เพิ่งจะหาโอกาสว่างสุดๆไปดูเรื่องนี้กับเขาเมื่อวานเอง พอดูจบก็เกิดแรงบันดาลใจอยากจะเขียนอะไรถึงกับเขาบ้าง แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่ากระทู้นี้ไม่ใช่งานรีวิวเพราะส่วนตัวไม่มีศักยภาพและสมาธิพอที่จะรีวิวภาพยนตร์ได้รวมถึงไม่ใช่กระทู้สปอยล์หนังด้วยจะไม่เอ่ยถึงรายละเอียดอะไรทั้งนั้นว่าตอนนั้นเป็นอย่างนี้ตอนนี้เป็นอย่างนั้น ขอพูดถึงแต่ความรู้สึกล้วนๆนะคะ ไม่ตัดคะแนน ไม่ใช้ภาษาแบบวิจารณ์ ว่ากันโต้งๆตรงๆใครมีอะไรแชร์ความเห็นได้นะคะ
ส่วนตัวแล้วเคยเป็นคนที่กลัวผีมากๆตอนเด็กๆแต่พอโตขึ้นมาความกลัวก็หายไปหมดเลยเนื่องจากถ้าใครรู้จักจะรู้ว่าแนสเป็นคนมีของและมีซิกส์เซ้นส์มันเหมือนกับสิ่งพวกนี้อยู่ใกล้กับตัวเราจนเลิกกลัวไปเลย เลิกกลัวขนาดไหน "ก็เมื่อปีที่แล้วตอนสมัยยังนับถือศาสนาพุทอยู่ จู่ๆก็ลุกขึ้นไปกราบเจดีย์ที่วัดตอนตีหนึ่งคนเดียวที่อยุธยา ป่าช้าเก่าด้วยนะนั่น" ขนาดนั้นแหละ
ป่าช้าเก่าตอนตีหนึ่งยังไปเดินคนเดียวมาแล้วนับภาษาอะไรกับการไปดูหนังผีคนเดียว เนื่องจากแฟนจะไปดูอะไรของมันไม่รู้กับเพื่อน Final 4 ไม่ก็ Coco Chanel นี่แหละ แค่นี้เด็กๆ หึหึหึ
แต่พอดูแพร่งแรกตอนหลาวชะโอนแค่นี้แหละค่ะล่อซะเดี๊ยนขนหัวลุกเลย ซึ่งขอปรบมือนะคะเลิกกลัวผีมาร่วม3-4ปีแต่เรื่องนี้กลับทำให้เดี๊ยนกลัวชนิดที่แบบไม่กล้าดูและหายใจไม่ออกได้ ถามว่ากลัวอะไร ตอบว่ากลัวบรรยากาศของหนังที่มืดหม่นคลาสสิคเว้งว้างแบบธรรมชาติแท้ๆภูเขาก็น่ากลัว ถ้ำก็น่ากลัว ต้นไม้ก็น่ากลัว การดำเนินเรื่องก็น่ากลัว พิธีกรรมในหนังก็น่ากลัวและที่สำคัญผีก็น่ากลัว นึกว่านั่งดูนางนากอยู่
แต่จะว่าไปกลัวอะไรก็ไม่กลัวเท่ากับสะท้อนย้อนมาดูตัวเราเองกับเรื่อง "กรรม" ว่าเคยทำอะไรไว้กับใครบ้าง แม้ว่าอาจจะเป็นแค่เพียงชั่ววูบเดียวที่ระลึกถึงแม้ว่าหลังจากนี้อาจจะเดินไปตามวิถีทางเดิมๆของตัวเองต่อและหลังจากนี้อาจจะทำร้ายใครต่อใครอีกมาก แต่คารวะตลอดเวลาหลายนาทีที่ทำให้จมดิ่งสู่ความสำนึกและความกลัวได้ เอาชนะสัญชาตญาณและสันดานของมนุษย์ที่แข็งกระด้างและอำมหิตอย่างเดี๊ยนได้อย่างราบคาบสิ้นเชิง
สุดท้ายชอบองค์ประกอบของหนังทุกสิ่งอย่าง คติสอนใจ การนำเสนอเรื่องราวที่มีมิติและนักแสดงทุกคนที่เล่นได้ดีมากๆดูแล้วอึดอัดบีบคั้นอารมณ์ดีแท้ๆ เริ่ด
เจอแพร่งแรกเข้าไปนี่ทำเอาเข็ดเลย วันหลังจะไม่ดูหนังผีในโรงคนเดียวอีกแล้วแต่ด้วยความที่ ไม่ได้ค่ะยังไงก็ต้องดูมาช่าให้ได้ เอาวะอย่างมากก็เยี่ยวแตก มาแพร่งที่สองห้องเตียงรวม ส่วนตัวคิดว่ามาในอารมณ์ที่ผ่อนลงมาเยอะมากๆกว่าความกรรโชกระทึกขวัญแบบแพร่งแรก พี่แดนจ๋าของเดี๊ยนขี้เล่นน่ารักมากๆในเรื่องเป็นการแฝงอามรณ์ขัน บุคลิกภาพของแดนและความเป็นธรรมชาติเข้ากับหนังเชิงไสยศาสตร์ได้อย่างดี แม้ว่าเอาจริงๆสำหรับเดี๊ยนอาจจะงั้นๆเพราะแนวๆนี้เคยดูบ่อยไปในรายการทีวี เขย่าขวัญวันพุธ และ ชมรมขนหัวลุก อันลือลั่นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วจะว่าไปตกใจเสียงมากกว่าอย่างไรก็ตามพี่แดนเล่นได้สมจริงดีนะคะดูแล้วเชื่อไปเลยว่าพี่กำลังกลัวและประสาทเสียถึงขีดสุด ขอคำนับ
จะว่าไม่น่ากลัวแต่ก็แอบหลอนนะคะลองคิดดูว่าถ้าคุณไปนอนห้องรวมในโรงพยาบาลแล้วเตียงติดกับคนใกล้ตาย แม้ว่าในความเป็นจริงอาจจะไม่มีเรื่องแบบที่ให้ในหนังเกิดขึ้นหรอกแต่แค่คิดเล่นๆนี่มันเสียวยิ่งกว่ามีเซ็กส์อีกนะคะตัว หึหึหึหึ
แพร่งที่สาม แหม จะพูดยังไงดีก่อนอื่นคงต้องบอกว่าน้องแน็คขาของพี่แนสดูหล่อ เข้ม แมนและเท่ห์ขึ้นกว่าที่เคยเห็นเป็นกองก็แล้วกัน ในเรื่องของการแสดงโอเคอาจจะเป็นสากกระเบือสำหรับบางท่านแต่กับพี่แนสนี่คุณน้องแน็คมีพัฒนาการและความแปลกใหม่ที่เด่นชัดขึ้นมากกว่าตอนที่เราเจอกันในแฟนฉันและเด็กหออีก ตจะว้าไปพัฒนาการทางการแสดงของคุรน้องเขาดีขึ้นจริงๆนะคะ ไมได้เข้าข้างเพราะตุ้มหูคู่งามบานหน้าเฉี่ยวๆนั่นหรอกนะ
ส่วนหนัง เอ่อ อ่า โอ๊ววว์ ก็เป็นแพร่งที่ต้องบอกตรงๆว่าค่อนข้างผิดหวังที่สุดแล้วกับเพราะ แหม เห็นโปสเตอร์รูปเข้มๆเท่ห์ๆของหนูแล้วคุณพี่ก็พาลนึกเอาว่างวดนี้น้องแน็คมาแบบเป็นฆาตกรฟันฉับๆๆๆๆๆเลือดสาดแน่ๆ แล้วหนังนี่ต้องแบบ แอร๊ยย มันต้องแบบควักตับ ไต ไส้ พุง ปาดคอ กรีดหน้า เฉือนหู ฉีกปาก ที่ไหนได้.... เอ่อ ไปดูเองแล้วกันนะคะ เอาเป็นว่าคนขำทั้งโรงแล้วกัน
ส่วนตัวไม่เคยคาดหวังเรื่องการแสดงจากพี่กี้ตั้งแต่ดูเรื่อง รัน...รักอันตรายเมื่อ5-6ปีที่แล้วแต่พอมาดูแพร่งที่4ตอน รถมือสอง นี่ต้องสารภาพนะคะว่าพี่กี้เล่นได้ถึงขึ้นมากๆคือสวมบทได้ดีทั้งนักธุรกิจ อีเจ๊จอมเคี่ยว ตอนกลัวผีและที่สำคัญที่สุดบทของความเป็น แม่ ที่แสดงความรักและความห่วงใยลูกออกมาได้อย่างบริสุทธิ์เชือดเฉือนทีเดียว
ต้องบอกว่าแพร่งนี้เป็นแพร่งที่เดี๊ยนกลัวและสอนใจเดี๊ยนได้มากที่สุดรองลงมาจาก หลาวชะโอนเลยทีเดียว เนื่องเรื่องกล่าวได้ดีถึงบทเรียนจากความเห็นแก่ตัว ความสำคัญของการซื่อสัตย์กับจรรยาบรรณในอาชีพ เรื่องราวลี้ลับสยองขวัญและที่สำคัญที่สุดสัจธรรมของความรักที่แม่ทุกคนมีต่อลูก
ตอนจบสะเทือนอารมณ์มากๆ น้ำตาแอบคลอ
และแล้วก็มาถึงแพร่งที่รอคอยเสียเดียว แพร่งสุดท้าย "คนกอง" ที่นำแสดงโดยนักแสดงในดวงใจตลอดกาลอย่างพี่ช่า มาช่า วัฒนพานิชนั่นเอง ซึ่งสารภาพ ณ ที่นี้เลยนะคะว่าที่ไปดูเรื่องนี้ไม่ได้อยากดูผีแต่อยากไปดูพี่ช่ามากกว่าน่ะค่ะ
สำหรับเนื้อเรื่องดูจากโปสเตอร์แล้ว แหม พี่ช่าต้องมาในแบบนางเอกที่โดนผีหลอกจนคลั่ง โดนผีสิงหรือโดนเจ้ากรรมนายเวรหรือเจ้าที่เจ้าทางพยายามฆ่าในกองถ่ายแน่ๆแต่ก็โอเค่ะมันไม่ได้เป็นอย่างที่เดี๊ยนคิด
ถามว่าผิดหวังมั้ย ไม่เลย ส่วนตัวขอเรียกว่า ผิดคาดมากกว่า ส่วนตัวต้องบอกว่าประทับใจเพราะก่อนหน้านี้ติดตามงานละครพี่ช่ามาหลายเรื่องตั้งแต่วังน้ำวน (จำบทพี่ช่าไม่ได้แล้วอ่ะ) นางสาวไม่จำกัดนามสกุล (ชอบมากๆเรื่องนี้) ไปยันบทนางพญาในหงส์เหนือมังกร เจ๊ดันฉันรักเธอ เจ้าสาวไม่จำกัดมืออาชีพ บ่วงบรรจถรณ์และอะไรนะที่เล่นกับเฟรช อริศราและอีกเรื่องที่เล่นกับปีเตอร์อ่ะค่ะ ก็ไม่เคยเจอพี่ช่าเล่นแบบนี้แล้วกันเป็นอะไรที่แหวกที่สุดสำหรับพี่ช่าเท่าที่เจอมา
เพื่อนเดี๊ยนหลายคนที่ไปดูแล้วครหาว่า ปัญญาอ่อน มีแต่คนที่ชอบมาช่าเท่าสนั้นแหละที่จะชอบแพร่งนี้ เออสิยะ อันนี้ยอมรับเพราะถ้าติดตามาช่ามาจะรู้นะคะว่าเป็นมุมที่หลายคนไม่คาดว่าจะได้รับจากพี่ช่าแล้วกัน ที่สำคัญพี่ช่าทรงพลังมากๆแม้แต่จะเล่นบทบ้าๆบอๆในเรื่องนี้แต่ดูแล้วก็อึ้งอ่ะ ส่วนตัวชอบที่ถ้าเรื่องนี้ไม่มีพี่ช่ามันจะไม่ฮากระหึ่มโรงขนาดนี้อ่ะก็บอกแล้วว่ามันเป็นอะไรที่ต้องมาจากมาช่าจริงๆเพราะคนมันไม่กล้าคาดหวังว่าจะมาเห็นพี่ช่าเล่นอะไรที่มันตลกร้าย เสียดสี ล้อตัวเองแถมแดกดันระหว่างชีวิตหน้ากล้องกับชีวิตจริงรวมถึงสบถเป็นไฟขนาดนี้ เป็นอะไรที่หลอนติดตายิ่งกว่าดู4แพร่งที่แล้วอีก ขนาดจนถึงตอนนี้ยังในหัวยังก้องไปด้วยหมัดเด็ดจากประโยคฮาๆที่ร่วงจากปากพี่ช่าคนสวย วู๊ยยยย ประทับใจยิ่งกว่าพูดแล้วกลีบพิกุลมันร่วงอีก
ขำจนขี้แถบแตก
แก้ไขล่าสุดโดย Armand D'Angouleme เมื่อ Tue Sep 15, 2009 11:36 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง











