Mariah Carey : Memoirs Of An Imperfect Angel : 75%
ก่อนจะพูดถึงมารายห์และตัวอัลบั้มนี้เดี๊ยนขอกล่าวอะไรเล็กน้อยถึงรีวิวชิ้นนี้นะคะไม่ว่าคุณอ่านแล้วจะประทับใจหรือไม่ก็ตามแต่สำหรับเดี๊ยน "มันเป็นงานรีวิวธรรมดาๆที่อบอุ่นและพิเศษเป็นการส่วนตัวมากๆ" มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะงงว่า "มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างวิเศษวิโสไปกว่างานรีวิวเดิมๆของอีนี่ที่เคยอ่านมา" ความรู้สึกดังกล่าวมันมีเบื้องหลังค่ะเพราะว่างานรีวิวชิ้นนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจากแนสทิน่าเพียงคนเดียวหากแต่เป็นมันการระดมสมองของทั้งคนที่ชื่นชอบมารายห์ด้วยกันส่วนหนึ่ง แรงบันดาลใจของเดี๊ยน คนที่เฉยๆไปจนถึงแอนตี้มารายห์ตลอดจนคนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านดนตรีและเป็นนักดนตรีจริงๆ ซึ่งงานชิ้นนี้เกิดจากการที่มีโอกาสได้เจอพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันตลอดจนสื่อสารผ่านทางมายสเปซเฟซบุ๊คส์ก่อนที่จะคลุมทิศทางของตัวงานทั้งหมดด้วยสำนวนภาษาและการเรียบเรียงรูปแบบในแบบฉบับของแนสทิน่าเพื่อความสะดวกในการอ่านและเพื่อให้มีความเป็นตัวของเดี๊ยนในระดับหนึ่ง อยากบอกว่าประทับใจปาร์ตี้รีวิวเล็กๆครั้งนี้มากๆเป็นการรีวิวที่สนุกและท้าทายที่สุดในชีวิตที่ "ช่า" เคยเขียนมาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามหากคุณไม่ชอบงานรีวิวชิ้นนี้ก็ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันลงกับตัวเดี๊ยนนะคะยินดีรับคำด่าวิพากษ์วิจารณ์ทุกรูปแบบแต่ถ้าคุณชอบและรู้สึกประทับใจไปกับมันก็ขอให้อุทิศคำชื่นชมให้แก่ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในงานรีวิวครั้งนี้ ทุกคนคือส่วนสำคัญที่ช่วยขัดเกลาและดึงศักยภาพทางงานเขียนของแนสทิน่าให้มันออกมาสูงกว่าที่แค่คนๆเดียวจะทำได้
The Imperfect Angel
จำได้ว่าเคยพาดหัวเธอคนนี้ไว้ตอนรีวิว E=MC2 ว่า "ดาวจรัสแสงจากยุค90" ซึ่งส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเป็นการยกยอปอปั้นอะไรที่เกินจริงแต่อย่างใด ถามว่าส่วนตัวชอบมารายห์มั้ย "ชอบมากในระดับหนึ่ง" แต่ถ้าถามว่าเป็นถึงขั้นลูกแกะสาวกตัวฉกาจของเธอมั้ย "ไม่ สำหรับเดี๊ยนเธอไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมายขนาดนั้น" แต่ที่กล้าชมเธอถึงขนาดนั้นได้เต็มปากเนื่องจากบทพิสูจน์ที่ดีตลอดระยะเวลากว่า2ทศวรรษบนเส้นทางดนตรีจวบจนวินาทีนี้ส่วนตัวเชื่อว่าเธอทำให้ทุกสายตาได้ประจักษ์ถึงความเป็น "ของจริง" ประดับวงการได้อย่างดีไม่ว่าจะเป็นในฐานะศิลปิน ไอค่อน สุภาพสตรีแถวหน้าของวงการ (ดิว่า)ตลอดจนในฐานะตำนานที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ แม้ว่าจะมีช่วงหนึ่งที่ดาวดวงนี้ถูกบดบังจนแถบจะดับแสงไปด้วยมรสุมชีวิตและความเชี่ยวกรากของวัฏจักรแห่งอุตสาหกรรมดนตรีแต่ด้วยศักยภาพทางดนตรีที่ทรงพลังโดดเด่นหาตัวจับยาก จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งตลอดจนหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกกำหนดมาให้เธอกลับมาจรัสแสงได้อีกครั้งและก้าวฟันฝ่าต่อไปสู่หน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ดนตรีในฐานะหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการ ซึ่งไม่ว่าหน้าของประวัติศาสตร์ดนตรีนี้จะผลิกไปอีกกี่ทศวรรษก็ตามแต่ส่วนตัวเชื่อว่าชื่อของศิลปินท่านนี้ "มารายห์ แครีย์" จะยังคงเป็นหนึ่งในชื่อที่เจิดจรัสในความทรงจำของคนดนตรีไปอีกนาน ในฐานะหนึ่งในสุภาพสตรีที่ประสบความสำเร็จและทรงอิทธิพลที่สุดตลอดการแห่งอุตสาหกรรมดนตรี
รูปแบบเพลง
ภาคดนตรีโดยรวมใน Memoirs Of An Imperfect Angel ยังคงเป็นการสานต่อแรงบันดาลใจร่วม10กว่าปีต่อความคารวะอย่างยิ่งยวดในทิศทางสายพ็อพอาร์แอนด์บีนับตั้งแต่การปฏิวัติการนำเสนอภาคดนตรีครั้งใหญ่ของแม่นางฟ้าท่านนี้ในงานชุด Butterfly โดยงานชุดนี้ได้ปรับโครงสร้างและทิศทางให้เข้าสู่ความเป็นเออร์บันที่ดิบและลึกยิ่งขึ้นในแบบฉบับอาร์แอนด์บีแท้ๆที่ไต่ระดับตั้งแต่บีทอาร์แอนด์บีฮิพฮอพโพรแกรมมิ่งง่ายๆประดุจเดโมวันเดียวเสร็จตลอดจนเมนท์สตรีมบัลลาด บลูส์ โซล ไลท์แจ๊ซ์ยันกอสเพลซึ่งจะว่าไปก็ไม่ใช่ของใหม่สำหรับเธอซะเลยทีเดียวหากแต่ส่วนตัวประทับใจสำหรับความกล้าในการบีบความเป็นเออร์บันจัดๆแบบคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีที่พาคุณหวนกลับสู่มนตร์เสน่ห์อันหอมหวานของท่วงทำนองพลิ้วไสวแบบไควเอทสตอร์มยุค70ที่ผสานบนความงามทางเมโลดี้ย์ของสมูธโซลอันนวลเนียนแบบโซลฟูลอาร์แอนด์บีเนิบนาบลอยละล่องปรุงแต่งเข้าสู่ความร่วมสมัยของภาคดนตรีพ็อพอาร์แอนด์บียุคมิลเลเนี่ยมคุมทิศทางการนำเสนอภาคดนตรีส่วนใหญ่ บทสรุปออกมาเป็นงานคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีที่หยอดความเป็นเออร์บันในระดับที่นิ่งและเนียนกว่า Butterfly ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าภาคการนำเสนอทำออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกันในระดับหนึ่งหากแต่จะติดความเป็นโมเดิร์นฮิพฮอพและกลิ่นความร่วมสมัยมากกว่าฟังแล้วขยับได้มากกว่ากันเยอะ ตลอดจนดิบลึกกว่างานอาร์แอนด์บีร้อยเนื้อทำนองเดียวอย่าง Charmbracelet และ โอลด์สคูลอาร์แอนด์บีที่ความเป็นพ็อพสูง รสชาติหลากหลายและไฮแฟชั่นจัดอย่าง The Emancipation Of Mimi หลายช่วงตัว ส่วนตัวแม้แม่เทพธิดาของเราจะเนรมิตออกมาเนิบนาบฟังยากไปนิดแต่ส่วนตัวประทับใจในการรังสรรค์ออกมาได้อย่างมีศิลปะและคลาสสิคจนส่วนตัวประทับใจถึงขั้นขอยกให้เป็นอัลบั้มของมารายห์ แครีย์ที่ดีที่สุดประจำทศวรรษที่สองของเธอเลยทีเดียว
จุดด้อย
เข้าข่าย "งานดีที่ฟังยากยกกำลังสอง" นะคะ เพราะแม้ว่าถ้าตีความในแง่ของคนที่ฟังอาร์แอนด์บีมาในระดับหนึ่งถึงจะเห็นว่าพยายามหยอดลูกเล่นอะไรที่น่าสนใจลงไปหลายอย่างพอสมควรหากแต่ภาพรวมที่ออกมากลับมาในทิศทางที่เนิบเนือยหวีดหวิวซึ่งสำหรับคนที่ภูมิต้านทานทางเออร์บันและคอนเทมโพลารีย์สูงก็อาจจะฟังเพลินไปแต่ถ้ามาปะมวยกับผู้ฟังที่หูไม่รับกับแนวนี้ล่ะก็ "ไม่ฟังมันซะเลย อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับหลายๆท่าน" เหลาออกมาซะพริ้งและเนียนเป็นเนื้อเดียวกันขนาดนี้ก็คงต้องเหนือ่ยหน่อยนะคะเนื่องจากต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองซักระยะจนผู้ฟังจะเข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อรวมถึงซึมซาบไปกับเสน่ห์ของมันนี่จึงเป็นเหตุผลส่วนตัวที่ไม่คิดจะรีวิวงานชุดนี้ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่หลุดออกมาเนื่องจากส่วนตัวอยากจะให้เวลากับงานชิ้นนี้ได้พิสูจน์ตัวเองซักระยะนึงก่อนเพราะงานอาร์แอนด์บีตลบอบอวนแบบนี้มันฟังปุ๊ปจะตบอกผางกรี๊ดกร๊าดกันปั๊ปแบบ It's Like That หรือ We Belong Together ก็คงไม่ใช่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าให้เวลาซักนิดศักยภาพในตัวงานจะสามารถสะท้อนออกมาให้สัมผัสขึ้นเรื่อยๆกว่าที่รู้สึกในวินาทีแรกๆน่ะค่ะซึ่งตัวมารายห์เองก็คงต้องทำใจสำหรับกรณีจากข้อเท็จจริงอันน่าเศร้าที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดกับผู้ฟังหลายๆท่านคือ "มันอาจจะไม่มีทางพิสูจน์ความดีในตัวสำเร็จ" เนื่องจากเพลงดีแต่ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ฟังบางท่านจริงมั้ยคะ
สำหรับเดี๊ยนส่วนที่คิดว่าด้อยคือแม้ว่าจะเล่นความเป็นเออร์บันจัดกว่างานชุดที่ยกมาเปรียบเทียบอย่าง Butterfly หรือ Charmbracelet แต่พอฟังไปฟังมาแล้วรู้สึกว่าหนีไม่พ้นเงาของสองงานดังกล่าวชนิดที่ถ้าคิดร้ายๆหน่อยก็คือ "คลานกลับไปหาของเก่าเลยทีเดียว" อีกประเด็นคือคิดว่าถ้ามองผิวเผินแล้วเป็นงานที่ไม่มีจุดพีคเลยนะในที่นี้คือไพเราะเพราะพริ้งหยิบมาบรรเลงได้เรื่อยๆแต่ถ้าจะถามถึงแทร็คที่โดดเด่นระดับที่เป็นไฮไลท์เป็นแม่งานจริงๆแล้วส่วนตัวอยากบอกว่าถ้าไม่ลำเอียงหรือไม่รู้สึกไปกับเธอจริงๆไม่มีเพลงไหนน่าจะได้5หรอกค่ะรวมถึงรู้สึกแปลกใจที่ฟังเนื้องานทั้งอัลบั้มแล้วศักยภาพในตัวงานมันสมควรที่จะตัดคะแนนออกมาเป็นเปอร์เซนตที่สูงกว่าที่เห็นมากเนื่องจากเอกภาพเมื่อหยิบมารวมกันนี่จะทรงพลังจนน่าระทึกใจมากแต่ลองถ้าแยกตัดคะแนนเป็นแทร็คๆเมื่อไรความไม่สามัคคีจะตามมาทันทีเดี๋ยวเนื้อหาบ้างล่ะ เดี๋ยวเมโลดี้บ้างล่ะบ้างล่ะแต่ส่วนตัวไม่มีปัญหากับเสียงร้องของเธออย่างที่หลายๆท่านครหาเพราะเล็งเห็นว่าเธอทำออกมาเอื้อำนวยต่อศักยภาพในวินาทีปัจจุบันถึงขีดสุดหากแต่อดสงสัยเวลาแม่อัปสรมาลัยออกคอนเสิร์ตเพลงหวีดหวิวเป็นระลอกคลื่นขนาดนี้แล้วนางจะด้นออกมายังไงให้มันไพเราะสวยงามและคงที่ล่ะเนี่ย อีกประเด็นไม่ว่าคุณจะเชี่ยวชาญการฟังอาร์แอนด์บีมากน้อยหรือไม่อย่างไรก็ตามก็คงต้องพยักหน้ารับโดยดุษฏีว่าถ้ามองงานชุดนี้ให้มัน "น่าเบื่อ" ก็จะเป็นงานที่โคตรซ้ำซากน่าเบื่อขนาดสีสันและชวนหลับเลยทีเดียว ก็แหมเนิบนาบได้ใจเสียขนาดนี้จะมีซักกี่คนเนี่ยที่จะสนใจเข้าถึงวิมานทางดนตรีที่แม่เทพธิดาร่างยักษ์ของเราอุตส่าห์เนรมิตเนี่ย
แทร็คเด็ด
จากประสบการณ์ที่เขียนรีวิวมาร่วม7ปีส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับศิลปินที่จะสร้างFirst Impression ที่ดีโดยการวางแทร็คสวยๆ ไพเราะ โดดเด่นตลอดจนทรงพลังซักแทร็คไว้สำหรับเปิดงานซึ่งจะเป็นเข็มทิศที่สามารถบ่งชี้ถึงค่าของงานที่ฟังได้ดีทีเดียวว่าจะเข้าขั้นศิลปะระดับมหากาพย์ดนตรีหรือเป็นเพียงแค่ขยะย่อยยากชิ้นหนึ่งที่ประดับอุตสาหกรรมวงการเพลง ส่วนตัวรู้สึกประทับใจหลังจากที่ได้ฟัง Betcha Gon' Know (5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่เปิดตัวได้สวยและสมบูรณ์แบบเข้าขั้นไฮไลท์เด็ดของงานเลยทีเดียวกับคอนเทมโพลารีย์บลูส์โซลอาร์แอนด์บีสุดเชือดเฉือนที่ร่วมฉาบความงามด้วยโพรแกรมมิ่งซินธิ์และสรรพสำเนียงร่วมสมัยแบบโมเดิร์นอาร์แอนด์บีคลอเคลียด้วยภาคความเป็นคลาสสิคจากเพียโนแจ๊ซซ์ตลอดจนปรยเสน่ห์ของลูกเล่นกึ่งๆไควเอทสตอร์มโซลฟูลอาร์แอนด์บีเนียนๆเข้าไปตรึงภาพรวมได้อย่างมั่นคง ส่วนตัวทำให้นึกถึงสรรพสำเนียงแบบมารายห์ที่เล่นบนภาคดนตรีที่ผสานความเป็นแมรีย์ เจ ไบล์ทเข้ากับอลิชา คียส์และวิทนีย์ ฮุสทันอย่างไรก็ตามขอชมที่เธอทำออกมาได้ไม่เสียทิศทางและรัศมีของตัวเองเลยนะคะ อีกประเด็นประทับใจที่ตัวเพลงสะท้อนคอนเส็ปท์ของไทเทิ่ลแทร็คออกมาได้อย่างมีมิติด้วยการสลัดตัวเองจากชีวิตที่เพียบพร้อมในปัจจุบันและหวนกลับสู่วินาทีแห่งความทุกข์ระทม มองลงไปให้ลึกกว่าภาคเนื้อหารู้สึกว่าเธอเสียดสีความเป็น "มารายห์" ที่สมบูรณ์แบบทั้งจากชื่อเสียง เงินทอง อันดับหนึ่ง18เพลงตลอดจน "รักแท้" ซึ่งไม่อาจจะเป็นมนตร์วิเศษที่ตจะเยียวยาความเจ็บปวด เปลี่ยนแปลงตลอดจนซื้อทุกสิ่งที่ใจปรารถนาชดใช้คืนสู่ชีวิตในอดีตได้ นับว่าเป็นการสะท้อนมุมดราม่าที่มีควมเป็นส่วนตัวสูงโด่งให้ออกมาเป็นสัจธรรมที่จะทะลุทะลวงใจผู้ฟังหลายท่านได้อย่างเหนือชั้นเลยทีเดียว สำหรับซิงเกิ้ลแรกอย่าง Obsessed (2/5) มาจนถึงวินาทีนี้ขอยืนยันอย่างมั่นคงว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่น่าผิดหวังและแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การตัดซิงเกิ้ลของมารายห์เลยทีเดียว พ็อพอาร์แอนด์บีผสานโพรแกรมมิ่งอาร์แอนด์บีฮิพฮอพลวกๆประหนึ่งเดโมคาาโอเกะขำๆวันเดียวพร้อมขาย อย่างไรก็ตามมองในแง่ที่จับมายัดไว้เป็นสมาชิกท่านหนึ่งของงานชุดนี้แล้วกลับเป็นแทร็คที่ดึงตัวงานให้โดเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียวด้วยความแตกต่างจากภาคของความเป็นอัพบีทในตัวซึ่งถึงแม้ว่าจะแย่แต่กลับทำให้เนื้องานมาเด่นออกมามากกว่าเพลงที่มีชั้นเชิงอย่าง Standing O หรือ Up Out Of My Face ได้อย่างน่าประหลาดใจ จึงเป็นเหตุผลที่บวกให้อีกหนึ่งคะแนน มาที่ Inseparable (3.5/5) พ็อพอารืแอนด์บีติดสรรพสำเนียงอารืแอนด์บีฮิพฮอพที่เฉิดฉายบนกลิ่นของความเป็นโซลฟูลนวลเนียนร่วมสมัย ซึ่งเพลงนี้ทางเว็บไซต์ Wikipedia แปะข้อมูลไว้ว่าใช้แซมเพิ่ลเพลงสุดคลาสสิคอย่าง Time After Time ของ ซินดี้ ลอเพอร์ด้วยนะคะ สำหรับคนอื่นๆอาจจะเฉยๆแต่ส่วนตัวขอบอกว่าไม่เสียทีสำหรับยัยหมีที่หยิบของสูงระดับนี้มาเล่นนะคะเพราะส่วนตัวชอบมากๆแม้จะไม่ที่สุดแต่เป็นเพลงที่ฟังบ่อยที่สุดในอัลบั้มตอนนี้เลยทีเดียว ซึ่งดิฉันเป็นคนเดียวในโปรเจ็ครีวิวนี้ที่ดันหน้ามืดไปถูกใจเพลงแกนๆแบบนี้ซะได้ อย่างไรก็ยังงงๆอยู่
หนึ่งในแทร็คที่แรกๆเฉยๆแต่ฟังไปฟังมาแล้วประทับใจมากๆขอยกให้ The Impossible (4/5) ที่เป็นสโลแจมดาวน์เทมโพคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีผสานไควเอทสตอร์มหลอนๆและโซลฟูลอาร์แอนด์บีเนิบนาบลอยละล่องในยุคหลังๆ ส่วนตัวประทับใจที่กลั่นกรองออกมาได้อย่างเซ็กซี่และเป็นมารายห์มากๆตลอดจนภาคเนื้อหาทรงวาทะศิลป์ที่เล่นโวหารอุปมาได้อย่างแยบยลมีศิลปะสุดๆ ต่อด้วยสองแทร็คสุดไพเราะติดกันอย่าง H.A.T.E U (3/5) กับ Candy Bling (4.5/5) ที่สะท้อนมนตร์เสน่ห์ของวัฒนธรรมการนำเสนออาร์แอนด์บีในแบบฉบับของมารายห์ได้อย่างน่าประทับใจ เพลงแรกเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีหวานๆติดบีทสโลแจมเนิบนาบผสานเมโลดี้โซลฟูลอาร์แอนด์บีลอยๆฟังแล้วคิดถึงเพลงน่ารักๆหงุงๆหงิงๆประมาณนี้แบบที่ได้ยินใน Charmbracelet อยู่เหมือนกันหากแต่งวดนี้แม่นางฟ้าล่อซะโหยหวนคร่ำควญหวีดหวิวเป็นเด็กสามเดือนไปเลยทีเดียวนะคะฟังมากๆก็อึดอัดไม่ใช่เล่นเหมือนกันภถึงจะเพราะเนียนดีก็เถอะ ในขณะที่แทร็คหลังขยับเข้าสู่ความเป็นคอนเทมโพลารีย์ที่ใส่ลูกเล่นของโมเดิร์นอาร์แอนด์บีจัดๆที่ผสานเข้ากับโอลด์สคูล อาร์แอนด์บีฮิพฮฮพและโซลหวานๆลอยละล่องคุมทิศทางแบบที่น่าจะคุ้นเคยกันดีจาก Butterfly เป็นเพลงที่ส่วนตัวขอบอกว่าชอบมากขึ้นเรื่อยๆตามรอบการฟังนับว่าบรรจงขีดเขียนความงามของลวดลายช้าๆหากแต่ความประทับใจออกมาระยะยาวในระดับตัวบรจงเต็มบรรทัดโดยแท้ ไปๆมาๆในอนาคตอาจจะเป็นที่ชอบที่สุดในงานชุดนี้แทนที่ Angels Cry (5) ที่บูรณาการเสน่ห์ของมรายห์ทั้ง3ยุคตั้งแต่ความเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์บัลลาดสไตล์ดิว่ายุค90เข้ากับการยืนพื้นแบบโอลด์สคูลมิดเทมโพพ็อพอารืแอนด์บีที่ได้ยินจาก The Emancipation Of Mimi ก่อนจะบหนักๆด้วยอิทธิพลของโซลฟูลอาร์แอนด์บีจัดจ้านจาก Butterfly ปิดท้ายได้อย่างเหนือชั้น เปนแทร็คที่ส่วนตัวเห็นว่ามีเมโลดี้ย์และฮุคที่บรรเจิดติดหูที่สุดจากบรรดาทั้งหมด เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการตัดซิงเกิ้ลโปรโมตสู่ตลาดเมนท์สตรีมในอนาคต ปิดท้ายกับ I Want To Know What Love Is (4/5) ซิงเกิ้ลที่สองที่เะอคัฟเวอร์มาจาก Foreigner และหลอมขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับอดัลท์คอนเทมโพลารีย์เมนท์สตรีมพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดบนท่วงทำนองสแตนดาร์ดเพียโนเป็นแบ็คกราวนด์เพราะๆก่อนจะหยอดความเป็นโซลเข้าไปจากคอรัสกอสเพลสุดอลังการ ส่วนตัวฟังแล้วคิดถึงงานเมนท์สตรีมบัลลาดที่เพราะมากๆในช่วง Daydream คิดว่าแฟนเพลงบัลลาดของเธอช่วงยุค90ได้ฟังกันล่ะก็มีจุดพลุฉลองชัยแน่ๆ
สรุป
ส่วนตัวคิดว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของมารายห์ในช่วงทศวรรษนี้
อธิษฐานถึงนางฟ้า
เนื้อที่ส่วนนี้ขออุทิศให้แก่ผู้ที่เป็นแฟนคลับของมารายห์ได้อธิษฐานถึงความในมฃใจที่อยากจะบอกเธอนะคะ ตลอดจนแนสได้ไปเชิญบุคคลที่แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนคลับของมารายห์หากแต่เป็นแรงบันดาลใจของแนสให้มาร่วมกันบอกความในใจถึงมารายห์ในฐานะหนึ่งในเพื่อนร่วมแรงบันดาลใจด้วยกัน ที่นำมาลงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเนื่องจากเวลาของแต่ละท่านอาจจะยังไม่เอื้ออำนวยและสะดวกที่จะตอบอีเมลล์ของแนสในตอนนี้ แต่จะเอามาทยอยลงเรื่อยๆนะคะ รวมมถึงขอขอบคุณทุกๆท่านมา ณ ที่นี้จากใจจริง ที่ช่วยให้งานรีวิวธรรมดาๆชิ้นนี้มีอะไรที่มันพิเศษและอบอุ่นขึ้นอย่างไรก็ตามต้องบอกนะคะว่าเป็นความเห็นแบบตรงๆ ม่ได้ประดิษฐ์ประดอยเพื่อจะเอาใจคนอ่านที่เป็นแฟนคลับมารายห์แต่อย่างใด ถ้าไม่พอใจ รับไม่ได้หรือมีปัญหาอะไรก็ขอให้ลงที่ตัวเดี๊ยนนะคะคนอื่นไม่เกี่ยว
Popparazzi : แฟนคลับมารายห์/นักรีวิวบอร์ด FF
popparazi พิมพ์ว่า:
การฟังเพลงเป็นรสนิยมของแต่ละคน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ในทุกครั้งที่มีการวิจารณ์เพลงเกิดขึ้น ผู้เขียนจะนำอคติบางส่วนใส่เข้าไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้มองถึงเจตนาของผู้เขียนที่ตั้งอยู่บนความเป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดี๊ยนพยายามจะนำเสนอออกมาให้อ่านง่าย กระทัดรัด ได้ใจความครอบคลุมทั้งหมดค่ะ
ที่สำคัญของมอบงานเขียนชิ้นนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนรีวิวอัลบั้มใหม่ของมารายห์ของพี่แนสติน่านะคะ เพื่อพัฒนาต่อไปเป็นคำอธิษฐานที่เดี๊ยนต้องการจะส่งถึงมารายห์ค่ะ
Memoirs of an imperfect angel
แก่นของอัลบั้ม
สารภาพเลยว่าฟังอัลบั้มนี้ไม่ต่ำกว่า 10 รอบ เดี๊ยนพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างแก่น(THEME)ที่อีมาลัยต้องการจะสื่อจากชื่อของอัลบั้ม จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า ชื่ออัลบั้มของอีมารายห์ก็คือ แก่น นั่นเองค่ะ
Memoirs of an imperfect angel คือความทรงจำของมารายห์ ( ในที่นี้ชีเปรียบตัวเองเป็นนางฟ้า ซึ่งมีข้อบกพร่องอยู่) ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกต่างมองว่าเธอเป็นนางฟ้า เป็นดีว่า รวย มีเกียรติ มีคนสรรเสริญ แต่แท้จริงแล้วเธอกลับมีปมด้านปัญหาในใจลึกๆ และเธอจะบอกทุกคนผ่านอัลบั้มนี้ว่าเธอมีข้อบกพร่อง มีปัญหา มีความทุกข์ อย่างไรบ้าง
วิจารณ์เพลงต่อเพลง
ขอวิจารณ์ในมาตรฐานของผู้ฟังทั่วไป ไม่ได้หูเทพ เป็นคนไทยธรรมดาๆที่ฟังเพลงตามที่สถานีวิทยุเปิดนะคะ
Betcha Gon Know
เนือยมากๆ นี่หรือการสร้างความประทับใจครั้งแรกของมารายห์ ทำไมเอาเพลงเรื่อยๆ เอื่อยๆ น่าเบื่อมาใส่แบบนี้วะ เพลงฝรั่งจะทำให้คนไทยฟัง เมโลดี้ เทมโป มันต้องมาก่อนเพราะจะได้สร้างความจำได้ให้คนฟัง เนื้อหามาที่หลังเพราะคนฟังเพลงฝรั่งไม่ได้เข้าใจทุกคำของฝรั่งเสมอไป คนฟังก็หาความไพเราะเอาจากเมโลดี้นี่แหละ
แต่ถ้าเราสนใจกับเนื้อหาให้มากขึ้นจะพบว่านี่แหละคือเพลง แก่น ของอัลบั้มนี้
มารายห์เน้นที่เนื้อหาที่เธอเล่าความรู้สึกคับแค้นใจที่กลับบ้านมาเห็นผัวตัวเองกำลังเอากับชะนีอื่น แล้วเธอต้องการจะแก้แค้นเขาในสักวัน นับเป็นความทุกข์ใหญ่หลวงสำหรับชีวิตชีที่มีพร้อมทุกอย่างแต่หาความรักที่สมบูรณ์แบบเหมือนคนธรรมดาคนอื่นไม่ได้สักที
Obsessed
หมกมุ่นจริงๆ ไม่รู้อีมาลัยชีจะหมกมุ่นอะไรนักหนากับอดีต ชีต้องแค้นอีตาเอ็มมิเน็มมากแน่ๆที่คอยแต่จะปั่นป่วนชีวิตชี แต่เรื่องก็เงียบไปนานแล้วนี่กับข่าวที่ว่าชีไปมีสัมพันธุ์สวาทกับอีตาเอ็ม เนื้อหานี้ฟังยังไงมันก็ไม่เป็นสากลค่ะ เหมือนแต่งด่าเขาเอาความสะใจส่วนตัว แต่มีดีที่ดนตรีแปลกๆที่มารายห์ไม่ค่อยจะทำ เท่าที่เด่นๆแนวนี้ก็Migrateในอัลบั้มที่แล้ว ชีเลือกใช้บีทหนักๆแทบจะกลายเป็นฮิพฮอพแล้วทีเดียว กับเสียงเครื่องเป่าวงโยธวาธิตอีก จังหวะหนักขนาดนี้ กลัวอย่างเดียวค่ะ ชีเอาไม่อยู่ตอนแสดงสด ซึ่งก็เป็นยังงั้นจริงๆ ชีคุมไม่ค่อยจะได้ เพลงนี้เป็นเพลงที่มันส์ที่สุดในอัลบั้มแล้วนะ จะบอกให้
H.A.T.E.U
ฟังกรอกหูหลายรอบแล้ว นับว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่มีเทคนิคเยอะที่สุดของมารายห์เลยก็ว่าได้ มีทั้งเสียงประสานคู่ 3 คู่ 5 ว่อนวุ่นวายไปหมด แต่ออกมาเพราะเว้ย ภาพรวมเนือยๆตามสไตล์ที่ชีต้องการ ใช้เสียงต่ำซึ่งต่ำมากเหมือนเสียงผู้ชายตอนท่อนส่ง แล้วมาใช้เสียงกระซิบในที่ท่อนสร้อย จากนั้นก็ปล่อยหมัดเด็ดของชีด้วยการหวีดจนจบท่อน แอบรัวคำบ้างในตอนพีค ใช้เทคนิคสลับระหว่างเสียงจริง เสียงปลอม เสียงผสม เสียงหลบ ใครไม่ได้เป็นแฟนชีคงไม่ชอบเพลงนี้เป็นแน่ แต่สำหรับคนที่ฟังเพลงแนวนี้ เน้นการร้องเป็นหลักก็คงต้องทึ่งกับเทคนิคเฉพาะตัวของชีจนติดใจไปตามๆกัน
Candy Bling
แรงบันดาลใจมาจากขนม Ring Pop ที่อีผัวนิคซื้อให้แต่แอบซ่อนแหวนหมั่นไว้ในกล่องด้วย อะไรจะหวานขนาดนั้น บางทีก็แอบหมั่นไส้บ้างอะไรบ้าง เฮ้อ อารมณ์คนบ้าผัวก็เงี้ย แต่ก็ดีนะที่รักษาจุดยืนอัลบั้มได้ (จุดยืนที่ว่าก็คือ ความทรงจำในอดีตของชีนั่นเอง) เรื่องภาคดนตรีทั้งหมดนะหรอ เหมือนเพลง H.A.T.E.U
Lullaby , irresistible เวอร์ชั่นที่ล้านแปดได้ ไม่อยากอธิบายซ้ำแล้ว เสริมนิดว่า เทคนิคน้อยกว่า เท่านั้น
Ribbon
ขึ้นมามีเสียงแร็พของผู้ชายด้วยซาวด์อิเล็กโทรนิคทำให้เสียงดูต่ำทุ้มมากๆ เอ๊ะ คุ้นๆนะเหมือนในเพลง รบกวนมารักกัน ของทาทายังเลย ท่าทางจะมันส์นะเพลงนี้ น่าจะตัดความน่าเนือยของเพลงที่แล้วได้ แต่ก็ผิดหวังและจับแนวดนตรีของเพลงนีได้ทันทีเมื่อชีหอนกระซิบกระซาบขึ้นเพลงตามมา ชีเลือกทำให้เพลง contrast ขัดแย้งกับดนตรีที่หนักเพราะชีใช้เสียงที่บางมาหอนไปหอนมา ใครไม่ชินจะเปลี่ยนเพลงเอาได้ง่ายๆ หรือไม่ก็เบื่อจนหลับไปเลย แต่มีข้อเสียแล้วจะไม่มีข้อดีเลยหรอ ข้อดีอยู่ที่ท่อนฮุคที่มีการแทรกเสียงประสานของชีเองเข้ามาด้วย กลายเป็นฮาร์โมนี่ที่เพราะมาก นับเป็นหนึ่งฮุคที่เพราะที่สุดของอัลบั้ม
Inseperable
กดคอร์ดสลับไปมาเพียง 2 คอร์ดเท่านั้นแล้วใช้เป็นแบ็คกราวด์ซาวด์ไปตลอดทั้งเพลง สลับเสียงกระซิบ หลบแบบฟอร์แชทโท้เบาบางมากๆ มีเสียงหวีดอีก เอาเข้าไป ชวนง่วงจริงๆ เนื้อหาไม่ต้องพูดถึง แค่ชื่อเพลงก็เลี่ยนแล้ว
ไม่ประทับใจทั้งเนื้อหาและภาคดนตรี ยกเว้นวันไหนนอนไม่หลับ จะทราบซึ้งในคุณค่าของเพลงนี้มาก ฝากบอกมารายห์อย่าจับฉ่ายมากนะเจ๊ รู้ว่าเจ๊ตั้งใจนะ แต่ไม่ประณีตเอาเลยซะเลย
Standing O
ประชดประชันเสียดสีให้ถึงใจกับเพลงนี้ ชีเห็นผัวใหม่ไปหาชะนีอื่น ชีก็บอกว่ายินดีด้วย ถึงขั้นลุกขึ้นยืนปรบมือให้ อยากจะกรี๊ดให้ตัวแม่ที่ประชดแบบผู้ดีมากๆ พอท่อนอินโทรขึ้นมา โอ โอ โอ แล้วชีใช้เสียงเต็มแทนเสียงหลบ ปลุกให้ผู้ฟังฟื้นจากอารมณ์เอื่อยๆ บีทกระแทก สลับจังหวะดีดนิ้ว เสียงที่ต่ำคู่กับเสียงสูง เป็นคู่ 6 คู่ 8 ประสานไปแต่ออกแนวด้านๆ ฟังแล้วขัดหู ( dissonance ) แต่ก็ยังไพเราะอยู่ เสียอย่างเดียว หวีดตอนหลังสลับกับท่อนร้องด้วยเสียงเต็ม หลอนมาก
Its a Wrap
เสียงบางกุ๊งกิ๊งสลับกับเสียงเต็มพอ ดันเสียงเต็มขึ้นแล้วกังวานมาก นึกถึงเพลง Joy Ride พร้อมผลผลิตตกทอดจากอัลบั้ม Daydream อย่าง Underneath the Stars ขึ้นมาทันที แตกต่างที่เนื้อหา อ่านคำแปลจากมารายห์พันธุ์ทิพย์แล้ว ช่างแสบทรวงเสียจริงๆ ชีทิ้งผู้ชายแบบเชือดนิ่มๆดีดีนี่เอง เพลงนี้เด่นมากตรงระดับการไล่สเกลโน้ตค่ะ เสกลพื้นฐานแต่ทำออกมาได้มีระดับ นี่แหละ เทคนิคการแต่งเพลงแท้ๆของมารายห์ตัวจริง ฟังแล้วล่องลอย สบาย และไม่รู้สึกกดดันกับเนื้อหาเลยสักนิด
Up Out My Face
เริ่ดที่สุด เปรี้ยวที่สุด ร้ายที่สุด ชีกัดอีกแล้ว เอาเข้าไป สงสัยคนโดนกัดคงเลือดออกหมดตัว ไม่น่าเชื่อว่าท่อนฮุคไม่ซับซ้อนไม่ใช้พลังเสียงแต่ออกมาติดหูสุดๆ ย้ำคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา เทคนิคไม่ต้องมีเยอะ ดนตรีไม่ต้องแน่น เครื่องดนตรีน้อยชิ้น เน้นเครื่องให้จังหวะ กรู๊ปคำแบบอาร์แอนด์บี ก็สนุกได้ เพลงนี้ไม่แปลกใจเลยที่กะเทยชอบเยอะ เรียบง่ายแต่ล้ำเลิศ นี่แหละ ความคิดสร้างสรรค์ของจริง ทำให้ของที่ไม่มีอะไร เป็นของที่มีอะไรมากมายได้
Up Out My Face
( The Reprise )
แม่เล่นขนมาทั้งวงโยธวาธิตเลยนะคะ แม่ได้แรงบันดาลใจจากงานสมานมิตรโรงเรียนชื่อดังทั้งหลายของไทยป่าวคะ มีความรู้สึกส่วนว่าชอบมาก และ เป็นดนตรีขั้นฉากที่ยอดเยี่ยม เอาไว้เป็นอินโทรเปิดคอนเสิร์ตแทนเพลง Looking In ที่แม่ชอบใช้ได้เลยนะแม่นะ
More Than Just Friend
ชีใช้ช่วงเสียงผสมตั้งแต่เริ่มแต่เป็นเสียงผสมที่ไม่แข็งแรงเหมือน เมื่อก่อน ชีไร้เรี่ยวแรง เนื้อหาก็ถ้าเรียกตามประสาวัยรุ่นคือ เวิ่นเว่อ ค่ะ ฟังหลายรอบก็มีความรู้สึกอย่างเดียวว่า นี่มันเพลงแถม นี่หว่า เหมือนเพลงเหลือจากอัลบั้มอื่นแล้วเอามาใส่เข้าไปให้อัลบั้มนี้ดูเยอะ ข้ามได้ข้าม หรือถ้าใครชอบ Subtle Invitation อยากจะฟังเพลงในตระกูลนี้อีกก็เชิญค่ะ
The Impossible
เสียงเครื่องดีดกับเครื่องเคาะตุ้มโหม่งๆตลอดทั้งเพลง แยกไม่ออกว่าชาติอินเดียหรือชาติใด แต่ฟังแล้วเหมือนดนตรีที่เปิดในผับนวดน้ำมันกลิ่นอโรม่า หรือเปิดตอนคูลดาวน์ร่างกายหลังมาสเตอร์สอนโยคะเสร็จ ฟังสบายๆคล้ายเพลงลูกของ Yours ค่ะ จุดเด่นอยู่ที่การอุปมาอุปมัย ชนิดที่ถ้าอีนี่มาเรียนแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เอาไปเต็มเลยทีเดียว
The Impossble (Reprise)
เหมือนเป็นดนตรีต่อจากเพลง The Impossble เหมือนกันทั้งเพลง มีแต่เสียงเครื่องดีดกับตุ้มโหม่ง สงสัยชีจะฟินจนอารมณ์ค้าง
Angel ( Prelude )
นี่มันเพลง Bliss ที่ชีเคยทำตอน Rainbow นี่หน่า แต่มันดูไพเราะ สบาย โปร่ง กว่ามาก ชีใช้เครื่องแปลงเสียงทำให้ดูกังวานขึ้น ประกอบกับเสียงหวีดชีที่บางลงก็ทำให้ดูไม่เค้นไม่หนักจนเกินไป สมแล้วที่ตั้งชื่อว่าเพลง Angel เพราะฟังแล้วได้ความรู้สึกล่องลอยไปบนสวรรค์ชั้นฟ้าจริงๆ เสียงหวีดของชีก็เทพเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะลอกเลียนได้ง่ายๆ
Angels cry
สุดยอดเพลงภาคต่อของตระกูล We belong together จังหวะมิดเทมโป กับ เสียงกระทบบีท เสียงร้องที่เป็นมิกซ์โทนเพราะๆของชีเข้ากับเนื้อหาของเพลงที่อยากได้คนรักกลับคืนมาเหลือเกิน ถ้าคนเพิ่งเลิกกับแฟนฟังคนเดียวอาจทำให้ร้องไห้เอาได้ มีการใช้บุคลาธิษฐาน เปรียบผู้ชายกับสายฟ้าด้วย ที่ว่าฟ้าจะไม่ผ่าซ้ำที่เดิม ซึ่งก็หมายถึงว่า คนรักเราจะไม่กลับมาแล้ว เสียงสูงตอนสุดท้ายกับการลากยาวก็กังวานดีไม่มีแรงตก เชื่อว่าต่อให้ทำออกมาสักร้อยเพลง แฟนเพลงก็ต้องชอบทั้งร้อยเพลง แน่นอน
Languishing ( The Interlude)
เป็นอินเทอร์ลูดที่เพราะที่สุดในอัลบั้ม เนื้อหาความหมายซาบซึ้งถึงความรักด้วยการตั้งคำถามง่ายๆว่า หากฉันตายจากไปเธอจะร้องไห้ให้ฉันไหม เสียงของมารายห์เป็นเสียงมิกซ์โทนไม่เชิงหลบไม่เชิงเต็ม เข้ากับคุณภาพเสียงของเพียโน เพลงหวานแต่ไม่ชวนฝันเฟื่องเหมือนอินเทอร์ลูดเพลงอื่น เพลงนี้มีภาคดนตรีเหมือนเพลง Petals , Rainbow และ Sunflower ค่ะ ประทับใจจังแม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้ฟังเพลงนี้ก็รู้สึกถึงคุณค่าของมันได้ รู้สึกได้ว่าชีประณีตในการหาคำกรั่นกรองออกมาเป็นเพลง
I want to know what love is
บัลลาดปิดอัลบั้มที่แม้จะย้อนยุคแต่ชีก็เอามาทำได้เป็นตัวเอง แต่อยากจะบอกชีว่าพึงระวังไว้ว่าการคัพเวอร์เพลงถ้าทำได้ดีมากก็จะกลายเป็นเพลงตัวเองไปเลย เช่นที่ชีเคยทำไว้กับเพลง Without you แต่ถ้าทำได้ไม่ดีถึงเท่าต้นฉบับละก็จะโดนมหาชนด่ากันให้ทั่วเหมือนที่ชีได้รับบทเรียนมาจากเพลง Bringkin on the heartbreak
เสียงวิสเทลโทนหวีดสูงมากและเป็นหวีดที่แข็งแรง งดงามด้วยสเกลธรรมดาๆ ผสานกับเสียงคลอรัสวงใหญ่
ต้องยอมรับว่าเพลงนี้เสียงของชีเด่นที่สุดในอัลบั้มและเด่นกว่าเนื้อหาเพลงด้วย สร้างความประทับใจแรกที่ได้ฟังใฟ้กับผู้ฟังได้แทบทุกคน ส่วนใครจะค่อนขอดว่าเนื้อหามันไม่เข้ากับป้า 39 ที่เรียกหาความรัก ทำตัวเป็นวัยรุ่นลองรักไปได้ ก็ขอให้ชีอย่าได้แคร์สื่อเลยนะคะ ทำดีมากๆเพลงนี้ เข้าทำนอง Save the Best For Last ค่ะ
อ้อแล้วที่เอามาไว้ปิดท้ายก็พอจะเข้าใจได้ว่า หลังจากผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาในเริ่มต้น ชีก็พร้อมจะเปิดโอกาสให้ตัวเองรู้จักกับความรักในแนวใหม่ค่ะ
บทสรุป
มารายห์พยายามกลับไปสู่แนวทางในอัลบั้ม Charmbreclet อย่างเห็นได้ชัด บางคนอาจคิดว่านี่เป็นการถอยหลังเข้าคลองแต่เดี๊ยนคิดว่าชีพยายามกลับไปแก้ไขข้อบกพร่องในอดีตของชีให้ดีขึ้นมากกว่า สังเกตุได้ว่างานประณีตขึ้นกว่าตอนนั้นเยอะ แล้วเรายังได้เจอลูกเล่นของเสียงกับซาวด์ดนตรีใหม่ๆของชีด้วยค่ะ
สำหรับแฟนตัวจริงซื้อเถอะค่ะอัลบั้มนี้ ต้องชอบมากแน่ๆ หากยังไม่ได้ลองฟัง แต่มานั่งอ่านที่เดี๊ยนรีวิวเนี่ยจะไม่มีประโยชน์เลย สู้ฟังแล้วไม่อ่านแต่ตัดสินด้วยตัวเองยังจะดีกว่านะคะ ถ้าไม่ใช่แฟนก็อาจจะไม่ชอบนะคะเพราะเป็นอาร์แอนด์บีที่ฟังยากไปจนถึงยากมาก แต่ถ้าอยากลองฟังทำได้ด้วยการเปิดใจรับฟังค่ะ จากนั้นชอบหรือไม่ชอบ สุดแล้วแต่คุณจะตัดสินใจนะคะ
Paul Mendez : ดีเจแนวแทรนซ์/เทคโน จาก ไมอามี่ ฟลอริดา
Armand D'Angouleme พิมพ์ว่า:
my opinion of Mariah Carey is she was an inspirational artist when she started. her jump into RNB in my opinion ruined her and her fan base.
Paris (นามแฝง) : Creative Director/Executive Producer Channel [V]/อดีตนักรีวิวนิตยสาร POP
อ้างอิงจาก:
อยากบอกนังม้าลายว่าหล่อนท่าทางกำลังสับสนนะว่าจะไปทางไหนดี จะฮิปฮ็อปหล่อนก็ไม่ค่อยเท่าไหร่แล้ว อัลบั้มใหม่ก็มีประเภทนั้นไม่กี่แทร็ค (แถมไม่มีแร็ปเปอร์ที่หล่อนเคยขนมาร่วมงานซักคน) นอกนั้นก็เห็นว่าหล่อนพยายามจะทำเพลงอาร์แอนด์บีหวานเยิ้มที่หล่อนเคยทำยุคแรกๆ (หล่อนก็เลยทำผมเหมือนสมัยเข้าวงการใหม่ๆด้วยชิมิ) อยากให้หล่อนจับทางให้ดีๆนะ เพราะหล่อนก็เป็นความหวังของนักร้องขายเสียงโชว์พลังเล่นลูกคอนางเดียว
โดยรวมทั้งอัลบั้มชั้นก็ฟังเพลินดีล่ะ ในรอบแรก แต่ไม่รู้จะฟังได้บ่อยรึเปล่านะ เพราะฟังแล้วเพลงมันเหมือนๆกันไงไม่รุ แล้วก็ไม่ค่อยมีแทร็คที่ติดหูเท่าไหร่ (แต่ชั้นยอมรับล่ะว่าหล่อนคัฟเวอร์ I Want to Know What Love Is ได้พริ้งจริงๆ) เข้าทำนองความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ เข้าใจว่าอัลบั้มนี้มันคือ Memoirs หล่อนก็เลยทำอะไรที่มันระลึกถึงความหลัง ก็หวังว่าอัลบั้มหน้าหล่อนจะมองไปที่อนาคตล่ะว่าจะเป็นยังไง
P'Ake K. : แฟนคลับมารายห์/Marketing Coordinator&Assistant Product Manager จาก L'Oreal
อ้างอิงจาก:
Speaking from a fans perspective, MOAIA is absolutely what Ive been waiting so eagerly to hear since Mariah first announced she was back in the studio again a few months back while. And having been obsessed with listening to the entire album over and over again during the past few days, I really have to say that this is really her best R&B album since Butterfly. MOAIA has probably been, by far, her most biographic repertoire, addressing love issues that are seen as imperfect, presented in a far more vivid and dramatic style (i.e. Betcha Gon Know, Its A Wrap) than her previous releases. This is what I reckon as new and fresh when I first went through the album. However, the old Mariah is still there as all of the songs (excluding the cover of Foreigner) were co-written and co-produced by her own hands and musical talents that shes got (and its been like this for over twenty years!) So, my quick wrap-up is MOAIA is nice album to go through but definitely not yet perfect as there are still some tracks I keep skipping (and this perhaps ironically explains why the album is titled as imperfect angel) but its definitely something very very private and special that Mariah has been wanting to share with her fans and the world.
My fav tracks include Betcha Gon Know, Its A Wrap, H.A.T.E.U., Angels Cry, Languishing and I Want To Know What Love Is.
Paradizer : นักรีวิวไฟแรงบอร์ด FF
paradizer พิมพ์ว่า:
ส่วนตัวยอมรับว่ารู้จักชื่อเสียงของเธอจริงๆก็เอาเข้าเมื่อตอนเริ่มฟังเพลงสากลใหม่ กับ We Belong Together รวมไปถึง Hero ด้วย ส่วนตัวคิดว่า เออ แบบว่าเพราะดีๆ พอเริ่มมาติดๆตามจริงก็คือหลังากช่วงอัลบั้ม Emancipation จนมาถึงปัจจุบัน ส่วนตัวขอยอมรับว่าตลกกับดิว่านางนี้ ที่เอ็มวี... ขออนุญาตใช้อีโมติค่อนอธิบายแล้วกันคือไม่ใช่ว่าป่วยนะ แต่ว่าดูแล้วมันให้อารมณ์แบบเหนื่อยหน่ายใจปนตลกดี เอาเป็นว่า ถ้าบนโลกนี้ขาดดิว่านางนี้ คงไม่มีเพลงดีๆที่เอ็มวีตลกๆในดูได้เท่านี้แล้ว นะ ครับผม!!!
พระนางแมรียา : แฟนคลับมารายห์/มือตบระดับแนวหน้าจากบอร์ด FF
อ้างอิงจาก:
[ส่วนตัวแล้วค่อนข้างเป็นแฟนพันธุ์แท้ของมารายห์ แต่ไม่ค่อยได้สะสมซีดีเธอเท่าไหร่ อิทธิพลของมารายห์ที่มีต่อเดี๊ยนอย่างเห็นได้ชัดคือทำให้เดี๊ยนเข้าถึงบัลลาดมากขึ้น มารายห์ร้องโซล เดี๊ยนก็พยายามจะฟังเพลงโซลอื่นๆ ไปดูไลฟ์ที่เธอร้องกับป้าอรีธา ก็ทำให้เดี๊ยนเริ่มฟังเพลงของป้าอรีธา และอีกหลายๆอย่างตามมา
เข้าสู่ประเด็นอัลบัมเมมมัวร์ สิ่งที่เดี๊ยนคาดหวังจากอัลบัมนี้ก็คือความแปลกใหม่แบบ I'm that chick / I'll be loving u long time / stay the night อะไรแบบนั้น ค่อนข้างเบือกับ r n b ของมารายห์ และคิดว่าเธอไม่ค่อยเหมาะกับแนวนี้เท่าไหร่นัก เวลาดูเธอไลฟ์เพลงในช่วงหลังๆมันค่อนข้างน่าเบื่อ(มาก) เพลงที่ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่แล้ว กอปรกับนักร้องที่มัวแต่เดินนวยนาดบนเวที โปรดัคชั่นที่ค่อนข้างจะออกคาเฟ่ เสียงที่ไม่ค่อยจะมี ถ้าไม่ใช่แฟนจริงๆคงปูเสื่อนอนดูแล้ววฮะ แต่กลับกัน อย่างไลฟ์ I'll be loving u long time ที่ญี่ปุ่น อีมาลัยแค่เดินไปเฉยๆกับตามจังหวะ มันกลับทำให้น่าสนใจเอามากๆ คิดว่าเพลงมีส่วนสำคัญมากๆๆๆ
เอ๊ะ ตกลงเดี๊ยนจะวิจารณ์อัลบัมหรือวิจารณไลฟ์กันแน่ยะ สิ่งที่คาดหวังต่อมาไม่แพ้ข้อแรกนั่นคือการแสดงของเธอนั่นเองฮะ ในบรรดาท็อปทรีดีว่า มารายห์ วิทนีย์ ซีลีน ต้องขอบอกว่าการแสดงของมารายห์บนเวทีง่อยที่สุดเลยนะคะ น่าเบื่อมากกกกกกก ดูไม่มีพลังเอาซะเลย เหมือนแอบหนีพยาบาลมาจากโรงบาลแล้วขึ้นเวทีโรยย ยิ่งฟังอัลบัมนี้แล้วก็ยิ่งหนักจ๊ายยยหนักจายยยย คิดว่าถ้าเธอมีทัวร์อัลบัมนี้ย์ต้องโคตรน่าเบื่อแน่ๆ อย่างซีลีน เธอไม่ต้องทำอะไรมาก เอาโปรดัคชั่นเก๋ๆ กอปรความพร้อมของร่างกาย แค่นี้ก็น่าสนใจมากๆแล้วนะคะ
ว้ายยย ยิ่งพิมพ์ก็ยิ่งออกนอกประเด็น สรุปว่าเรื่องเพลงในอัลบัมเดี๊ยนไม่พูดถึงมาก เพราะเดี๊ยนไม่มีความรู้เรื่องเพลง(เลย) คงบอกได้ว่าชอบ ไม่ชอบ คำตอบของเดี๊ยนก็คือ เช้ยเฉยนะ แต่ที่เป็นห่วงนั่นก็คือการแสดงของเธอนั่นแหละค่ะ ถ้าเธอได้ขึ้นเพอร์ฟอร์มเวทีแกรมมี่ปีหน้า เธอจะทำได้แบบ fly like a bird แบบครั้งที่ผ่านมาได้รึป่าว ถ้าใช้เพลงจากอัลบัมนี้ล้วนๆ เดี๊ยนนึกไม่ออกเลยค่ะ
บั๊บบายยยยย
Miss World MC : แฟนคลับมารายห์/นางงามบอร์ด FF
Miss World MC พิมพ์ว่า:
[size=18]จะว่าตื่นเต้นก็ตื่นเต้น จะว่าเบื่อหน่ายก็เบื่อหน่าย ตรงที่เลื่อนมาจนเดี๊ยนรำคาญ ซิงเกิ้ลแรก obsessed ที่ออกมาก็ไม่ประทับใจเดี๊ยนสักเท่าไหร่ เหมือนกันกับตอน touch my body เพราส่วนตัว คาดหวังกับเพลงเปิดตัวของมารายห์ และการที่อยากจะได้ยินเพลงแบบ r&b hip-hop ที่อุตสาห์เลิกกะผัว แบบจริงๆจังสักที ผลปรากฎก็คือ มาลิง ยังไม่เอาเพลงแบบนั้นมาตัดเป็นซิงเกิ้ลสักที จนเดี๊ยนหมดความคิดเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่งตอนครั้งแรกที่ได้ยินเพลงobsessed ก็ผิดหัวงเล็กๆ (แต่ก็แอบหวังว่าไม่แน่อาจจะไปแตะอันดับ1 เหมือนtouch my body) แต่ก็ช่างมันเถอะ จะไปสนอะไรกับอันดับเพลงจริงมั้ย
ก่อนที่จะฟังอัลบัมนี้ ก็ได้อ่านโพสต่างๆ จากคนในบอร์ดว่าเพลงไหนเพราะบ้าง หลักจากที่โหลดกันกระหน่ำ ก็พอจะรู้ว่าใครคิดอะไรยังไงบ้าง และจะลองฟังดูว่ามันเป็นอย่างที่เค้าว่าไหม
หลังจากที่ฟังรอบแรกเสร็จก็มีเพลงที่ติดหูมากอยู่ บางเพลงก็ดูคล้ายๆมุกเก่าๆ แต่ไม่ขี้เหร่ อาจจะดูเหมือนภาคต่อมากกว่า แต่ก็เป็นอัลบัมที่ฟังได้เรื่อยๆ ไม่หวือหวา ไม่รุนแรง และไม่เศร้าเหงาหงอย ก็เป็นเพลงแบบมารายห์ เหมือน charmbrecelet + rainbow อย่างที่แม่อีหอกบอกไว้
แต่เอ๊ะ...มันไม่มีเพลง hip-hop เรย ไม่มี featuring ด้วยซ้ำ ไม่มีพลพรรค์รักเธอมาร่วมแจมกันให้พรึบสักคนเดียว มาลิงคนเดียวล้วนๆ นี่อาจจะเป็นการแสดงศักยภาพย์ของมารายห์เองด้วยว่า ถ้าทั้งอัลบัมมีแต่ฉันคนเดียว ไม่มีคนอื่นมาfeatด้วย อัลบัมของฉัน จะไปรอดหรือไม่ ซึ่งเดียนก็บอกได้เลยว่า มารายห์ทำได้ดี โดยที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องหาใครมาเสริมบารมีให้อัลบัมของหร่อนดูดีขึ้นไป แค่ของตัวเองคนเดียว เพียวก็หรูแล้ว.....
เดี๊ยนไม่เขียนหมดทุกเพลงหรอกนะคะ เอาแค่เพลงที่ชอบก็พอ กะเพลงที่อยากจะพูดถึงเท่านั้น
Betcha Gon' Know (The Prologue)
MJ มากกกกกกกๆๆ นึกถึงเพลง ของแม่คนนี้ขึ้นมาเรย ขึ้นต้นมา oooh welcome to the day of my life memoirs of an imperfect angle ก็เพราะแว้วว ฟังได้ตลอดเหมือสต้องมนต์ 55++ เวอร์ไปไหม เนื่อหาแรงจนเวอร์(แม่อีหอกแปลให้ฟัง) ว่าจะไปแฉตามรายการต่างๆ ตังแต่โอปราห์ เวอร์ไปกระทั่ง สารคดีอย่าง60 minute (ถ้ามีจริงๆคงตลกน่าดู) อย่าที่มาดามบอกว่า ถ้าเอ็มเจมาได้ยิน คงอยากจะเอาไปร้องเป็นเพลงของตัวเอง ขำตรงช่วงแรกที่มีเสียงมารายห์แว๊ดเข้ามาในเพลง ตอนที่ฟังรอบแรก เดี๊ยนยืนฟังเพลงไป ตากผ้ากะน้องไปด้วย เสียงก็แว๊ดเข้ามา ต๊กกะใจ นึกว่าผีหลอก 55++ ส่วนเสียง อ่า..ที่มีคนบอกว่าเป็นเสียงคน**กัน เดี๊ยนว่าเป็นแค่เสียงประกอบมากกว่าค่ะ เพลงอีหอกชอบทำ น่าจะคุ้นกันแร้วนะคะเป็นเพลงแรก ของอัลบัมที่เดี๊ยนได้ฟังรอบแรกแล้วต้องฟังรอบสองก่อนที่จะไปต่อแทร็คต่อไป
Obsessed
อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่าไม่ชอบเท่าไหร่ แต่ก็ฟังได้ ก็ไม่เอาอะไรมากกับเพลงเฉพาะกิจ ตลกมากที่มีนิตยารเล่มนึกเขียวว่า มารายห์แต่งเพลงนี้ด่าเอ็มมิเน็ม เน็มมิเนมจึงแต่งเพลงว่ากลับ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นlisa) เขียนได้มั่วจริงๆ ทุเรศกับรีมิกส์เวอร์ชั่นที่อย่าทำดีกว่า มิกส์ห่วยๆแบบนี้ และทำวีดีโอออกมาด้วย ไม่ได้ช่วยให้เพลงดูดีขึ้นเลย เฮ้อ.......
ปล. ทำไมตอน don't forget about us ถึงไม่ทำ ทำไมตอนเพลง bye bye ถึงไม่ทำอีห*า ทำทั้งที เฮ้อ..ไม่รู้จะด่าว่าอะไร)
H.E.A.T.U
อ๊ายยย ชอบเพลงนี้จังเรย มาลิงทำเสียงแบบขึ้นจมูกแล้วมันดูทแม่งๆยังไงไม่รู้แต่ก็แปลกดี มีหวีดขี้หรูร่วงตามแบบฉบับมาลิง แต่ทั้งหมดที่ว่ามาก็เป็นอะไรที่ลงตัว น่าตัดเป็นซิงเกิ้ลอย่างยิ่ง ก็อย่างว่า จะเกลียดคนที่เรารักมันยากอยู่นะ I Can't Wait To Hate You Baby......
Candy Bling
1ในเพลงที่ใครๆก็ว่าเพราะ ว่าชอบ แต่เดี๊ยนเฉยๆ เหมือนฟังอีมาลิง มาบ่นพึมพำอะไรให้ฟังแล้วก็จบ แม่อีหอกบอกว่า ร้องคีย์เดียว ซึ่งเดี๊ยนก็รู้สึกอย่างงั้น เหมือนมาบ่นๆแล้วก็ไป
Ribbon
ขึ้นต้นมานึกถึงเพลง Love Story จากชุดที่แล้วมากแค่เปลี่ยนให้เสียงเป็นแบบใหญ่ๆ ทำนองเหมือนเพลง side effect แต่ก็เพราะ ยิ่งตรงคอรัส boy you..................... น่ารักมาก ติดหูง่ายมากๆ ก็ดีพอที่จะเป็นซิงเกิ้ลได้เหมือนกัน
Standing O ไม่ได้ชอบนะเพลงเนี้ย แต่ไม่เข้าใจว่า อีวงเกาหอยอะไรนั่นมาอวดอ้างเพลงนี้ทำไม เดี๊ยนว่าก็งั้นๆ ก็จะมีดีตรงท่อน oh oh นั่นหล่ะ แต่เดี๊ยนว่า oh oh ในเพลง obsessed ยังจะเริ่ดกว่าอีก เกาหอยเอ๊ย สรุปแล้วก็ยังสู้เสียง oh oh ของ alicia keys ในเพลง no one ไม่ได้ มันส์กว่าตั้งเยอะ ขำตรงที่ว่า ไปเล่าไปบอกให้ใครฟังแล้วเขาจะหัวเยาะว่า ระดับมาราห์ แครี่ย์จะมาก๊อบสก๊อยเกาหอย ตลกสิ้นดี
It's A Wrap
น่ารักๆมากเรยเพลงเนี้ย ทำนองเหมือนเพลงโบราณเลยอ่ะ ก็คงเป็นsample จากเพลง I belong to you มั้ง แม่อีหอกบอกว่า เพลงนี้มารายห์ทำเสียงสูงเยอะไปเหมือนเพลง Mine Agian แต่เดี๊ยนว่ามันก็เพราะดีออกนะ scoo doo doo doop baby ooh wee ooh 555++
Up Out My Face
55++ เป็นเพลงที่เพราะและตลกไปในคราเดียวกัน ลักษณการร้อง เหมือนเพลง Crouis Control (โมโหมากที่มารายห์ไม่ตังเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ล อุตสาห์ไปลากตัวเค้ามา อีเวนน) มารายห์แร็ปได้ฮามากๆ ไม่ว่าจะแร๊ปเปอร์หน้าไหน จะอีมารายห์เข้าไป ตายห่าสนิท ยิ่งท่อนที่มีอะไรนะ haward university 2010อะไรนั่นนะ รวบขำได้ฮามาๆ แล้วตลก ตกที่มีเสียงอีมารายห์ขำที่ตัวเองร้องอ่ะ 555 ฟังกี่ที่ ฮาทุกรอบ อีนี่ ทำเพลงตลกก็เป็นด้วย แต่เดาให้ตายเลยว่า มารายห์ไม่ตัดเพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแน่นอน เดี๋ยวก็ไปตัดเพลงห*เหวอื่นๆอีกแน่หล่ะ ฮึ...
Up Out My Face (The Reprise)
เริ่ดมาก 555+ ชอบมาก ได้ดูเรยว่า กีฬาสีปีนี้ ต้องมีกระเทย รร.ไหน ใส่ลงไปในการเดินพาเหรดแน่ๆ แหม..อยากกลับไปเรียนม.6 ชิงๆเรย
ปล. ตอนนี้เอาเพลงนี้เป็นringtone หล่า 55+
Impossible + Angle Cry +reprise
เอ่อ...ไม่รู้สิคะ เดี๊ยนว่า มันเห็นเพราะตรงไหนเรยอ่ะ เห็นใครๆก็ว่าเพราะ อย่างเพลง angle cry ก็ว่างั้นอ่ะ ไม่ชอบ ความเห็นส่วนตัวอ่า อย่าว่ารุยโน๊ะ
Languishing (The Interlude)
กรี๊สสสสสสส เพราะมากๆ ฟังครั้งแรกนึกถึง Twister เพลงจากอัลบัมglitterที่หร่อนไม่พูดถึงในมินิแอล ทุเรศชิงๆ ทึกทักเอาเองว่าคนไม่ชอบ อย่างน้อย เดี๊ยนมั่นใจว่า แฟนคลับของมารายห์ทุกคนก็ชอบอัลบัมนี้ (เดี๊ยนชอบมากๆเรย) น่าจะพูดถึงบ้าง แต่ก้เอาเถอะ.. ฟังไปเรื่อยเหมือนเพลง Sunflower of Alfreid Roy มากกว่า เนื้อหาดีมาก เศร้าจนน้ำตาริน I was wondering would you cry for me If I told you that I couldn't breath แหม ก็jim คนเดียวกะที่ทำtwister มาทำให้มันก็คล้ายกันนี่นา ฟังจบช่วงทำนองต่อไปกับเพลง...
I Want To Know What Love Is
ตาค่ะ ตายไปเลย เป็นสองเพลงที่เดี๊ยนชอบมากที่สุดของอัลบัม (ต้องฟังต่อกันไปเรยนะ) คัฟเวอร์ของมารายห์ที่ทำได้ดีมากแบบที่มาดามบอกว่า ไม่ต้องทำใหม่ให้หรูเริ่ด พริ้ง และไพเราะที่สุด ถ้าเพลงนี้ไม่ขึ้นอันดับ1 ก้ไม่รู้จะว่าไงแล้ว (แต่คงไม่หวีงอ่ะนะ) แต่ก็จริงอีกที่ว่า เพลงนี้มันสั้นมาก สั้นเกินไป ฟังแป๊ปเดียว จบและ ไรฟะ
อัลบัมนี้ ก็ถือเป็นอัลบัมที่เดี๊ยนประทับใจอัลบัมนึงของมารายห์ ที่อาจจะไม่มีแบบนี้อีก ถ้มันไปได้สวย ก้ถือว่า มารายห์เองตอนนี้ ก็ยังสามารถมีเพลงดีๆ โดยที่ไม่ต้องอาศัยใครมาฟีจเจอร์ให้ดูเด่นเด้งรัศมี เหล่าลูกแกะทั้งหลายก้คงจะคิดแบบเดี๊ยนเหมือนกัน
เครดิต
1. ในส่วนของแรงบันดาลใจขอขอบคุณบาทหลวงจรัลอดีตรองอธิการของโรงเรียนเซนต์ดอมินิกเมื่อ10กว่าปีที่แล้ว คุณพ่อเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชมมารายห์มากๆรวมถึงขอขอบคุณบทสนทนาทุกครั้งกับคุณป้าโดเรมี ณ โดเรมีสยามร้านซีดีที่เปรี้ยวที่สุดในประเทศไทย พี่ตี้ สุรจักร์ (ธิชา) ชัยวรศิลป์ อดีต บ.ก. นิตยสาร POP ตลอดจนนิตยสารดนตรีสากลสุดฮิพอย่าง POP,Forwardmag,Alert,Hook และที่จำชื่อไม่ได้อีกสองสามเล่มที่เราๆรัก และที่สำคัญงานศิลปะของ Christian Develter จิตรกรเบลเยี่ยมสุดเซ็กซี่ ซึ่งงานของคุณคริสเตียนมีอิทธิพลในแง่ของอารมณ์ต่องานเขียนชุดนี้มากๆ เข้าไปชมผลงานสุดอาร์ตได้ที่ http://www.christiandevelter.com/
2. ขอบคุณคุณน้อง Popparazzi มากๆชั่วโมงกว่าๆที่ร่วมแชร์ความเห็นกันทางโทรศัพท์พี่ต้องบอกว่าน้องป็อปช่วยวางทิศทางของงานรีวิวชิ้นนี้ให้มันชัดเจนและง่ายขึ้นมากๆ
3.ขอขอบคุณน้องนิค จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แฟนตัวจริงของทาทา ยังที่มาช่วยขัดเกลาสำนวนภาษารวมถึงดึงศักยภาพทางงานเขียนของพี่ให้ออกมาสูงเกินกว่าระดับที่เคยทำได้ สมศักดิ์ศรั "เพชรยอดมงกุฏ" ภาษาไทยมากๆ น้องรัก
4. ในส่วนของ "จุดด้อย" ขอขอบคุณพี่แชมป์ ปริศร์ อติเรกานนท์ จาก Channel [V]และอดีตคอนทริบิวเตอร์และนักรีวิวของนิตยสาร POP รู้สึกดีใจมากๆที่งานของแนสครั้งนี้ได้เครดิตจากหน่งในนักเขียนที่เป็นแรงบันดาลใจ
ขอบคุณ Jonathan G. สาวกตัวจริงของมาดอนน่าและอาจารย์สอนภาษษอังกฤษรูปหล่อจาก British Council, Alexander M. นักศึกษา/กราฟฟิคดีไซน์เนอร์และช่างภาพอิสระ กลับมาเที่ยวไทยงวดนี้จะพาไปเลี้ยงข้าวนะจ๊ะ ขอบคุณน้อง Chinya Y. น้องรักที่ล่วงหน้าได้ดิบได้ดีกับงานโมเดลลอ่งไปก่อนหน้าคุณพี่แล้ว (เชอะ!) รวมถึงคุณพี่แก๊งค์นั้นอ่ะที่คุยกันที่สีลมอ่ะ คุยกันออกความเห็นสุดฤทธิ์เดชนักรีวิวลืมถามชื่อซะนี่ แต่ไม่คิดว่าจะเจอคนอ่านที่ติดตามงานเขียนที่สีลมนะคะที่สำคัญพวกตัวอ่านงานของดิฉันแบบรู้ลึกรู้จริงมากๆเชื่อว่าคงไม่ทิ้งงานรีวิวชิ้นน้กันแน่ๆและนี่คือเครดิตสำหรับพวกพี่นะคะ
สุดท้าย Katherine,Damien,Patrick และ Mario เห็นอย่างนี้แต่ขอบอกนะคะว่าเป็นหญิงซะสาม บุคคลที่กล่าวๆมาเหล่านี้นี่ไม่ได้เป็นสาวกของมารายห์แต่อย่างใดนะคะแต่พวกเะอสามารถบ่งบอกจุดด้อยของงานชิ้นนี้รวมถึงจุดด้อยของมารายห์ชนิดรัวไม่นับเม็ดเลือดสาดกันไปข้างแบบถ้าสาวกของดิว่าอีก2นางได้มาอ่านล่ะก็คงนั่งหัวเราะ หึหึหึ อีมารายห์มาอ่านแล้วคงเป็นลม
5. โปรดิวเซอร์ของานรีวิวชิ้นนี้ทั้งหลายซึ่งไฟท์นี้สีสันสูงมากเนื่องจากเป็นการพบปะกันของคนที่รักมารายห์ชนิดใครหน้าไหนแตะไม่ได้ยันคนที่เกลียดเจ๊หมีเข้าไส้เลยทีเดียวตั้งแต่ แฟร้งค์ แนวเสียง The Beatles และ Bee Gee / Pierre นายนี้ของแรงมากๆเพราะเป็นฮิปปี้ตัวหอมจากเบลารูซ (ทำไมคนเบลารูซชื่อ ปิแอร์ อ่ะ?) เขาบอกว่าเขาโปรดนตรีตั้งแต่อายุ13ด้วยการหล่อหลอมประสบการณ์และรากฐานชนิดเหนือมนุษย์ ฟังผิวเผินและเหมือนโม้แต่พอได้คุยกันแล้ว แหม มันรู้จริง/ Jayden D. อดีตนายแบบสังกัดชื่อดังย่านอโศกส่วนตัวขอมอบตำแหน่ง Executive Producerให้เนื่องจากเธอเป็นคนช่วยจัดแจงทุกสิ่งอย่างตั้งแต่การดาวน์โหลดงานนางมาลัยมาให้ฟังก่อนวางแผง แสดงความเห็นจิก กัด แขวะนางมาลัยแบบลอยๆตลอดการดำเนินงานตลอดจนจนถึงทำหน้าที่กลั่นกรองคำพูดอีปิแอรร์ออกมาให้เป็นภาษาที่เดี๊ยนเข้าใจได้ / Lacoste (นามแฝง) บีทบ็อกซ์เซอร์ แร็พเพอร์และบีบอยพรสวรรค์ทางดนตรีและการเอ็นเตอร์เทนเหนือมนุษย์มากๆอีกนาย จัดเป็นคนไทยที่มีความสามารถน่าจับตามอง รักฮิพฮอพ ดรัมส์แอนด์เบสส์ เร็กเก้และสกาเป็นชีวิตจริงใจแต่น่าแปลกใจที่นางมารายห์คือแรงบันดาลใจอันดับหนึ่ง เหอๆๆๆ ว่าแต่ทำไมต้องเอายี่ห้อนี้เป็นนามแฝงอ่ะ เสียชื่อเด็กฮิพหมดว่ะค่ะ / พี่เป้นักดนตรีฮาร์ดร็อค ดีใจที่พอพี่อ่านงานวิจารณ์ของดิฉันแล้วคุณพี่ก็ยินดีสละเวลาเพื่อมาร่วมแสดงความเห็นชนิดทันที อยากจะทำอะไรก็รีบๆทำซะนะคะพี่เดี๋ยวมาคาบไปแดกแล้วหนูกไม่รู้จะช่วยคุณพี่อย่างไร เคารพนะเนี่ยถึงเตือนขอเตือน/ สุดท้ายพี่โจ๊ะ วลาลักษณ์ฝ่ายบัญชีคนเก่งจาก Notebook DD จำได้ว่าเคยบอกว่าอยากเขียนงานรีวิวแบบแนสบ้าง งานนี้มาจากพี่ล้วนๆไม่ใช่แนส พี่เป็นนักรีวิวแล้วนะ รักพี่คนนี้มาก
สรุป (อีกที)
รีวิวครั้งนี้คอนทริบิวเตอร์เหลือเฟือมาก จนส่วนตัวคิดว่าน่าจะทำเป็นอัลบั้มเพลงมากกว่ารีวิวเพลง[/size]
แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Tue Oct 06, 2009 3:33 am, ทั้งหมด 8 ครั้ง




) but its definitely something very very private and special that Mariah has been wanting to share with her fans and the world.
คือไม่ใช่ว่าป่วยนะ แต่ว่าดูแล้วมันให้อารมณ์แบบเหนื่อยหน่ายใจปนตลกดี เอาเป็นว่า ถ้าบนโลกนี้ขาดดิว่านางนี้ คงไม่มีเพลงดีๆที่เอ็มวีตลกๆในดูได้เท่านี้แล้ว นะ ครับผม!!!




