˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
Britney Spears : Oops!...I Did It Again (Myspace#63)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ Britney Spears : Oops!...I Did It Again (Myspace#63) 


Britney Spears : Oops!...I Did It Again : Dance-Pop/Teen Pop/R&B (75%)


บางทีก็เป็นเรื่องตลกเหมือนกันสำหรับคนเราเมื่อยามที่โตขึ้นและมักจะสลัดตัวเองออกจากสิ่งที่เคยรักและมีอิทธิพลทั้งต่อชีวิตประจำวันและความรู้สึกของตัวเราโดยเหตุผลง่ายๆที่ว่า "มันไม่ใช่อีกต่อไป!!!" แต่ความโหดร้ายของความก้าวหน้าและการเวลาก็แฝงข้อดีไว้ในตัวคือ...เมื่อวันหนึ่งเรากลับมาหาสิ่งที่เคยเป็นตัวตนของเรา เราจะสามารถมองสิ่งนั้นได้อย่างกว้างขึ้น ลึกซึ้งขึ้นและยุติธรรมคือตลอดจนไขคำตอบที่อัดแน่นอยู่ในใจถึงเหตุผลที่เราเคยรักและเทิดทูนในสิ่งๆหนึ่งนักหนาที่ตอนนั้นมันอาจจะดูน่าอายไม่เข้าท่า แต่วินาทีนี้เมื่อเดินกลับมาหาอีกครั้งกลับได้เห็นว่าในสิ่งที่ดูฉาบฉวยดูไม่เก๋ไก๋ฉลาดเฉลียวที่เราเคยคิดเคยเชื่อมั่นเต็มประดาว่าดีอย่างถึงที่สุด ท้ายที่สุดแล้วก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราจริงๆและแน่นอนเป็นสิ่งที่เราควรจะยืนหยัดยอมรับอย่างไม่อายว่าครั้งหนึ่งทั้งหมดของความเป็นตัวตนของเราเคยถูกสะท้อนออกมาอย่างครบถ้วนและเปี่ยมสุขโดยสิ่งๆนี้

เช่นเดียวกันกับอัลบั้ม Oops!...I Did It Again ของบริทนี่ย์ซึ่งครั้งหนึ่งก็ต้องขอยอมรับอย่างไม่อายว่าเป็นงานดนตรีที่มีอิทธิพลกับตัวดิฉันเองมากที่สุดในช่วงเวลานั้นๆเลยทีเดียว ถึงขั้นที่ส่วนตัวอยากจะขอออกปากว่าเป็นงานดนตรีที่เรียกได้ว่ามอบความสุขให้มากมายมหาศาลที่สุดชนิดที่ไม่ค่อยจะเกิดกับงานของศิลปินท่านไหนๆเลย - - แม้กระทั่งศิลปินที่เรียกได้ว่าชอบที่สุดแล้วของขณะนี้อย่างคริสทิน่าและมาดอนน่าก็ไม่เคยมอบความรู้สึกแบบที่งานของบริทนี่ย์ชุดนี้ (และแน่นอนชุดแรกเป็นอะไรที่สุขยิ่งกว่าสามเท่า) มอบให้ - - จะว่าไปเป็นความรู้สึกครั้งที่สี่ของชีวิตที่ทิ้งห่างจากช่วงสองอัลบั้มแรกของสไปซ์เกิร์ลและงานอัลบั้มชุดแรกของตัวบริทนี่ย์เอง...ณ วันนี้เวลาน่าจะผ่านไปประมาณ10ปีเห็นจะได้แล้วแต่ล่าสุดเพิ่งมีโอกาสได้ย้อนกลับไปฟังอัลบั้มชุดนี้อีกครั้งเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วความรู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมแบบที่เคยสัมผัสในวินาทีแม้จะไม่รุนแรงเท่าแต่ก็ยังอยู่ ในขณะที่คำครหาในใจที่ว่า "ทำไมผู้หญิงคนนี้ที่โอเคเป็นคนร้องเพลงเพราะนะแต่ไม่ได้มีวิสัยทัศน์ทางดนตรีโดดเด่นหรือพลังเสียงที่ชวนขนลุกใดๆ แนวโน้มของพัฒนาการในการทำงานอย่างต่อเนื่องก็งั้นๆ...มันยังยืนยงได้รับการขนานนามเป็นว่าเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงพ็อพจวบจนทุกวันนี้ได้อย่างไร (เมื่อคู่ต่อสู้คนอื่นๆเอาจริงๆแล้วถ้าไม่นับเรื่องเต้นหรือชื่อเสียงแล้วแน่กว่านางหอกคนนี้เยอะ)?"...

...คำตอบที่ได้เป็นอะไรที่กระจ่างชัดและแน่นอนไม่เหลือคำถามหรือข้อครหาใดๆไว้ให้สบประมาทเธออีกแล้วกับคำตอบง่ายๆที่ว่า - - เพราะทำเพลงพ็อพได้ถึงขนาดนี้น่ะสิถึงได้รับสมญาว่าเป็นเจ้าหญิงเพลงพ็อพ มุมมองในวัย24ของดิฉันในวันนี้ที่ย้อนกลับไปมองงานของบริทนี่ย์ในวันนั้นต้องขอบอกว่าคารวะในตัวผู้หญิงคนนี้มากเพราะได้เห็นว่าเธอเข้าใจจิตวิญญาณของความเป็น "พ็อพ" อย่างถ่องแท้ตีแตกทั้งในเรื่องของอุปสงค์ทางตลาด วัฒนธรรมของอาณาจักรกระแสหลักในช่วงเวลานั้นๆว่าคนฟังต้องการอะไรและแน่นอนการจะทำอัลบั้มเพลงพ็อพกะโหลกกะลาวัยรุ่นสักอัลบั้มให้ขึ้นเป็นตำนานนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ส่วนตัวแนสทิน่าเป็นคนที่รักเพลงพ็อพจ๋าๆตลาดจ๋าๆๆๆๆฟังง่ายๆสบายๆยิ่งงานทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมพ็อพแบบนี้ยิ่งมักหลาย....วันนี้สงสัยในตัวเองมากกว่าว่า "เอ ทำไมช่วงเวลานั้นเราถึงมองพลังในตัวมันไม่เห็นเพราะคิดว่ามันก็แค่งานพ็อพวัยรุ่นตลาดๆทั่วไป?"

ในฐานะนักวิจารณ์เพลงที่นับวันก็ฟังเพลงมากขึ้นเรื่อยๆหลากแนวขึ้นเรื่อยๆและอาจจะมีเรื่องมากบ้างเป็นบางโอกาส งานอย่าง Oops! I Did It Again จึงอาจจะเป็นงานที่ไม่ค่อยมีความหมายจนถึงขั้นออกจะน่าอายสำหรับคนที่ฟังเพลงมาก แต่วันนี้สิ่งดีๆที่ได้มองเห็นในอัลบั้มนี้คึอความเป็นงานทีนพ็อพที่ทำออกมาได้ "ถึง" เกินหน้าเกินตาศิลปินพ็อพในยุคนั้นจึงไม่น่าจะแปลกใจที่บริทนี่ย์คนนี้จะได้รับเครดิตมากกว่าใครเพื่อนและแน่นอนโดนด่าสับโขกเสียผู้เสียคนมากกว่าศิลปินทีนพ็อพมิลเลเนียมท่านไหนเพราะว่าเธอได้หลอมตัวเองให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Pop Culture ในช่วงเวลานั้นไปแล้วทั้งรูปแบบดนตรีที่เป็นสูตรสำเร็จของตัวเองรวมถึงทุกสิ่งที่เป็น "บริทนี่ย์ สเปียรส์" ทุกแทร็คในอัลบั้มนี้สามารถสะท้อนถึงวัฒนธรรมของคำว่า "พ็อพ" สากลโลกได้ครบถ้วนทุกใจความไม่แพ้อัลบั้มแรก ตั้งแต่ย่างก้าวที่แข็งแกร่งและทรงพลังขึ้น - - แต่ความดีอาจจะไม่เท่าเดิม - - ใน Oops! I Did It Again ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่ก็เป็นหนึ่งในเพลงโลโก้ตลอดกาลของบริทนี่ย์ไปแล้วและอีกเพลงกับ Stronger ที่แม้ว่าจะโดนครหาว่าเป็นรีไซเคิลของ Baby One More Time และ (You Drive Me)Crazy เพลงเก่งจากงานชุดที่แล้ว - - พ็อพเต้นรำที่เจือบีทอาร์แอนด์บีและอิเล็คโทรนิคเก๋ไก๋ปะแล่มๆอันเป็นสัญลักษณ์ที่ศิลปินพ็อพวัยรุ่นทั่วโลกทำกันอย่างแพร่หลายในเพลงแรก เช่นเดียวกันกับการเหยาะความเป็นร็อคกระชากๆเพิ่มความเป็นสาวเท่ห์ มั่นและดิบในเพลงหลัง - - แต่ก็เป็นตัวแทนและสัญลักษณืสูตรสำเร็จของดนตรีพ็อพยุคมิลเลเนียมไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย (I Can't Get No) Satisfaction คัฟเว่อร์จากวงร็อคระดับตำนานสุดอมตะอย่าง Rolling Stones ที่นำมาปัดฝุ่นในแบบฉบับอาร์แอนด์บีพ็อพแบบบริทนี่ย์ก็นับว่าเปรี้ยวได้ถึงขั้นเกือบจะเป็น Destiny's Child ภาคโซโล่ได้เลย ในขณะที่เพลงเร็วเพลงอื่นๆในอัลบั้มอย่างCan't Make You Love Me,Don't Go Knockin' On My Door และ What You See Is What You Get นี่ก็เดินรอยตามสูตรสำเร็จของการทำดนตรีแบบบอยแบนด์ที่โด่งดังประสบความสำเร็จมากในช่วงเวลานั้นอย่าง Backstreet Boys และ Nsync ทำเอาอดคิดถึง Femme Fatale ที่รวมสูตรเด็ดแห่งยุคทั้งหมดทั้งมวลไว้ในอัลบั้มเดียวในภาคทีนพ็อพไม่ได้ One Kiss From You นี่เหมือนกับงานทีนพ็อพดิสโก้โฉ่งฉ่งแต่เพราะติดหูในงานชุดแรกอย่าง Deep In My Heart มาอารมณ์ใสๆแบบเดียวกันนั่นแหละ ในส่วนของ Lucky ที่ส่วนตัวคิดว่าด้อยที่สุดในอัลบั้มด้วยความเป็นบับเบิ้ลกัมพ็อพที่ดูกลวงที่สุดแล้วในบรรดาสมาชิกทั้งหมดก็ยังมีข้อให้ชมตรงภาคเนื้อหาที่ฟังแล้วเรียบเรียงมาเป็นเรื่องเป็นราวพร้อมบรรจุขายลงแผ่นซิงเกิ้ลบวกมิวสิควิดีโอเสร็จสรรพแถมยังสอดคล้องกับภาพลักษณ์เวอร์จิ้นบริสุทธิ์เสมอของเจ๊หอกในช่วงนั้นอีกต่างหาก (แหมฝ่ายการตลาดนี่ช่างอัจฉริยะเกินคน) ในส่วนของบัลลาดนี่ต้องบอกว่าทุกเพลงร้อยเรียงออกมาได้เพราะหมดตั้งแต่ Don't Let Me Be The Last To Know ที่ได้ชาไนญ่า ทเวนและมุทแลงก์มาร่วมแต่งเป็นเพลงพ็อพบัลลาดแบบทีนดิว่าที่มีความเป็นคันทรี่ย์โดดเด่นงามระยับแถมด้วยการโชว์ลูกเล่นพลังเสียงในการร้องของบริทนี่ย์ที่แถบจะหาชมหาฟังอะไรที่เพราะขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้วในยุคนี้ When Your Eyes Say It อาร์แอนด์บีพ็อพหวานๆลอยละล่องที่เนื้อหาโรแมนติคและเหงาจับใจ Where Are You Now ก็เป็นบัลลาดที่ดีสำหรับใครที่ยังไม่เคยรู้จักบริทนี่ย์ในภาคที่โชว์เนื้อเสียงเน้นๆและถ่ายทอดอารมณ์ผ่านดนตรีบางๆเจือจางเรียบง่ายแต่ขอโทษทีเข้มข้นทรงพลังกรีดใจ...เธอก็เคยมีบัลลาดที่เพราะและทรงพลังไม่แพ้คริสทิน่า เจสซิก้าหรือบียอนเซ่เช่นกัน Girl In A Mirror,Heart,Dear DiaryและYou Got It All เป็นพ็อพบัลลาดเพราะอารมณ์บริสุทธิ์อ่อนหวานละเมียดละไมแบบที่คนรักบริทนี่ย์เคยติดใจในงานชุดแรก ต๊ายยย เขียนเพลินหมดอัลบั้มซะแล้วเหรอคะ!!!

อีกหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของกาลเวลาคือ "พิสูจน์คนและผลงาน" วันนี้ดีใจที่ได้เห็นหนึ่งในคนที่โดนครหาที่สุดยังคงยืนหยัดบนความเป็นแถวหน้าสุดของอุตสาหกรรมดนตรีอย่างเหนียวแน่นโดยมีวัฏจักรอันเขี่ยวกรากของวัฒนธรรมกระแสหลักเป็นทาสอยู่แถบเท้าเสมอ เช่นเดียวกับ Oops!...I Did It Again ที่อาจจะดูเหมือนงานโง่ๆฉาบฉวยทำออกมาหลอกขายหลอกฟันเงินเด็กวัยรุ่นที่หลงรักเพลงพ็อพในยุคนั้น วันนี้ได้กลายเป็นอัลบั้มเพลงพ็อพที่ดีและทรงค่าระดับตำนานไม่แพ้งานของมาดอนน่าหรือไมเคิ่ล แจ็คสันไปแล้ว บริทนี่ย์อาจจะไม่ได้เก่งเท่าสองคนนั้นนะคะแต่เชื่อว่า Pop Culture รักเธอคนนี้ไม่น้อยไปกว่าท่านราชาและมหาราชินีเพลงพ็อพนั่นเลยทีเดียว...บางทีคนเราต้องดูกันยาวๆจริงๆอ่ะนะ

ป.ล. พูดแล้วก็เสียวไส้ว่าวันหนึ่งอัลบั้มของKe$haอาจจะกลายเป็นอัลบั้มพ็อพที่เป็นตำนานก็ได้ หึหึหึ อย่าให้มีวันนั้นเลย


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อีกหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของกาลเวลาคือ "พิสูจน์คนและผลงาน"



คำพูดคำนี้ของพี่ดาเนสทิน่า ทำให้ผมขนลุก จนวันนี้ไม่รู้ว่าคนอื่นจะหาว่ายกหางบริทหรือไม่ แต่เวลาพิสูจน์จริงๆว่า บริทนีย์จะเป็น 1 ในผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงดนตรีเพลงป็อบไปอีกนานแส้นนานจริง รักเธอนะ หอกศรี ^_^


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
บอกเป็นพันครั้งแต่ก็ขอบอกอีกครั้งว่า พาราไม่ใช่แฟนคลับของบริทนี่ย์เลย แต่ก็ฟังบ้างประปรายๆ จุดที่เด่นที่สุดของเพลงบริทนี่ย์คือเธอจริงใจที่จะสื่อลงงไปในเพลง ไม่ต้องไปทำอะไรมันมาก ทำให้เข้าถึงง่าย ฟังง่าย และรู้สึกว่า "เออ ประทับใจหว่ะ"

ส่วนเคชช่า เอิ่ม ไม่มั้ง ถ้เคธี่อาจจะพอปะล่อมปะแล่มหน่อยนะครับผม!!!

ปล.เจ๊ ขอรีเควสต์รีวิวสี่ดรุณาภาคสองได้ไหมอ่ะ เพราะจากตอนนั้น ตอนนี้ทั้งสี่นางก็มีอัลบั้มใหม่ไปคนละอัลบั้มแล้ว ไม่ก็น้องดัฟฟ์อัลบั้มแรกก็ได้ 555+


_________________

April fighting! + angel Sojin�
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ถึงแม้ว่าอัลบั้มนี้อาจจะไม่ได้ฟังครั้งแรกแล้วชอบเลยเหมือนอัลบั้มบริทนี่ย์หรืออินเดอะโซน แต่ทุกๆเพลงในอัลบั้มนี้ก็เป็นเพลงที่ชอบมากๆเลยถึงแม้ว่าจะไม่ได้มากที่สุด เพลงของบริทตลอดเจ็ดอัลบั้ม รวมถึงเพลงที่นางไม่ได้รีลีส และเวลานับสิบปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า บริทนี่แหละคือผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในทศวรรษ'00 เหมือนที่มาดอนน่าเป็นในยุค90 และเชื่อว่าบริทนี่อาจจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดในทศวรรษนี้ต่อก็ได้(แต่จริงๆไม่ห่านก็กาก้าเหอะ) สักวันบริทนี่จะทำเพลงป็อประดับมาซเตอร์พีซให้คนอื่นได้เห็น และลบคำสบประมาทได้ไม่มากก็น้อยแหละ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ส่วนตัวอัลบัมนี้ใครบอกไม่พัฒนาเดี๊ยนไม่รู้นะคะ แต่ส่วนตัวคิดว่างานเพลงของบริทพัฒนาตัวเองในทุกอัลบัม ตั้งแต่ BOMT ที่ดูแบบไร้เดียงสามากๆ พอมาถึงอัลบัม Oops! ดูเป็นอะไรที่พัฒนาตัวเองในด้านเสียงร้อง พอมาอัลบัม Britney มีการใส่ลูกเล่นความเป็นพ็อพที่หนังแน่นกว่าเดิม มีการใช้ดนตรีแปลกใหม่ In The Zone ก็ใส่ฮิพฮอพ อาร์แอนด์บี แล้วมา BO ก็ให้ความหนังแน่นได้เป็นอย่างดี ต่อมาด้วย Circus ก็ยังคงดึงดูดความเป็นตัวเองของบริทออกมาได้อีกเหมือนกัน แล้วก็พัฒนาลูกเล่นด้วยเสียงออโต้จูนที่ทรงพลัง 55555 และล่าสุดกับ Femme Fatale ก็ขึ้นหิ้งเป็นสุดยอดอัลบัมของปีนี้แล้วคะ

เห็นด้วยกับพี่แนสที่ว่า บริททำผลงานออกมาได้แบบเข้าถึงคนฟังมากๆ คือฟังแล้วรู้สึกชอบ ไม่ใช่ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเจ๋ง แกรมมี่ 30 ตัวซ้อนไรงี้อะ คือคนเรามักเข้าใจในจุดๆ นี้ผิดกัน อย่างบริท เดี๊ยนว่าทำเพลงออกมาไม่ได้แคร์รางวัลเท่าไหร่ แต่นางแคร์แฟนเพลงของนางมากกว่า ว่าแฟนๆ จะชอบมั้ย แต่ถ้าอย่างคนอื่นๆ เช่นกาก้าหรือบียอนเซ่ อาจจะแคร์กับด้านรางวัลมากกว่า แฟนๆ ก็จะพากันอวยไปตามเรื่อง ซึ่งก็ไม่แปลก แต่ถ้ามาเทียบกับอีบริท งานที่ทำออกมาเดี๊ยนว่ามันคนละจุดประสงค์กันอย่างสิ้นเชิง

ส่วนอัลบัมนี้ เอามาฟังทีไรก็สัมผัสถึงความเป็นตัวแม่แห่งวงการเพลงได้อย่างทรงพลังจริงๆ เป็นอัลบัมที่เรียกได้ว่า แทบจะเป็นจุดที่บริทพีคสุดๆ ในวงการเลย (อารมณ์แบบกาก้าตอนนี้แหละ)



_________________
CLICK

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อัลบัมนี้ชอบทั้งอัลบัมเลยค่ะ


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชอบอัลบั้มนี้ที่สุด มีความประทับใจหลายอย่างในอัลบั้มนี้


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไม่เคยคิดว่าจะมีคนสนใจ Where Are You Now like like


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com