สาวสวยจากแคนาดาผู้มีเพลงฮิตที่โด่งดัง อย่าง Call Me Maybe ที่สามารถถล่มชาร์ตขึ้นอันดับ1มากมายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในอเมริกาและแคนาดาบ้านเกิดของเธอ สามารถขายได้มากกว่า6ล้านcopiesด้วยกัน นอกจากนี้เธอได้มีเผลงานเพลงduetกับOwl City ศิลปินแนวsynthpopชื่อดัง กับเพลงฮิตอย่าง Good Time ที่peakสูงสุดบนBillboard Hot 100ในอันดับที่8 ถึงอาจจะไม่ฮอตเท่าซิงเกิ้ลแรกที่เปิดตัวในอเมริกาอย่าง Call Me Maybe แต่เพลงนี้ก็ยังสามารถทำชาร์ตได้ดี โดยสามารถติดtop10ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในแคนาดา เพลงนี้ก็สามารถคว้าที่1บนชาร์ตได้อีกครั้ง จากความสำเร็จมากมายนี้ ทำให้ตอนนี้เธอกลายเป็นศิลปินชื่อดังที่มีทั้งProducerและศิลปินชื่อดังมากมายอยากร่วมงานกับเธอ
สำหรับประวัติคร่าวๆของJepsenนั้น เห็นหน้าเด็กๆแต่งเพลงยั่วผู้ชายเป็นสาวใจแตกแบบนี้ ปีนี้เธอจะมีอายุครบ27ปีแล้วนะคะ ส่วนผลงานทางสายดนตรีของเธอนั้น เริ่มต้นมาจากการปรากฏสู่สายตาของผู้ชมจากการauditionในรายการเรียลลิตี้ร้องเพลงชื่อดังทางแคนาดา Canadian Idol ซึ่งเธอสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศลำดับที่2มาได้ และเริ่มมีผลงานอัลบั้มครั้งแรกในปี2008 หลังจากที่demoที่เธอทำร่วมกับวงไปเข้าตาRyan Stewart(producerในอัลบั้มแรกของเธอ)โดยใช้ชื่อว่า Tug of War
หลังจากนั้น3ปี เธอได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ โดยซิงเกิ้ลนี้ยังเป็นเมนไตเติ้ลในมินิอัลบั้มแรกของเธอ อย่างCall Me Maybe ซึ่งปัจจุบันเพลงนี้ได้กลายเป็นเพลงฮิตประจำตัวเธอไปเรียบร้องแล้ว แต่เพลงนี้อาจจะไม่ฮิตได้เท่านี้ได้เลยถ้าJustin Bieber ป็อปสตาร์หนุ่มชื่อดังชาวแคนาดาไม่ได้ไปบังเอิญฟังเพลงนี้และtweetโปรโมตเพลงนี้ ซึ่งนั้นก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักและทำให้เธอได้เเซ็นสัญญากับSchoolboy Records(ค่ายเดียวกับJBและPSY)
Kiss : 67/100%
อัลบั้มนี้ค่อนข้างแตกต่างจากแนวทางของนางที่ปูทางไว้ในอัลบั้มแรกและมินิอัลบั้มCuriosityพอสมควร แต่จะว่าสิ้นเชิงก็ไม่ซะทีเดียว นางยังทิ้งความเป็นนางไว้อยู่ แต่หลายๆอย่างเปลี่ยนไป เห็นได้ชัดพอสมควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบรรดาโปรดิวเซอร์ที่มากมาย ที่รังสรรค์ผลงานอัลบั้มนี้ขึ้นมา ทั้งโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ตัวพ่ออย่าง อย่าง Max Martin, Dallas Austin, LMFAO's Redfoo, Toby Gad, Josh Abraham หรือแม้พวกโปรดิวเซอร์ชั้นรอง ที่ขนมาเสริมทัพในอัลบั้มนี้ Rob Danzen, Josh Ramsay, Kevin James Maher, Oliver Goldstein, Cory Enemy, Mighty Mike และ Matthew Koma ยังไม่รวมโปรดิวเซอร์คู่บุญของนางอย่างRyan Stewart ก็ยังมีส่วนร่วมในหลายๆแทร็ค โดยทิศทางแนวเพลงเในอัลบั้มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นpop danceง่ายๆสไตล์เมนสตรีม มีmixง่ายๆสไตล์คลับแดนซ์ชิลๆ ไม่ซับซ้อน และการันตีเรื่องความ POP ได้เลย มันต้องpopจนเลี่ยน หาอะไรมาล้างหูไม่ทันเลยทีเดียว
จุดเด่น
เพลงป็อปเป็นแนวเพลงประเภทขายง่าย ฟังง่าย ดังนั้นใครชอบป็อปมากๆ แบบถ้าชอบkamikazeบ้านเราได้ ก็ต้องถูกใจอัลบั้มนี้แน่ๆ 555 คือจุดเด่นก็คือมันป็อปมากนั้นแหล่ะ ส่วนตัวโอเคนะ เพราะชื่อชั้นนางก็ไม่ได้มีอยู่แล้ว ที่ดังได้เพราะลูกฟลุ๊คชัดๆ เลยไม่ได้หวังอะไรมากมาย แต่ไม่คิดว่านางจะทิ้งแนวfolk acousticที่นางถนัดมาทำpop dance แต่มันก็ถือว่าไม่เลวร้ายนัก(มั้ง??)
จุดด้อย
เยอะนะ ถ้าจะให้พิมพ์ก็เยอะอยู่ โดยเฉพาะคนที่ไม่อินพวกpop danceเนิบๆ เดินบีทไม่กี่คีย์ ซาวด์ด๊อกแด๊กแบบนี้ แต่ที่ขัดใจที่สุดคือมันฉีกความเป็นนางเกินไป แม้จะเห็นfolk acousticสบายๆบ้าง ก็ดันไปฟีทอีJBอีก แล้วข้อเสียใหญ่ๆเลยนะ แทร็คมันไปแนวเดียวเกิน ไม่ใช่แค่ทิศทางเพลงนะ บีทก็ซ้ำซาก ฟังๆไปเผลอหลับได้เลย
Tracks by Tracks
Tiny Little Bows : 4.5/5
นิยามสั้นๆได้เลยว่าเก๋มาก เปิดตัวด้วยเหล้าเก่าในขวดใหม่ Tiny Little Bowsในversion retroอบอวนไปด้วยกลิ่นฟังกี้ ดิสโก้แบบ70s พร้อมด้วยแซมเพิ้ลจากเพลง Cupid ของSam Cooke จากเพลงfolkรรมดาๆในversionเดิม กลายเป็นpop danceสวยๆ ฉาบไปด้วยดนตรีอย่างold school เดินบีทr&bเรียบๆ แต่การmixนี้เรียกว่าเฉียบคมพอตัว ไม่เสียแรงที่นางยอมremakeแทร็คนี้ใหม่ เพราะตอนนี้ นางได้เป็นเพลงที่ทั้งสดใหม่ ลงตัว และดูไฮแบบว่าสลัดคราบversionเดิมไม่เหลือคราบเลยทีเดียว
This Kiss : 3/5
old school pop danceเบาๆ เจือความเป็นฟังกี้ ดิสโก้สวยๆ เดินบีทเรียบๆไม่หวือหวานัก แต่คุมทิศทางเพลงอยู่ ส่วนการmixกับ synthesizerก็ทำได้พอตัว ไม่เลอะเทอะเกินไป ที่สำคัญแทร็คนี้ยังเป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวพร้อมกับอัลบั้มนี้อีกด้วย จริงๆแทร็คนี้ถือว่าทำได้ดีทีเดียวนะ แต่มันเดินบีทเรียบไปหน่อย ที่สำคัญยังขาดจุดพีค และความเปรี้ยวตลาดแตก จี๊ดๆแบบแทร็คแรก คือฟังได้เรื่อยๆมากกว่า แต่ส่วนตัวยังมองไม่เห็นจุดที่จะเลือกเพลงนี้มาตัดเป็นซิงเกิ้ล เพราะรวมๆแล้วมันดูอ่อนเกินไป
Call Me Maybe : 4/5
ไม่ต้องบรรยายถึงความโด่งดังของเพลงนี้แล้วมั้ง เพราะเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกสายตาทั่วทุกมุมโลก แต่สิ่งที่คาใจหลายๆคนคือ เพลงแบบนี้หรือที่ฮิตกันกระจาย เพราะมันก็แค่ทีนป็อปสวยๆ ดนตรีง่ายๆ ฟอร์มวงกะโหลกกะลาที่ไหนก็เล่นได้ แต่.. นางก็ตอบโจทย์เพลงง่ายๆแบบนี้นี้แหล่ะ ที่เอาทุกสายตาชะงัก ไม่ต้องดัดจริตทำเพลงฟังยาก เขียนเนื้อหาให้กำลังใจพวกบ้านเอื้ออาทร หรือ แหกปากตะโกนเป็นญาติชะนีหรือโลมา การเลือกตอบโจทย์แบบง่ายๆนี้แหล่ะที่ดนตรีสมัยนี้ขาดไป ง่ายแต่ไม่ไร้กึ๋น ไม่ต้องจัดเต็มทุกโน้ตแต่ก็ทรงพลังได้ สูงสุดคืนสู่สามัญของจริง
Curiosity (Kiss Version) : 3/5
ส่วนตัวยังทำใจกับversionนี้ไม่ได้ คือของเก่าทำได้ดีมาก แม้ว่ามันจะพื้นๆก็ตาม เพลงนี้ถือว่าเพลงที่ชอบที่สุดในEPของหล่อนเลยทีเดียว แต่.. versionนี้หล่อนmixได้สาวบางโพมากๆ กะจะเอาไปแข่งกับจ๊ะ คันหูหรือไงค่ะ? คืออะไรที่มันดีอยู่แล้วก็ปล่อยมันไว้แบบนั้นก็ได้นะ
Curiosity (EP Version) : 4.5/5
อย่างที่บอกไปข้างต้น แม้versionนี้จะteen pop danceง่ายๆ เกาเพลงไปพร้อมกีต้าร์โปร่งสวยๆ บีทไม่ต้องเยอะอะไรมาก แค่คลับแดนซ์ธรรมดา แต่มันก็ได้ฟีลมากกว่าversion remixบางโพที่ไม่ได้เข้าอะไรกันเลย ส่วนตัวหักไปนิดหน่อยเพราะเดินบีทแทบไม่ต่างจากCall Me Maybe แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความชอบเพลงนี้ลดลง
Good Time : 3.5/5
ส่วนตัวไม่ค่อยอินกับแนวแบบOwl Cityซักเท่าไหร่แฮะ คือมันออกแนวแบบsynthpop bright bright ฟุ้งๆอะ ถึงจะหนึบๆตามสไตล์คลับแดนซ์เมนสตรีม แต่ฟังดูแบบ สะอ๊าด สะอาด เพลงนี้ก็เป็นแบบนั้นนั้นแหล่ะ คือฟังๆก็so goodจริงๆ บีทเอย ซาวด์เอยก็สวยๆดูดีมีระดับเชียว เพลงก็ติดหูดี ให้อารมณ์ความรู้สึกแบบปาร์ตี้สวยๆ ฟุ้งๆ มีคลาส ไม่ใช่พวกปาร์ตี้ยาอีตามผับตะวันแดงอะไรงี้ แต่ส่วนตัวชอบแบบแรงมากกว่า เอ๊ะ ยังไงละ55 แต่คะแนนก็ไม่ได้อคตินะ ก็มันไม่อินก็ไม่รู้จะให้สูงได้ยังไง แต่ไม่ใช่เพลงมันไม่ดีนะ เพียงแต่ไม่ใช่แนวเท่าไหร่
More Than a Memory : 2.5/5
แทร็คนี้จริงๆก็ไม่เลวร้ายอะไร จริงๆดูเป็นนางมากกว่าทุกแทร็คที่ผ่านมาด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่บอก ว่าที่ดูเป็นนางมากๆ ก็ยังกะลอกเพลงเก่าๆ มาmixใหม่ อัพบีทขึ้น แต่ส่วนตัวก็โอเคนะ เรื่อยๆดี ไม่ได้น่าเกียจอะไร แต่มันก็ธรรมดามากแค่นั้น ก็เลยตัดใจให้แค่2.5 จริงๆก็อยากซัก3เพราะค่อนข้างโอเค แต่สุดท้ายก็เอาแค่นั้นแหล่ะ
Turn Me Up : 2.5/5
คลับแดนซ์เต้นรำสนุกๆทั่วไปนั้น ตัวเพลงก็ป็อปแดนซ์ใสๆเจือsynthesizer ซาวด์ก็เมนสตรีมฟังง่าย บีทก็ประมาณDavid Guettaถึงจะไม่หนึบและข้นคลักเท่า แต่ก็ฟีลเดียวกัน
Beautiful : 3.5/5
folk acousticเพราะๆ สไตล์ที่นางถนัด เพลงก็easy listeningฟังง่ายๆ หวานๆ ที่สำคัญ duetกับอีBieberด้วย แต่ก็โอเคนะ เพราะดี
Tonight I'm Getting Over You : 3/5
ตอนแรกเห็นMax Martinเป็นโปรดิวซ์ให้เพลงจะเป็นยังไง ต๊ายยยย ปาร์ตี้มากค่ะ นึกว่าDavid GuettaหรือPitbullมาโปรดิวซ์ให้เอง แดนซ์กระจาย ไม่กัก แบบnonstopสุดๆ เป็นอิเล็กโทรนิกแดนซ์เต็มตัวทีเดียว ถึงจะโหลมากๆ แต่ให้ผ่านนะ อิอิ
Guitar String / Wedding Ring : 2/5
เพลงนี้ได้โปรดิวเซอร์Call Me Maybeมาดูให้อีกครั้ง จริงๆตัวซาวด์ ตัวบีท การเดินจังหวะถือว่าน่าสนใจ ฟังๆแรกๆนึกถึงอีแขอ่ะ บีทกลองสดแน่นๆ synthesizerหรือพวกeffect กี้ต้าไฟฟ้า รวมทั้งmixอะไรเทือกนี้ ก็ดูเข้าท่าดี แต่พอเข้าฮุคเท่านั้นแหล่ะ บีทเดินได้เอื่อยแปลกๆ คือฟังเพลินๆแล้วพอฮุคกลับยืดๆเหมือนตอนอัดแล้วเทปเสีย มันดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ คือสรุปเลยว่ามันไม่เข้ากันมากๆ รวมๆออกมาแล้วเฟลอ่ะ
Your Heart Is a Muscle : 3.5/5
เพลงช้าเพลงเดียวในอัลบั้ม ตัวเพลงเป็นเพียโนบัลลาดป็อปอาร์แอนด์บี คอนเทมโพลารี่ ตัวเพลงกล่าวถึงความรักงมงายๆ เศร้า เหงา รัก แบบวัยรุ่น โดยเปรียบเปรยว่า Your Heart Is a Muscle แม้รวมๆแล้วจะน้ำเน่าทั่วไป แต่เพลงนี้นางก็สื่ออารมณ์ได้ดีนะ ทำให้เชื่อจริงๆนางเศร้ามาก นางผิดจริงๆ นางจะทำทุกอย่างเพื่อความรักของนางคืนมา อินเนอร์ตรงนี้ฉันให้เต็มนะ ไม่ต้องแหกปากตะโกนจนหลอดเสียงอักเสบ ก็ทรงพลังได้
สรุป
อัลบั้มนางก็ป็อปจ๋าอย่างที่บอก ส่วนตัวก็โอเค แต่ชอบEPนางมากกว่า เพราะชอบนางในตัวตนแบบนั้นแต่แรกด้วย แต่แทร็คโดนในอัลบั้มนี้ก็มีบ้าง ถึงหลังจะเอื่อยไปบ้างก็ตาม ถ้าถามว่าให้ผ่านมั๊ย ก็50/50 คือส่วนตัวฟังไม่เคยจบอ่ะ ฟังแล้วง่วงมาก ก่อนรีวิวก็ทำใจแล้วว่าเขียนครั้งนี้ต้องช้ากว่ากำหนดแน่ เพราะเขียนได้ทีละเพลง เพราะยิ่งฟังแล้วอยากหลับมาก แต่มันก็ไม่แย่เกินไป(มั้ง??) แต่ถ้าใครเป็นแฟนขาป็อปแบบป็อปลูกกวาดก็ฟังได้ ก็ถือว่าเป็นอัลบั้มไม่เลวนะ ทิศทางเพลงก็ไปทางเดียวกันดี ไม่มีแทร็คโดดจนปรับอารมณ์ไม่ทันอะไรมากนัก สำหรับตัวรีเองก็ขอฟังแก้ขัดอัลบั้มอีแมวไปก่อนชั่วคราว ส่วนครั้งหน้าจะรีวิว เพลงใหม่ของเหล่าสาวๆบนชาร์ตBillboardสัปดาห์หน้าละกัน จะมีใครบ้างไปลุ้นเอาค่ะ
แก้ไขล่าสุดโดย nini เมื่อ Fri Sep 28, 2012 1:49 am, ทั้งหมด 5 ครั้ง
_________________













