ดูไม่เข้มข้น

เห็นด้วยกับพี่น้องแอมอ่ะ
Smile Smile Smile


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
paradizer พิมพ์ว่า:
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
paradizer พิมพ์ว่า:
เจ๊เล่นมุกนี้อีกแล้ว ฮ่าๆ ส่วนตัวชอบ ESOM II , Doesn't Mean Anything , Try Sleeping With A Broken Heart เป็นหลักเลย เพลงอื่นๆก็เพลินมาก แต่ไม่ชอบ Put It In A Love Song ยิ่งตอนโย่เอโย่บีนี่มันเป็นอะไรที่แปลกกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มและส่วนตัวรำคาญเอาซะมากๆ แถมเสียงคีย์เพลงนี้ดำน้ำมากๆ

ปล.งานของอลิช่าส์ยังเป็นงานที่ดีเสมอ แต่เสียงแหบไปแล้ว พักสักนิดก่อนออกอัลบั้มที่ห้านะครับผม!!!


แหม หนูขามุขนี้มันคลาสสิคนะคะเล่นมา7ปีแล้วเจ๊ยังไม่เบื่อเลย 5555 Smile เพลงที่หนูพูดมานี่ชอบหมดเลยอ่ะยกเว้น Put Ii In A Love Song เช่นกันไพร่และเสร่อมาก คิดจะทำเป็นSingle Ladies ภาคสอง ไม่ได้เข้ากันเลย


555+ แทร็คที่ชอบเหมือนกันหมดเลยจริงๆอ่ะเจ๊ ส่วน ESOM II นี่รู้สึกว่า อลิช่าส์ไปแต่งภาคหนึ่งให้เจย์ซีด้วยแล้วมาทำภาคสองต่อ(มั้ง)

เข้าเรื่องดีกว่าเจ๊ งานชึดนี้ฟังแล้วตอนแรกตกใจว่า "เฮ้ย เอางี้จริงอ่ะ" คือด้วยความที่กระแสดนตรีป๊อปมันมากขึ้นเรื่อยๆ คือก็ยอมรับนะว่าแนวหลักที่เคยๆฟังกันมามันคือป๊อปแต่พอได้ฟังผลงานของศิลปินท่านอื่นๆ ทั้ง แครี่ย์ อิลช่าส์ และอื่นๆ ก็พบว่าก็มีจุดดีในแต่ละแนวเพลง แล้วพอดีสองท่านที่ว่ามาดันเอาป๊อปมากลับแนวดนตรีหลักของตนเองซะกลิ่นดนตรีเดิมจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คุณภาพก็ยังคงมาตรฐานเหมือนเดิมเมื่อพิสูจน์ในระยะต่อมา

ส่วนเพลงที่ชอบและไม่ได้ชอบก็กล่าวไปในตอนต้นแล้ว Put It In A Love Song นี่เพลียจริงๆนะครับผม!!!


ต้องบอกว่า "พ็อพ" มากขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะถ้าคิดจะขยายฐานแฟนเพลงแต่ส่วนตัวก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะชนะใจฐานแฟนพ็อพได้มากเท่าที่ต้องการรึเปล่าเพราะเพลงแนวๆนี้ก็ยังฟังยากอยู่ดี ส่วนฐานอาร์แอนด์บีเต๊ว่าคนที่ชอบอะไรดิบๆจัดๆก็คงมีเมินๆไปบ้างแหละค่ะ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com