˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3
Mariah Carey : Memoirs Of An Imperfect Angel
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
กรี๊ดดดด อีชื่อยาวๆเว่อร์ล็อคนี้คือน้องแนสหรอกเรอะ ?! อีเจ๊ข้ามๆผ่านๆไปเพราะนึกว่าเป็นพวกล็อคเคร่งๆมารีวิววิจารณ์เอาเป็นเอาตายในฟอรั่มรีวิวให้ปวดหัว เหมือนหลุดออกมาจาก Music Express ซะอีก (นักเขียนบางคนนะคะ อิอิ พี่Unborn Chiken กับพี่ตู่แล้วก้ Bossa Nova ไม่ใช่นะ)

คือพออ่านจบแล้วก็อิ่มนะ ด้วยความคิดถึงตัวหนูด้วย(หายไปซะนาน อีเจ๊ตอนที่นู๋ไปก้ยุ่งๆ พักนี้ก้ไม่ค่อยได้เล่นบอร์ดเหมือนเมื่อก่อนด้วย งานยุ่งมากๆค่ะ นู๋เอ๋ย)แล้วด้วยความที่คิดถึงอีมาลัย ที่เป็นอีมาลัยจริงๆสมัยยังไม่เห่อฮิพฮอพเอาตายและพยายามจะเป็นเมรี่ย์ เจ ไบลจ์ หรือ ป้ามินนี่หรืออะไรก้แล้วแต่ แต่อัลบั้มชุดนี้หล่อนสบายๆมาก ดูอยากเป็นตัวเองแล้วชิลล์นะเนื้องานมันเลยออกมาดูเรียบๆแต่ดีแบบไม่น่าเชื่อ

แต่รวมๆก้ต้องขอบคุณ เอะดรีมโพรแกรมมิ่ง ซินเธอร์ไซสเซอร์แล้วก้พวกเสียงสังเคราะหืตีความบนพื้นฐานของความเป้นตัวอีมาลัยเรื่องเนื้อหา เสียงประสานไลน์เบสเพียโน แล้วพวกริฟกีต้าร์กับพวกแนวสตรีทอาร์แอนด์บีแบบเจเน็ท ดาร็คไชล์ก้น้อยลงมาก คือจะบอกว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดหลัง ยุค 2000 ของอีมาลัยก้ได้นะ เทียบกับ Charmbarcelet , Mimi,E=mc2 หรือ Glitter กับ Rainbow เองก้เถอะอัลบั้มนี้อาจจะดีกว่าด้วยนะ

เพลงที่เจ๊ชอบมาตรงกะหนูหลายเพลง คือเจ๊คออาร์แอนด์บีนะ ก้เลยไม่มีปัญหากับเรื่องจริตเพลง แต่มีปัญหาเรื่องข้อกังขาการไลฟ์และร้องสด การอัดในห้องแต่งเสียงได้สารพัดก้เลยมีค่อนขอดว่า มันร้องจริงหมดเรยจิงดิ่ ? แล้วอีกอย่างการพยายามทำงานเอาใจเเฟนแต่ต้องดีด้วยแล้วไม่เครียด มันก้เสี่ยง เพราะอัลบั้มนี้ชัดเจนมาก ทุกเพลงเด่นนะ ไม่ได้เหมือนๆกันไปหมด แบบที่พวกฟังแค่อินโทรแล้วเปิดข้ามเห่าหอน ทุกอย่างทำออกมาแบบเรียบง่ายพอดีๆแต่ไม่มักง่ายนะยะ เพลงทุกเพลงมีที่ทางในแบบที่ฟังและเอาตายได้หมดเลย ก้อาจจะมีพวกฮาร์ทคอร์อาร์แอนด์บี พวกโซลฟูลพวกนั้นยกไปเปรียบกะ เอริก้า บาดู ลอเรน ฮิลล์ หรือเมรี่ย์ เจ แต่เจ๊ว่าอีมาลัยก้เป็นมาลัยนะ ไม่ได้พยายามมจะดำมากขนาดนั้น แต่ อัลับ้มนี้ก้ดำพอสมควรถึงขนาดทำแฟนเจ๊แม่แบะปากอ้วกได้น่ะนะ

เจ๊ชอบ The Impossible มากกกกกกกก ยิ่งมีพรีลู๊ดต่อเกือบ หกนาทียิ่งเริ่ด ไลน์เพลงสวยมาก เสียงกระซิบกระซสาบแล้วก้มิกซ์เสียงลอยๆแบบอวกาศเป็นสะเพซแจมอาร์แอนด์บีไสตล์มิวสิค โซลไชล์หรือจีนูไวน์เก๋มากๆ อีมาลัยก้แต่งเนื้อน่ารักๆๆๆ
Inseparable ก้น่ารักหยิบ Time after time มาล้อเล่นได้แบบมารายยยฆื มาลัยน่ะ คือดัดจริต
Betcha Gon Know เมรี่ย์เจลอยมาหน้าแหกเรย แต่พอคิดว่าเป็นเพลงที่มันแต่งด่า หลุยส์มิเกลหรืออีทอมมี่ก้โฮเค ชอบความเป็นโฏซลข้นๆเข้มๆ ติดแค่สั้นไปหน่อย
H.A.T.E.U.จะดีกว่านี้มาก ถ้ามันไม่กดเสียงซะเป็นกระเทย และเพลาๆหวีดลงหน่อย เพื่อนฝรั่งคนนึงของเจ๊บอกว่าเหมือนเพลง ฟิเนรัล อะนะ
Candy Bling ชอบมากๆๆๆๆ น่ารักตอแหลสมกับอีมาลัย เอา Back in the day ของฮาเอมมาใช้ได้แบบเซอร์ไพรส์ ชอบท่อนคอรัสอะ แล้วยิ่งเบรคดาวน์ตอนแร๊ะตุ๊ดกๆก้ชอบมากๆ เบสเเนน่น คีย์บอร์ดพลิ้วๆ
Ribbon เพลงที่น่าจะดังได้ เหมือนเอาอาลีญ่ายุคเก่าปนเจเน็ทและใส่ อีห่านลงไป เขย่าๆ ลงลวดลายลีลามารยาอีมาลัย ก้กลายเป็นเพลงที่ต้องเป็นมาลัยเท่านั้น ถึงจะร้องได้ เร่ด
Standing O's หน้าป้าตั๊กแตนลอยมาอีกแล้ว บีทกระแทกกระทั้น เสียงโห่แล้วก้เยาะเย้ยของอีมาลัยดูตอแหลมาก ชอบพวกเพอร์เคชั่นและเสียงปรบมือที่เหมือนเป็นดรัมลู๊พแรงๆอะ ประชดได้ดีนะ แต่เนื้อยังแรงกว่านี้ได้อีกนะ เจ๊ว่า
It's A Wrap เหมือน The Roof ยุคใหม่ที่ใส่ความเป็นโซลเยอะกว่า ชอบการเรียบเรียงวิธีร้องแบบนี้ มีท่อนเฟดเอาท์ดีมากถึงมากที่สุด
Languishing เนื้อหาดีมาก ไลน์เพียโนก้ดี น่าสนใจน่าจะทำเป็นเพลงยาวๆไปเลยไหนๆก้ สองนาทีกว่าแล้ว เป็นเพลงที่ทำให้นึกถึง Petals และ Lookin In
Angels Cry พ๊อพและหวานที่สุดแล้วในอัลบั้ม สไลว์แจมเนิบๆซึ้งๆที่คาดหวังได้จากมาลัย ก้ทำได้ดีกว่าที่คิดนะไม่แปลกใหม่ไม่งั้นๆไม่เฉยๆ เป็นเพลงที่ดีเลยล่ะ ขอไลฟ์ประทับใจซะหกนอยเพลงเนื้อหาแบบนี้ โลกยังต้องการเสมอ
I Want To Know What Love Is คัฟเวอร์ได้ดีนะ เป็นกาตอบโจทย์เพลงเก่าเล่าใหม่ได้ดีมากๆ ด่าอะไรไม่ได้เลย เสายแค่สั้นไปหน่อยอีกนั่นแหล่ะ
Up Out My Face เฉยๆนะ ชอบท่อนแร๊พท้ายที่มันด่าเน้นฮาอะ ประสาทสมกะเป็นอีมาลัย ยิ่งมีรัวกลองมาร์ชด้วย ตลกโคตรๆ เลยชอบไปขึ้นมาซะงั้น
More than just friend น่าจะตัดออกนะ ธรรมดาไป Obsessed ที่ว่าแย่ยังดูมีค่าให้พูดถึงกว่า
ส่วน 100 Percent เพลงประกอบหนังของหล่อนก้ดีชิบ หายหัวไปมุดอยุ่โลกไหนซะล่ะ ?

ยังไงเรื่องที่มีคนบอกว่าความเห็นส่วนตัวอะไรนั่น ไม่เห็นด้วยนะ คือการยกมาเปรียบเทียบบางครั้งก้ไม่ได้ช่วยให้โลกทัศน์ดีขึ้นเปิดกว้างขึ้นหรอกนะคะ การมองย้อนไปแต่ข้างหลังมีแต่จะถ่วงความเจริญซะอีก แต่เอาไปมองแต่ข้างหน้าอย่างเดียวก้เห็นแก่ตัวและดูเป็นการลืมกำพืดตัวเองไป ความพอดีเท่าน้นแหล่ะค่ะ ที่สมคววรค่ากับการเลือกหยิบมาใช้ปรับในการอยุ่บนโลกโหดร้ายใบยี้นี้

สุดท้ายก้ฝากบอกน้องแนสอะนะ ว่าคิดถึงนะจ้ะ ดูแลตัวเองด้วย ว่างๆแนะนำเพื่อนฝรั่งหล่อๆมั่งนะคะ เจ๊เบื้อพวกเอเชี่ยนล่ะ ยุ่นเกาหยี เต้าหุ้ฮ่องกง ไต้หวันน่าเบื่อ พวกฝรั่งเพื่อนบูอิกแต่ล่ะตัวก้ติสท์แดกกินไม่ได้ซักตัวที่ทำงานก้กลัวเสียเพื่อน โอะ โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ ล้อเล่นนะจ้ะ ยังไงเป็นห่วงเสมอ เมลล์ มือถือโทรมาคุยได้มั่งนะจ้ะ จุ๊บๆ ไปละ งานยุ่งเวอร์เวินนนค่ะ



_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว ตำแหน่ง AIM Yahoo Messenger MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
popparazi พิมพ์ว่า:
การฟังเพลงเป็นรสนิยมของแต่ละคน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ในทุกครั้งที่มีการวิจารณ์เพลงเกิดขึ้น ผู้เขียนจะนำอคติบางส่วนใส่เข้าไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้มองถึงเจตนาของผู้เขียนที่ตั้งอยู่บนความเป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดี๊ยนพยายามจะนำเสนอออกมาให้อ่านง่าย กระทัดรัด ได้ใจความครอบคลุมทั้งหมดค่ะ

ที่สำคัญของมอบงานเขียนชิ้นนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนรีวิวอัลบั้มใหม่ของมารายห์ของพี่แนสติน่านะคะ เพื่อพัฒนาต่อไปเป็นคำอธิษฐานที่เดี๊ยนต้องการจะส่งถึงมารายห์ค่ะ

Memoirs of an imperfect angel

แก่นของอัลบั้ม

สารภาพเลยว่าฟังอัลบั้มนี้ไม่ต่ำกว่า 10 รอบ เดี๊ยนพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างแก่น(THEME)ที่อีมาลัยต้องการจะสื่อจากชื่อของอัลบั้ม จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า “ชื่ออัลบั้มของอีมารายห์ก็คือ แก่น” นั่นเองค่ะ

Memoirs of an imperfect angel คือความทรงจำของมารายห์ ( ในที่นี้ชีเปรียบตัวเองเป็นนางฟ้า ซึ่งมีข้อบกพร่องอยู่) ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกต่างมองว่าเธอเป็นนางฟ้า เป็นดีว่า รวย มีเกียรติ มีคนสรรเสริญ แต่แท้จริงแล้วเธอกลับมีปมด้านปัญหาในใจลึกๆ และเธอจะบอกทุกคนผ่านอัลบั้มนี้ว่าเธอมีข้อบกพร่อง มีปัญหา มีความทุกข์ อย่างไรบ้าง

วิจารณ์เพลงต่อเพลง

ขอวิจารณ์ในมาตรฐานของผู้ฟังทั่วไป ไม่ได้หูเทพ เป็นคนไทยธรรมดาๆที่ฟังเพลงตามที่สถานีวิทยุเปิดนะคะ

Betcha Gon Know
เนือยมากๆ นี่หรือการสร้างความประทับใจครั้งแรกของมารายห์ ทำไมเอาเพลงเรื่อยๆ เอื่อยๆ น่าเบื่อมาใส่แบบนี้วะ เพลงฝรั่งจะทำให้คนไทยฟัง เมโลดี้ เทมโป มันต้องมาก่อนเพราะจะได้สร้างความจำได้ให้คนฟัง เนื้อหามาที่หลังเพราะคนฟังเพลงฝรั่งไม่ได้เข้าใจทุกคำของฝรั่งเสมอไป คนฟังก็หาความไพเราะเอาจากเมโลดี้นี่แหละ
แต่ถ้าเราสนใจกับเนื้อหาให้มากขึ้นจะพบว่านี่แหละคือเพลง “แก่น” ของอัลบั้มนี้
มารายห์เน้นที่เนื้อหาที่เธอเล่าความรู้สึกคับแค้นใจที่กลับบ้านมาเห็นผัวตัวเองกำลังเอากับชะนีอื่น แล้วเธอต้องการจะแก้แค้นเขาในสักวัน นับเป็นความทุกข์ใหญ่หลวงสำหรับชีวิตชีที่มีพร้อมทุกอย่างแต่หาความรักที่สมบูรณ์แบบเหมือนคนธรรมดาคนอื่นไม่ได้สักที

Obsessed

หมกมุ่นจริงๆ ไม่รู้อีมาลัยชีจะหมกมุ่นอะไรนักหนากับอดีต ชีต้องแค้นอีตาเอ็มมิเน็มมากแน่ๆที่คอยแต่จะปั่นป่วนชีวิตชี แต่เรื่องก็เงียบไปนานแล้วนี่กับข่าวที่ว่าชีไปมีสัมพันธุ์สวาทกับอีตาเอ็ม เนื้อหานี้ฟังยังไงมันก็ไม่เป็นสากลค่ะ เหมือนแต่งด่าเขาเอาความสะใจส่วนตัว แต่มีดีที่ดนตรีแปลกๆที่มารายห์ไม่ค่อยจะทำ เท่าที่เด่นๆแนวนี้ก็Migrateในอัลบั้มที่แล้ว ชีเลือกใช้บีทหนักๆแทบจะกลายเป็นฮิพฮอพแล้วทีเดียว กับเสียงเครื่องเป่าวงโยธวาธิตอีก จังหวะหนักขนาดนี้ กลัวอย่างเดียวค่ะ ชีเอาไม่อยู่ตอนแสดงสด ซึ่งก็เป็นยังงั้นจริงๆ ชีคุมไม่ค่อยจะได้ เพลงนี้เป็นเพลงที่มันส์ที่สุดในอัลบั้มแล้วนะ จะบอกให้

H.A.T.E.U

ฟังกรอกหูหลายรอบแล้ว นับว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่มีเทคนิคเยอะที่สุดของมารายห์เลยก็ว่าได้ มีทั้งเสียงประสานคู่ 3 คู่ 5 ว่อนวุ่นวายไปหมด แต่ออกมาเพราะเว้ย ภาพรวมเนือยๆตามสไตล์ที่ชีต้องการ ใช้เสียงต่ำซึ่งต่ำมากเหมือนเสียงผู้ชายตอนท่อนส่ง แล้วมาใช้เสียงกระซิบในที่ท่อนสร้อย จากนั้นก็ปล่อยหมัดเด็ดของชีด้วยการหวีดจนจบท่อน แอบรัวคำบ้างในตอนพีค ใช้เทคนิคสลับระหว่างเสียงจริง เสียงปลอม เสียงผสม เสียงหลบ ใครไม่ได้เป็นแฟนชีคงไม่ชอบเพลงนี้เป็นแน่ แต่สำหรับคนที่ฟังเพลงแนวนี้ เน้นการร้องเป็นหลักก็คงต้องทึ่งกับเทคนิคเฉพาะตัวของชีจนติดใจไปตามๆกัน

Candy Bling

แรงบันดาลใจมาจากขนม Ring Pop ที่อีผัวนิคซื้อให้แต่แอบซ่อนแหวนหมั่นไว้ในกล่องด้วย อะไรจะหวานขนาดนั้น บางทีก็แอบหมั่นไส้บ้างอะไรบ้าง เฮ้อ อารมณ์คนบ้าผัวก็เงี้ย แต่ก็ดีนะที่รักษาจุดยืนอัลบั้มได้ (จุดยืนที่ว่าก็คือ ความทรงจำในอดีตของชีนั่นเอง) เรื่องภาคดนตรีทั้งหมดนะหรอ เหมือนเพลง H.A.T.E.U
Lullaby , irresistible เวอร์ชั่นที่ล้านแปดได้ ไม่อยากอธิบายซ้ำแล้ว เสริมนิดว่า เทคนิคน้อยกว่า เท่านั้น

Ribbon

ขึ้นมามีเสียงแร็พของผู้ชายด้วยซาวด์อิเล็กโทรนิคทำให้เสียงดูต่ำทุ้มมากๆ เอ๊ะ คุ้นๆนะเหมือนในเพลง “รบกวนมารักกัน” ของทาทายังเลย ท่าทางจะมันส์นะเพลงนี้ น่าจะตัดความน่าเนือยของเพลงที่แล้วได้ แต่ก็ผิดหวังและจับแนวดนตรีของเพลงนีได้ทันทีเมื่อชีหอนกระซิบกระซาบขึ้นเพลงตามมา ชีเลือกทำให้เพลง contrast ขัดแย้งกับดนตรีที่หนักเพราะชีใช้เสียงที่บางมาหอนไปหอนมา ใครไม่ชินจะเปลี่ยนเพลงเอาได้ง่ายๆ หรือไม่ก็เบื่อจนหลับไปเลย แต่มีข้อเสียแล้วจะไม่มีข้อดีเลยหรอ ข้อดีอยู่ที่ท่อนฮุคที่มีการแทรกเสียงประสานของชีเองเข้ามาด้วย กลายเป็นฮาร์โมนี่ที่เพราะมาก นับเป็นหนึ่งฮุคที่เพราะที่สุดของอัลบั้ม

Inseperable

กดคอร์ดสลับไปมาเพียง 2 คอร์ดเท่านั้นแล้วใช้เป็นแบ็คกราวด์ซาวด์ไปตลอดทั้งเพลง สลับเสียงกระซิบ หลบแบบฟอร์แชทโท้เบาบางมากๆ มีเสียงหวีดอีก เอาเข้าไป ชวนง่วงจริงๆ เนื้อหาไม่ต้องพูดถึง แค่ชื่อเพลงก็เลี่ยนแล้ว
ไม่ประทับใจทั้งเนื้อหาและภาคดนตรี ยกเว้นวันไหนนอนไม่หลับ จะทราบซึ้งในคุณค่าของเพลงนี้มาก ฝากบอกมารายห์อย่าจับฉ่ายมากนะเจ๊ รู้ว่าเจ๊ตั้งใจนะ แต่ไม่ประณีตเอาเลยซะเลย

Standing O

ประชดประชันเสียดสีให้ถึงใจกับเพลงนี้ ชีเห็นผัวใหม่ไปหาชะนีอื่น ชีก็บอกว่ายินดีด้วย ถึงขั้นลุกขึ้นยืนปรบมือให้ อยากจะกรี๊ดให้ตัวแม่ที่ประชดแบบผู้ดีมากๆ พอท่อนอินโทรขึ้นมา โอ โอ โอ แล้วชีใช้เสียงเต็มแทนเสียงหลบ ปลุกให้ผู้ฟังฟื้นจากอารมณ์เอื่อยๆ บีทกระแทก สลับจังหวะดีดนิ้ว เสียงที่ต่ำคู่กับเสียงสูง เป็นคู่ 6 คู่ 8 ประสานไปแต่ออกแนวด้านๆ ฟังแล้วขัดหู ( dissonance ) แต่ก็ยังไพเราะอยู่ เสียอย่างเดียว หวีดตอนหลังสลับกับท่อนร้องด้วยเสียงเต็ม หลอนมาก

It’s a Wrap

เสียงบางกุ๊งกิ๊งสลับกับเสียงเต็มพอ ดันเสียงเต็มขึ้นแล้วกังวานมาก นึกถึงเพลง Joy Ride พร้อมผลผลิตตกทอดจากอัลบั้ม Daydream อย่าง Underneath the Stars ขึ้นมาทันที แตกต่างที่เนื้อหา อ่านคำแปลจากมารายห์พันธุ์ทิพย์แล้ว ช่างแสบทรวงเสียจริงๆ ชีทิ้งผู้ชายแบบเชือดนิ่มๆดีดีนี่เอง เพลงนี้เด่นมากตรงระดับการไล่สเกลโน้ตค่ะ เสกลพื้นฐานแต่ทำออกมาได้มีระดับ นี่แหละ เทคนิคการแต่งเพลงแท้ๆของมารายห์ตัวจริง ฟังแล้วล่องลอย สบาย และไม่รู้สึกกดดันกับเนื้อหาเลยสักนิด

Up Out My Face

เริ่ดที่สุด เปรี้ยวที่สุด ร้ายที่สุด ชีกัดอีกแล้ว เอาเข้าไป สงสัยคนโดนกัดคงเลือดออกหมดตัว ไม่น่าเชื่อว่าท่อนฮุคไม่ซับซ้อนไม่ใช้พลังเสียงแต่ออกมาติดหูสุดๆ ย้ำคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา เทคนิคไม่ต้องมีเยอะ ดนตรีไม่ต้องแน่น เครื่องดนตรีน้อยชิ้น เน้นเครื่องให้จังหวะ กรู๊ปคำแบบอาร์แอนด์บี ก็สนุกได้ เพลงนี้ไม่แปลกใจเลยที่กะเทยชอบเยอะ เรียบง่ายแต่ล้ำเลิศ นี่แหละ ความคิดสร้างสรรค์ของจริง ทำให้ของที่ไม่มีอะไร เป็นของที่มีอะไรมากมายได้

Up Out My Face
( The Reprise )

แม่เล่นขนมาทั้งวงโยธวาธิตเลยนะคะ แม่ได้แรงบันดาลใจจากงานสมานมิตรโรงเรียนชื่อดังทั้งหลายของไทยป่าวคะ มีความรู้สึกส่วนว่าชอบมาก และ เป็นดนตรีขั้นฉากที่ยอดเยี่ยม เอาไว้เป็นอินโทรเปิดคอนเสิร์ตแทนเพลง Looking In ที่แม่ชอบใช้ได้เลยนะแม่นะ

More Than Just Friend

ชีใช้ช่วงเสียงผสมตั้งแต่เริ่มแต่เป็นเสียงผสมที่ไม่แข็งแรงเหมือน เมื่อก่อน ชีไร้เรี่ยวแรง เนื้อหาก็ถ้าเรียกตามประสาวัยรุ่นคือ เวิ่นเว่อ ค่ะ ฟังหลายรอบก็มีความรู้สึกอย่างเดียวว่า นี่มัน”เพลงแถม” นี่หว่า เหมือนเพลงเหลือจากอัลบั้มอื่นแล้วเอามาใส่เข้าไปให้อัลบั้มนี้ดูเยอะ ข้ามได้ข้าม หรือถ้าใครชอบ Subtle Invitation อยากจะฟังเพลงในตระกูลนี้อีกก็เชิญค่ะ

The Impossible

เสียงเครื่องดีดกับเครื่องเคาะตุ้มโหม่งๆตลอดทั้งเพลง แยกไม่ออกว่าชาติอินเดียหรือชาติใด แต่ฟังแล้วเหมือนดนตรีที่เปิดในผับนวดน้ำมันกลิ่นอโรม่า หรือเปิดตอนคูลดาวน์ร่างกายหลังมาสเตอร์สอนโยคะเสร็จ ฟังสบายๆคล้ายเพลงลูกของ Yours ค่ะ จุดเด่นอยู่ที่การอุปมาอุปมัย ชนิดที่ถ้าอีนี่มาเรียนแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เอาไปเต็มเลยทีเดียว

The Impossble (Reprise)

เหมือนเป็นดนตรีต่อจากเพลง The Impossble เหมือนกันทั้งเพลง มีแต่เสียงเครื่องดีดกับตุ้มโหม่ง สงสัยชีจะฟินจนอารมณ์ค้าง

Angel ( Prelude )

นี่มันเพลง Bliss ที่ชีเคยทำตอน Rainbow นี่หน่า แต่มันดูไพเราะ สบาย โปร่ง กว่ามาก ชีใช้เครื่องแปลงเสียงทำให้ดูกังวานขึ้น ประกอบกับเสียงหวีดชีที่บางลงก็ทำให้ดูไม่เค้นไม่หนักจนเกินไป สมแล้วที่ตั้งชื่อว่าเพลง Angel เพราะฟังแล้วได้ความรู้สึกล่องลอยไปบนสวรรค์ชั้นฟ้าจริงๆ เสียงหวีดของชีก็เทพเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะลอกเลียนได้ง่ายๆ

Angels cry

สุดยอดเพลงภาคต่อของตระกูล We belong together จังหวะมิดเทมโป กับ เสียงกระทบบีท เสียงร้องที่เป็นมิกซ์โทนเพราะๆของชีเข้ากับเนื้อหาของเพลงที่อยากได้คนรักกลับคืนมาเหลือเกิน ถ้าคนเพิ่งเลิกกับแฟนฟังคนเดียวอาจทำให้ร้องไห้เอาได้ มีการใช้บุคลาธิษฐาน เปรียบผู้ชายกับสายฟ้าด้วย ที่ว่าฟ้าจะไม่ผ่าซ้ำที่เดิม ซึ่งก็หมายถึงว่า คนรักเราจะไม่กลับมาแล้ว เสียงสูงตอนสุดท้ายกับการลากยาวก็กังวานดีไม่มีแรงตก เชื่อว่าต่อให้ทำออกมาสักร้อยเพลง แฟนเพลงก็ต้องชอบทั้งร้อยเพลง แน่นอน

Languishing ( The Interlude)

เป็นอินเทอร์ลูดที่เพราะที่สุดในอัลบั้ม เนื้อหาความหมายซาบซึ้งถึงความรักด้วยการตั้งคำถามง่ายๆว่า “หากฉันตายจากไปเธอจะร้องไห้ให้ฉันไหม” เสียงของมารายห์เป็นเสียงมิกซ์โทนไม่เชิงหลบไม่เชิงเต็ม เข้ากับคุณภาพเสียงของเพียโน เพลงหวานแต่ไม่ชวนฝันเฟื่องเหมือนอินเทอร์ลูดเพลงอื่น เพลงนี้มีภาคดนตรีเหมือนเพลง Petals , Rainbow และ Sunflower ค่ะ ประทับใจจังแม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้ฟังเพลงนี้ก็รู้สึกถึงคุณค่าของมันได้ รู้สึกได้ว่าชีประณีตในการหาคำกรั่นกรองออกมาเป็นเพลง

I want to know what love is

บัลลาดปิดอัลบั้มที่แม้จะย้อนยุคแต่ชีก็เอามาทำได้เป็นตัวเอง แต่อยากจะบอกชีว่าพึงระวังไว้ว่าการคัพเวอร์เพลงถ้าทำได้ดีมากก็จะกลายเป็นเพลงตัวเองไปเลย เช่นที่ชีเคยทำไว้กับเพลง Without you แต่ถ้าทำได้ไม่ดีถึงเท่าต้นฉบับละก็จะโดนมหาชนด่ากันให้ทั่วเหมือนที่ชีได้รับบทเรียนมาจากเพลง Bringkin on the heartbreak
เสียงวิสเทลโทนหวีดสูงมากและเป็นหวีดที่แข็งแรง งดงามด้วยสเกลธรรมดาๆ ผสานกับเสียงคลอรัสวงใหญ่
ต้องยอมรับว่าเพลงนี้เสียงของชีเด่นที่สุดในอัลบั้มและเด่นกว่าเนื้อหาเพลงด้วย สร้างความประทับใจแรกที่ได้ฟังใฟ้กับผู้ฟังได้แทบทุกคน ส่วนใครจะค่อนขอดว่าเนื้อหามันไม่เข้ากับป้า 39 ที่เรียกหาความรัก ทำตัวเป็นวัยรุ่นลองรักไปได้ ก็ขอให้ชีอย่าได้แคร์สื่อเลยนะคะ ทำดีมากๆเพลงนี้ เข้าทำนอง Save the Best For Last ค่ะ
อ้อแล้วที่เอามาไว้ปิดท้ายก็พอจะเข้าใจได้ว่า “หลังจากผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาในเริ่มต้น ชีก็พร้อมจะเปิดโอกาสให้ตัวเองรู้จักกับความรักในแนวใหม่ค่ะ”






บทสรุป

มารายห์พยายามกลับไปสู่แนวทางในอัลบั้ม Charmbreclet อย่างเห็นได้ชัด บางคนอาจคิดว่านี่เป็นการถอยหลังเข้าคลองแต่เดี๊ยนคิดว่าชีพยายามกลับไปแก้ไขข้อบกพร่องในอดีตของชีให้ดีขึ้นมากกว่า สังเกตุได้ว่างานประณีตขึ้นกว่าตอนนั้นเยอะ แล้วเรายังได้เจอลูกเล่นของเสียงกับซาวด์ดนตรีใหม่ๆของชีด้วยค่ะ

สำหรับแฟนตัวจริงซื้อเถอะค่ะอัลบั้มนี้ ต้องชอบมากแน่ๆ หากยังไม่ได้ลองฟัง แต่มานั่งอ่านที่เดี๊ยนรีวิวเนี่ยจะไม่มีประโยชน์เลย สู้ฟังแล้วไม่อ่านแต่ตัดสินด้วยตัวเองยังจะดีกว่านะคะ ถ้าไม่ใช่แฟนก็อาจจะไม่ชอบนะคะเพราะเป็นอาร์แอนด์บีที่ฟังยากไปจนถึงยากมาก แต่ถ้าอยากลองฟังทำได้ด้วยการเปิดใจรับฟังค่ะ จากนั้นชอบหรือไม่ชอบ สุดแล้วแต่คุณจะตัดสินใจนะคะ


จากคุณน้อง Popparazzi นะคะ ซึ่งนำไปแปะไว้ในส่วนอธิษฐานเช่นกัน แต่น้องป็อปเขียนดีมากๆเลยเอามาลงเป็นรีพลายไว้เผื่อคนที่อ่านข้ามช่วงอธิษฐานจะได้มาอ่านรีพลายนี้และได้มาแชร์ความเห็นกับน้องป็อป ซึ่งขอชมจริงๆว่าเขียนดีมากๆช่วยเติมเต็มงานของพี่ให้ดีขึ้นเยอะเลย ขอบคุณมากๆค่ะ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
จื่อฉง พิมพ์ว่า:
ว๊ายย ต๊ายย รีวิวเสร็จแล้วหรอคะ ไม่ได้เข้ามาดูเลย

สำหรับอัลบั้มนี้ ก้อขอยืนยันคำเดิมละกันค่ะว่าชอบมากกกก ฟังแต่ละแทร็คนี่ซึมซับถึงความตั้งใจในการทำงาน ในการอุทิศตนผลิตผลงานดนตรีออกมาได้เลย ศิลปินตั้งใจทำงาน เดี๊ยนก้อยินดีจะตั้งใจฟังฮ่ะ ส่วนตัวเดี๊ยนชอบมารายห์ในฐานะเจ้าแม่เพลงอาร์แอนด์บี มากกว่าพ็อพโซลไรงี้นะ ถึงแม้ว่าพวกพ๊อพโซลนี่จะเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของนาง แล้วก็ทำไห้คนทั่วโลกรวมถึงเดี๊ยนรู้จักมารายห์ก็ตามที แต่ก้อนะ เดี๊ยนยอมรับและเคารพในเส้นทางที่ศิลปินเลือกอยู่แล้ว

ส่วนตัวติดตามผลงานมารายห์มาตั้งแต่ยุค 90 เห็นพัฒนาการในตัวศิลปินคนนี้มามากมาย ได้เห็นตอนที่คุณเธอพีคที่สุด แล้วก็ได้เห็นตอนที่ตกต่ำสุดขีดมาแล้ว แต่ไม่จะยังไง มารายห์คนนี้ในวันนี้ ก้อคือคนเดิมคนเดียวที่เดี๊ยนเห็นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ถึงหน้าอีมารายห์จะมีริ้วรอยเหี่ยวยับย่นขึ้นบ้างไปตามกาลเวลา แต่สำหรับเดี๊ยน นั่นคือร่องรอยของประสบการณ์ที่ชีก้าวผ่านมาในชีวิต ซึ่งแน่นอนชีก้าวผ่านมาพร้อมๆกับความรักมากมายที่ได้รับจากแฟน ซึ่งรวมไปถึงของเดี๊ยนด้วยแน่นอน เดี๊ยนรักมารายห์ค่ะ รักเหมือนๆที่ลูกแกะทุกๆคนรัก เชื่อในตัวมารายห์ตลอดมา และขอบคุณชีจริงๆที่ได้สร้างสรรค์ผลงานดีๆมาตลอดชีวิตการทำงานของเธอ ไห้บทเพลงของเธอขับกล่อม ปลอบประโลม ผลักดัน หรือสร้างความหรรษาไห้เดี๊ยนตลอดมา

สุดท้าย ขอบคุณนู๋แนสด้วยด้วยค่ะ อุตส่าห์มารีวิวไห้ได้อ่านกัน ฝีมือคุณน้องไม่เคยตกเลย มีแต่จะยิ่งพัฒนาขึ้นไป เอาใจช่วยเสมอค่ะ


พี่จื่อฉงแสดงความเห็นได้เริ่ดโฉบเฉี่ยวมากๆ อ่านแล้วแนสอมยิ้มเลยค่ะ ส่วนตัวก็ขอบคุณพี่สำหรับกำลังใจและการสนับสนุนที่ดีตลอดมานะคะ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อาม่า. พิมพ์ว่า:
มาทวงคะแนน Up Out My Face จ้า


ส่วนตัวให้ 3 ค่ะ Smile

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
มาดามจ๊อกกาโล่ พิมพ์ว่า:
กรี๊ดดดด อีชื่อยาวๆเว่อร์ล็อคนี้คือน้องแนสหรอกเรอะ ?! อีเจ๊ข้ามๆผ่านๆไปเพราะนึกว่าเป็นพวกล็อคเคร่งๆมารีวิววิจารณ์เอาเป็นเอาตายในฟอรั่มรีวิวให้ปวดหัว เหมือนหลุดออกมาจาก Music Express ซะอีก (นักเขียนบางคนนะคะ อิอิ พี่Unborn Chiken กับพี่ตู่แล้วก้ Bossa Nova ไม่ใช่นะ)

คือพออ่านจบแล้วก็อิ่มนะ ด้วยความคิดถึงตัวหนูด้วย(หายไปซะนาน อีเจ๊ตอนที่นู๋ไปก้ยุ่งๆ พักนี้ก้ไม่ค่อยได้เล่นบอร์ดเหมือนเมื่อก่อนด้วย งานยุ่งมากๆค่ะ นู๋เอ๋ย)แล้วด้วยความที่คิดถึงอีมาลัย ที่เป็นอีมาลัยจริงๆสมัยยังไม่เห่อฮิพฮอพเอาตายและพยายามจะเป็นเมรี่ย์ เจ ไบลจ์ หรือ ป้ามินนี่หรืออะไรก้แล้วแต่ แต่อัลบั้มชุดนี้หล่อนสบายๆมาก ดูอยากเป็นตัวเองแล้วชิลล์นะเนื้องานมันเลยออกมาดูเรียบๆแต่ดีแบบไม่น่าเชื่อ

แต่รวมๆก้ต้องขอบคุณ เอะดรีมโพรแกรมมิ่ง ซินเธอร์ไซสเซอร์แล้วก้พวกเสียงสังเคราะหืตีความบนพื้นฐานของความเป้นตัวอีมาลัยเรื่องเนื้อหา เสียงประสานไลน์เบสเพียโน แล้วพวกริฟกีต้าร์กับพวกแนวสตรีทอาร์แอนด์บีแบบเจเน็ท ดาร็คไชล์ก้น้อยลงมาก คือจะบอกว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดหลัง ยุค 2000 ของอีมาลัยก้ได้นะ เทียบกับ Charmbarcelet , Mimi,E=mc2 หรือ Glitter กับ Rainbow เองก้เถอะอัลบั้มนี้อาจจะดีกว่าด้วยนะ

เพลงที่เจ๊ชอบมาตรงกะหนูหลายเพลง คือเจ๊คออาร์แอนด์บีนะ ก้เลยไม่มีปัญหากับเรื่องจริตเพลง แต่มีปัญหาเรื่องข้อกังขาการไลฟ์และร้องสด การอัดในห้องแต่งเสียงได้สารพัดก้เลยมีค่อนขอดว่า มันร้องจริงหมดเรยจิงดิ่ ? แล้วอีกอย่างการพยายามทำงานเอาใจเเฟนแต่ต้องดีด้วยแล้วไม่เครียด มันก้เสี่ยง เพราะอัลบั้มนี้ชัดเจนมาก ทุกเพลงเด่นนะ ไม่ได้เหมือนๆกันไปหมด แบบที่พวกฟังแค่อินโทรแล้วเปิดข้ามเห่าหอน ทุกอย่างทำออกมาแบบเรียบง่ายพอดีๆแต่ไม่มักง่ายนะยะ เพลงทุกเพลงมีที่ทางในแบบที่ฟังและเอาตายได้หมดเลย ก้อาจจะมีพวกฮาร์ทคอร์อาร์แอนด์บี พวกโซลฟูลพวกนั้นยกไปเปรียบกะ เอริก้า บาดู ลอเรน ฮิลล์ หรือเมรี่ย์ เจ แต่เจ๊ว่าอีมาลัยก้เป็นมาลัยนะ ไม่ได้พยายามมจะดำมากขนาดนั้น แต่ อัลับ้มนี้ก้ดำพอสมควรถึงขนาดทำแฟนเจ๊แม่แบะปากอ้วกได้น่ะนะ

เจ๊ชอบ The Impossible มากกกกกกกก ยิ่งมีพรีลู๊ดต่อเกือบ หกนาทียิ่งเริ่ด ไลน์เพลงสวยมาก เสียงกระซิบกระซสาบแล้วก้มิกซ์เสียงลอยๆแบบอวกาศเป็นสะเพซแจมอาร์แอนด์บีไสตล์มิวสิค โซลไชล์หรือจีนูไวน์เก๋มากๆ อีมาลัยก้แต่งเนื้อน่ารักๆๆๆ
Inseparable ก้น่ารักหยิบ Time after time มาล้อเล่นได้แบบมารายยยฆื มาลัยน่ะ คือดัดจริต
Betcha Gon Know เมรี่ย์เจลอยมาหน้าแหกเรย แต่พอคิดว่าเป็นเพลงที่มันแต่งด่า หลุยส์มิเกลหรืออีทอมมี่ก้โฮเค ชอบความเป็นโฏซลข้นๆเข้มๆ ติดแค่สั้นไปหน่อย
H.A.T.E.U.จะดีกว่านี้มาก ถ้ามันไม่กดเสียงซะเป็นกระเทย และเพลาๆหวีดลงหน่อย เพื่อนฝรั่งคนนึงของเจ๊บอกว่าเหมือนเพลง ฟิเนรัล อะนะ
Candy Bling ชอบมากๆๆๆๆ น่ารักตอแหลสมกับอีมาลัย เอา Back in the day ของฮาเอมมาใช้ได้แบบเซอร์ไพรส์ ชอบท่อนคอรัสอะ แล้วยิ่งเบรคดาวน์ตอนแร๊ะตุ๊ดกๆก้ชอบมากๆ เบสเเนน่น คีย์บอร์ดพลิ้วๆ
Ribbon เพลงที่น่าจะดังได้ เหมือนเอาอาลีญ่ายุคเก่าปนเจเน็ทและใส่ อีห่านลงไป เขย่าๆ ลงลวดลายลีลามารยาอีมาลัย ก้กลายเป็นเพลงที่ต้องเป็นมาลัยเท่านั้น ถึงจะร้องได้ เร่ด
Standing O's หน้าป้าตั๊กแตนลอยมาอีกแล้ว บีทกระแทกกระทั้น เสียงโห่แล้วก้เยาะเย้ยของอีมาลัยดูตอแหลมาก ชอบพวกเพอร์เคชั่นและเสียงปรบมือที่เหมือนเป็นดรัมลู๊พแรงๆอะ ประชดได้ดีนะ แต่เนื้อยังแรงกว่านี้ได้อีกนะ เจ๊ว่า
It's A Wrap เหมือน The Roof ยุคใหม่ที่ใส่ความเป็นโซลเยอะกว่า ชอบการเรียบเรียงวิธีร้องแบบนี้ มีท่อนเฟดเอาท์ดีมากถึงมากที่สุด
Languishing เนื้อหาดีมาก ไลน์เพียโนก้ดี น่าสนใจน่าจะทำเป็นเพลงยาวๆไปเลยไหนๆก้ สองนาทีกว่าแล้ว เป็นเพลงที่ทำให้นึกถึง Petals และ Lookin In
Angels Cry พ๊อพและหวานที่สุดแล้วในอัลบั้ม สไลว์แจมเนิบๆซึ้งๆที่คาดหวังได้จากมาลัย ก้ทำได้ดีกว่าที่คิดนะไม่แปลกใหม่ไม่งั้นๆไม่เฉยๆ เป็นเพลงที่ดีเลยล่ะ ขอไลฟ์ประทับใจซะหกนอยเพลงเนื้อหาแบบนี้ โลกยังต้องการเสมอ
I Want To Know What Love Is คัฟเวอร์ได้ดีนะ เป็นกาตอบโจทย์เพลงเก่าเล่าใหม่ได้ดีมากๆ ด่าอะไรไม่ได้เลย เสายแค่สั้นไปหน่อยอีกนั่นแหล่ะ
Up Out My Face เฉยๆนะ ชอบท่อนแร๊พท้ายที่มันด่าเน้นฮาอะ ประสาทสมกะเป็นอีมาลัย ยิ่งมีรัวกลองมาร์ชด้วย ตลกโคตรๆ เลยชอบไปขึ้นมาซะงั้น
More than just friend น่าจะตัดออกนะ ธรรมดาไป Obsessed ที่ว่าแย่ยังดูมีค่าให้พูดถึงกว่า
ส่วน 100 Percent เพลงประกอบหนังของหล่อนก้ดีชิบ หายหัวไปมุดอยุ่โลกไหนซะล่ะ ?

ยังไงเรื่องที่มีคนบอกว่าความเห็นส่วนตัวอะไรนั่น ไม่เห็นด้วยนะ คือการยกมาเปรียบเทียบบางครั้งก้ไม่ได้ช่วยให้โลกทัศน์ดีขึ้นเปิดกว้างขึ้นหรอกนะคะ การมองย้อนไปแต่ข้างหลังมีแต่จะถ่วงความเจริญซะอีก แต่เอาไปมองแต่ข้างหน้าอย่างเดียวก้เห็นแก่ตัวและดูเป็นการลืมกำพืดตัวเองไป ความพอดีเท่าน้นแหล่ะค่ะ ที่สมคววรค่ากับการเลือกหยิบมาใช้ปรับในการอยุ่บนโลกโหดร้ายใบยี้นี้

สุดท้ายก้ฝากบอกน้องแนสอะนะ ว่าคิดถึงนะจ้ะ ดูแลตัวเองด้วย ว่างๆแนะนำเพื่อนฝรั่งหล่อๆมั่งนะคะ เจ๊เบื้อพวกเอเชี่ยนล่ะ ยุ่นเกาหยี เต้าหุ้ฮ่องกง ไต้หวันน่าเบื่อ พวกฝรั่งเพื่อนบูอิกแต่ล่ะตัวก้ติสท์แดกกินไม่ได้ซักตัวที่ทำงานก้กลัวเสียเพื่อน โอะ โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ ล้อเล่นนะจ้ะ ยังไงเป็นห่วงเสมอ เมลล์ มือถือโทรมาคุยได้มั่งนะจ้ะ จุ๊บๆ ไปละ งานยุ่งเวอร์เวินนนค่ะ


ชื่อนี้เป็นชื่อในภาษาแวมไพร์ของแนสน่ะค่ะ เอาจริงๆไปๆมาๆว่าจะใช้แทนชื่อจริงแล้วเพราะตั้งแต่รู้จักกับชื่อนี้แล้วชีวิตเจิดขึ้นมากเลยอยากจะถือเคล็ดแบบชาวบ้านที่เขาแห่เปลี่ยนชื่อกันเป็นแฟชั่นน่ะค่ะ

ส่วนตัวที่หายไปเพราะช่วงนั้นชีวิตเจออะไรค่อนข้างหนักและประสาทเสียไประยะนึงอ่ะค่ะ พออะไรๆมันดีขึ้นมากก็เลยคิดถึงที่ๆเราอยู่แล้วผูกพันและมีความสุขเลยกลับมาเยี่ยมบอร์ดซักระยะนึง (แต่ระยะนึงนี่คงจะยาวอยู่) แต่อย่างที่ได้อำลาไปว่าชื่อ Da Nastina จบแล้วอะไรๆก็จบอ่ะค่ะ ไม่มีสานต่อไม่มีเริ่มใหม่ ปล่อยให้ชื่อนั้นถูกปิดเป็นตำนานไปเลยดีกว่า ส่วนชื่อนี้มีขึ้นเพื่อ เออรีวิวและก็คุยกับคนอ่านที่มาร่วมแชร์ความเห็นน่ะค่ะ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆจะไม่ไปรีพลายบอร์ดหลักเลย

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และความเห็นเริ่ดๆนะคะช่วยเติมเต็มงานรีวิวชิ้นนี้ให้สมบูรณ์และมีทิศทางมากขึ้นทีเดียว

แหม ปิดท้ายได้สง่างามมากค่ะก็พอจะเดาสเป็คพี่มาดามออกนะคะไว้เดี๋ยววันไหนจะลองแนะนำให้ ซึ่งมีหลายระดับนะคะตั้งแต่ติสท์แตกแบบฮิปปี้ซกๆมกๆไปเลยแต่จริงใจและกวนตีนน่ารักมากๆสูบใบยาสูบตราแมวซองละ5บาทกินเหล้าขาวเล่นดนตรีตามถนนข้าวสารยันพวกนายแบบหล่อ ล่ำ ใส สะโอดสะองมีสาวบ้างแต่ออกไปทางน่ารักมีเสน่ห์แต่ส่วนใหญ่คบเป็นแฟนยากค่ะอีโก้จัด รักความสมบูรณ์แบบและที่สำคัญพวกมันทุกคนเป็นประเภทที่เรียกว่า Feel The Beauty ตลอดเวลาเป็นศัพท์ในกลุ่มแนสที่หมายถึงพวกที่แบบลุ่มหลงไปกับความงามของตัวเองน่ะค่ะ พี่มาดามจะเอาแบบไหนเอ่ย ส่วนพวกเอเชียนี่แปลกที่ช่วง3-4ปีนี้มีคนเอเชียมาจีบเยอะมากญี่ปุ่น เกาหลีและโดยเฉพาะสิงคโปรแต่ส่วนตัวอาจจะติดฝรั่งไปแล้วอ่ะค่ะเลยไม่ได้สนใจเอเชียด้วยกันเลย ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร

ขอบคุณนะคะที่ยังรัก คิดถึงและเป็นห่วงแนสเสมอ แต่แหมเอาจริงๆนอกบอร์ดคิดว่าเราน่าจะเคยเจอกันบ่อยมากเลยนะคะพี่เพียงแต่ไม่ได้คุยกันเท่านั้นเองเพราะต่างฝ่ายไม่เคยมีโอกาสได้เข้าหากันเลย ถ้าพี่ไม่รังเกียจวันไหนเจอแนสก็ทักได้นะคะพี่คนบางคนที่เคยเจอแนสอาจจะมองว่าแนสหยิ่ง ร้ายและดูไม่เป็นมิตรแต่จริงๆแล้วไม่ขนาดนั้นหรอก ส่วนตัวเลยก่อนหน้านี้ต้องขอโทษที่เคยเข้าใจพี่มาดามผิดๆไปบ้างเพราะคำพูดของคนบางคน (อันนี้พูดถึงเรื่องในบอร์ดสมัยโน้น) แต่มันสรุปว่าแนสหูเบาและเข้าใจผิดไปเองวันนี้อยากจะบอกว่าเอาจริงๆแล้วแอบนับถือพี่นะด้วยความที่เราสองคนนี่เป็นอะไรที่สุดฤทธิ์เดชกับชีวิตพอๆกันเลย หึหึหึหึ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 3 จาก 3
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com