˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
~ Forward to you กระทู้ [7] ยุคทองของ Soundtrack ~
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ ~ Forward to you กระทู้ [7] ยุคทองของ Soundtrack ~ 






สวัสดีครับ ช่วงนี้ฝนก็เริ่มห่างหายไปจากบ้านเราแล้ว อากาศเลยกลับมาร้อนแบบมั่กๆ ร้อนจริงๆช่วงนี้

เอาล่ะ ร้อนๆแบบนี้ หาเครื่องดื่มเย็นๆมาดื่มพร้อมเปิดกระทู้นี้อ่านเพลินๆดีกว่าเนอะ ^^














- นางอองซาน ซูจี ยังคงเยี่ยมชมเมืองพุกามเป็นวันที่ 4 โดยมีชาวบ้านออกมาติดตามความเคลื่อนไหวของเธอมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของตำรวจนอกเครื่องแบบ





- กองกำลังฝ่ายกบฏของลิเบียสามารถรุกคืบหน้าเข้าใกล้กรุงตริโปลีมากขึ้น ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังฝ่ายกบฏประกาศว่า ในไม่ช้านี้จะถึงวันอวสานของ พ.อ.โมฮัมมาร์ กัดดาฟี





- นายเจมส์ เมอร์ดอช ซึ่งเป็นประธานของหนังสือพิมพ์นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ในอังกฤษที่กำลังเกิดเรื่องอื้อฉาวกรณีดักฟังโทรศัพท์เพื่อนำมารายงานเป็นข่าวกล่าว ยอมรับว่า ถ้าการกล่าวหาเป็นเรื่องจริงก็นับว่าเป็นการผิดจรรยาบรรณและจริยธรรมสื่อ ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (10 ก.ค.) หนังสือพิมพ์นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ จะตีพิมพ์เป็นฉบับสุดท้ายโดยไม่มีโฆษณา แต่หากจะมี ก็จะอุทิศให้กับการกุศลหรือเพื่อความดีงาม สำหรับพนักงานประมาณ 200 คนนั้น ก็จะแนะนำให้ไปสมัครงานใหม่ภายในเครือ





- องค์การนาซ่าของสหรัฐฯ ประกาศแผนการสำรวจอวกาศใหม่ในอนาคตว่าจะเป็นโครงการพามนุษย์ไปให้ไกลกว่าดาวเล็กดาวน้อยหรือดาวอังคาร





- เทศกาลวิ่งวัวซาน เฟอร์มิน (San Fermin) ในเมืองปามโปลน่า (pamplona) ของสเปน เปิดฉากด้วยบรรยากาศที่คึกคักเหมือนกับทุกปี เมื่อฝูงชนผู้กล้าบ้าบิ่นและนักท่องเที่ยวที่ชอบเสี่ยงตายจากทั่วโลกพากันวิ่งหนีกระทิงดุ 6 ตัวที่ถูกปล่อยออกมาจากคอกให้วิ่งไล่คนไปตามถนนแคบๆ เริ่มงานก็มีคนถูกกระทิงขวิดได้รับบาดเจ็บไปแล้ว 4 คน





- สนามฟุตบอลในเมืองเอ็นส์เชเด้ (Enschede) ของเนเธอร์แลนด์พังถล่มขณะที่กำลังมีการซ่อมแซมปรับปรุง โดยส่วนของหลังคาซึ่งเป็นเหล็กและปูนพังครืนลงมาทับคนงานเสียชีวิต 1 คนและติดอยู่ในซากปรักหักพังอีกหลายคน หน่วยกู้ภัยต้องระดมกำลังหาช่วยเหลือ มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 14 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 คน





- ฝนระลอกใหม่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับมณฑลเสฉวนของประเทศจีน โดยเฉพาะในเมือง "บาจง" และ "กวงหยวน" ได้รับผลกระทบหนักที่สุด จุดที่มีฝนตกหนักที่สุดวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 300 มิลลิเมตร โดยมีชาวบ้านพบศพหมีแพนด้าในหมู่บ้าน "หยิงซิ่ว" ซึ่งคาดว่าตายเพราะจมน้ำ ฝนตกระลอกใหม่ตกติดต่อกันนาน 3 วัน 3 คืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน





- เกิดหิมะตกในทะเลทรายประเทศชิลี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก และ ยังเป็นหิมะแรกในรอบเกือบ 20 ปี

หิมะที่ตกในทะเลทราย อะตาคาม่า ของชิลีจุดที่มีหิมะตกหนักที่สุดวัดปริมาณได้ 80 เซนติเมตรส่งผลให้ต้องปิดถนนบางเส้นทางเนื่องจากมีรถติดอยู่กลางหิมะหน่วยกู้ภัยต้องเข้าไปช่วยผู้ที่ติดอยู่กลางหิมะ 36 คน สื่อมวลชนท้องถิ่น ประเมินว่า อุณหภูมิจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็งไปอีก 48 ชั่วโมง ทั้งนี้ทะเลทรายอะตาคาม่า ถือเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก และ นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีที่มีหิมะตกในพื้นที่นี้





- ย่านเยอองเดอังโป (Yeongdeungpo) ซึ่งเป็นแหล่งค้าประเวณีที่ขึ้นชื่อในกรุงโซลของเกาหลีใต้ กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์การต่อสู้ของกลุ่มสตรีขายบริการที่ปักหลักต่อสู้กับการกวาดล้างของตำรวจ โดยพวกเธอประกาศจะต่อสู้จนถึงที่สุดและได้ตระเตรียมอาวุธเป็นระเบิดเพลิงและวางถังแก๊สไว้บนถนนเพื่อรับมือตำรวจที่จะยกกำลังเข้ามากวาดล้าง





งูเหลือม 2 หัว กลายเป็นของรักของหวงของเจ้าของร้านขายสัตว์เลื้อยคลานในเมืองวิลลินเก้น ชเวนนินเก้น ทางภาคใต้ของเยอรมนี โดยเจ้างูเหลือม 2 หัวนี้ฟักออกจากไข่มาได้ 1 ปีเต็มและเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์ เนื้อตัวก็เหมือนกับงูเหลือมทั่วไปต่างกันตรงที่มี 2 หัว ซึ่งสัตว์ที่เกิดมาแปลกประหลาดส่วนใหญ่มักจะตายตั้งแต่ยังเล็ก แต่เจ้างูเหลือม 2 หัวตัวนี้กลับมีชีวิตรอด ที่สำคัญทั่วโลกมีอยู่แค่เพียง 2 ตัวเท่านั้น ทำให้เจ้าของยังลังเลว่าจะขายหรือจะเก็บไว้ดี





- สถานการณ์ภัยแล้งในทวีปแอฟริกาเลวร้ายลงทุกขณะ โดยเฉพาะในบริเวณสามเหลี่ยมพรมแดนระหว่างเคนย่า, เอธิโอเปีย และโซมาเลีย ซึ่งกลายเป็นพื้นที่วิกฤตความอดอยาก ทำให้ชาวบ้านและผู้อพยพล้มตายไปแล้วหลายร้อยคน





- รัฐมนตรีสาธารณสุขของอินเดียชี้แจงเรื่องที่วิจารณ์กลุ่มคนรักร่วมเพศว่าเป็นเชื้อโรคและผิดธรรมชาตินั้น ไม่ต้องการทำร้ายจิตใจของใครเพียงแต่แสดงความเป็นห่วงเท่านั้น แต่เรื่องนี้ทำให้เกิดกระแสต่อต้านและเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง



- องค์กรการกุศลของอังกฤษเรียกร้องให้ประเทศผู้บริจาคช่วยกันบริจาคเงิน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในทวีปแอฟริกาที่อยู่ในภาวะอดอยาก เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุดในรอบ 60 ปี





- สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำ กรุงปารีส เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556 (World Book Capital 2013) จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การเน้นการส่งเสริมการอ่านในชุมชน และการแสดงเจตนารมณ์ของไทยที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

- คณะกรรมการโอลิมปิกสากลเริ่มเปิดการประชุมแล้วเมื่อวานนี้ เพื่อเตรียมโหวตเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูหนาว 2018 วันนี้ ซึ่งมีผู้เข้าชิง 3 ประเทศได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี และเกาหลีใต้



ที่มา : thaipbs.or.th







กินอาหารในรถ..เพาะเชื้อโรคร้าย



การนำอาหารขึ้นไปกินบนรถอาจเสี่ยงต่อสุขภาพ หลังการศึกษาพบในรถมีเชื้อโรคเกี่ยวกับอาการอาหารเป็นพิษการติดเชื้อที่ผิวหนัง-อาเจียน

ในการจัดทำรายงานการวิจัยให้แก่ห้างค้าปลีกอุปกรณ์เสริม 'ฮา ลฟอร์ดส์' ของอังกฤษ นักวิจัยได้นำสำลีไปเช็ดภายในรถยนต์ที่เป็นรถครอบครัว และพบแบคทีเรียบาซิลลัส ซีเรียส และสแตฟฟิโลค็อกคัสภายในรถยนต์ ซึ่งรวมทั้งบริเวณพวงมาลัย หัวเกียร์ และที่จับประตู

ทั้ง นี้ เชื้อสแตฟฟิโลค็อกคัส สามารถติดต่อได้จากคนสู่คนและทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น แผลพุพอง โดยพบเชื้อนี้ที่ประตู พวงมาลัย ใต้เบาะ ส่วนเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส คือแบคทีเรียที่สามารถสร้างสปอร์รอคอยสภาพที่เหมาะสม เช่น เมื่อเปิดเครื่องทำความร้อนภายในรถยนต์ การจอดรถไว้กลางแดด หรือการทิ้งอาหารไว้ในรถ แล้วเชื่อนี้ก็จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดการติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง โดยแบคทีเรียชนิดนี้อาจแฝงตัวอยู่ในเบาะที่นั่ง ที่จับประตู คันเกียร์ พรม ใต้เบาะ นอกจากนั้นยังพบในฝุ่นหรือดินที่ติดขึ้นมากับรองเท้า เท้าสัตว์เลี้ยง

งานวิจัยนี้ จัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า เชื้อโรคร้ายสามารถซ่อนตัว อยู่ในรถยนต์และรอเวลาที่เหมาะสมในการโจมตี เว้นแต่ว่าเจ้าของรถจะทำความสะอาดรถสม่ำเสมอ

การ ทดสอบนี้มาจากการเก็บตัวอย่างเชื้อโรคจากที่จับประตู พวงมาลัย หัวเกียร์ ปุ่มวิทยุ ใต้เบาะ พรมที่มักเป็นที่วางถุงชอปปิ้ง และนำไปให้ห้องวิจัยอิสระวิเคราะห์

ที่มา : สสส.




ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ




เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กาแฟและ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกโจมตีว่า ทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้หรือทารกน้ำหนักน้อย เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยนั้นปลอดภัย และอาจให้ผลดี ถ้าดื่มให้เป็น

นอกจากนี้กาแฟยัง ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ และสำหรับนักกีฬาเพิ่มความทนและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน

สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะ ต้องการแก้ง่วง นักวิจัยแนะนำให้ดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น แทนที่จะดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.)ในตอนเช้า ให้ดื่มเพียงครั้งละ 2-3 ออนซ์ (60-90 มล) แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาทีและจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย
ของดีในกาแฟ

นักวิจัยของศูนย์วิจัยของศูนย์วิจัยใหญ่ในสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งมีบริษัทขายกาแฟรายใหญ่ของโลกพบว่า
เมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้นกับชนิดของกาแฟ

กาแฟพันธุ์โรบัสต้า
(Robusta) มีสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีนมากกว่าพันธ์อราบิก้า (Arabicas) ถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากวิธีการคั่วกาแฟ และปริมาณกาแฟที่ละลายแต่ละถ้วย รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับวิธีการชงกาแฟ ระยะเวลาและปริมาณกาแฟที่ใช้ด้วย





ข้อควรระวังในกาแฟ
คอกาแฟอย่าเพิ่งย่ามใจกับข้อมูลด้านดีๆเพราะองค์ประกอบหลักของกาแฟคือ สารคาเฟอีนซึ่งเป็นเป็นสารกระตุ้น จึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจพอสมควร โดยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นผิดปกติในบางครั้ง งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโทรอนโทเปิดเผยว่า การดื่มกาแฟมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันในผู้ที่มียีนขจัดคาเฟอีนช้า ทำให้คาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น แต่สำหรับคนที่มียีนปกติที่ขจัดคาเฟอีนได้เร็วกาแฟก็จะไม่มีผล

ถึง อย่างไรนักวิจัยก็เชื่อว่าการดื่มเพียง1-2 ถ้วยจะไม่มีผลต่อการเกิดหัวใจวายเฉียบพลันไม่ว่ามียีนอย่างไร แต่การดื่มวันละ 4 แก้วขึ้นไปไม่ให้ผลดีขึ้น ดังนั้น ควรดื่มแต่พอควร เพราะปัจจุบันการตรวจยีนยังไม่ได้มีใช้กันเหมือนการตรวจสุข ภาพทั่วไป และยีนที่แตกต่างกันทำให้ผลการวิจัยทางโภชนาการที่สัมพันธ์กับโรคต่างๆ ที่ออกมามีข้อมูลขัดแย้งกันจนเกิดความสับสน

ส่วนผลของกาแฟต่อ สุขภาพผู้หญิงก็ยังไม่มีผลวิจัยชัดเจน ว่าจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ซีสต์ในเต้านมหรือกระดูกพรุนหรือไม่ การเดินสายกลางจึงดีที่สุด ผู้ที่ดื่มกาแฟสกัดคาเฟอีน อาจคิดว่าปลอดภัย แต่นักวิจัยเตือนว่า กาแฟสกัด คาเฟอีนอาจเพิ่มระดับกรดไขมันในเลือดให้สร้างแอลดีแอล ซึ่งเป็นคอเลสเทอรอลตัวร้ายได้ เพราะในกระบวนการสกัดคาเฟอีนจะสกัดเอาสารเฟลโวนอยด์ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระและสารอื่นๆ ที่ให้รสชาติกาแฟแท้ๆ ออกไปด้วย นอกจากจะอร่อยน้อยลงแล้วยังมีผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย

ข้อควรปฎิบัติ
เลี่ยงกาแฟที่ใช้หม้อต้มแบบสไตล์สแกนดิเนเวีย เพราะจะมีสารไดเทอร์พีนสูง เพิ่มระดับคอเลสเทอรอลในเลือด ควรเลือกกาแฟสำเร็จรูปที่ละลายน้ำ หรือชนิดกรองหยด และเอสเพรสโซ ซึ่งจะมีผลน้อยกว่า
ถ้าต้องเลือกกาแฟสกัดคาเฟอีน ควรเลือกชนิดที่ใช้กระบวนการสกัดธรรมชาติ (Swiss Water Process) ตรวจ สอบยี่ห้อได้จาก SwissWater.com



สำหรับผู้ที่เลี่ยงกาแฟอยู่แล้ว
ไม่ควรหันมาดื่มเพียงเพื่อต้องการผลดีจากคาเฟอีน โดยเฉพาะคนที่ร่างกายไวต่อกาแฟ การดื่มอาจยิ่งเพิ่มผลเสีย เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินควร ทำให้ปวดท้อง และเป็นสารขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำตามไปชดเชยด้วย

ระวังสิ่งที่เติมลงในกาแฟ
เช่น ครีม นมไขมันเต็ม น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะเท่ากับเติมพลังงานส่วนเกิน กาแฟมาตร ฐาน 1 ถ้วย มีขนาด 5-6 ออนซ์หรือ 150-180 มล. แต่ที่ขายโดยทั่วไปนั้นมีขนาด 12 ออนซ์หรือ 360 มล. ซึ่งมากกว่าถึง 2 เท่า ดังนั้น ควรจำกัดการดื่มให้ไม่เกิน 5 ถ้วย ซึ่งเป็นปริมาณที่ใช้ในการศึกษาวิจัย

สาร คาเฟอีนเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารอื่นด้วย เช่นใบชา เมล็ดโคลา โกโก้ ช็อคโกแลต น้ำอัดลมสีดำ และยาบางชนิด ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินควร จึงต้องตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองเสมอ






รวม ของปลอมจากจีน













นมปลอม
ข้าง ในมีตัวอะไรไม่รู้ด้วย




ผ้าอนามัยปลอม
ทำจากสำลีใช้แล้ว - -*




สาหร่ายหลอม
ทำจากถุงดำบ้านเรานี่เอง




ไข่ปลอม
ทำจากอะไรไม่รู้




หน่อไม้ปลอม
ทำจากตะเกียบไม้





ไก่ปลอม
ทำมาจากเนื้อหนู !




ยางมัดผม
ทำมาจากถุงยางใช้แล้ว




ยาปลอม



อันนี้ไปจับได้ที่เขตการค้าเสรีดูไบ ตรวจไปตรวจมาความก็แตกว่าถูกผลิตขึ้นที่จีน ที่มาของยาเหล่านี้มีโครงข่ายอุปทานที่จัดว่าซับซ้อนมาก โดยยาปลอมที่ผลิตในจีนได้ส่งผ่านมาทางฮ่องกงสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ อังกฤษ บาร์ฮามาส สุดท้ายก็ไปถึงยังร้านยาออนไลน์RxNorth ซึ่งเป็นร้านขายยาออนไลน์ในแคนาดาที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ ที่สุดในโลกปีที่แล้ว ที่มีกรณียาน้ำแก้ไอจากจีน ที่มี ไดเอธีลีน ไกลโคล (diethyleneglycol) ซึ่งจัดเป็นยาอันตรายที่มีผลถึงชีวิตผสมอยู่ทำให้มีช าวปานามาเสียชีวิตไป ถึง 100 กว่าคน



ซอสถั่วเหลืองปลอม
ทำมาจากเส้นผมและขนของคน !




ซอสปลอมที่ว่านี้ทำมาจากเส้นผม นอกจากเส้นผมแล้ว จเป็นขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง ขนอะไรก็ตามในร่างกายสามารถนำมาทำได้ทั้งนั้น
เพราะ ในเส้นขนมีสารประกอบของโปรตีนรวมอยู่เยอะ ที่สำคัญ ถั่วเหลืองแพงด้วย(ประมาณว่าเป็นวัสดุทดแทนแต่คุณค่าทางอาหารใกล้เคียกัน -_-)

ผู้สื่อข่าวจาก CCTV ของจีนได้แฝงตัวเข้าไปทำข่าวในโรงงานผลิต ซอสชื่อ Hongshuai ตั้งอยู่ที่มณฑลหูเป่ย

วิธีการผลิตของเค้า คือ ไปเก็บเส้นผมมาจากที่ต่างๆเช่น ร้านตัดผม ถังขยะโรงพยาบาล โดยเฉพาะในโรงพยาบาลถือเป็นแหล่งใหญ่ในการหาเส้นผมเลย เพราะมีคนไข้มาก มายที่มารักษาแล้วต้องโกนหัว ก่อนรักษา เช่น คนเจ็บที่หัวแบะมาก็ต้องโกนหัวก่อนรักษา

เมื่อเก็บมาได้แล้วก็คัดแยก ขยะอื่นๆ ที่ปนมาทิ้งไป เช่น ผ้าพันแผล พลาสเตอร์ สำลี เข็มฉีดยา ผ้าอนามัย และขยะอื่นๆ อีกมากมาย พอคัดแยกเสร็จก็เอาเส้นผมมาทำความสะอาดตัดเป็น ชิ้นเล็กๆ แล้วเอามาทำเป็นน้ำเชื่อมกรดอะมิโนเพื่อไปหมักทำซอสต่อไป

ข้อมูลและรูปจาก Forward Mail นะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ^^




การพรางตัวที่น่ารักสุดสุดดดดดด





























ยุคทองของ Soundtrack

ในที่นี้จะเน้นกล่าวถึงช่วงยุค 90's - 2000 นะครับ (เพราะหลังจากนั้นไม่ค่อยรู้จักแล้ว ^^)

ถ้าพูดกันถึงเรื่ององค์ประกอบของภาพยนตร์ การที่จะมาเป็นภาพยนตร์หนึ่งเรื่องได้นั้นต้องมีทั้งตัวบท ตัวละคร ฉาก ฯลฯ และส่วนสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยสร้างอารมณ์บรรยากาศให้เราอินไปกับเรื่องนั้นๆได้ นั่นก็คือ เพลงประกอบภาพยนตร์

เพลงประกอบภาพยนตร์นั้นถือเป็นส่วนสำคัญอีกสิ่งหนึ่ง ในบางครั้งตัวภาพยนตร์ไม่ดัง แต่เพลงดังก็มีให้เห็น หรือตัวเพลงไม่ดังแต่ตัวภาพยนตร์ดัง ก็มีเช่นกัน

ถ้าให้เพื่อนๆนึกถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดังๆมาสัก 3 เพลง ทายได้เลยว่าเพลงแรกๆที่เพื่อนๆนึกถึงก็จะเป็นพวก I Will Always Love You/ My Heart Will Go On/ When You Say Nothing at All/ How Do I Live เหล่านี้แน่ๆ ซึ่งเพลงประกอบภาพยนตร์เหล่านี้ถูกแต่งขึ้นมาใช้ประกอบกับภาพยนตร์ในยุค ต้นปี 90's - 2000 ทั้งนั้น จนบางทีเราก็อดคิดไม่ได้ว่า เอ.. หรืว่านี้จะเป็นยุคทองของเพลงประกอบภาพยนตร์กันนะ

เอาล่ะครับ เราลองมาดูเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับทั้งข้อมูลทางด้านเนื้อหาและสถิติของเพลงประกอภาพยนตร์กันดีกว่า




เริ่มแรกของยกให้กับ

I Will Always Love You โดย Whitney Houston ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Bodyguard (1992)




- คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเพลงนี้ สำหรับ I Will Always Love You แต่งโดย Dolly Parton นักร้อง/นักแต่งเพลงหญิงชาวอเมริกันแห่งวงการเพลงคันทรี เธอแต่งเองทั้งคำร้องและทำนอง อัดเสียงครั้งแรกในปี 1974 โดยอยู่ในอัลบัมชื่อ Jolene และนำออกเป็นแผ่นซิงเกิลได้รับความนิยมอยู่ในวงการคันทรีได้พักหนึ่ง ปีต่อมานักร้องหญิง Linda Ronstadt ก็ได้นำไปร้องไว้ในอัลบัม Prisoner in Disguise ของเธอ ปี 1982 Dolly Parton อัดเพลง I Will Always Love You อีกครั้ง สำหรับเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Best Little Whorehouse in Texas ที่เธอแสดงนำ เวอร์ชันที่สองนี้ก็ยังขึ้นอันดับหนึ่งในคันทรีชาร์ทได้อีกครั้ง

จนมาถึงปี 1992 นักร้องหญิง Whitney Houston เลือกเพลง I Will Always Love You (โดยฟังจากเวอร์ชันของ Linda Ronstadt) มาร้องประกอบในภาพยนตร์เรื่อง The Bodyguard ที่เธอสร้างและแสดงเอง ส่งผลให้เพลงนี้กลายเป็นฮิตถล่มทะลายระดับโลก Dolly Parton อัดเพลง I Will Always Love You อีกครั้งเป็นเวอร์ชันที่สาม โดยเป็นการร้องคู่กับ Vince Gill ในอัลบัม Something Special ปี 1995 (ขอบคุณข้อมูลส่วนนี้จาก songgismo)


ข้อมูลทางด้านสถิติ

- "I Will Always Love You" ครองอันดับ 1 Billboard Hot 100 นานถึง 14 สัปดาห์

- I will always love มียอดจำหน่ายซิงเกิ้ลในหนึ่งสัปดาห์สูงที่สุด ด้วยยอด 632,000 copies

- ใน Japan "I Will Always Love You" ขายไปได้กว่า 810,000 copies

- อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Bodyguard ได้รับรางวัลแกรมมี สาขาอัลบั้มแห่งปี

- อัลบั้มประกอบหนังเรื่อง The Bodyguard ขายได้กว่า 37,000,000 copies ทั่วโลก ซึ่งเป็นอัลบั้มของนักร้องหญิงที่ขายได้มากที่สุดในโลก ด้วย (จนถึงตอนนี้คิดว่าคงถึง 40m copies)








My Heart Will Go On โดย Celine Dion ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Titanic (1997)



- My Heart Will Go On เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Titanic ซึ่งออกฉายในปี 1997 เพลงนี้เป็นผลงานการเรียบเรียงดนตรีของ James Horner ในส่วนของคำร้องเป็นผลงานการประพันธ์ของ Will Jennings ,production by Walter Afanasieff ขับร้องโดย Celine Dion นักร้องสาวชาวแคนาดา ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1997 ซึ่งเพลงนี้ได้บรรจุลงในอัลบั้ม Let's Talk About Love และเพลงนี้ก็ขึ้นสู่อันดับ 1 ทั่วโลก





แต่เดิมนั้น James Horner เรียบเรียงทำนองเพลงนี้ขึ้นในแบบเป็นบรรเลงเท่านั้น เพื่อที่จะใช้ประกอบฉากต่างๆในภาพยนตร์เรื่อง Titanic ต่อมาเขาต้องการทำเพลงนี้เต็มรูปแบบพร้อมคำร้อง เพื่อที่จะใช้ประกอบส่วนแสดงรายชื่อผู้จัดทำภาพยนตร์ (End Credit) ของเรื่องนี้ แต่ James Cameron ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ไม่ต้องการให้ทำนองเพลงนี้มีผู้ขับร้อง แต่กระนั้น James Horner ก็ยังทำต่อไป และให้ Will Jennings ประพันธ์คำร้องขึ้น และ Celine Dion คือศิลปินคนแรกที่เจมส์ต้องการให้ร้องเพลง เมื่อ Celine Dion ได้ฟังทำนองเพลงแล้ว เซลีนไม่ต้องการร้องเพลงนี้ Ren? Ang?lil ผู้จัดการส่วนตัวหรือสามีของเธอ ทำให้เธอเชื่อและบันทึกฉบับตัวอย่างสำหรับเพลงนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำมาก่อน James Horner รอจนกระทั่ง James Cameron อารมณ์ดีก่อนที่จะเสนอเพลงนี้ให้เขาฟัง



เพลงนี้บันทึกเสียงเพียงครั้งเดียวโดยปราศจากทำนองบรรเลงประกอบขณะบันทึกเสียง James Horner, Celine Dion และทาง Sony Music ตัดสินใจร่วมกันเลือกการบันทึกเสียงครั้งแรกของ Celine Dion เพราะเสียงของ Celine Dion นั้นไร้ที่ติ อย่างไรก็ตาม ในการบันทึกเสียงทั้ง 2 ครั้งนั้น มีจุดแตกต่างในท่อน "my heart will go ond and on" และ "and I know thatch the heart does go on"

มิวสิกวิดีโอเพลงนี้อำนวยการสร้างโดย Bille Woodruff และเผยแพร่ช่วงท้ายปี 1997 ซึ่งต่อมาได้รวมอยู่ใน All the Way… A Decade of Song & Video DVD

เพลง My Heart Will Go On ถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งเพราะเวลาเราได้ยินเพลงนี้ เราจะนึกถึง 3 สิ่งคือ เพลง My Heart Will Go On / Celine Dion / และหนังเรื่อง Titanic และยังถือว่าเพลงนี้มีการเรียบเรียงดนตรีได้ไพเราะ และติดหู จะบอกยังไงดี แบบว่า intro ขึ้นมานี่รู้เลยมันตรึงใจจริงๆพูดไม่ถูกอ่ะ


ข้อมูลทางด้านสถิติ

- "My Heart Will Go On" เป็นหนึ่งในเพลงยอดนิยมของ Celine Dion และหนึ่งในซิงเกิลที่ขายดีที่สุด เพลงนี้ติดชาร์ตอันดับ 1 ทั่วโลก

- ปัจจุบัน "My Heart Will Go On" ขายไปได้แล้วกว่า 15 million copies ทั่วโลก ( เฉพาะใน US ขายไปได้ 1.5 million copies )

- "My Heart Will Go On" เปิดตัวใน US Billboard Hot 100 ด้วยยอดขาย 360,000 copies

- "My Heart Will Go On" อยู่ในชาร์ท Billboard Hot 100 Airplay ที่อันดับที่ 1 นาน 10 สัปดาห์

- "My Heart Will Go On" อยู่ในชาร์ท Hot 100 Singles Sales ที่อันดับที่ 1 นาน 2 สัปดาห์

- ในเยอรมันเพลง "My Heart Will Go On" มียอดขายกว่า 2,000,000 copies และรับรางวัล 4x platinum และขายได้กว่าล้านชุดใน UK (1,312,551 copies)

- ในฝรั่งเศส "My Heart Will Go On" มียอดขายกว่า 1,197,000 copies และรับรางวัล 2x platinum และ diamond ตามลำดับ นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลอื่นๆ อาทิ 3x platinum ในเบลเยี่ยม (150,000 copies) , 2x platinum ในออสเตรเลีย (140,000 copies) , เนเธอร์แลนด์ (150,000 copies) , นอร์เวย์ (40,000 copies) , สวิตเซอร์แลนด์ (100,000 copies) , platinum ในกรีซ (40,000 copies) และ gold ในออสเตรีย (25,000 copies)

- "My Heart Will Go On" ออกจำหน่ายในญี่ปุ่น 2 ครั้งกล่าวคือ แบบธรรมดาเมื่อเดือนมกราคม 1998 ยอดขาย 205,300 copies ได้รับรางวัล 2x platinum (200,000 copies) ออกจำหน่ายอีกครั้งในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 1998 ยอดขาย 111,920 copies และได้รับรางวัล gold (100,000 copies)

- "My Heart Will Go On" ไดรับรางวัล Academy Award สาขา Best Original Song ในปี 1997 และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Grammy Awards ปี 1999 และได้รางวัลไปในสาขา Record of the Year, Song of the Year, Best Female Pop Vocal Performance และ Best Song Written Specifically รางวัล Motion Picture หรือ Television "My Heart Will Go On" ชนะรางวัล Golden Globe Award ปี 1998 รางวัลอื่นๆได้แก่ Billboard Music Award สำหรับ Soundtrack Single of the Year, Blockbuster Entertainment Award รางวัล Favourite Song from a Movie, Billboard Latin Award รางวัล First English-language Song to Top Billboard's Hot Latin Tracks Chart, Japan Record Award รางวัล Special Achievement และ Japanese Gold Disc Award รางวัล Song of the Year.







When You Say Nothing at All โดย Ronan Keating ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Notting Hill (1999)




- "When You Say Nothing at All" เดิมทีแล้วเป็นเพลง country แต่งโดย Paul Overstreet และ Don Schlitz ดั่งเดิมเป็นของ Keith Whitley ร้องไว้และสามารถขึ้นอันดับ 1 Billboard Hot Country Singles chart on December 24, 1988 เวอร์ชั่นต่อมา อันนี้ชอบสุด ^^ Alison Krauss และพวกพ้อง Union Station นำมา Cover ใหม่ ,, whose version became her first solo top-10 country hit in 1995; และท้ายสุดก็ Ronan Keating, whose version was his first solo single and a chart-topper in the UK in 1999.

เพลงนี้ก็ถือว่าดังมากๆในบ้านเรา ช่วงนั้นสถานีวิทยุนี่เปิดกันทุกๆชั่วโมงเลยทีเดียว


ข้อมูลทางด้านสถิติ

- The song was released on July 26, 1999 in the United Kingdom. It peaked at number-one in the UK, Ireland, and New Zealand. In the UK, the single was certified gold.

- "When You Say Nothing at All" ขึ้นสูงสุดที่อันดับ 1 บน UK Singles Chart
- "When You Say Nothing at All" ทำยอดขายไปได้กว่า 4.4m copies ทั่วโลก








How Do I Live โดย Trisha Yearwood ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Con Air (1997)






- "How Do I Live" แต่งโดย Diane Warren .. It was released originally by LeAnn Rimes in May 1997 and shortly afterward by Trisha Yearwood ...
เคยกล่าวเอาไว้ครั้งนึงในกระทู้ก่อนนู้นน ว่าเพลงนี้ เจ๊ Diane Warren แต่งขึ้นมาก่อนที่จะหานักร้อง และนักร้องที่ถูกเลือกมี 2 คน คือ LeAnn Rimes และ Trisha Yearwood ซึ่งทางผู้จัดภาพยนตร์ชอบเวอร์ชันของ Trisha Yearwood มากกว่าจึงเลือกใช้เวอร์ชันนี้ประกอบภาพยนตร์ แต่จะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ทางทีมงานของ LeAnn Rimes (Atlantic Records) ได้ปล่อยเวอร์ชันของตัวเองออกมาก่อนหน้า เวอร์ชันของ Trisha Yearwood ถ้านับกันในด้านยอดขายก็ต้องยกให้ทาง LeAnn Rimes เพราะต้องนั้นเธอเองก็อยู่ในช่วงที่กำลังรุ่งของชีวิตการทำงาน แต่ถ้าด้านรางวัลก็ต้องยกให้ Trisha Yearwood

เพลงนี้ส่วนใหญ่แล้วในไทยคนฟังจะไม่รู้ว่ามาจากหนังเรื่อง Con Air เนอะ และส่วนใหญ่คิดว่ามีเวอร์ชันของ LeAnn Rimes อย่างเดียว เพลงนี้ถ้าใครซื้ออัลบัมรวมเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ทำขายกันบ่อยๆจะรู้เลยว่า ไม่ว่าจะออกมาสักกี่อัลบัม จะมี How Do I Live รวมอยู่ด้วยเป็นเพลงยืนพื้นเสมอๆ



ข้อมูลทางด้านสถิติ



"How Do I Live" LeAnn Rimes version
- ขึ้นสูงสุดอันดับ 7 บน UK Singles Chart และติดอยู่ในชาร์ทนานถึง 34 สัปดาห์
- ขึ้นสูงสุดอันดับ 2 บน Billboard Hot 100 และติดอยู่ในชาร์ทนานถึง 69 สัปดาห์
- Certification 3? Multi-platinum (US) 3,700,000 copies
- Certification Platinum (UK) 600,000 copies




"How Do I Live" Trisha Yearwood version
- ขึ้นสูงสุดอันดับ 66 บน UK Singles Chart
- ขึ้นสูงสุดอันดับ 23 บน Billboard Hot 100
- Trisha Yearwood won the Grammy Award for Best Female Country Vocal Performance.
- Trisha Yearwood won the Country Music Association for Female Vocalist of the Year.
- Trisha Yearwood won the 1997 Academy of Country Music Award for Top Female Vocalist.
- "How Do I Live" เข้าชิงรางวัล Oscar ด้วย แต่แพ้ให้กับ "My Heart Will Go On"










There You'll Be โดย Faith Hill ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Pearl Harbor (2001)



"There You'll Be" เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นโดยเจ้าแม่เพลงรักอย่างเจ๊ Diane Warren เจ้าเก่า แรกเริ่มเดิมทีเคยเสนอให้ Celine Dion เป็นคนร้อง


ข้อมูลทางด้านสถิติ

- Released in May 2001, "There You'll Be" ขึ้นสูงสุดที่อันดับ 10 บน Billboard Hot 100 และ อันดับ 11 บน Billboard Country Singles Chart และ อันดับ 3 บน UK Singles Chart

- ได้เข้าชิง Grammy สาขา Best Female Pop Vocal Performanceแต่พ้ายให้กับ "I'm Like a Bird" ของr Nelly Furtado

- ได้เข้าชิง Academy Award สาขา Best Original Song แต่พ่ายให้กับ "If I Didn't Have You" จาก Monsters, Inc.







Lady Marmalade โดย Christina Aguilera, Pink, Lil' Kim, Mya ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Moulin Rouge! (2001)




- Lady Marmalade แต่งโดย Bob Crewe แรกเริ่มเดิมทีต้นฉบับเป็นเพลงของ LaBelle / Labelle เป็นวงดนตรีในช่วงยค 60's ยุคโดยมีแม่หัวหอกนำทัพโดยเจ๊ Patti Labelle (Patricia Louise Holte) ในช่วงนั้นสังกัดค่าย Epic เพลง Lady Marmalade ในเวอร์ชันของ LaBelle ทำออกมาในรูปแบบของเพลง Soul ซึ่งก็เป็นเพลงแนวฮิตของยุคนั้น เพลงไม่มีเสียงของเครื่องดนตรีอะไรมาก
เน้นเสียงร้องเพียวๆ ซึ่งถือได้ว่า Soul จริงๆ





ยุคนั้นก็มีอีหลายวงทีดังๆ อย่างเช่น Diana Ross & The Supremes, The Velvelettes, หรือวงผุ้ชายอย่าง The Four Tops, The Jackson 5 แห่งค่าย Motown
ดนตรีในยุคนั้นเรียกได้ว่า เป็นต้นกำเนินของ RnB ในยุคนี้เลยทีเดียว เอาล่ะมาเข้าเรื่อง Lady Marmalade กันต่อนะ


Lady Marmalade ของ Labelle เป็นแนว Soul-Disco ในช่วงต้นยุค 70's ในเวอร์ชันต้นฉบับบนี้ก็ดังมากเลยทีเดียว สามารถขึ้นถึงอันดับ 1 Billboard Hot 100 ซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ชื่นชอบของชาวเพศที่สามเป็นอย่างมาก



ต่อมาในปี 1987 Sabrina นักร้องชาว Italian นำมา cover ใหม่ในแนว Disco-Dance ก็ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง




และต่อมาอีกในปี 1997 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรื่องของ Boyband Girlband ซึ่ง วงดนตรีหญิงล้วนสุดดังแห่งเกาะอังกฤษอย่าง All Saints ก็ได้นำกลับมา Cover ใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็ทำยอดขายได้อย่างมากมาย




จนสุดท้ายของการ Cover ก็ได้ 4 สาวมากความสามารถอย่าง Christina Aguilera, Pink, Lil' Kim, Mya มาเป็นหัวหอกของการร้องใหม่ในครั้งนี้ ถ้าถามว่าชอบเวอร์ชันไหนมากที่สุดก็ต้องบอกว่า เวอร์ชันนี้แหละ เพราะลงตัวไปซ่ะทุกอย่างเลย ชอบการโชว์ของพวกเธอมากๆ จนบางคนบอกว่าเป็นเพลงกระหรี่ไฮโซ ตอนสมัยที่ยังมีแป็ปซี่ชาร์ทนี่ ติดอันดับ 1 ตั้งหลายสัปดาห์ เราคงไม่ต้องกล่าวอะไรมากสำหรับเวอร์ชั่นนี้เนอะ // แต่เสียงแผดพลังๆ ก็ต้องยกให้เจ๊ Patti เค้าแหละนะครับ ขนาดที่ว่า ติ๊นาก็ติ๊นาเถอะ ^^


ข้อมูลทางด้านสถิติ

"Lady Marmalade" Labelle Ver.
- Canadian RPM Top Singles Chart ขึ้นถึงอันดับที่ 1
- U.S. Billboard Hot 100 / Hot R&B/Hip-Hop Songs / Hot Dance Music/Club Play ขึ้นถึงอันดับที่ 1

- เพลงนี้ในเวอร์ชันของ Labelle ได้ถูกคัดเลือกให้เข้าหอเกียรติยศของรางวัลแกรมมี่ "Grammy Hall of Fame" ในปี 2003


"Lady Marmalade" Sabrina Ver.
- Dutch Mega Top 100 อันดับที่ 40
- French SNEP Singles Chart อันดับที่ 41
- ข้อมูลยอดขายในบ้านตัวเองไม่ปรากฏจ้า



"Lady Marmalade" All Saints Ver.
- UK Singles Chart ขึ้นถึงอันดับ 1
- Australian ARIA Singles Chart ขึ้นถึงอันดับ 3
- ยอดขายรวมใน UK 424,799 singles


"Lady Marmalade" Christina Aguilera, Pink, Lil' Kim & Mýa Ver.
- Teen Choice Awards : Choice Song of the Summer
- MTV Video Music Award : Video of The Year, Best Video from a Film

- TMF Award : Best Video of the Year
- Radio Music Awards : Song of the Year
- ASCAP Pop Music Awards : Best Video
- Billboard Music Award : Best Direction for a Video
- BMI Awards : Best Song
- Channel [V] Thailand Music Video Awards : Popular Duo/Group Video

- Grammy Awards : Best Pop Collaboration with Vocals
- MTV Japan Video Music Award : Best Video from a Film
- MVPA Video Award : Best Styling in a Video

- U.S. Billboard Hot 100 ขึ้นถึงอันดับที่ 1


ข้อมูลสถิติอ้างอิงจาก : Wikipedia




เอาไว้เท่านี้ก่อนเดี๋ยวว่างๆแล้วจะมาต่อเพลงอื่นๆครับ

แล้วส่วนของเพื่อนๆล่ะ มีเพลงไหนอีกที่เพื่อนๆคิดว่า เพลงนี้ล่ะ เป็นเพลงในยุคทองของ Soundtrack ตัวจริง แนะนำกันได้นะครับ แชร์กันๆ ^^




แก้ไขล่าสุดโดย ~ ทุ่งหญ้า วันฟ้าใส ~ เมื่อ Sat Jul 09, 2011 4:04 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อยากรู้ว่าทำไมพวกอเมริกันทีนส่วนมาก ชอบแซวว่ามายฮาทวิลโกออน เป็นเพลงสุดแย่ เพราะมันเก่าเหรอ? หรืออะไร


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  

like


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
-รูปแมวน่ารักมาก
-มีแต่เพลงอมตะทั้งนั้นเลย ซาว์นแทร็คที่ชอบมากๆอีกเพลงคือ I'll be there ของ Faith Hill


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
จะอวกซอสปลอม


_________________


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Bitchy พิมพ์ว่า:
อยากรู้ว่าทำไมพวกอเมริกันทีนส่วนมาก ชอบแซวว่ามายฮาทวิลโกออน เป็นเพลงสุดแย่ เพราะมันเก่าเหรอ? หรืออะไร



เคยเห็นเมนต์ที่บอกไม่ชอบเหมือนกันครับ ถ้าบ้านเราก็คงแบบว่า น้ำเน่าเนอะ แล้วอีกอย่าง อเมริกันทีนเดี๋ยวนี้ เกรียน มาก! จะว่าไปช่วงที่หนังออกฉายครั้งแรกๆพวกต่อต้านก็เยอะนะครับ รอปีหน้า ไททานิคจะกลับมาอีกครั้ง ฉลองครบรอบ 100 ปี ในรูปแบบ 3 มิติ ^^


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
I Will Always Love You เดี๊ยนเชื่อว่ามีหลายคนคิดว่าป้าวิทเป็นออริจินัลค่ะ


_________________
CLICK

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
~ ทุ่งหญ้า วันฟ้าใส ~ พิมพ์ว่า:
Bitchy พิมพ์ว่า:
อยากรู้ว่าทำไมพวกอเมริกันทีนส่วนมาก ชอบแซวว่ามายฮาทวิลโกออน เป็นเพลงสุดแย่ เพราะมันเก่าเหรอ? หรืออะไร



เคยเห็นเมนต์ที่บอกไม่ชอบเหมือนกันครับ ถ้าบ้านเราก็คงแบบว่า น้ำเน่าเนอะ แล้วอีกอย่าง อเมริกันทีนเดี๋ยวนี้ เกรียน มาก! จะว่าไปช่วงที่หนังออกฉายครั้งแรกๆพวกต่อต้านก็เยอะนะครับ รอปีหน้า ไททานิคจะกลับมาอีกครั้ง ฉลองครบรอบ 100 ปี ในรูปแบบ 3 มิติ ^^


ก็นะ เน่าจริงๆ ส่วนตัวในไอพอดมีแค่ดนตรีบรรเลงอ่ะ เพราะมากกกก แบบของเซลีนก็ฟังนะ แต่ไม่บ่อย //ลืมไปเลยว่ามีโปรเจ็คสามดี คิดว่าบ้านเราคงได้ดูสี่ด้วยแหละ ตื่นเต้น


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
- ลิเบียยังไม่จบไม่สิ้นอีกหรอ ต๊ายยย
- จีนน้ำท่วม จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดีคะ ที่มันสร้างเขื่อนมาเอาน้ำโขงไป คงจะเป็นกรรม
- สงสารชาวแอฟริกันมากๆ ค่ะ
- How do I live นี่ฟังของใครก็เพราะนะ เอาป็อปๆ ก็ของลีแอน เอาคันทรี่ก็ทริสชา


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 3
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com